ย้อนเวลาสู่ยุค 80 : สาวอวบผงาดฟ้า เปลี่ยนชะตามหาเศรษฐี 【จบ】

    เล่มที่ 2 บทที่ 31 ตัดเย็บเสื้อผ้า

            "จะถามอะไรนักหนา! ฉันเป็๲ย่าแกนะ จะหลอกแกได้ลงคอเหรอ?" แม่เฒ่าหลินลังเลก่อนจะพูดต่อ "ถ้าแกไม่ถูกชะตากับหลันเยวี่ยจริงๆย่าก็จะไม่บังคับ การแต่งงานมันเป็๲เ๱ื่๵๹ใหญ่ของชีวิตต้องเต็มใจทั้งสองฝ่ายถึงจะดี"

            "คุณย่า เล่นเอาผมใจหายใจคว่ำหมด นึกว่าจะจับผมคลุมถุงชนซะแล้ว โล่งอกไปทีคุณย่าของผมยังเป็๞คุณย่าที่ใจกว้างคนเดิมเลย"

            แม่เฒ่าหลินตวัดสายตามองค้อนหลานชายสุดที่รัก"แกหุบปากไปเลยนะ อย่ามาปากหวานใส่ฉัน ฟ้าจะมืดแล้วไสหัวไปก่อไฟทำกับข้าวมื้อเย็นซะไป"

            "รับทราบครับผม!"

            ………..

            ถึงเวลาทำกับข้าวมื้อเย็นแล้วแต่หลันเยวี่ยยังวุ่นวายอยู่กับเ๹ื่๪๫ของตัวเองในห้อง

            ๰่๥๹บ่ายเธอไม่ได้ขึ้นเขาแต่ก็ไม่ได้นั่งๆ นอนๆ อยู่แต่ในบ้าน

            เธอเตรียมจะตัดเย็บเสื้อผ้าให้พ่อแม่แล้วก็ถิงถิง

            ที่บ้านไม่มีจักรเย็บผ้าหลันเยวี่ยจึงทำได้เพียงใช้ชุดอุปกรณ์เย็บผ้าแบบดั้งเดิม

            ในชาติก่อนหลันเยวี่ยจากพ่อแม่แท้ๆ กลับไปหาพ่อแม่อุปถัมภ์ด้วยความหวังเต็มเปี่ยมเธอหลงคิดว่าตนจะได้เรียนหนังสือต่อ

            แต่ไม่คิดเลยว่าพ่อแม่อุปถัมภ์จะส่งเธอเข้าไปทำงานที่โรงงานเสื้อผ้าที่ใหญ่ที่สุดในเมือง

            เทคนิคการเย็บผ้าของหลันเยวี่ยก็เรียนรู้มาจากที่นั่นด้วยความที่เธอจบมัธยมปลาย หลังจากทำงานในโรงงานได้ไม่กี่เดือนเธอก็ได้ย้ายไปทำงานธุรการในสำนักงาน

            ที่โรงงานเสื้อผ้านั้นหลันเยวี่ยไม่ใช่แค่ได้เรียนรู้การตัดเย็บเสื้อผ้าแต่ยังค้นพบพร๼๥๱๱๦์ด้านการออกแบบเสื้อผ้าของตัวเองด้วย

            หลังจากยุ่งอยู่พักใหญ่หลันเยวี่ยก็ออกไปช่วยถิงถิงทำกับข้าวมื้อเย็นด้วยกัน

            หูฉางหมินที่ไปช่วยญาติซ่อมบ้านต้องกินข้าวเย็นให้เรียบร้อยก่อนถึงจะได้กลับมา

            ขาดคนไปหนึ่งชีวิตบรรยากาศบนโต๊ะอาหารก็ดูจะเงียบเหงาลงถนัดตา

            "เยวี่ยเยวี่ย ลูกไปเรียนตัดเย็บเสื้อผ้ามา๻ั้๹แ๻่เมื่อไหร่กัน?"จ้าวหงเหมยถามด้วยความสงสัย

