ราชสถานศิลานครในเวลาเช้ามืด
“ท่านชาย! ท่านชายทันวาตื่นเร็ว”ทายาทหนุ่มแห่งศิลานครค่อยๆ ปรือตาขึ้นมองแล้วก็ต้องถึงกับผวาเฮือกเมื่อเห็นหญิงสาวในระยะประชิด
“เ้าเข้ามาได้ยังไง!” ดาวไม่สนใจคำท้วงใดรีบเข้าจู่โจมไปดึงมือคนหน้าตื่นให้ลุกนั่ง
“ช่วยบุหงาด้วยท่าน หมอหลวงอยู่ไหนเ้าคะ”
“ได้”
“..!..”
“แต่เ้าต้องลงไปจากตัวข้าก่อน” ดาวถึงกับผงะถอยนี่ตัวเองขึ้นไปนั่งอยู่บนท่อนขาของเขาั้แ่เมื่อไหร่กันคงเพราะว่ารีบนั่นแหละเพราะเมื่อครู่จู่ๆ ก็ต้องสะดุ้งตื่นเมื่อได้เสียงร้องครวญครางคล้ายมีใครได้รับความเ็ปพอรู้ว่าหาใช่คนอื่นคนไกล..บุหงานั่นเอง ก็เลยรีบร้อนมา
ไม่น่าเชื่อว่าอาการของบุหงาจะคล้ายกับถูก ‘ผึ้งนางเสือ’ ต่อย เพราะผึ้งนางเสื้อมักอาศัยในป่าลึกดิบชื้นพิษสงร้ายกาจขนาดล้มช้างตัวใหญ่ได้ภายในสามวัน ทำไมถึงมาอยู่แถวนี้ได้
หมอหลวงไคนิล เป็บิดาของผู้ดูแลชานิลและ นนิล ‘ไคนิล’ เป็หมอหลวงที่อารมณ์แสนบรรเจิด ความเจ็บป่วยหนักหนาอันเป็ที่วิตกของใครๆแต่สำหรับเขามันเป็เื่เล็กน้อย
“ฮ่าๆๆๆ โอ๊ยแค่ผึ้งต่อย ทำไมใตื่นเพียงนี้ท่าน”หมอหลวงหัวเราะร่าพลางอ้าปากหาวอย่างลืมตัว ดาวยื่นหน้ามาบอกเพิ่มเติม
“แต่ผึ้งนางเสือน่ะไม่ธรรมดานะหมอ พิษสงร้ายกาจอาจตายหากช้าถ้าไม่รีบผ่าเอาเหล็กในมันออกมาบุหงาต้องแย่แน่ๆ” หมอหลวงไคนิลชะงักตาค้าง มองหญิงสาวที่โผล่หน้ามาจากทางด้านหลังชายสูงศักดิ์ตาเขม็ง
“ห๊า! ผึ้งนางเสือรึ ตายล่ะ เอ้าๆอยู่ไหนล่ะรีบพาไปเร็ว”
“ทางนี้หมอหลวง เร็วเข้า” ดาวกุลีกุจอจะพาไปแต่อีกฝ่ายกลับรั้งตนเองไว้
“อ้อ! เดี๋ยวๆ ข้าไปหยิบตำหรับยาก่อน”
“อยู่ไหนล่ะข้าจะช่วย”
“โน่นไง”
หมอหลวงไคนิลมือไม้กางอย่างร้อนรน หญิงสาวช่วยหมอหลวงจัดเตรียมความพร้อมอย่างชำนาญจนชายหนุ่มรู้สึกได้ว่านางคล่องแคล่วนักเื่ตัวยาต่างๆเป็พิเศษ ซึ่งปกติแล้วหญิงสาวทั่วไปจะไม่ค่อยมีความรู้ในด้านนี้
บุหงาได้รับการรักษาทันท่วงที แต่ก็ยังคงต้องคอยดูอาการอาจจะจับไข้หนักไปอีกสองสามวัน แค่นี้ก็สร้างความโล่งใจให้กับทุกคนโดยเฉพาะอย่างยิ่งหมอหลวงไคนิลคอยปาดหยาดเหงื่อที่ท่วมใบหน้าอยู่หลายหน
