ทะลุมิติมาเป็นสะใภ้ตัวแม่ในยุค 80

    บทที่ 30 โจวลี่อิง

    บทที่ 30 โจวลี่อิง


    หลังจากซุนอวี้ฉินแนะนำให้รู้จัก โจวลี่อิงก็จำได้ทันที ที่บ้านเคยพูดถึงเหยียนฮ่าวให้ฟัง แต่เธอรู้สึกว่าบ้านเหยียนฮ่าวจน ต้องไปอยู่รวมกับครอบครัวของน้าแถมยังมีน้องๆ ที่ต้องดูแลอีก ถ้าเธอแต่งงานไป ก็ต้องกลายเป็นคนรับใช้ครอบครัวเขาแน่ๆ สุดท้ายเธอก็เลยให้พ่อแม่ปฏิเสธไป ไม่คิดจะพบหน้าด้วยซ้ำ


    ส่วนเหยียนฮ่าวไม่รู้จักโจวลี่อิง แค่ยิ้มทักทายตามมารยาท สวี่หรานเห็นโจวลี่อิงมองเหยียนฮ่าวด้วยสายตาแปลกๆ ก็รู้สึกว่าต้องมีอะไรแน่ๆ แต่ดูจากพฤติกรรมของเหยียนฮ่าวแล้ว เขาก็น่าจะไม่ได้รู้จักโจวลี่อิง


    คนเยอะๆ แบบนี้ ก็ได้แต่นั่งคุยกัน ซุนอวี้ฉินไม่ได้พูดถึงเรื่องในอดีต ส่วนโจวลี่อิงก็เอาแต่จ้องมองสวี่หราน


    โจวลี่อิงรู้สึกว่าผู้ชายที่เธอเคยมองข้าม ตอนนี้กลับกลายเป็นของคนอื่นไปแล้ว มองสวี่หรานที่มีรูปร่างบอบบาง หน้าตาน่ารักกว่าเธอ ความรู้สึกอิจฉาก็ผุดขึ้นมาในใจ

    "น้องสะใภ้ เคยเรียนหนังสือในเมืองเหรอ?" โจวลี่อิงถามด้วยรอยยิ้ม ถึงเธอจะเรียนประถมในหมู่บ้าน แต่พอขึ้นมัธยมต้น เธอก็ได้เข้าไปเรียนในเมือง ในหมู่บ้านหย่งฮุย เธอก็ถือว่าเป็นคนมีความรู้คนหนึ่ง


    สวี่หรานพยักหน้า "ค่ะ โรงเรียนมัธยมหยวนเฉิง จบมัธยมปลายแล้วก็ไม่ได้เรียนต่อ" เจ้าของร่างเดิมเพิ่งเรียนจบก็ถูกส่งตัวมาแต่งงาน ถ้ามีเวลา เธอต้องไปเอาวุฒิการศึกษา ม.ปลาย มาให้ได้


    โจวลี่อิงขมวดคิ้ว วุฒิ ม.ปลาย ของสวี่หราน ดีกว่าวุฒิ ม.ต้น ของเธอ แต่นั่นแล้วไงล่ะ ดูจากท่าทางของสวี่หรานแล้ว คงไม่น่าจะทำงานบ้านเป็น แต่งงานไปก็คงโดนครอบครัวสามีรังเกียจ การเลือกภรรยาต้องเลือกคนที่ทำงานเก่ง ในหมู่บ้านแบบนี้ไม่มีใครชอบผู้หญิงสวยแต่ไร้ประโยชน์หรอก


    สวี่หรานเห็นถั่วลิสงก็เลยหยิบขึ้นมาแกะกิน เหยียนฮ่าวเห็นดังนั้นก็รีบหยิบไปแกะให้ แล้วพูดว่า "เดี๋ยวผมแกะให้ มือของคุณบอบบาง เดี๋ยวจะเจ็บเอา"

