สีหน้าของทุกคนแปรเปลี่ยนไปอย่างมาก หลี่ชางเย่ว์ตะโกนออกมา อย่างไรก็ตามการเคลื่อนไหวของเจียงเฉินรวดเร็วมาก ถึงแม้ว่ามีระดับการบ่มเพาะแก่นแท้มนุษย์ก็ยังเข้าไปหยุดเจียงเฉินไม่ทัน
ชิ้ง...!
ลำแสงที่อยู่บนนิ้วของเจียงเฉินนั้นได้วาดออกไปดั่งดาบที่คมกริบ หลี่ชางฮ่าวเองก็ตอบสนองรวดเร็วมากเช่นกัน เขาโยกตัวไปด้านข้างเพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการโดนผ่าครึ่ง ในขณะเดียวกันก็ได้ยกเฮยหลิงขึ้นมาป้องกันการโจมตี
แต่น่าเสียดาย มันช้าเกินไป
ฉัวะ...!
เสียงโดนฟันต่างได้ยินกัน ลำแสงดัชนีของเจียงเฉินได้ตัดไปยังข้อมือของหลี่ชางฮ่าว พลังหยวนของหลี่ชางฮ่าวไม่อาจต้านทานการโจมตีได้ การยกเฮยหลิงขึ้นมาป้องกันเองก็ช้าไปก้าวหนึ่ง ทำให้มือทั้งสองข้างของหลี่ชางฮ่าวได้ถูกตัดออก และได้ร่วงหล่นตกสู่พื้นพร้อมกับเฮยหลิง เลือดพุ่งออกจากบริเวณที่เคยเป็นมือของเขาราวกับน้ำพุ
อ๊ากกกกกกกกกกกก....!
ความเจ็บปวดจากข้อมือของเขานั้นทำให้เขาได้กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด แต่เจียงเฉินไม่เคยสนใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ เจียงเฉินยกแขนขึ้นเตรียมตบเขา
เพียะ..!
เสียงตบนั้นได้ยินถ้วนหน้า หลี่ชางฮ่าวได้ล้มคะมำลงบนพื้น
ตูม!
เจียงเฉินยกเท้าเหยียบลงบนใบหน้าของหลี่ชางฮ่าว และเขาก็ขยี้เท้าลงบนใบหน้าของหลี่ชางฮ่าว.......หลี่ชางฮ่าวที่อยู่ใต้เท้าเขานั้นไม่ว่าจะดิ้นรนสักแค่ไหนก็ไม่สามารถที่จะหนีไปไหนได้ เขาทำได้แค่เพียงส่งเสียงร้องโอดครวญไปด้วยความเจ็บปวด
เงียบสนิท.......... ทั่วทั้งบริเวณแห่งนี้เงียบสนิท ไม่มีใครคิดเลยว่าผลลัพธ์ที่ออกมามันจะลงเอยเช่นนี้ ผู้ใดจะคิดว่าคนที่มียุทธภัณฑ์ระดับต่ำอย่างหลี่ชางฮ่าวจะพ่ายแพ้เจียงเฉินในไม่กี่วินาที
ทุกคนกำลังพยายามที่จะทำความเข้าใจการเคลื่อนไหวของเจียงเฉินเมื่อครู่ ไม่มีผู้ใดมองออกว่าเจียงเฉินสามารถที่จะหลบการโจมตีที่ไม่อาจหลบเลี่ยงของหลี่ชางฮ่าวได้อย่างไร
"ปล่อยบุตรชายข้าซะ!"
