ตอนที่ 19 ความสง่างามที่ถูกลืมเลือน
ทุกคนโดยรอบลานประลองเบิกตาจนกลมกว้างตกตะลึงกับสิ่งที่บังเกิดเบี่ยงหน้า ผู้คนที่กล่าวดูถูกเหยียดหยามเล้งซานเมื่อครู่ราวกลับถูกแช่แข็งค้าง ร่างกายมิอาจขยับไปได้ชั่วขณะ
กรรมการทะยานร่างเข้าไปบนเวทีประลองทันที ตรวจสอบชีพจรของ จงเกียงฟานม่านตาของมันเบิกกว้าง ใ
'หมดสติทันทีเพียงหนึ่งฝ่ามือ ร้ายกาจนัก!!'
"จงเกียงฟานมิอาจสู้ต่อได้ ผู้ชนะคือ เล้งซาน แห่งหมู่บ้านเมฆาล่อง!!"
รอบเวทีนิ่งเงียบสงบราวกลับมิมีผู้ใดอยู่ ทันทีที่กรรมการประกาศราวกับเรียกสติของพวกมันขึ้น
"หนะ..หนะ..หนึ่งฝ่ามือเพียงหนึ่งฝ่ามือเท่านั้น!!"
"บัดซบ!!เ้านี่มันปกปิดฝีมือมาตลอดการแข่งเมื่อวาน"
"ร้ายกาจมากคู่ต่อสู้ลมปราณสูงกว่าถึง 3 ขั้นลมปราณและอยู่คนละระดับชั้นพลังเสียด้วยซ้ำไป กลับพ่ายใน ฝ่ามือเดียว!!"
หากบอกว่าเมื่อครู่มีแต่เสียงทับถม ดูถูกเล้งซาน อาจพูดได้ว่าเหมือนเื่โกหกเพราะตอนนี้เสียงที่ได้ยินกลับกลายเป็เสียงแห่งความตื่นตระหนกของผู้ชมโดยรอบ
เล้งซานปัดเสื้อผ้าเล็กน้อย สะบัดมือทั้งสองข้างมาไขว้ด้านหลังและเดินลงจากเวทีอย่างสง่างาม ก่อนหน้านี้ด้วยพลังลมปราณอันน้อยนิดบวกกับกริยาการแสดงที่มันกระทำ ทำให้ผู้คนโดยรอบลืมเลือนไปว่า
'บุรุษผู้นี้หล่อเหลามิเป็รองผู้ใด'
โครงสร้างร่างกายสมชายชาตรีรูปร่างสูงใหญ่ แต่สง่างาม แม้ผิวมิขาวมาก แต่ละเอียดเนียนดั่งอิสตรีตอนนี้มันเป็ที่จับตามองของสาวงามทั่วทั้งเมือง เมฆคราม!!
'คนผู้นี้แม้มีลมปราณชั้นสีม่วง แต่กระบวนท่าเฉียบคมไม่มีการขยับท่วงท่าเกินความจำเป็แม้แต่น้อย เรามั่นใจว่าเมื่อครู่มันยังเก็บซ่อนวรยุทธไว้อย่างแเี'
อี้หลงหวังคาดเดาและมองเล้งซานมิวางตา
"ฮ่าๆๆๆต้องอย่างนี้สิ" เซี่ยวหลินหลุน ยืนขึ้นพร้อมปรบมือด้วยความดีใจ
"เชิญคู่ที่สองเข้าประลองได้ซูกวนเปียว แห่งพรรคป้อมอัคคี ปะทะ ตี้หลงกวน แห่งตระกูลตี้ " กรรมการประกาศบนเวที
เล้งซานหลี่ตามองเล็กน้อย
'บุตรชายคนโตของผู้นำพรรคป้อมอัคคีที่ชุนเกียงตู้เล่าให้ฟังเมื่อคราวก่อน ชื่อ ซูกวนหยู ส่วนเ้า ซูกวนเปียวผู้นี้เป็น้องชายแท้ๆของมัน ดีล่ะ!! ข้าจะเอาใจช่วยให้เ้าผ่านรอบนี้ไปให้ได้และรอบต่อไปข้าจะขยี้เ้าเพื่อเป็ของกำนัลไปสู่ ซูกวนหยู!!'