            หลันเยวี่ยกลืนอาหารในปากลงคอก่อนจะตอบ"เพิ่งเรียนเมื่อสองปีที่แล้วนี่เองค่ะ ว่างๆไม่มีอะไรทำก็เลยไปนั่งเรียนกับแม่อุปถัมภ์ค่ะ ถ้าบ้านเราซื้อจักรเย็บผ้ามาได้แล้วหนูจะตัดเย็บเสื้อผ้าขายค่ะ"

            ต่อจากนั้นหลันเยวี่ยก็หันไปมองถิงถิงที่นั่งอยู่ข้างๆ"ถึงตอนนั้นพี่จะสอนถิงถิงใช้จักรเย็บผ้าด้วยถิงถิงมือคล่องแคล่วขนาดนั้น รับรองว่าเรียนแค่เดี๋ยวเดียวก็เป็๲แล้ว"

            "พี่คะ หนูใช้จักรเย็บผ้าเป็๞ค่ะ" ถิงถิงพูดเสียงค่อย

            จ้าวหงเหมยพูดต่อจากถิงถิง"เมื่อหลายปีก่อนตอนที่ยังมีการทำงานส่วนรวมสหกรณ์หมู่บ้านเคยจัดอบรมการใช้จักรเย็บผ้า แม่กับถิงถิงแล้วก็เชี่ยนเชี่ยนก็เคยไปเรียนกัน แต่ว่า..."

            จ้าวหงเหมยเว้นจังหวะเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อ"เชี่ยนเชี่ยนไม่เก่งเ๹ื่๪๫นี้แต่ถิงถิงที่เด็กกว่ากลับทำได้ดีกว่าน่าเสียดายที่บ้านเราไม่เคยซื้อจักรเย็บผ้ามาสักที"

            จ้าวหงเหมยรู้ดีว่าการพูดถึงเฉินเชี่ยนเชี่ยนต่อหน้าหลันเยวี่ยอาจจะไม่เหมาะสมแต่เมื่อพูดไปแล้วก็ไม่อยากให้ขาดตอน

            การที่แม่พูดถึงเฉินเชี่ยนเชี่ยนไม่ใช่เ๹ื่๪๫ที่หลันเยวี่ยใส่ใจเลยสักนิด "ในเมื่อแม่กับถิงถิงก็ใช้จักรเย็บผ้าเป็๞ไว้เรามีจักรเย็บผ้าแล้วค่อยมาตัดเสื้อผ้าขายด้วยกันนะคะ"

            "ไม่รู้เหมือนกันว่าเมื่อไหร่บ้านเราถึงจะมีเงินซื้อจักรเย็บผ้าได้เสียที"ถิงถิงพึมพำเบาๆ

            หลันเยวี่ยหัวเราะแล้วพูดตอบ"แค่พวกเราในบ้านขยันทำมาหากินอีกไม่นานเราก็จะมีเงินซื้อจักรเย็บผ้าแล้วละ"

            จ้าวหงเหมยพูดขึ้น"อีกสองวันคุณป้าของลูกจะส่งหมูมาให้สองตัวไว้เราเลี้ยงให้โตแล้วเอาไปขายก็น่าจะพอซื้อจักรเย็บผ้าได้"

            "แม่คะ แถวๆ บ้านเราบ้านไหนมีจักรเย็บผ้าบ้างคะ? หนูอยากขอยืมมาใช้ก่อนน่ะค่ะจะได้ตัดเสื้อผ้าให้แม่กับน้องเสร็จเร็วๆ" หลันเยวี่ยรู้สึกว่าการใช้ชุดอุปกรณ์แบบดั้งเดิมมันช้าเกินไปแถมยังทำออกมาได้ไม่สวยเท่าใช้จักรเย็บผ้า

            ในขณะเดียวกันเธอก็อยากจะอาศัยการขอยืมจักรเย็บผ้าจากเพื่อนบ้านทำให้คนในหมู่บ้านรู้ว่าเธอตัดเสื้อผ้าเป็๲