ในที่สุดหลี่ชางเย่ว์ได้ตอบสนอง มันตะโกนอย่างมีเกรี้ยวกราดต่อเจียงเฉิน หากว่าบุตรชายของเขาไม่ได้อยู่ใต้เท้าเจียงเฉินและเจียงเฉินสามารถที่จะสังหารได้ทุกเวลา มิเช่นนั้นตอนนี้มันคงพุ่งเข้าไปฉีกเจียงเฉินเป็นชิ้นๆอย่างแน่นอน
ทุกคนจากตระกูลหลี่ต่างเดือดดาล พวกเขาไม่เคยคิดว่าเจียงเฉินแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ แม้แต่หลี่ชางฮ่าวที่อยู่ระดับฉีไห่ขั้นปลายและมียุทธภัณฑ์ระดับต่ำจะมาพ่ายแพ้แก่เขา มันช่างน่าสะพรึงกลัวยิ่งนัก
"ปล่อยมันงั้นเหรอ ? เจ้าล้อข้าเล่นหรือไม่?อย่าลืมสินี่มันการประลองชี้ตาย"
เจียงเฉินมองไปยังหลี่ชางเย่ว์ที่เป็นกังวลอยู่ด้วยรอยยิ้มเย้ย และขยี้เท้าลงบนหน้าหลี่ชางฮ่าวต่อ
"เจ้าสารเลวน้อย! หากเจ้ากล้าที่จะแตะต้องบุตรชายข้าอีกครั้งเดียว ข้าจะฉีกเจ้าเป็นชิ้นๆซะ"
หลี่ชางเย่ว์เกือบที่จะสูญเสียการควบคุมตัวเอง รอยแผลเป็นที่น่าเกลียดได้สั่นระริกไม่หยุดทำให้ดูน่ากลัวยิ่ง ตัวเขาได้สูญเสียบุตรชายไปแล้วคนหนึ่ง และหากว่าเขาสูญเสียอีกคนหนึ่งเขาอาจเป็นบ้าก็ได้ ที่สำคัญกว่านั้นหากหลี่ชางฮ่าวโดนฆ่าต่อหน้าเขานั้นเท่ากับว่าตบหน้าเขาต่อหน้าฝูงชน
"หลี่ชางเย่ว์นั้นโกรธซะแล้ว แต่ข้าคิดว่าพวกเขาตกลงกันก่อนหน้าแล้วว่านี่เป็นการต่อสู้จนตายไปข้างนึง"
"ข้าคาดเดาว่าเจียงเฉินไม่กล้าที่จะสังหารหลี่ชางฮ่าวหรอก ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะสังหารบุตรของหลี่ชางเย่ว์ต่อหน้าต่อตาเจ้าตัว"
"มันยากที่จะพูดนะ ข้าคิดว่าเจียงเฉินผู้นี้เป็นคนเหี้ยมโหด บางทีเขาอาจจะกล้าจริงๆก็เป็นได้ นอกจากนี้ทั้งสองตระกูลต่างเหมือนน้ำกับไฟ ถึงแม้เจียงเฉินจะปล่อยหลี่ชางฮ่าวไป หลี่ชางเย่ว์ก็ไม่ปล่อยเขาไปอยู่ดี"
.............................................................................................................
