๑๗
คีย์บอร์ดดีเซล
ข้าพเ้าฝัน เป็ฝันในคืนวันเสาร์ที่ ๒๙ มิ.ย. ๒๕๖๗ ข้าพเ้าได้ฝันว่าตนย้อนอดีตไปตอนที่ตนอายุ ๑๗ ปี
ในความฝันข้าพเ้ากำลังไปทัศนศึกษาที่โรงเรียน การทัศนศึกษานี้ไม่ได้เป็ทางการ เพราะไม่ต้องใส่ชุดนักเรียนไปทัศนศึกษา สามารถใส่ชุดไปรเวตได้ตลอดทริปการเดินทาง ไม่มีรายงาน ไม่มีคะแนนเก็บ ไม่มีละครรอบกองไฟงี่เง่า มันเป็ไปด้วยความสมัครใจ จักเข้าร่วมหรือไม่ก็ได้ เพียงแต่อาจต้องจ่ายค่าโสหุ้ยในการเดินทางจำนวนหนึ่งเท่านั้น
ข้าพเ้าเดินทางไปกับเพื่อนของข้าพเ้าแลคณาจารย์จำนวนหนึ่ง เราเดินทางจากอำเภอเมือง จ.นครศรีธรรมราช มุ่งหน้าสู่ เมืองพัทยา จ.ชลบุรี โดยรถทัวร์เอกชน๒ ชั้น ออกเดินทางราวห้าทุ่มจากต้นทางในค่ายวชิราวุธ จังหวัดนครศรีธรรมราช จากนั้นเราก็นอนหลับกันบนรถทัวร์ยาวๆ แลรถก็ไปจอดแวะทานข้าวเช้าแถวๆ เพชรบุรี จากนั้นก็เดินทางต่อมาที่แยกวังมะนาว รถทัวร์เลี้ยวขวาแล้ววิ่งเข้าถนนพระราม ๒ วิ่งยาวๆ ผ่านแม่กลองกับมหาชัย กระทั่งถึงแยกต่างระดับบางขุนเทียน รถทัวร์จึงเลี้ยวขวาเข้าถนนวงแหวนสาย ๙ ฝั่งตะวันออก ขับรถไปเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงทางแยกต่างระดับทับช้าง รถทัวร์เลี้ยวขวาถนนมอเตอร์เวย์สาย ๗ รถทัวร์วิ่งบนถนนมอเตอร์เวย์ตลอดทางจนทางหลวงแผ่นดินสาย ๓ หรือถนนสุขุมวิท แล้วไม่นานก็ถึงเมืองพัทยา พวกเราจึงได้ทานกลางวันกัน แล้วจึงมุ่งหน้าไปยังที่พักซึ่งเป็รีสอร์ตริมทะเล
จักเรียกรีสอร์ตแบบเต็มปากเต็มคำก็แลดูไม่ถูกต้องนัก เพราะมันดูเหมือนค่ายพักแรม มากกว่า ข้าพเ้าพบว่าสถานที่แห่งนี้มีเด็กวัยมัธยมจำนวนมากจากหลายโรงเรียน หลายภูมิภาคของประเทศต่างเดินทางเข้ามาทัศนศึกษาแลพักแรมในสถานที่แห่งนี้ เสียงเจี๊ยวจ๊าวของเด็กวัยรุ่นดังสนั่นหวั่นไหวจนจับใจความไม่ได้
ที่พักของรีสอร์ตแห่งนี้มี ๒ อาคารหลักใหญ่ๆ ด้วยกัน อาคารหนึ่งเป็ที่พักของพวกผู้ชาย ส่วนอีกอาคารหนึ่งเป็ที่พักสำหรับพวกผู้หญิง รูปทรงของอาคารไม่ได้หรูหราหมาเห่านัก ลักษณะของมันคล้ายกับอาคารเรือนนอนของค่ายทหาร ถ้าท่านผู้อ่านเคยเข้าไปในค่ายทหาร จักเห็นอาคารลักษณะนี้ปรากฏอยู่บ้าง มันเป็อาคารสองชั้นที่มีประตูทางเข้าออกหลายบาน บันไดขึ้นชั้นสองเป็บันได outdoor ส่วนลักษณะของชั้นหนึ่งคล้ายกับบ้านที่มีใต้ถุน แต่ต่างกันตรงที่มีกำแพงล้อมรอบมีประตูเข้าออกหลายบาน ตัวอาคารแบ่งเป็ปีกซ้ายปีกขวา จุดกึ่งกลางของอาคารมีลักษณะเป็รูปสามเหลี่ยมหน้าจั่ว แลบันไดทางขึ้นจักอยู่หน้าอาคารตรงบริเวณจุดกึ่งกลางนี้ โดยเป็บันไดปีกซ้ายกับบันไดปีกขวา ส่วนบันไดหนีไฟจักเป็บันไดวนหลังอาคารด้านปีกซ้ายแลปีกขวา
(ลักษณะอาคารในค่ายทหาร)
ภายในอาคารเป็ห้องโถงกว้าง ปูเสื่อน้ำมัน แลมีที่นอนปิกนิกเรียงรายจำนวนมาก ห้องมีเครื่องปรับอากาศชนิดตั้งแขวนเรียงรายนับสิบเครื่อง อนิจจาที่ห้องน้ำเป็ห้องน้ำรวม ซึ่งมีชั้นละ ๔ ห้องเท่านั้น
...