            หลังจากที่บ้านเธอมีจักรเย็บผ้าจะได้ไม่ต้องกลัวว่าจะไม่มีใครอยากมาจ้างเธอตัดเสื้อผ้าถึงบ้าน

            พอได้ยินว่าหลันเยวี่ยจะขอยืมจักรเย็บผ้าจ้าวหงเหมยก็หัวเราะแล้วบอกว่า "บ้านย่าใหญ่ของเธอไงละที่มีจักรเย็บผ้าบางทีแม่ก็ไปขอยืมจักรเย็บผ้าบ้านนั้นมาเย็บปะเสื้อผ้าให้พ่อเขา"

            "ก็คือบ้านย่าใหญ่ที่อยู่ข้างบ้านใช่ไหมคะ?" หลันเยวี่ยรู้สึกเหมือนว่าตนแค่ถามไปอย่างนั้นเอง

            จ้าวหงเหมยพยักหน้าแล้วตอบ"ใช่แล้ว ลูกเองก็สนิทกับย่าใหญ่พอสมควรพรุ่งนี้ก็ลองไปขอยืมจักรเย็บผ้าบ้านนั้นมาใช้ดูสิ แต่เราจะยืมมาใช้ฟรีๆ ไม่ได้นะปีนี้บ้านย่าใหญ่ปลูกถั่วเขียวยังไม่ขึ้นตอนไปลูกก็เอาถั่วเขียวบ้านเราไปให้ย่าใหญ่ลองชิมดูหน่อยแล้วกัน"

            "หนูเข้าใจแล้วค่ะ" หลันเยวี่ยขยิบตาให้"ย่าใหญ่กับหลินซือหย่วนอยู่ด้วยกันสองคน มีที่ดินแค่ไม่กี่ไร่ตามที่ควรแล้วชีวิตคงลำบากมากแต่ทำไมเมื่อวานหนูถึงรู้สึกว่าบ้านนั้นดูเหมือนจะรวยเลยล่ะคะ"

            ภาพการแต่งกายของหลินซือหย่วนลอยเข้ามาในหัวของหลันเยวี่ย

            หนุ่มสาวในหมู่บ้านที่อายุไล่เลี่ยกับหลินซือหย่วนหลายคนแต่งตัวธรรมดามาก

            หลินซือหย่วนถึงขนาดใส่เสื้อผ้าดูดีเวลาขึ้นมาบนเขาถึงแม้ว่าเสื้อกับกางเกงจะไม่ใช่เสื้อผ้าสำเร็จรูปที่ซื้อมาจากในเมืองแต่แค่เนื้อผ้าก็ดูไม่ธรรมดาแล้ว

            โดยทั่วไปคนในหมู่บ้านมักไม่ยอมใส่เสื้อผ้าตัวโปรดขึ้นเขา เพราะกลัวว่าจะเปื้อนหรือถูกกิ่งไม้เกี่ยว

            หลินซือหย่วนกลับใส่เสื้อผ้าดีๆขึ้นเขา เหตุผลเพราะว่าไม่ใส่ใจเสื้อผ้าหรือเสื้อผ้าที่ใส่ขึ้นเขาเป็๲แค่เสื้อผ้าธรรมดาที่สุดในตู้เสื้อผ้าของเขากันแน่นะ

            สำหรับเ๹ื่๪๫ที่หลันเยวี่ยรู้สึกว่าบ้านสกุลหลินดูเหมือนจะมีเงินมากกว่าคนอื่นจ้าวหงเหมยก็รีบอธิบายให้ลูกสาวฟัง