ทุกคนต่างพูดคุยกันและกระซิบกระซาบกันเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขามองไปยังเจียงเฉินด้วยอีกท่าทีหนึ่ง การต่อสู้ในวันนี้ทำให้เด็กหนุ่มไร้ชื่อผู้นี้ โด่งดังมีชื่อเสียงในเมืองชื่ออย่างแน่นอน
ไม่มีผู้ใดในตระกูลเยี่ยนพูดสิ่งใดออกมา สิ่งที่พวกเขาต้องการทำตอนนี้คือสนับสนุนเจียงเฉินและปกป้องเขา ยิ่งไปกว่านั้น หลังจากที่ได้รู้จักเจียงเฉินได้สองวัน พวกเขาได้รับรู้ว่าเจียงเฉินเป็นผู้ที่ยึดมั่นในความคิดของตน ไม่ว่าเขาจะต้องการที่จะสังหารหลี่ชางฮ่าวหรือไม่ ไม่มีทางที่พวกเขาเปลี่ยนการตัดสินใจของเจียงเฉินได้ แม้แต่คำขู่ของหลี่ชางเย่ว์ยังไม่ส่งผลต่อเขา
ในความจริงแล้วก็เป็นตามนั้น เขานั้นเคยเป็นถึงยอดนักบุญผู้ยิ่งใหญ่ที่สุดในใต้หล้า เขาไม่เคยเกรงกลัวต่อสิ่งใด คำขู่ของหลี่ชางเย่ว์ เจียงเฉินไม่ได้สนใจแม้แต่น้อย ในความเป็นจริงแล้วคำขู่ของหลี่ชางเย่ว์นั้นเหมือนผายลมเพียงเท่านั้น
เจียงเฉินไม่แม้จะไปมองหลี่ชางเย่ว์ที่โกรธจัด เท้าที่ขยี้หน้าของหลี่ชางฮ่าวอยู่ก็ได้เพิ่มแรงเข้าไปจนกระทั่งได้ยินเสียงร้าวออกมาจากกะโหลกของหลี่ชางฮ่าว เสียงเหมือนกระดูกแตก โลหิตได้ไหลอาบท่วมหน้าของหลี่ชางฮ่าว เสียงกรีดร้องอย่างน่ากลัวยิ่งขึ้น
"สารเลว! เจียงเฉิน ข้าจะถลกหนังเจ้าออกมาทั้งเป็น"
หลี่ชางเย่ว์ดั่งราชสีห์ที่กำลังมีโทสะ เขาโกรธเกรี้ยวอย่างมาก แต่เขาไม่กล้าที่จะพุ่งออกไป เขากลัวว่าเจียงเฉินจะฆ่าหลี่ชางฮ่าวทันทีหากว่าเขาพุ่งออกไป
"จะถลกหนังข้าทั้งเป็นรึ? ทำไมไม่ถลกหนังเจ้านี่ก่อนล่ะ?"
เจียงเฉินกระทืบลงบนพื้นอย่างแรงทำให้ เฮยหลิงปลิวกระเด็นขึ้นฟ้า และเขาคว้ามัน
"อืม ดาบนี่ก็ไม่ได้แย่เท่าไรนัก ถือซะว่าเป็นของรางวัลสำหรับการต่อสู้นี้ละกัน สำหรับหลี่ชางฮ่าว การประลองชี้ตายนั้นหมายความว่าต้องมีฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งตายถูกต้องไหม?"
เจียงเฉินพูดอย่างไร้อารมณ์ ปลายแหลมของเฮยหลิงสัมผัสคอของหลี่ชางฮ่าว
ความเย็นเฉียบจากปลายแหลมของดาบ ทำให้ทั่วทั้งร่างของหลี่ชางฮ่าวสั่นเทิ้ม ในตอนนี้เขาสัมผัสได้ชัดเจนว่าความตายกำลังมาเยือน
"ไม่นะ อย่า... อย่าฆ่าข้า"
หลี่ชางฮ่าวอ้อนวอนด้วยเสียงที่พูดแล้วฟังไม่ค่อยชัดนัก เขาไม่ได้อยากตาย เขาเป็นบุตรคนรองของตระกูลหลี่และเขายังเป็นอัจฉริยะที่หาตัวจับยากแห่งเมืองชื่ออีกด้วย เขายังมีอนาคตที่สดใส เขาจะมาตายตรงนี้ได้อย่างไร
"เจียงเฉิน เจ้ากล้าเรอะ?"
