เ้าหยางตัวสั่นงันงกอยู่ที่พื้นเมื่อมีขบวนอัญเชิญพระราชโองการมาถึงหน้าประตูจวน“รีบไปเชิญใต้เท้าฟ่านเข้ามาข้างในเร็วเข้า”
ฟ่านหลี่เจี๋ยเสนาบดีฝ่ายซ้ายเดินทางมาถึงเมืองชิงหลิวแต่เช้าชินอ๋องไปขอร้องให้เขาเดินทางมาเมืองนี้เพื่อช่วยท่านอ๋องเก้าทำงาน ใต้เท้าฟ่านจึงได้ตกปากรับคำสามีของน้องสาวออกมาดูสถานการณ์ที่ชิงหลิวเมื่อรู้ว่าเขาจะเดินทางมายังหัวเมืองสหายจอมจุ้น ‘จินวั่งซู่’ ก็ขอติดขบวนมาด้วยดีที่ภรรยาของเขามัวแต่วุ่นวายกับการเลี้ยงดูบุตรไม่เช่นนั้นงานนี้คงจะชวนปวดหัวมากยิ่งขึ้น สาส์นลับที่ถูกส่งไปจากชิงหลิวแจ้งสถานการณ์เบื้องต้นให้ฮ่องเต้ได้ทรงทราบชินอ๋องแจ้งเื่ราวและปัญหาทั้งหมดแล้วให้ฟ่านหลี่เจี๋ยออกเดินทางทันที
ยังมิได้อ่านราชโองการขบวนเสด็จของท่านอ๋องเก้าและพระชายาหานซู่ลี่ก็มาถึงหน้าจวนเ้าเมืองพอดีฟ่านหลี่เจี๋ยออกไปรับเสด็จท่านอ๋องเก้า ทันทีที่ได้สบตาท่านอ๋องเก้าฟ่านหลี่เจี๋ยรู้สึกเหมือนตนเองคุ้นเคยแววตานี้ยิ่งนักเพียงแต่นึกไม่ออกว่ามีความผิดปกติที่ใด?
“ใต้เท้าฟ่านขอบคุณที่เดินทางมาช่วยเหลืองานของข้า”เมื่อกวาดตามองไปเห็นจินวั่งซู่ผู้เป็ญาติฝ่ายมารดาของจวิ้นอ๋องิจิ้นเหอและเป็สหายสนิทของฟ่านหลี่เจี๋ยก็ทรงยิ้มเล็กน้อย“คุณชายจิน ดีจริงที่เ้ามาด้วย งานนี้คงราบรื่นขึ้นอีกมาก”
“ขอบพระทัยท่านอ๋อง” จินวั่งซู่ก็รู้สึกเช่นเดียวกับฟ่านหลี่เจี๋ยเหตุใดท่านอ๋องเก้าครั้งนี้จึงดูแปลกไปกว่าที่เคยพบ?
“มะหม่อมฉันมิรู้ว่าท่านอ๋องกับพระชายาจะเสด็จมาจึงยังมิได้เตรียมสถานที่ไว้ต้อนรับโปรดประทานอภัย”
ท่านอ๋องเก้าปรายตามองเ้าเมืองหยางลู่ด้วยยิ้มที่ชวนขนหัวลุก“ไม่เป็ไร ข้าพักที่โรงเตี๊ยมได้ วันนี้ให้คนเหมาเอาไว้แล้ว”ทรงหันไปทางฟ่านหลี่เจี๋ยและจินวั่งซู่“ข้าให้คนเตรียมห้องพักไว้ให้พวกเ้าทุกคนแล้ว ไปพักที่นั่นให้หมด”
“พะยะค่ะ”
คนทั้งจวนเ้าเมืองหยางล้วนถูกเกณฑ์ให้มานั่งคุกเข่าต่อหน้าท่านอ๋องเก้าและพระชายาเผิงฮูหยินเงยหน้าขึ้นเมื่อเห็นสองสามีภรรยาในอาภรณ์งดงามก็ถึงกับผงะ“พวกเ้าเป็พ่อค้าผ้ามิใช่หรือ?”