ความจริงยังมีอาคารที่ ๓ ซึ่งเป็อาคารชั้นเดียวที่มีลักษณะโอ่อ่า อาคารนี้คือพื้นที่รับประทานอาหาร โดยทางรีสอร์ทจักเตรียมอาหารไว้ให้พวกเรารับประทาน แต่ไม่ทุกมื้อดอก เนื่องจากทริปท่องเที่ยวครั้งนี้จักมีการไปทานร้านอาหารข้างนอกบ้างสลับกันไป แลเราไม่ได้เที่ยวเฉพาะพัทยา เรายังมีการเดินทางไป สัตหีบ เขาคิชฌกูฏ แลตลาดโรงเกลืออีกด้วย
เนื่องจากวันแรกของการท่องเที่ยวทุกคนเหนื่อยล้าจากการนั่งรถมายาวนาน ๑๐ กว่าชั่วโมง เวลาหลังจากนี้จึงเป็เวลาเพลิดเพลินกับกิจกรรมในรีสอร์ต ทั้งเล่นน้ำทะเล เล่นก่อปราสาททราย เล่นวอลเลย์บอลชายหาด เล่นน้ำในสระว่ายน้ำ เล่นฟิตเนส หรือแอบตั้งวงเล่นไพ่กันก็มี
เด็กวัยรุ่นผู้ชายลางคนแอบไปสูบบุหรี่ในที่ลับตา เด็กลางคนพาแฟนมาด้วยก็พาแฟนไปในที่ๆ คนไม่พุกพล่าน จากนั้นก็แสดงบทรักกอดจูบลูบคลำ ฝ่ายหญิงก็นอนหนุนตักฝ่ายชาย ส่วนฝ่ายชายก็มืออยู่ไม่สุขจับของสงวนของฝ่ายหญิง
ข้าพเ้าในวัย ๑๗ ไม่ได้สนใจบุหรี่มากนัก จักสูบเฉพาะตอนเครียดๆ ส่วนเื่แสดงบทรักนั้นข้าพเ้าไม่มีใครให้มาแสดงบทรักด้วยเพราะเป็โสด
ข้าพเ้าอยู่บริเวณสระว่ายน้ำ กำลังนอนบนเก้าอี้อาบแดด มีน้ำมะพร้าวปอกเปลือกทรงสี่เหลี่ยมปักหลอดแลตกแต่งด้วยกล้วยไม้ให้รับประทานอยู่เคียงข้าง บริเวณสระว่ายน้ำนี้มองเห็นทะเลชัดเจน ข้าพเ้าเห็นก๊อตเพื่อนของข้าพเ้ากำลังก่อปราสาททรายบริเวณชายหาดพัทยา
นอนบนเก้าอี้อาบแดดสักพักข้าพเ้าก็เดินออกไปจากบริเวณสระน้ำ มันมีทางเชื่อมซึ่งมีลักษณะเป็บาทวิถีมีหลังคากันฝน ทางนี้เชื่อมระหว่างสระว่ายน้ำกับเรือนนอน สองข้างทางเดินนี้เต็มไปด้วยพืชพรรณนานาชนิดที่ทางรีสอร์ตปลูกไว้ ทั้งลั่นทม ชวนชม ว่านหางจระเข้ ประตูเงินประตูทอง แก้ว พุดซ้อน เข็ม เฟื่องฟ้า บานบุรี โกศล แลกุหลาบชมพู ข้าพเ้าชอบกลิ่นของลั่นทม ดอกแก้ว มาก มันทำให้ข้าพเ้ารู้สึกผ่อนคลาย เสียดายรีสอร์ทน่าจักปลูกกุหลาบแดงด้วย เพราะข้าพเ้าก็ชอบกลิ่นของกุหลาบแดงเช่นกัน
ระหว่างที่ข้าพเ้ากำลังเดินขึ้นเรือนนอน ข้าพเ้าก็พบกับคีย์บอร์ดเครื่องหนึ่งตั้งวางอยู่ คีย์บอร์ดเครื่องนี้มีลักษณะประหลาดคือมีคันเกียร์ ๕ เกียร์แบบเกียร์กระปุก มีกุญแจให้สตาร์ทเครื่อง มีช่องสี่เหลี่ยมที่มีข้อความระบุว่า "ดีเซล" โอ้พระเ้า!!! นี่มันคือ "คีย์บอร์ดดีเซล" หรือนี่