ราวกับว่ามีเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากจมูกของหลี่ชางเย่ว์
ผู้คนต่างกลั้นหายใจ คาดเดาได้ว่าเจียงเฉินกล้าที่จะสังหารหลี่ชางฮ่าวแน่นอน
"หลี่ชางเย่ว์ ได้ยินมาว่าเจ้ามีบุตรชายสามคนสินะ ข้าจะสังหารพวกมันไปก่อนสักสองละคนกัน"
ใบหน้าของเจียงเฉินดูเยือกเย็นและผ่อนคลาย แต่การกระทำของเขานั้นไร้ความปราณี เฮยหลิงได้แทงลงไปที่คอของหลี่ชางฮ่าว เลือดไหลพุ่งออกมา หลี่ชางฮ่าวชักกระตุกเพียงไม่กี่วินาทีและแน่นิ่งไป
ณ ที่แห่งนั้นเงียบสนิทในทันใด ดวงตาของหลี่ชางเย่ว์เบิกกว้างมองดูสิ่งที่เกิดขึ้นอย่างตกตะลึง...
"สวรรค์! เขาสังหารหลี่ชางฮ่าวจริงด้วย"
"ชายคนนี้โหดเหี้ยมนัก! เขาเป็นคนโหดเหี้ยมอำมหิตยิ่งนัก เขาฆ่าคนโดยไม่กะพริบตา"
"บุตรชายคนรองของตระกูลหลี่โดนสังหารในเมืองชื่อ ยิ่งไปกว่านั้นเขายังถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาของหลี่ชางเย่ว์ นี่มันบ้าไปแล้ว"
ทุกๆคนต่างตกตะลึงและจ้องมองไปยังเจียงเฉินที่ประดับด้วยรอยยิ้มสบายๆของเขา พวกเขาสูดหายใจเข้าลึกๆ ความกล้าของชายหนุ่มผู้นี้มิใช่น้อยๆ
"ว้ากกกกกกกกกกกกกก!"
ในที่สุดหลี่ชางเย่ว์ก็มีปฎิกิริยา มันแหงนหน้าขึ้นและคำรามอย่างบ้าคลั่ง เขากลายเป็นสัตว์ป่าที่กำลังคลั่ง พลังปราณของผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์แผ่ออกมาเหมือนคลื่นถาโถม ทุกๆคนต่างหายใจติดขัด ยิ่งคนที่ยืนใกล้ๆหลี่ชางเย่ว์ทรุดลงไปกระอักเลือด
มันโกรธแค้นอย่างมาก บุตรชายโดยสายเลือดของตนถูกสังหารตายต่อหน้าต่อตา ไม่ว่าเป็นใครก็คงทำเช่นเดียวกันกับเขา
"น้องเจียง ถอยกลับมาเร็วเข้า" เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นเตรียมพร้อมไว้แล้ว เมื่อหลี่ชางเย่ว์เคลื่อนไหว พวกเขาก็จะมาอยู่ด้านหน้าเจียงเฉิน
"หลีกไป!"
ดวงตาของหลี่ชางเย่ว์แดงก่ำ มันได้ซัดฝ่ามือออกไป พลังปราณของเยี่ยนเจิ้นอวิ๋นพวยพุ่งสู่สวรรค์ เขาได้ซัดฝ่ามือเข้าปะทะ
ปัง..!
