ตอนที่ 12 ไม่ว่าจะทำอะไร ก็เป็ตัวปัญหาอันดับหนึ่ง
หลินจิ่วเหนียงมุ่งหน้าไปยังแหล่งน้ำท่ามกลางแสงจันทร์นวลด้วยสีหน้ามืดมน แม้จะบอกว่าเป็แหล่งน้ำ แต่มันก็เป็เพียงตาน้ำพุเล็ก ๆ ที่ผุดมาจากแหล่งเก็บน้ำใต้ดินขนาดใหญ่ลึกลงไป
สภาพแวดล้อมรอบน้ำพุขณะนี้ดูวุ่นวายเป็พิเศษ หญ้าโดยรอบเหมือนถูกเหยียบย่ำ มีร่องรอยของทั้งคนและสัตว์ป่า
ชิ้นส่วนของหมูป่าที่นางใช้ให้หลิวซื่อหลางไปทำความสะอาดถูกวางไว้เงียบ ๆ อยู่บนพื้นหญ้า
หลินจิ่วเหนียงหน้าตาบึ้งตึง นางก้มลงหยิบเนื้อบนพื้น ก่อนจะหันหลังเดินกลับไปทางกองไฟอย่างรวดเร็ว
เมื่อกลับมาอีกครั้ง มีดเปื้อนเืก็อยู่ในมือนางแล้ว
นางเดินไปสู่ป่าอันมืดมิดข้างหน้าด้วยสีหน้าโมโห เ้าบ้าหลิวซื่อหลางสร้างปัญหาให้นางอีกแล้ว
หากเขาหาเื่เอง ก็ไม่ควรสนใจเขา!
กรร กรร กรร...
เมื่อหลินจิ่วเหนียงรีบวิ่งตามเสียงนั้นมา นางก็เห็นหมาป่าตัวหนึ่งกำลังใช้ขาหน้าตะปบโคนต้นไม้ สายตาของมันจับจ้องไปบนต้นไม้ขณะส่งเสียงคำรามแ่เบา
แต่ทันทีที่นางมาถึง ดวงตาสีเขียวเรืองคู่นั้นก็เบนมาจ้องมองนาง และแยกเขี้ยวคมกริบน่าขนลุก
เมื่อหลิวซื่อหลางที่ตัวสั่นอยู่บนต้นไม้เห็นหลินจิ่วเหนียง ก็ะโด้วยความตื่นตระหนก “ท่านแม่ หนีเร็ว ปีนขึ้นต้นไม้ หมาป่าปีนต้นไม้ไม่ได้!”
แต่มันสายเกินไปแล้ว
เขาเห็นหมาป่าั์ตาสีเขียวเรืองรองกระโจนเข้าใส่หลินจิ่วเหนียง
“ท่านแม่!”
หลิวซื่อหลางกรีดร้องจนคอแทบแตก ในขณะเดียวกันก็รีบปีนลงจากต้นไม้ หยิบก้อนหินบนพื้น แล้วพุ่งเข้าหามันอย่างดุเดือด
เขามาที่นี่ก็เพื่อล่อหมาป่ามาตรงนี้ เพื่อให้แม่ปลอดภัย
แต่ตอนนี้...
ส่วนหลินจิ่วเหนียง หลังจากพบว่าเป็หมาป่า นางก็กำมีดทำครัวในมือแน่น ด้วยรู้ว่าหมาป่าดุร้ายเพียงใด ไม่ตายก็อย่าหมายว่ามันจะรามือ
ในขณะที่หมาป่ากระโจนเข้ามา หลินจิ่วเหนียงก็ไม่มีเวลาคิดอีกต่อไป นางเงื้อมีดทำครัววิ่งเข้าหามัน ในเมื่อไม่อาจหนีได้ทัน ทางออกเดียวในตอนนี้คือการฆ่า!
ไม่ว่าหมาป่าจะดุร้ายและมีไหวพริบเพียงใด มันก็ไม่อาจสู้กับนายพรานที่ฉลาดได้ และนางก็จะเป็นายพรานที่ฉลาดคนนั้น
ขณะที่กรงเล็บของหมาป่าเกือบจะตะปบคอของหลินจิ่วเหนียง มีดทำครัวในมือของหลินจิ่วเหนียงก็แทงหมาป่าพอดี
วู้ว!