ด้วยความมือบอน ข้าพเ้าเลยลองไปแตะอ้ายเ้าคีย์บอร์ดนั่นดู กุญแจถูกเสียบคาเอาไว้ ข้าพเ้าลองผิดลองถูกจนสามารถเปิดเครื่องได้ เสียงเครื่องยนต์ของมันดังพอๆ กับรถกระบะดีเซลเลยเทียว ราวๆ ๙๕ เดซิเบลเห็นจักได้ แลเมื่อข้าพเ้าลองเข้าเกียร์๑ ข้าพเ้าก็ใสุดขีด เมื่อคีย์บอร์ดที่ตั้งอยู่บนชั้นวางเกิดลอยได้ ที่คีย์บอร์ดมีปุ่มลูกศรบอกทิศทางสี่ทิศ ซ้าย ขวา ตรงไป ถอยหลัง ข้าพเ้าลองใช้มือขวากดปุ่มลูกศรที่ชี้ตรงไป ขณะที่มือซ้ายก็จับคีย์บอร์ดไว้ ยังผลให้คีย์บอร์ดลอยและเคลื่อนที่ไปข้างหน้าพร้อมทั้งลากข้าพเ้าไปด้วย ข้าพเ้าใสุดขีดเลยอุทานว่า
"ตายโหงแล้ว นี่คีย์บอร์ดผีสิงรึเปล่าวะ"
คราวนี้ข้าพเ้าลองกดปุ่มลูกศรที่ชี้ไปทางซ้ายดูบ้าง ปรากฏว่าคีย์บอร์ดก็ทำท่า "ซ้ายหัน"ทันที แลเมื่อข้าพเ้ากดปุ่มลูกศรชี้ไปทางขวา คีย์บอร์ดก็หันหน้าขวาหันทันที แต่แล้วเมื่อข้าพเ้าลองกดปุ่มลูกศรถอยหลัง กลับมือเสียงแจ้งเตือนคล้ายเสียงโปรแกรม error ในคอมพิวเตอร์ระบบปฏิบัติการวินโดว์ดังขึ้นมา
"ทึง!!!!!"
พร้อมข้อความว่า
"โปรดเข้าเกียร์ R”
คราวนี้ข้าพเ้าก็ถึงบางอ้อว่า ปุ่มลูกศรซึ่งแสดงทิศทางตรงไปนั้น ใช้กับเกียร์ ๑-๕ เท่านั้น เกียร์ R ใช้ไม่ได้ กลับกันปุ่มลูกศรซึ่งแสดงทิศทางถอยหลังจักใช้กับเกียร์ R เท่านั้น เกียร์ ๑-๕ ใช้ไม่ได้
นี่คงเป็คีย์บอร์ดรุ่นพิเศษที่ออกแบบให้คนเล่นคีย์บอร์ดสามารถเดินไปด้วยเล่นไปด้วยได้ ไม่ต้องยืนหรือนั่งอยู่กับที่แล้วเล่นมัน หนำซ้ำไม่ใช้ไฟฟ้า ๒๒๐ v แต่ใช้เชื้อเพลิงเป็แบตเตอรี่ขนาดเท่าแบตเตอรี่จักรยานยนต์แลน้ำมันดีเซล ส่วนเสียงดนตรีที่เล่นผ่านคีย์บอร์ดเครื่องนี้ก็เสียงใส ไพเราะ เสียงค่อนข้างมีความสมจริง แม้กระทั่งเสียงกลอง กล่าวได้ว่าถ้าใช้คีย์บอร์ดเครื่องนี้อัดเพลงแล้วล่ะก็ แม้แต่คนที่หูเทพมากๆ ก็มิอาจแยกได้ คงคิดว่าเป็การอัดกลองสดแน่แท้
น่าเสียดายที่ข้าพเ้ามิได้ฝันอะไรเกี่ยวกับ "คีย์บอร์ดดีเซล" นี้ต่อ ภาพแห่งความฝันตัดมาที่เช้าของอีกวัน ดูเหมือนว่าข้าพเ้าซึ่งตื่นจากการนอนหลับบนเรือนนอนชั้น๒ กำลังแย่งกันเข้าห้องน้ำกับเด็กคนอื่นๆ อยู่ แลดังที่ข้าพเ้ากล่าวแล้วว่าห้องน้ำมีชั้นละ ๔ ห้อง แต่คนที่อยู่บนอาคารนี้นับร้อยคน แลเพราะข้าพเ้า้ารีบอาบน้ำให้ทันเพลา เพราะในวันที่ ๒ นี้ คณะทัวร์จักเดินทางไปทัศนศึกษาที่เขาคิชฌกูฏกัน
ข้าพเ้าใคร่ขออภัยท่านผู้อ่านที่สนใจเื่ราวการท่องเที่ยวภาคตะวันออกครั้งนี้ เนื่องจากฝันของข้าพเ้าพลันจบลงเสียก่อน ในสิ้นเดือนมิถุนา ๒๕๖๗ เพลาสาย
จ๊ะ เสือไบ
๗ ก.ค. ๒๕๖๗