อากาศโดยรอบของพวกเขาระเบิดออก ผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดแห่งเมืองชื่อทั้งสองกำลังปะทะกัน การปะทะกันของทั้งสองนั้นทำให้อากาศโดยรอบมีอุณหภูมิสูงขึ้น และผู้ที่ชมการต่อสู้ได้ถอยหลังออกไปทันที การต่อสู้ของผู้เชี่ยวชาญแก่นมนุษย์นั้นรุนแรงมาก ยิ่งใกล้พวกเขามากเท่าไรหากถูกลูกหลงขึ้นมา มันไม่ขำด้วย
เจียงเฉินยืนอยู่ที่เดิมด้วยท่าทีไม่แยแส พลังอันทรงพลังของหลี่ชางเย่ว์ไม่ได้ทำให้เขาหวาดกลัวแม้แต่น้อย เขานั้นมั่นคงดั่งภูเขา ราวกับว่าไม่ได้แยแสอะไรศัตรูแม้แต่น้อย
"เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นหลีกทางเดี๋ยวนี้! ตอนนี้เจ้าเด็กเปรตนี่มันสังหารบุตรชายข้าไปสองคนแล้ว ข้าจะถลกหนังมันทั้งเป็นวันนี้"
หลี่ชางเย่ว์คำรามอย่างเกรี้ยวกราด
"ฮึ่ม! หลี่ชางเย่ว์ เจ้านี่มันไร้ยางอายนัก ตามข้อตกลงการประลองชี้ตาย และบุตรชายเจ้าพ่ายแพ้ เจ้าต้องโทษว่าบุตรชายเจ้าที่มันอ่อนแอแล้วแส่หาเรื่องเอง ตัวเจ้าซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์กลับคิดจะลงมือต่อรุ่นเยาว์ที่เด็กกว่าเจ้ามาก เจ้าไม่สนใจชื่อเสียงของเจ้าแล้วสินะ"เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นแค่นเสียงเย็นชา แน่นอนว่าเขาจะไม่หลีกทางให้ เจียงเฉินผู้มีพระคุณของตระกูลเยี่ยน เขาได้ช่วยชีวิตเยี่ยนเฉินหยวี่เอาไว้ แม้เขาต้องเสียสละชีวิตของเขา เขาก็จะปกป้องเจียงเฉินด้วยทั้งหมดที่เขามี
"เยี่ยนเจิ้นอวิ๋น เจ้าจะหลีกทางหรือไม่หลีก! นี่เป็นเรื่องระหว่างตระกูลหลี่และเจ้าเด็กเวรนั่น ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลเยี่ยน"
หลี่ชางเย่ว์กำหมัดแน่น จนได้ยินเสียงดังแกร้ก..
"ปัญหาของเจียงเฉิน คือปัญหาของข้าเยี่ยนเจิ้นอวิ๋น หากเจ้าต้องการที่จะสู้ ข้าจะเป็นคู่ต่อสู้ให้เจ้า"เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นตัดสินใจอย่างแน่วแน่ เขาปลดปล่อยพลังปราณแก่นแท้มนุษย์ขั้นปลายออกมาแสดงให้เห็นว่าเขาจะปกป้องเจียงเฉินด้วยพลังทั้งหมดที่เขามี
"ดี....! ทุกคนลงมือสังหารเจียงเฉินซะ"
หลี่ชางเย่ว์ไม่สามารถหักห้ามความโกรธเขาได้อีกแล้ว เมื่อสั่งให้คนตระกูลหลี่ทั้งหมดลงมือ เขาก็ได้ซัดฝ่ามือใส่เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นอีกครั้ง
เมื่อคนของตระกูลหลี่เคลื่อนไหว ผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์ทั้งหกของเยี่ยนหยวี่โหรวเองก็เคลื่อนไหวด้วยเช่นกัน เคลื่อนไหวพร้อมกันไปอยู่ด้านหน้าตำแหน่งที่เจียงเฉินยืนอยู่
"ตระกูลเยี่ยนจะปกป้องเจียงเฉินด้วยทั้งหมดที่มี จะไม่มีผู้ใดสามารถแตะต้องเขาได้แม้แต่เส้นผมในขณะที่เขาอยู่ที่นี่"