ทายาทหนุ่มเฝ้ามองหญิงสาวอย่างไม่วางตา เป็ไปอย่างที่ตนคิดไว้ไม่มีผิด..นางมีความรู้เื่ตัวยาดีเชียวล่ะขนาดสนทนาวิธีรักษาคนเจ็บได้อย่างต่อเนื่องไม่ติดขัดหรือสงสัยให้รำคาญใจหมอหลวงสักนิด
“วันนี้เจอคนเจ็บเอาการนักเชียว ค่อยถึงวิชาหมอหลวงของข้าหน่อย” เ้าตัวยังคงหยอกล้ออารมณ์ดี ผิดกับดาวที่ยังกังวลกับอาการของบุหงา
“เ้านี่เก่งนะ รู้ขนาดว่าเป็ผึ้งนางเสือต่อยหญิงนางนี้ ข้าล่ะทึ่งจริงๆรอบรู้เื่พิษร้ายและตัวยาจัดว่าเป็เลิศ ผิดกับเ้าพวกลูกมือหัวทื่อของข้านักเสี่ยมสอนเท่าไหร่ก็ไม่ค่อยจะจำ ว่าแต่..เ้าสนใจทำงานในราชสถานนี้ไหม”
คนฟังหน้าเหวอไปทันที กรอกตาวาวใส่ก่อนชำเลืองมองทางชายหนุ่มที่อมยิ้มเพียงนิดกับความไม่รู้ของหมอหลวงคนเก่ง
“ข้าเสนอต่อองค์ทายาทเลยดีกว่า ข้าชอบใจนางผู้นี้ท่าน เก่งๆอย่างนี้อย่าให้เสียโอกาสอันดีไปเชียว ร้อยวันพันปีจะมีสตรีที่รอบรู้เช่นนี้นะท่าน”
หญิงสาวอึ้งหนัก พูดอะไรไม่ออกแล้วทีนี้
“ว่าแต่เ้าเป็ลูกหลานผู้ใดกันรึ ทำไมข้าไม่เคยเห็นหน้าเ้าเลย”
“ข้าเป็ชาวเมืองอัครธานีน่ะท่านหมอ”
“มิน่าล่ะ ข้าถึงไม่คุ้นหน้า เอ..แล้วเ้ามาทำอะไรที่นี่”
“เอ่อ..” คนถูกถามเริ่มลำบากใจ เพราะอีกฝ่ายก็ได้แต่ยืนมองหน้านิ่ง
ไม่ช่วยกันเลยนะท่าน
“คือ..บิดาข้าเป็หมอน่ะ ถึงแม้จะไม่ได้อยู่สอนวิชาด้วยตนเองเพราะตายจากไปนานแล้วแต่ข้าก็ศึกษาจากตำราหลวงของบิดา ความรู้จึงตกทอดสืบมา” หมอหลวงไคนิลขมวดคิ้วหงอกเข้าหากัน
“ตำราหลวงรึ บิดาเ้าชื่ออะไร”พลางยื่นหน้าเหี่ยวย่นมาใกล้ “เพราะตำราหลวงน่ะมีแค่ในราชสถานเท่านั้น”
“นคินทร์” คนฟังตาเบิกโพลงและนิ่งงันราวถูกสาป ทำให้หญิงสาวเริ่มไม่เข้าใจว่าตัวเองพูดอะไรผิดหรือไปจี้จุดคนฟังเข้าตรงไหนเพราะยังไม่ได้บอกเลยว่ามาทำอะไรที่นี่
“ฮ่าๆๆๆๆ”
หมอหลวงไคนิละเิเสียงหัวเราะลั่นตบเข่าฉาดใหญ่อย่างถูกใจจนดาวผงะตัวหนี
“หมอหลวงนคินทร์แห่งอัครธานี โอ! ดีใจจริงที่ได้เจอลูกหลานของเขาข้าเป็เพื่อนสนิทกับบิดาเ้า” เท่านั้นคนฟังจึงได้เผยยิ้มแห้งออกมาก่อนจะชั่งใจว่าควรยินดีหรือไม่
หมอหลวงผู้นี้ดูแปลกคนพิลึก