“เปิ่นหวางน่ะหรือ?มิได้ตั้งใจจะเป็พ่อค้าหรอกฮูหยิน แค่เพียงเอาผ้าบรรณาการออกมาค้าขายเพื่อใช้เงินเ่าั้บริจาคผู้ยากไร้นิดๆหน่อยๆ "
เผิงฮูหยินได้ยินเช่นนั้นก็ก้มหน้าตัวสั่นๆ“หม่อมฉันมีตาหามีแววไม่”
“มีแววหรือไม่มีก็รอฟังพระราชโองการก่อนเถิด”ท่านอ๋องผินพระพักตร์ไปทางฟ่านหลี่เจี๋ย “ใต้เท้าฟ่านอ่านราชโองการเถิด”
“พะยะค่ะ”
ฟ่านหลี่เจี๋ยกางม้วนพระราชโองการสีเหลืองสดออกท่านอ๋องเก้าและพระชายายืนประสานมือค้อมศีรษะพร้อมกันเนื้อความในพระราชโองการให้ท่านอ๋องเก้าเป็ผู้สำเร็จราชการแทนเพื่อลงโทษขุนนางที่ทำการทุจริตเงินพระราชทานและเสบียงหลวงในท้องที่เมืองชิงหลิวลงโทษก่อนถวายรายงานทีหลัง
“............จบราชโองการ”
สิ้นคำประกาศของฟ่านหลี่เจี๋ยหัวเข่าของเ้าเมืองหยางแทบจะจมลงไปในพื้นเนื้อความเช่นนี้มิใช่เป็การบอกว่าหากท่านอ๋องเก้า้าศีรษะคนผู้ใดย่อมได้ตามนั้นท่านอ๋องเก้าเป็อนุชาที่ได้รับความไว้วางใจผู้หนึ่งของฮ่องเต้ การเดินทางมาถึงเมืองชิงหลิวที่เป็เมืองเล็กแทบจะถูกกลืนอยู่ในหุบเขาอาจหมายถึง...... ‘มือปราบติงทำงานไม่สำเร็จงั้นรึ?เ้าหยวนช่วยผู้นั้นถูกฟันจนตกลงไปในหุบเหวไม่น่าจะรอดชีวิตแล้วนี่?ฮ่องเต้จะทรงทราบเื่นี้ได้อย่างไรกัน?’
“หยางลู่น้อมรับพระราชโองการ” เมื่อเ้าเมืองหยางเอื้อมมือไปรับม้วนพระราชโองการจากเสนาบดีฝ่ายซ้ายผู้มีชื่อเสียงเลื่องลือไปทั่วทุกหัวเมืองแล้วหัวใจแทบจะตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม
“ลากหยางลู่และคนในครอบครัวทุกคนไปขังคุกใต้ดินจนกว่าข้าจะสอบสวนคดีนี้เสร็จ” เสียงดังก้องกังวานไปทั่วทั้งห้องโถงนั้น เหล่าทหารด้านนอกวิ่งเข้ามาอีกนับร้อยลากบุรุษสตรีในเรือนทั้งหมดที่ร้องกันระงมให้ออกไปยังคุกที่ศาลาว่าการเมืองชิงหลิวหยางลู่เอาแต่ร่ำร้องขอความเป็ธรรม หยางเยียนสะบัดมือมิยอมให้ทหารเข้ากุมเผิงฮูหยินถึงกับเป็ลม นางคาดไม่ถึงว่าจะมีคนในราชวงศ์และขุนนางใหญ่จากเมืองหลวงเดินทางมาถึงที่นี่อิทธิพลและบารมีของสามีนางนั้นครอบงำเมืองชิงหลิวมานาน หยั่งรากลึกไปทุกระดับยากนักที่จะมีคนมาโค่นล้มเขาได้