เมื่อเริ่มการประลองก็เป็ไปตามคาด ซูกวนเปียว สมแล้วที่เป็บุตรคนที่สองของผู้นำพรรคใหญ่ในเมืองนี้มันเอาชนะ ตี้หลงหวนกวนอย่างง่ายดาย ในสิบกระบวนท่าจากนั้นการประลองก็ผ่านไปเรื่อยๆจบครบทั้ง 8 คู่
"ข้าขอประกาศผู้ผ่านเข้ารอบ ในรอบ 8 คนสุดท้าย
เล้งซานแห่งหมู่บ้านเมฆาล่อง ปะทะ ซูกวนเปียว แห่งพรรคป้อมอัคคี
กวนซังเทียนแห่งพรรคพิรุณ ปะทะ เซี่ยวหลินเจิน แห่งตระกูลเซี่ยวหลิน
จางจี่เทียนแห่งพรรคกระบี่เหิน ปะทะ ลี้เอียง แห่งพรรคป้อมอัคคี
เซี่ยวหลินจาง แห่งตระกูลเซี่ยวหลินปะทะ อี้หลงหวัง แห่งพรรคกระบี่เหิน"
"เล้งซานและ ซูกวนเปียว ขึ้นเวทีได้" กรรมการประกาศ
เล้งซานค่อยๆเดินขึ้นมาบนเวทีมือทั้งสองยังคงไขว่หลังท่าทางสง่ามากเมื่อขึ้นมามันพบสายตาที่ปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างท่วมท้นแน่นอนว่ามันคือ ซูกวนเปียว!!มันปล่อยออร่าพลังลมปราณสีครามขั้นที่ 5 กระจายออกมา เล้งซานขมวดคิ้วขึ้นทันที
'มันคิดสังหารข้า!!' เล้งซานหรี่ตาเล็กน้อย พร้อมแสยะยิ้มบางๆ
"เล้งซานข้าและเ้ามิได้มีเื่บาดหมางกัน แต่ทว่า นับว่าเป็คราวซวยของเ้าที่มาเป็ตัวแทนของหมู่บ้านเมฆาล่อง!!"
"โอ๊วววววนายน้อยพรรคป้อมอัคคีอันยิ่งใหญ่ ผิดสิ่งใดหรือที่ข้าเป็ตัวแทนหมู่บ้านเมฆาล่อง??"
"เ้าสวะ!!อย่ามาแกล้งมิรู้มิชี้กับข้ารอบที่ผ่านมาอย่าได้ใจกับชัยชนะที่ได้จากหมู่บ้านเล็กๆพรรค์นั้นข้าจะสั่งสอนให้เ้ารู้ว่าแผ่นฟ้านั้นสูงเพียงใด!!"
"หืม?แผ่นฟ้าสูงเพียงใด? ข้ามิเห็นอยากรู้แต่สิ่งที่ข้าอยากรู้คือ หากผู้ใดถูกสวะบดขยี้ทุกคนจะเรียกมันว่าตัวอะไรกัน!!"
เล้งซานเปิดใช้วิชาตัวเบา ิญญาั และหายตัวไปจากสายตาผู้คนทันที!!
หมัดขวาที่อัดลมปราณม่วงขั้นที่9 พลังเต็มสิบส่วนกระแทกเข้าใส่ท้องน้อยของ ซูกวนเปียว อย่างจัง!!โดยที่มันยังมิได้โคจรปราณคุ้มกันใดๆได้ทันเสียด้วยซ้ำ!!
ตรึ้มมมมมมมมมม!!
"อ๊ากกกกกกกก!!"
เสียงร้องของซูกวนเปียว ดังลั่นรอบเวทีประลอง พร้อมร่างที่ลอยขึ้นฟ้าสูงมิต่ำกว่า 5 เมตรแต่ทันทีที่ร่างกำลังจะโรยล่วงสู่พื้นเวทีกลับมีมือที่เย็นะเืราวกับมือมัจจุราช จับขว้าไว้ที่ลำคอของ ซูกวนเปียวอย่างแม่นยำ เล้งซานปล่อยจิตสังหารออกมาอย่างเต็มเปี่ยม ร่างของซูกวนเปียวสั่นสะท้าน มิใช่เพราะอาการาเ็แต่อย่างใด แต่มันสั่นเพราะจิตคุมคามที่น่ากลัวถาโถมเข้าไปในจิตใจราวกับคลื่นสมุทรม่านตาของซูกวนเปียวเบิกกว้าง กางเกงของมันเริ่มจะเปียกแฉะจากนั้นน้ำสีเหลืองก็ไหลนองทั่วพื้นเวที!!