    โจวลี่อิงเบ้ปาก แค่แกะถั่วลิสงยังกลัวเจ็บ ต่อไปจะทำอะไรได้?! แต่ในใจก็รู้สึกว่าเหยียนฮ่าวดีกับสวี่หรานมาก ตอนนั้นไม่รู้ว่าเหยียนฮ่าวหน้าตาดีขนาดนี้ ไม่งั้นถึงจะจนเธอก็ยอมแต่งด้วยแล้ว


    สวี่หรานนั่งไปสักพักก็เริ่มเบื่อ เหยียนฮ่าวจึงพูดว่า "เรากลับกันเถอะ"


    "ไหนบอกว่าจะกินข้าวที่นี่ไม่ใช่เหรอ ทำไมถึงรีบกลับล่ะ?" ลุงใหญ่     เหยียนพยายามรั้งเขาไว้ เหยียนฮ่าวจึงบอกว่า "ไม่กินแล้วล่ะครับ ที่บ้านผมก่อไฟไว้ กลัวไฟจะไหม้บ้านเอา ต้องรีบกลับแล้วล่ะครับ" เขาสังเกตเห็นสวี่หรานดูอึดอัด เขาจึงไม่อยากอยู่ต่อ


    ซุนอวี้ฉินก็ไม่ได้รั้งเอาไว้ เพียงพูดจาตามมารยาทสองสามคำ ก็ปล่อยให้ครอบครัวของเหยียนฮ่าวกลับไป พอพวกเขาไปแล้ว โจวลี่อิงก็พูดขึ้นทันทีว่า "อารอง สวี่หรานนั่นดูไม่ค่อยเต็มใจเลยนะคะ"


    ลุงใหญ่เหยียนขมวดคิ้วพลางคิดในใจ ‘นิสัยนินทาคนอื่นลับหลังแบบนี้ใช้ไม่ได้’


    "ทำไมล่ะจ๊ะ?" 


    "สวี่หรานดูไม่ค่อยกระตือรือร้นเลย เป็นสะใภ้ใหม่แท้ๆ  เพิ่งมาบ้านญาติผู้ใหญ่ ทำไมถึงไม่ช่วยทำงานอะไรเลยล่ะคะ?"


    "หล่อนน่ะเหรอจะทำได้ ตอนที่ช่วยล้างจาน ยังทำจานฉันแตกไปตั้งสองใบ" ซุนอวี้ฉินพูดด้วยรอยยิ้ม "ตอนนั้น ก็ว่าจะให้เธอแต่งงานกับเหยียนฮ่าวอยู่หรอก ถ้าตอนนั้นที่บ้านเธอไม่รังเกียจว่าบ้านเราจน ตอนนี้เราก็คงดองกันแล้ว"


    โจวลี่อิงยิ้มแห้งๆ แล้วพูดว่า "หนูไม่แต่งงานในหมู่บ้านหรอกค่ะ หนูจะหาสามีที่อยู่ในเมือง" ชีวิตในเมืองสบายกว่าเยอะ ไม่เหมือนในหมู่บ้าน ลมพัดทีก็มีแต่ฝุ่น เธอไม่อยากจมปลักอยู่ในหมู่บ้านแบบนี้ไปตลอดชีวิต!


    โจวลี่อิงคิดว่าเหยียนฮ่าวถึงจะหล่อ แต่ก็เป็นแค่ชาวบ้านธรรมดาๆ คนหนึ่ง ตอนนี้ที่บ้านกำลังหาคู่ให้เธออยู่ มีทั้งคนที่ทำงานในหน่วยงานรัฐในเมืองด้วย ต่อไปเธออาจจะได้แต่งงานไปอยู่ในเมือง พอเปลี่ยนทะเบียนบ้านแล้ว เธอก็จะเป็นคนเมืองเต็มตัว ส่วนสวี่หรานกลับยอมแต่งงานกับชาวบ้านธรรมดา ย้ายจากในเมืองมาอยู่มาอยู่ชนบทแบบนี้ ไม่โง่ก็บ้าแล้ว!