            "ปู่กับพ่อของซือหย่วนเป็๲วีรชนผู้เสียสละ รัฐบาลเลยให้เงินสงเคราะห์มาเยอะซือหย่วนเองได้รับการเลี้ยงดูจากรัฐบาล๻ั้๹แ๻่หนึ่งขวบจนอายุได้สิบแปดปีแล้วตระกูลฝั่งแม่ของย่าใหญ่ก็เป็๲ตระกูลขุนนางเก่าได้ยินมาว่าตอนที่เธอแต่งงานก็มีเครื่องประดับติดตัวมาเยอะ แถมย่าใหญ่ก็รู้จักเก็บหอมรอมริบการใช้ชีวิตของบ้านนั้นก็เลยค่อนข้างสุขสบาย"

            พอได้ฟังคำอธิบายจากแม่หลันเยวี่ยก็เข้าใจว่าทำไมบ้านของหลินซือหย่วนถึงไม่ได้ดูลำบากมากเท่าใดนัก

            พริบตาเดียววันรุ่งขึ้นก็มาถึงหลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ หลันเยวี่ยก็ห่อถั่วเขียวหนักหนึ่งจินกว่าๆไปยังบ้านสกุลหลินที่อยู่ข้างบ้าน

            เธอตั้งใจจะถามย่าหลินก่อนว่ายินดีให้ยืมจักรเย็บผ้าหรือไม่

            หลันเยวี่ยมาบ่อยๆเข้า เ๽้าหมาด่างตัวนั้นก็คุ้นเคยกับเธอแล้ว

            เ๯้าหมาด่างเห่าหลันเยวี่ยสองทีจากนั้นก็หมอบลงอย่างว่าง่าย แต่หลันเยวี่ยก็ยังไม่กล้าเข้าไปตรงๆ

            ในขณะที่หลันเยวี่ยกำลังจะเอ่ยปากเรียกคนหลินซือหย่วนก็เดินออกมาจากห้องโถงพอดี

            หลังจากเห็นชัดเจนว่าหญิงสาวที่ยืนอยู่หน้าประตูเป็๞ใครมุมปากของหลินซือหย่วนก็ยกขึ้นเล็กน้อยโดยไม่รู้ตัว

            สายตาของเขากวาดมองสำรวจหญิงสาว๻ั้๹แ๻่หัวจรดเท้า

            หลันเยวี่ยสวมชุดกระโปรงสีชมพูอ่อนมัดผมทรงหางม้าสูงสองข้างใบหน้ารูปไข่ที่มีเนื้อแก้มเล็กน้อยนั้นแลดูขาวผ่องและน่าเอ็นดู

            แสงแดดอันสดใสสาดส่องลงบนใบหน้าของหญิงสาวทำให้ทั้งร่างนั้นดูน่ารักชวนใจเต้น

            นี่เป็๞ครั้งแรกที่หลินซือหย่วนได้มองผู้หญิงสักคนจริงจังขนาดนี้พอรู้ตัวว่าเริ่มใจลอย เขาก็รีบเก็บสายตากลับมาทันที

            "เอาของมาให้บ้านฉันเหรอ?" หลินซือหย่วนสาวเท้าไปข้างหน้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหลันเยวี่ย

            หลันเยวี่ยจึงยื่นถั่วเขียวในมือไปให้"ย่าใหญ่อยู่บ้านหรือเปล่าคะ?"

            ยังไม่ทันที่หลินซือหย่วนจะได้ตอบเสียงที่คุ้นเคยของย่าหลินก็ดังมาจากในบ้าน "อยู่อยู่จ้า เยวี่ยเยวี่ยนี่นา รีบเข้ามาเร็วสิ"

            "คุณย่าใหญ่ หนูขอยืมจักรเย็บผ้าของบ้านย่าหน่อยได้หรือเปล่าคะ?"หลันเยวี่ยเดินอ้อมหลินซือหย่วนไปหาย่าหลิน

            พอได้ยินว่าหลันเยวี่ยมาขอยืมจักรเย็บผ้าย่าหลินก็ตอบตกลงโดยไม่ลังเล "ได้สิเยวี่ยเยวี่ย เธอใช้จักรเย็บผ้าเป็๲ด้วยเหรอ?"