หมาป่าดุร้ายกว่าเดิมเพราะถูกกระตุ้น มันเงยหน้าขึ้นสู่ท้องฟ้าแล้วส่งเสียงหอนเยือกเย็น จากนั้นรีบกระโจนไปหาหลินจิ่วเหนียงอีกครั้ง รอยยิ้มเย้ยหยันปรากฏบนใบหน้าของหลินจิ่วเหนียง ชาติที่แล้วนางฆ่าเป็ดไก่ แต่นางยังไม่เคยฆ่าหมาป่า ดังนั้นในชาตินี้ นางจะลองฆ่ามันดูสักครั้ง
นางยกมีดทำครัวขึ้นมาปกป้องบริเวณอกของนาง เมื่อหมาป่ากระโจนอีกครั้ง นางก็หงายหลังลงทันทีเพื่อหลีกเลี่ยงการโจมตีของหมาป่า แล้วแทงมีดในมือไปที่หน้าท้องของหมาป่าสุดแรง นางกะซวกเข้าไปจนมิด ก่อนงัดดึงขึ้น
เือุ่น ๆ พร้อมกลิ่นคาวชวนคลื่นเหียนราดลงบนหัวของนาง
เอ๋ง!
หมาป่าล้มลงกับพื้นพลางส่งเสียงคร่ำครวญโหยหวนด้วยความเ็ป จากนั้นก็เงียบไป
ครั้นหลิวซื่อหลางเพิ่งมาถึง เขาก็เห็นซากหมาป่าอยู่ห่างจากเขาไปสองก้าว เมื่อมองดูศพหมาป่า หลิวซื่อหลางก็หน้าซีด
ท่านแม่ ท่านแม่ฆ่าหมาป่า
หลินจิ่วเหนียงเช็ดเืหมาป่าบนใบหน้าด้วยสีหน้าขยะแขยง ให้ตายเถอะ สกปรกน่าสะอิดสะเอียนเสียจริง
นางลุกขึ้นจากพื้นอย่างรวดเร็ว แล้วลากซากหมาป่าด้วยสีหน้าเรียบเฉย หันหลังเดินกลับไปที่กองไฟ
เนื้อหมาป่าทั้งคาวและเหม็นสาบ ไม่อร่อยสักนิด แต่หนังหมาป่ากลับเป็ของล้ำค่ายิ่ง
เมื่อเห็นภาพนั้นใต้แสงจันทร์ หลิวซื่อหลางก็รู้สึกหนาวสั่นไปทั้งตัว และอดกลืนน้ำลายด้วยความสยดสยองไม่ได้ ตอนนี้แม่ของเขาดูเหมือนปีศาจกระหายเืที่คลานออกมาจากขุมนรก
แต่เมื่อเห็นว่านางกำลังลากซากหมาป่าออกไปโดยไม่พูดอะไร เขาก็รีบตามไปด้วยความตื่นตระหนก
เมื่อเห็นนางไม่สนใจเขาเลย เขาก็ตื่นใ
“ท่านแม่! ความ ความจริงข้าไม่ได้วิ่งเพ่นพ่านนะขอรับ”
“ข้า ข้าเห็นหมาป่า เลยกลัวว่าหมาป่าจะไปเจอท่านแม่ ดัง ดังนั้นข้าจึงวิ่งไปล่อหมาป่าให้ไปที่นั่นขอรับ”
หลินจิ่วเหนียงหยุดชะงัก แล้วหันกลับมามองเขาด้วยสีหน้าเรียบเฉย “แล้วอย่างไร? สละชีวิตเพื่อล่อหมาป่าออกไป คิดว่าจะทำให้ข้าซาบซึ้งใจมากงั้นหรือ? ข้าจะต้องร้องไห้ด้วยความซาบซึ้งในความกตัญญู กอดเ้าพลางร้องไห้อย่างขมขื่น บอกว่าเ้าเป็ลูกที่ดีของข้างั้นหรือ?”
สายตานางที่จ้องมองมา ทำให้หลิวซื่อหลางรู้สึกหายใจไม่ออก และส่ายหน้าโดยไม่รู้ตัว “ไม่ ไม่ใช่ขอรับ”
“ข้า... ข้าแค่อยากปกป้องท่านแม่ขอรับ!”