“ฟ่านหลี่เจี๋ยเ้าไปเตรียมการเปิดศาลช่วยข้า”
“พะยะค่ะ”
ใต้เท้าฟ่านหันไปพยักหน้าให้กับคุณชายจินทั้งสองเร่งนำคนไปยังศาลาว่าการเพื่อเตรียมการเปิดศาลหลังจากตุลาการเซิ่งหายตัวไปเ้าเมืองหยางก็ถวายฎีกาเข้ไปในเมืองหลวงหวังแต่งตั้งคนของตนเองเข้ามาเป็ตุลาการแทนทว่ายังมิได้รับการวินิจฉัยฎีฏาดังกล่าว กลับได้พบกับท่านอ๋องเก้าเสียก่อน
เมื่อท่านอ๋องประทับที่โต๊ะตุลาการแล้วก็เบิกตัวครอบครัวเ้าเมืองหยางออกมาเมื่อถูกองครักษาลากตัวออกจากคุกใต้ดินหยางลู่ก็เอาแต่ะโร้องขอความเป็ธรรมเหมือนดังขามาท่านอ๋องเก้าปรามเขาด้วยสายตาดุดัน หยางลู่ก็คล้ายจะเข่าอ่อน
“หยางลู่หากเปิ่นหวางหนวกหูจะปะาเ้าเสียก่อนแล้วค่อยสอบสวนดีหรือไม่?”น้ำเสียงห้าวหาญกังวานนั้นทำให้หยางลู่ถึงกับเข่าอ่อน
“พระอาญามิพ้นเกล้าหม่อมฉันจะหุบปากแล้วพะยะค่ะ”
“ดี!”ท่านอ๋องเก้าหันไปทางคนในครอบครัวของเ้าเมืองหยาง“บัดนี้ครอบครัวของเ้าล้วนอยู่ที่นี่กันพร้อมหน้าทั้งเผิงฮูหยิน อนุหยง อนุเถาบุตรเขยและบุตรสาวทั้งสอง รวมทั้งสาวใช้คนสนิท อ้อ!ยังขาดคนสำคัญอีก”
ฟ่านหลี่เจี๋ยลุกขึ้นประสานมือคารวะ“หม่อมฉันไปจับกุมพวกเขามาแล้ว พะยค่ะ”ใต้เท้าฟ่านหันไปเบิกตัวผู้ถูกกล่าวหาเพิ่มเติม “เบิกตัวครอบครัวรองเ้าเมือง และเสมียนถัง”
รองเ้าเมืองฉูเดินคอตกเข้ามาพร้อมติงฮูหยินผู้เป็ภรรยาเมื่อเห็นคนในครอบครัวเ้าเมืองหยางล้วนคุกเข่าอยู่พื้นก็ดวงตาเบิกโพลง “หยะหยางลู่ เหตุใดถึงเป็เช่นนี้?”
หยางลู่ได้ยินรองเ้าเมืองฉูรองทักเช่นนั้นก็หันมาส่ายหน้าช้าๆยามนี้เขายังจับต้นชนปลายไม่ถูก เสมียนถังตัวสั่นงันงกถลาเข้ามาใกล้
“ท่านเ้าเมืองข้ามิได้ทำผิดนะขอรับ!แค่ทำตามที่ท่านสั่ง”
“หุบปาก!” หยางลู่รีบหันมาตวาดเสมียนถังร่างผอมบางของเสมียนวัยกลางคนถอยออกห่างจากเ้านายของตนเล็กน้อย
“ท่านต้องช่วยข้าช่วยข้าทูลท่านอ๋องว่าข้ามิได้ทำสิ่งใดนะขอรับ!”
“พะพวกเขา....” กล่าวได้แค่นั้นผิงฮูหยินที่เห็นท่านอ๋องเก้านั่งอยู่บนเก้าอี้ตุลาการในเสื้อผ้าของคนชั้นสูงก็ถึงกับเป็ลมล้มพับจนสาวใช้ที่ติดตามมาด้วยต้องรีบเข้ามานวดเนื้อนวดตัวกันวุ่นวาย