เป็ไปตามคาดพวกเขาเริ่มให้ัักับหินพลังงานทีละคน
“ใช้มือแตะที่หินก้อนนี้แล้วทำใจให้สบายนะครับ หากใครทำให้หินมีปฏิกิริยาแม้แต่เพียงเล็กน้อยจะได้เป็ทหารฝึกหัดทันที” เ้าหน้าที่กล่าว
“แล้วถ้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นเลยล่ะ” คนที่ฉลาดหน่อยเริ่มถาม
“กลับบ้านได้เลยครับ” เ้าหน้าที่ยิ้ม
ทุกคนรู้สึกกังวลและตื่นเต้นในเวลาเดียวกัน พวกเขาไม่เข้าใจแม้แต่น้อยว่าทำไมการทดสอบถึงได้ดูไร้สาระขนาดนี้ แม้ว่าก้อนหินขรุขระจะสวยก็ตามแต่มันจะมีเหตุผลอะไรที่ทำให้มันเกิดปฏิกิริยา
คนแรกก้าวไปข้างหน้า เขาเป็ชายรูปร่างกำยำอายุประมาณ 22 ปี เขาใช้มือแตะที่หินพลังงานด้วยความกระวนกระวาย ผ่านไปเล็กน้อยก็ไม่เกิดอะไรขึ้นทำให้หัวใจของชายคนนี้ตกไปอยู่ตาตุ่ม
“เสียใจด้วยครับคุณไม่ผ่าน” เสียงของเ้าหน้าที่ทำให้เขาหน้าซีด และเดินจากไปอย่างเศร้าสร้อย
คนอื่นๆที่กังวลอยู่แล้วก็กังวลมากขึ้นไปอีก ชะตากรรมของพวกเขาขึ้นอยู่กับหินธรรมดาๆก้อนหนึ่ง มีหลายคนอยากโวยวายแต่ไม่กล้าปริปากออกมาเพราะทหารหน้าขรึมคอยยืนรักษาความสงบ ตอนที่พวกเขาได้ยินประกาศรับสมัครก็พากันคิดไปต่างๆนาๆว่าร่างกายต้องแข็งแรงบึกบึนถึงจะมีสิทธิ์ แต่ที่ไหนได้ร่างกายที่ฝึกมาแรมปีกลับไม่มีประโยชน์เลยแม้แต่น้อย
คนเดียวที่ยังคงใจเย็นได้คงมีแค่โจเท่านั้น บ้างครั้งเขาก็อ้าปากหาวทำเหมือนนี่ไม่ใช่เื่ของตน สิ่งที่เขากังวลมีเพียงสองเื่ อาหารกับที่นอน
ผ่านไปไม่นานนักโจก็สังเกตุเห็นคนที่ก้าวไปข้างหน้าเพื่อแตะหิน เป็เด็กหนุ่มอายุพอกับเขาและไม่เหมือนพวกบ้ากล้ามเ่าั้ ทันทีที่ใช้มือแตะหินพลังงานประกายไฟฟ้าโอบมือของชายหนุ่มคนนั้นทำให้เขารู้สึกใจนเผลอชักมือกลับ คนอื่นๆที่เห็นต่างตื่นตะลึงที่เห็นปรากฏการณ์แปลกประหลาดและพบว่ามือที่ถูกโอบด้วยไฟฟ้าไม่เป็อะไรแม้แต่น้อย
“ยินดีที่ได้ร่วมงานกันนะ” เ้าหน้าที่ชายวัยกลางคนเดินเข้ามายิ้มพร้อมกับต้อนรับอย่างอบอุ่น นี่ถือเป็ข่าวดีทีเดียว การปรากฏตัวของคนที่มีพลังจะทำให้มนุษยชาติก้าวไปอีกขั้น ยิ่งมีผู้มีพลังเยอะก็ยิ่งทำให้มนุษย์แข็งแกร่ง
ยกเว้นโจที่ไม่ได้มีท่าทางแปลกใจอะไร ส่วนใหญ่แล้วจำนวนคนที่มากมายขนาดนี้มาเข้าร่วมทดสอบก็ต้องมีคนจำหนึ่งที่มีพร์ปะปนกันอย่างแน่นอน
หินพลังงานไร้ธาตุข้อดีของมันคือรองรับทุกธาตุในร่างกายของสิ่งมีชีวิตเหมาะมากที่จะเอามาใช้ทดสอบ แต่ข้อเสียก็คือมันไม่มีพลังงานมากพอที่จะช่วยให้คนๆหนึ่งก้าวหน้า ต่างจากหินพลังงานที่มีธาตุเฉพาะเข้ากับผู้ใช้จะทำให้ความก้าวหน้าพราวพราดมากยิ่งขึ้น
เหตุการณ์เริ่มสงบลง หลังจากที่มีคนทำให้หินประหลาดเกิดปฏิกิริยาผู้คนจำนวนมากก็เริ่มมีความหวังขึ้นมาบ้างแล้วแต่ก็แฝงไปด้วยความกังวลไม่น้อย
ผู้ทดสอบ 20 คนไม่ใช้เวลาเพียงไม่นานก็มาถึงรอบของโจ เขาใช้พลังเล็กน้อยของธาตุไฟถ่ายเทไปในหินพลังงานก็เกิดเปลวไฟโอบมือของเขา สร้างความยินดีให้กับเ้าหน้าที่อีกครั้ง สรุปแล้ว 20 คนมีเพียง 2 คนเท่านั้นที่มีพร์นี่ถือเป็ตัวเลขที่เยอะมากเมื่อเทียบกับครั้งๆก่อนที่ไม่มีใครเลย