“สายไปแล้ว!” หลินจิ่วเหนียงพูดด้วยสีหน้าเ็า “ข้าไม่ใช่แม่ของพวกเ้าอีกต่อไปแล้ว ตั้งแต้ตอนที่พวกเ้าตกลงกันว่าจะส่งข้าไป 'ถ้ำทิ้งคนชรา' เ้ามาบอกว่า้าปกป้องข้าตอนนี้ เ้าไม่คิดว่ามันช่างน่าขันบ้างหรือ?”
“หลิวซื่อหลาง เ้าอายุสิบสามแล้ว เ้าควรรับผิดชอบต่อการกระทำของตัวเอง ไม่ใช่ว่าเ้าทำอะไรผิด แล้วข้าจะยกโทษให้เ้าโดยไม่มีเงื่อนไข ข้าแค่ให้เ้าอยู่ช่วยข้าทำงานที่นี่ เพราะข้าเห็นว่าเ้าน่าสงสาร อะไรกัน คิดหรือว่าข้าจะยกโทษให้เ้า?”
หลินจิ่วเหนียงหัวเราะเยาะ “อย่าคิดมากไปหน่อยเลย มันเป็ไปไม่ได้ อีกอย่างคือข้าไม่้าการปกป้องจากเ้า เมื่อต้องเผชิญกับเื่เช่นนี้”
หลังจากพูดจบ นางก็โยนซากหมาป่าไปทางเขา เพื่อให้เขาลากกลับไปและช่วยย่างเนื้อ ขณะที่นางไปยังสระน้ำเพื่อล้างเืหมาป่าบนตัวออก
ทั้งเืหมูและเืหมาป่ากลิ่นคาวรุนแรงทำให้นางอยากอาเจียน
หลังจากล้างตัวเรียบร้อยแล้ว นางก็พบว่าหลิวซื่อหลางกำลังจ้องมองเนื้อหมูป่าด้วยท่าทางงุนงง มีสีหน้าทำอะไรไม่ถูก
ช่างเปล่าประโยชน์จริง ๆ ทำอะไรไม่เป็สักอย่าง ตัวปัญหาอันดับหนึ่งชัดๆ
นางเอื้อมมือออกไปหยิบเนื้อมาหั่นเป็ชิ้นบาง ๆ อย่างรวดเร็ว จากนั้นใช้กิ่งไม้เสียบ แล้วจึงนำไปย่างไฟ
หลิวซื่อหลางรู้สึกละอายใจ เขาก้มหน้าลงและไม่กล้ามองหลินจิ่วเหนียง เพราะกลัวว่าจะเห็นแววรังเกียจในสายตามารดา เขาโง่เขลาจริง ๆ ทำอะไรไม่เป็สักอย่าง สมควรแล้วที่ท่านแม่จะไม่ชอบเขา
……
หลังจากกินหมูย่างแสนอร่อยจนอิ่มแล้ว หลินจิ่วเหนียงก็รู้สึกเหมือนนางได้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง
เมื่อมองไปยังป่าลึกอันมืดมิด เสียงร้องของสัตว์ร้ายก็เริ่มเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อย ๆ หันไปมองก็พบว่าหลิวซื่อหลางยังคงเลียมันหมูบนนิ้วอย่างเอร็ดอร่อย นางส่ายหน้าด้วยความรังเกียจ
นางลุกขึ้นทำความสะอาดบริเวณนี้อย่างรวดเร็ว หัวหมูและเครื่องในหมูถูกใส่ลงในกระบุงด้านหลัง ส่วนตัวหมูที่ถูกหั่นแยกชิ้นส่วนแล้วก็ถูกมัดด้วยเถาวัลย์ แล้วแขวนไว้บนแท่งไม้ใหญ่ เพื่อใช้ทำเป็คานใส่บ่าหามลงไป
สีหน้าของหลินจิ่วเหนียงเปลี่ยนเป็เ็า เมื่อนางได้ยินเสียงสัตว์ร้ายกำลังเข้ามาใกล้ “หลิวซื่อหลาง ในเมื่อกินอิ่มมีแรง ก็ได้เวลาทำงานแล้ว เ้าแบกตะกร้าบนหลังลงจากูเาได้แล้ว”
หลิวซื่อหลางตกตะลึง และมองไปรอบ ๆ โดยไม่รู้ตัว “ท่านแม่ ลงจากูเาตอนนี้อันตรายมาก...”