ทายาททันวาเหยียดกายตรงหลังจากฟังคำสนทนาอยู่นานนี่นางเป็บุตรของคนในราชสถานหรอกหรือ มิน่าเล่ามารดาของนางถึงได้มีท่าทีนอบน้อมราวกับคุ้นเคยกับคนในราชสถานและเพิ่งนึกได้ว่าที่รู้สึกคุ้นหน้าพี่ชายของนางก็เพราะเคยร่วมการแข่งขันพุ่งหอกชัยในเทศกาลการละเล่นประจำปีเมื่อหลายปีก่อนนั่นเองอีกทั้งเ้ามิณเยศและท่านหญิงมุณาทัยที่ดูรักใคร่ห่วงใยนางนัก
“บุตรสาวหมอหลวงนคินทร์นั่นเอง ฮ่าๆๆๆๆ”
“ข้าก็เห็นดีด้วยนะหมอหลวงเ้าฝึกลูกมือมาหลายราย ยังไม่เห็นได้เื่พอจะยกขึ้นเป็ผู้ช่วยเ้าได้คราวนี้คงสมใจล่ะ หรือเ้าว่าอย่างไรดาว” คนเสนอแสร้งหันมาขอความเห็นอย่างมีเลศนัยดาวอดนึกหมั่นไส้เ้าของดวงตานิ่งลึกที่แฝงรอยเ้าเล่ห์ไว้ไม่ได้ ส่วนหมอหลวงไคนิลก็รู้สึกทะแม่งๆกับนามของหญิงสาว ‘ดาว’ มันคุ้นๆ หูชอบกล
“หากท่านไม่ขัดข้องข้า..ก็ยินดี” ทายาทหนุ่มเลิกคิ้วพอใจเมื่อหมอหลวงตอบรับ
“หมอหลวงไคนิลรับคำอนุญาตจากข้าข้าอนุญาตให้ท่านหญิงแห่งข้าเป็ผู้ช่วยของเ้า ณ บัดนี้เป็ต้นไป”
นั่น! นั่น! นั่น!
“ทะ..ท่านว่าอะไรนะ!”
“ก็ตามที่เ้าได้ยินนั่นล่ะ”หมอหลวงคนเก่งอ้าปากหวอตะลึงไปอีกรอบซึ่งก็ไม่รู้รอบที่เท่าไหร่แล้ว ดาวต้องลอบถอนใจเฮือก..นึกสังหรณ์ใจแล้วเชียว ท่านแกล้งแหย่หมอหลวงเข้าจนได้
หมอหลวงไคนิลกลับที่พักไปด้วยอาการมึนหนักที่ทายาททันวาอนุญาตให้หญิงสาวแปลกหน้าผู้เก่งกาจเื่ตัวยาทำงานในฐานะ‘ผู้ช่วยหมอหลวง’ ตามที่เ้าตัวเสนอ แล้วยังไงล่ะเนี่ย!
ทำไมหนอเ้าไคนิล..วันที่ท่านชายพานางมายังนครถึงไม่ไปรับท่านมัวแต่ห่วงเพาะบ่มตัวยาพันธุ์ใหม่อยู่ได้ แล้วก็เหนื่อยล้าจนหลับไป ไม่ได้เข้าร่วมงานเลี้ยงต้อนรับใน่เย็นอีก
เวรกรรมแท้!
ไคนิลเกาหัวแกรกๆ มายืนเงยหน้าเหี่ยวย่นมอง ‘ราชสถานส่วนใน’ อย่างอ่อนใจกับความเบาปัญญาตาไม่ถึงของตน
“แล้วใครที่ไหนล่ะหากไม่ใช่คนสูงศักดิ์จะได้มาพักในราชสถานส่วนในเช่นนี้”
ในภายภาคหน้าท่านหญิงแห่งองค์ทายาทก็จะอยู่ในฐานะ ‘นางเมืองแห่งศิลานคร’ ตนควรยินดีไหมนะ ได้ว่าที่นางเมืองมาเป็ผู้ช่วยน่ะ
ร่างท้วมขาวทำหน้ายับย่นเพิ่มริ้วรอยความชราเข้าไปอีกเดินดุ่มๆ โดยไม่สนใจทักทายผู้คนด้วยใบหน้ายิ้มแย้มดั่งเคย เพราะอาการปวดหัวจี๊ดกำเริบแถมคันๆ หัวพิกล
คงมีพญาเหาตัวใหญ่กินหัวเข้าให้แล้ว