"โอ๊วววววนายน้อยแห่งพรรคป้อมอัคคีอันยิ่งใหญ่ไฉนท่านปัจสาวะเรี่ยราดต่อหน้าชาวเมืองเช่นนี้เล่า?"
ผู้คนโดยรอบเวทีตกตะลึงกลับภาพที่ปรากฏบนเวทีประลองพวกมันมิกล้ากระทั่งกลืนน้ำลายตัวเองบริเวณผู้คนที่อยู่หน้าสุดของเวทีล้วนััได้ถึงจิตสังหารอันท่วมท้นแผ่นหลังของพวกมันเปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อที่ไหลมิต่างจากน้ำ
"ความจริงข้าเพียงคิดสั่งสอนเ้าเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่เ้ากลับคิดสังหารข้า อย่าโทษว่าข้าเหี้ยมก็แล้วกัน!!"
เล้งซานมิได้กล่าวเสียงดังมันพูดเบาๆเพื่อให้ได้ยินเพียง ซูกวนเปียวเท่านั้น
มือซ้ายที่ขว้าคอซูกวนเปียว ยกสูงขึ้นเล็กน้อย เล้งซานยกมือขวาขึ้นมาพร้อมโคจรพลัง
' 5 กระบวนตระกูลเล้งกระบวนที่ 3 ัพิษ!!'
เล้งซานเคลื่อนมือขวามาทาบลงไปที่ท้องของซูกวนเปียวเบาๆ
"อ๊ากกกกกกกกก!!"เสียงของซูกวนเปียวร้องอย่างโหยหวนอีกครั้ง ปลายนิ้วมือและเท้าต่างเหยียดเกร็ง ทั่วทั้งสรรพางค์กายสะทกสะท้านด้วยเคลื่อนพลังลมปราณสายหนึ่งที่แทรกซึมเข้าผ่านร่างเสียงโหยหวยของซูกวนเปียวทำให้ผู้คนรอบเวที ถึงกับสั่นงันงกปากฉีกเบิกกว้างตกตะลึงถึงขีดสุด
เล้งซานฉีกยิ้มอ่อนๆแต่แววตาของมันเปลี่ยนดังสัตว์ร้ายที่คร่าชีวิตเหยื่อไปเรียบร้อยแล้วจากนั้นมันสะบัดแขนซ้ายเหวี่ยงร่างของ ซูกวนเปียว ลงไปด้านล่างเวที
เสวียนอู่จินฉานที่เป็กรรมการชี้ขาดรีบทะยานร่างมาดูอาการของ ซูกวนเปียว ในทันที!!
หลังจากจับชีพจรเสวียนอู่จินฉาน ม่านตาเบิกกว้างกลมโตแทบถลนออกมามันเหลือบหันไปมองเล้งซานในฉับพลัน!!
'ชีพจรและเส้นลมปราณถูกลมปราณอีกสายที่แหลมคมแทรกซึมเข้าไป ตัดขาดสะบั้นทั่วร่าง พิการโดยสมบูรณ์!!วิชานี้ร้ายกาจ และเหี้ยมโหดนัก เ้าเด็กนี่มันเป็คนจากสำนักใดข้ามิเคยเห็นวิชาเช่นนี้เลยตลอดอายุข้า'
"ซูกวนเปียวหมดสภาพมิอาจสู้ต่อได้ เล้งซานเป็ฝ่ายชนะ!!" เสวียนอู่จินฉานประกาศดังทั่วเวทีประลองด้วยตนเองแทนกรรมการบนเวที
ข้างเวทีประลองโดยรอบเกิดเสียงดังกระหึ่มขึ้นพร้อมกัน!!
"จะ...จะ...เ้านั่นมันเป็ใครกัน!!มันหยิบยื่นความพ่ายแพ้ให้นายน้อยพรรคป้อมอัคคี ในชั่วเวลามิถึง สิบลมหายใจ"
"มันขยี้ซูกวนเปียวโดยสมบูรณ์!!"
"จิตสังหารมันน่ากลัวเกินไปแล้ว!!"
เล้งซานยังคงเดินลงจากเวทีอย่างสง่างาม แต่ใบหน้าขมวดคิ้วเล็กน้อย
'ข้าทำนายน้อยพรรคป้อมอัคคีลงจากเตียงเองมิได้ตลอดชีวิตพวกมันย่อมมิปล่อยข้าไว้แน่หลังจบการประลองเห็นทีข้าจำเป็ต้องชนะเลิศเพื่อให้ได้รับการคุ้มครองจากคนในเมืองเมฆความเสียแล้ว'