“ถ้าอย่างนั้นเ้าก็อยู่เป็อาหารสัตว์ที่นี่เถอะ!”
หลินจิ่วเหนียงขัดจังหวะเขา ก่อนจะเดินยกของลงจากูเาทันที
หลิวซื่อหลางตื่นตระหนก และรีบยกกระบุงสะพายหลังวิ่งตามนางไป
เช้าวันรุ่งขึ้น
บ้านของหลิวชิงเหอเต็มไปด้วยเสียงทะเลาะวิวาท
เสียงร้องไห้ ด่าทอและกรีดร้องที่ปะปนกันไป กลายเป็สภาพปกติของบ้านหลิวชิงเหอในปัจจุบัน คนที่ไม่้ารับรู้ปัญหาก็วิ่งออกไปข้างนอกทีละคน เหลือเพียงสตรีไม่กี่คนในบ้าน
หลี่ซิ่วเจวียนโกรธจัดจนตบหน้าหลิวซานนี “ดีแต่กินๆๆ อาหารนี่สำหรับหลิวจวินลูกชายของข้า แต่เ้ากลับแย่งอาหารมื้อกลางวันของเขาไป เชื่อหรือไม่ว่าข้าทุบตีเ้าให้ตายได้?”
“กรี๊ด!”
หลิวซานนีปิดหน้าพลางกรีดร้อง แล้วจ้องมองหลี่ซิ่วเจวียนด้วยความโกรธ “นี่คืออาหารที่เรานำมาจากบ้านของพวกเรา เหตุใดเราถึงกินมันไม่ได้ แล้วท่านกล้าดีอย่างไรมาทุบตีข้า!”
“ท่านย่า!” หลิวซานนีมองแม่เฒ่าหลิวที่กำลังกินข้าวอยู่ แล้วะโด้วยความโกรธว่า “นังผู้หญิงปากร้ายนั่นไม่ยอมให้อะไรข้ากินเลยเ้าค่ะ”
“เ้ากินไปแล้ว ก็แบ่งให้หลิวจวินกินบ้าง จะเป็อันใดไป?” แม่เฒ่าหลิวเหลือบมองนาง “ตราบใดที่เ้าไม่ตายเพราะความหิวโหย เ้าก็ยังจะอยากกินจนอิ่มอยู่อีกหรือ?”
หลิวซานนีหน้าแดงด้วยความโกรธ และกระทืบเท้าด้วยความโมโห “ท่านย่า ท่าน...”
“ถูกต้อง แม้แต่คนไร้ประโยชน์ก็ยังอยากกินเยอะ ระวังตัวไว้ให้ดีเถอะ” หลี่ซิ่วเจวียนหัวเราะเยาะ “หลิวซานนี อิ่มแล้วก็ไปทำงานแทนข้า หลังจากทำความสะอาดเล้าหมูแล้ว ก็ไปตัดหญ้าให้หมู แล้วเอากลับมาเป็อาหารให้หมู”
“ส่วนเ้า หลิวอู่นี ไปซักเสื้อผ้าทั้งหมดของครอบครัวให้ข้าหน่อย ถ้าซักผ้าไม่เสร็จ คืนนี้อย่าหวังว่าจะได้กินข้าวเย็น”
หลิวซานนีหมดความอดทน “ท่านสั่งให้เราสองพี่น้องทำงานบ้านทั้งหมด แล้วหลิวผิงกับคนอื่น ๆ เล่า พวกนางกำลังทำอะไรอยู่?”
แน่นอนว่าเมื่อก่อนงานบ้านเหล่านี้เคยเป็หน้าที่ของหลิวผิงและคนอื่น ๆ แล้วเหตุใดตอนนี้จึงปล่อยให้นางสองพี่น้องทำแทน?
..........................................................................................................................
สารจากผู้แปล
โหดสลัดจริงๆ จิ่วเหนียง ฆ่าหมาป่าด้วยมีดเล่มเดียว ถ้าบ้านตระกูลหลิวกับคนทั้งหมู่บ้านรู้วีรกรรมนี้จะทำหน้ายังไงกันนะ?
ไหหม่า(海馬)