เยี่ยนหงไท่ก็ปลดปล่อยพลังเช่นกัน มีคนออกมามากขึ้นเรื่อยๆจากเยี่ยนหยวี่โหรว มันนับได้ว่าร้ายแรงแล้วผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์ทั้งหก เป็นผู้เชี่ยวชาญที่แข็งแกร่งที่สุดของตระกูลเยี่ยน ตระกูลหลี่มากันไม่กี่คนถ้าพวกนั้นต้องการที่จะสู้กับเยี่ยนหยวี่โหรว เห็นได้ชัดว่าเป็นการสู้อยู่ฝ่ายเดียว
"เจียงเฉินไปทำอะไรให้ตระกูลเยี่ยนกัน ทำไมเหล่าผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์ทั้งหมดถึงได้ช่วยเหลือเขา"
"อาการของคุณหนูเยี่ยนอาจได้รับการรักษาแล้วก็ได้? ไม่สิ เป็นไปไม่ได้หรอก อาการของคุณหนูเยี่ยนนั้น ขนาดปรมาจารย์ทั้งหลายยังจนปัญญาเลย"
ไม่มีใครไม่ประหลาดใจ พวกเขาเริ่มคิดว่าเมื่อตระกูลเยี่ยนปกป้องเจียงเฉินขนาดนี้มันต้องมีสาเหตุสิ
ผู้คนจากตระกูลหลี่สีหน้าเริ่มเปลี่ยนไป แม้แต่หลี่ชางเย่ว์ก็หยุดโจมตีของมัน การที่ตระกูลเยี่ยนมีปกป้องเจียงเฉินถึงขนาดนี้ ไม่ใช่สิ่งที่เขาคาดคิดไว้
"เยี่ยนเจิ้นอวิ๋น เจ้าต้องการที่จะทำสงครามกับตระกูลหลี่ของข้าสินะ?"
หลี่ชางเย่ว์เป็นผู้มีชื่อเสียง ในขณะนี้เขาได้สติกลับคืนมาแล้ว
"ถ้าเจ้าต้องการทำสงคราม......ข้าก็พร้อมสนองให้เจ้า แต่ข้าคาดว่าเจ้าคงไม่อยากเห็นเมืองชื่อเป็นสนามรบหรอกนะ"
เยี่ยนเจิ้นอวิ๋นกล่าวออกมาโดยที่ไม่ได้ถอยให้แม้แต่น้อย
"ท่านผู้นำตระกูลขอรับ ข้าคิดว่าวันนี้ปล่อยมันไปก่อน ยังมีโอกาสอีกมากมายที่จะฆ่ามันได้ในอนาคต"
ผู้เชี่ยวชาญแก่นแท้มนุษย์คนหนึ่งได้กระซิบหลี่ชางเย่ว์ผ่านสัมผัสเทวะ ดูจากท่าทีของตระกูลเยี่ยนวันนี้ มันเป็นไปไม่ได้ที่จะสังหารเขาในวันนี้ นอกจากนั้นการประลองชี้ตายระหว่างหลี่ชางฮ่าวและเจียงเฉินก็ได้ตกลงกันไว้ก่อนหน้าด้วย
แววตาเกรี้ยวกราดของหลี่ชางเย่ว์จ้องมายังเจียงเฉินที่กำลังยืนยิ้มด้านหลังคนอื่นๆ เขามองดูร่างของหลี่ชางฮ่าวที่กองอยู่บนพื้นชุ่มไปด้วยเลือด แม้ว่าเขาจะไม่ต้องการที่จะปล่อยเจียงเฉินไปในวันนี้ก็ตาม เขาก็รู้ดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะสังหารเจียงเฉินตรงหน้าเยี่ยนหยวี่โหรว
"เจ้าหนู ข้าจะฉีกเจ้าให้เป็นชิ้นๆภายหลัง"
หลี่ชางเย่ว์กล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเย็นชา เขาหันกลังกลับไปพร้อมคนของเขาและศพของหลี่ชางฮ่าว
ผู้คนต่างถอนหายใจออกมา การต่อสู้ในวันนี้ หลี่ชางฮ่าวตายแล้ว และสูญเสียยุทธภัณฑ์ระดับต่ำไปอีกด้วย เป็นการสูญเสียสองต่อของตระกูลหลี่
นามของเจียงเฉินนั้นแพร่สะพัดไปทั่วเมืองชื่ออย่างรวดเร็ว
**************************************
โปรดติดตามตอนต่อไป...