“ขอแสดงความยินดีด้วยนะ และยินดีต้อนรับสู่องค์กรโลกสมัยใหม่ พวกเราจะสำรวจอวกาศไปด้วยกัน” เ้าหน้าที่ยิ้มและกล่าวอย่างอบอุ่น
โจเลิกคิ้วเล็กน้อยกับคำพูดของเ้าหน้าที่ สำรวจอวกาศ? แล้วเื่ศัตรูล่ะพวกเขาไม่พูดอะไรเลยเหมือนกับว่าพวกเขาปิดเป็ความลับ แต่โจก็ไม่สนใจอะไรมากนักเพราะสุดท้ายแล้วยังไงพวกเขาก็ต้องบอกทีหลังอยู่ดีคงจะเป็เพราะเพิ่งเป็เด็กใหม่จึงยังไม่มีโอกาสไปแนวหน้าเลยไม่จำเป็ต้องรู้
หลังจากได้เข้าร่วมองค์กรโจก็ได้รับที่พักและเงินเดือน เขาโล่งใจไม่น้อยในที่สุดคืนนี้ก็จะได้มีที่ซุกหัวนอน แต่ปัญหาคือเขาหิวมาก กว่าจะได้เงินก็ต้องเดือนหน้า
เมื่อได้รับกุญแจที่พักแล้วเขาก็เอ่ยปากถามอย่างอายๆ “เอ่อ แล้วเื่อาหาร”
“ฮ่าๆ ไม่ต้องกังวลที่นี่มีสวัสดิการสำหรับทหารฝึกหัดทุกคน อาหารสามารถไปกินได้ที่โรงอาหาร ทุกอย่างฟรี” จากนั้นเขาก็บอกทางให้แก่ชายหนุ่ม ไม่รอช้าโจก็รีบไปโรงอาหารอย่างเร็ว
หลังจากซัดอาหารฟรีจนพุงกางแล้วเขาก็ผิวปากอย่างอารมณ์ดีเข้าห้องพักของตน
“ถือว่าดีสำหรับทหารฝึกหัด” โจพิจารณาห้องพัก แม้ว่ามันจะเป็ตึกสี่ชั้นและแบ่งเป็ห้องเหมือนคอนโดทว่ากลับหรูหรา โจไม่รู้หรอกว่านี่ถือว่าหรูยิ่งกว่าซื้อห้องคอนโดราคาแพงในเมืองใหญ่
ตอนที่เขายังอยู่ในสหพันธ์กาแลคซี่ ห้องที่เขาอาศัยอยู่เป็แค่ห้องสี่เหลี่ยมขนาด 5 ตารางเมตร เขาจึงคิดว่าห้องพักคอนโดของโลกถือว่าเอาใจทหารฝึกหัดเลยทีเดียว
คืนนั้นเขานอนหลับอย่างมีความสุขจนลืมความกังวลทั้งหมด
เช้าวันต่อมาเขาอาบน้ำแต่งตัวและตัดสินใจที่จะออกเดินเที่ยวเล่น องค์กรโลกสมัยใหม่มีพื้นที่มากมายมหาศาล เขาอยากเดินดูบ้านใหม่แห่งนี้เผื่อในอนาคตคิดไปไหนจะได้ไปถูกทาง
วันนี้ยังคงวุ่นวายเช่นเดิม หน้าทางเข้ายังคงเต็มไปด้วยผู้คนมากมายที่มาสมัครเป็ทหารฝึกหัดกัน ระหว่างทางเดินเล่นโจก็เห็นหนุ่มสาวคนอื่นๆที่ผ่านการทดสอบ บางคนเดินเล่นเหมือนเขา บางคนก็คุยกับเพื่อนหัวเราะเฮฮา บางคนก็อวดกันว่าตนเองมีพลังธาตุไหน โจแทบลืมความรู้สึกเ่าั้ที่พวกหนุ่มสาวมี ในสหพันธ์เขาต้องคิดแต่เื่ฝึกและต่อสู้ไม่มีบรรยากาศผ่อนคลายดั่งเช่นที่นี่
“อยู่ที่นี่อาจจะไม่แย่สักเท่าไร”
หลังจากเดินเล่นจนเบื่อแล้วเขาก็นั่งลงใต้ต้นไม้ต้นหนึ่ง มันเป็จุดที่ดีทีเดียวสามารถมองเห็นผู้คนหน้าทางเข้า เขาใช้มือกุมด้านหลังหัวแล้วพิงกับต้นไม้เหม่อมองความวุ่นวาย
ด้วยบรรยากาศที่ผ่อนคลายเขาค่อยๆหลับตาลง เขาไม่ได้หลับแต่อย่างใดแค่พักสายตาเท่านั้นทว่าจิตััยังคงแผ่ไปรอบๆราวกับมองเห็นด้วยตา
“ขอโทษนะคะ” เสียงไพเราะดังขึ้นมา ดวงตาของโจเปิดออกเต็มที่จากนั้นก็หรี่ตามองสาวสวยตรงหน้า เมื่อโดนจ้องแก้มหญิงสาวแดงขึ้นเล็กน้อย
โจมองหญิงสาวตรงหน้าราวกับมองของหายาก เพราะถึงแม้เขาจะหลับตาลงแต่จิตััยังคงแผ่ไปรอบๆทว่าเขากลับไม่สามารถััถึงตัวตนของเธอได้
“ผู้มีพลังว่างเปล่า” โจกล่าวเสียงเบา