เซวียนซือซือฮัมเพลงไปพลางเลื่อนดูสินค้าใหม่ๆ ไปพลาง หน้าตาคู่มือออนไลน์นั้นดูสบายตากว่าเก่า บอกตรงๆ ว่าอันเดิมนั้นราวกับซอฟต์แวร์ละเมิดลิขสิทธิ์
สินค้าที่เพิ่มเข้ามาใหม่นี้มีหลายอย่างหลายราคา แต่เซวียนซือซือสนใจมากที่สุดเห็นจะเป็กลยุทธ์สำหรับผู้ปลูกธาตุดินฉบับมือใหม่และกลยุทธ์สำหรับผู้ปลูกธาตุพฤกษาฉบับมือใหม่ ซึ่งของทั้งสองอย่างนี้ราคาเล่มละ 1,000 เหรียญ นอกจากนี้ยังมีการแจ้งเตือนการอัปเกรดระดับที่ 3 โดยต้องใช้เงิน 5,000 เหรียญในการอัปเกรด
ในฐานะพี่สาว เธอคิดว่ากลยุทธ์สำหรับผู้ปลูกธาตุดินนั้นมีความจำเป็มากที่สุด อย่างน้อยๆ น้องชายจะได้เรียนรู้วิธีใช้ประโยชน์จากพลังิญญาของตนเอง
เมื่อพูดถึงเื่การเรียน เซวียนซือซือก็นึกถึงเื่การเรียนของเซวียนหยู ตัวเธอที่เคยผ่านการเรียนระดับมหาวิทยาลัยมาแล้วไม่ได้พิสมัยและขวนขวายว่าจะต้องเข้าเรียน แต่น้องชายล่ะ?
เธอไม่ควรตัดสินใจแทนเขา แต่ตอนนี้ทั้งเขาและเธอยังไม่สามารถออกจากที่ดินเขต C ได้ และป้าเฉินเองก็เคยถามเธอในเื่นี้เหมือนกัน
เหตุผลของเธอนั้นเน้นไปที่ความยั่งยืนและความสุขสบายในอนาคต เพราะถ้าเธอเปลี่ยนสถานะในตอนนี้เธอและน้องชายที่ไม่มีภูมิหลัง ไม่มีเงินมากมายจะเหลือทางเลือกแค่สองทางนั่นก็คือทำงานกับเรียน
หากเธอเลือกเรียนแม้จะมีทุนการศึกษาสำหรับผู้ที่พลังตื่นขึ้นโดยธรรมชาติแต่หลังจากนั้นล่ะ เมื่อเรียนจบต้องเป็ข้ารับใช้ของรัฐบาลไปตลอดชีวิต แต่ถ้าเธอเลือกทำงาน พลังสายสนับสนุนอย่างเธอและเสี่ยวหยูคงหนีไม่พ้นเข้าทำงานที่สมาคมเกษตรกรรม
การลงทะเบียนเป็ผู้ปลูกในสมาคมเกษตรกรรมหมายความว่าคนผู้นั้นจะกลายเป็สมาชิกของสมาคมมีเงินเดือนทุกเดือน และทางสมาคมจะเช่าที่ดินในเขตเพาะปลูก B ชั้นในให้สมาชิก และผลผลิตที่ได้จะต้องแบ่งให้สมาคม 70% ส่วน 30% ที่เหลือทางผู้ปลูกต้องขายให้ทางสมาคมแต่เพียงผู้เดียว
เซวียนซือซือคิดว่าเงื่อนไขพวกนี้มันโหดร้ายเกินไป ทำไมเธอต้องลงนามเป็สมาชิกเพื่อให้ฝ่ายนั้นเช่าที่ดินให้และต้องแบ่งผลผลิตให้สมาคมตั้งมากมายด้วย ในเมื่อหากเธอค่อยๆ เก็บเงินก็สามารถเช่าที่ดินเองหรือเป็เ้าของที่ดินได้
และเพราะเหตุนี้เธอจึงตัดสินใจไม่แจ้งทางการเื่ที่เธอปลุกพลังจิติญญาสายสนับสนุนได้ ตอนนี้เธอยังไม่มีเงินมากพอจะย้ายออกไปหาเช่าที่ดินที่อื่น แม้ที่ดินเขต B จะดีกว่าที่ดินที่นี่ แต่นั่นไม่ใช่ปัญหาที่ต้องเก็บมาคิดเพราะไม่ว่าจะอยู่เขตไหนสำหรับเธอที่มีพลังจิติญญากำจัดรังสีได้ก็ไม่ต่างกันนัก ดังนั้นการรั้งอยู่ที่นี่จึงเป็ตัวเลือกที่เหมาะสมที่สุดเพราะไม่ต้องจ่ายเงิน เพียงแค่จ่ายส่วยรายเดือนเท่านั้น
ส่วนด้านเซวียนหยู เขาควรได้รับโอกาสให้เรียนหนังสือ แต่ในเนื้อเื่ของนิยายขนาดตัวนางเอกที่เข้าไปอยู่ในสถาบันการศึกษาแห่งชาติยังถูกกลั่นแกล้ง เหยียดหยามสารพัดเพราะคนในครอบครัวเป็ “ทาส” มีบ้านอยู่ในเขต C
เธอไม่มั่นใจว่าน้องชายจะรับมือกับเื่พวกนี้ได้หรือเปล่า หากอยู่ในสังคมแย่ๆ แบบนั้นมันจะเป็แผลในใจที่ไม่มีวันหาย ทางที่ดีคือให้เขารออีกสักนิด รอจนกว่าเธอจะย้ายเข้าไปอยู่ในเขต B ชั้นใน เมื่อถึงตอนนั้นคงจะมีคนเหยียดหยามพื้นเพของเซวียนหยูน้อยลง
ใดๆ ก็ตามเื่ของใครก็ให้คนนั้นตัดสินใจ เซวียนซือซือเอ่ยเปรยๆ กับน้องชายถึงเื่การเรียน
“เสี่ยวหยู นายเคยคิดอยากไปโรงเรียนธรรมดาหรือสถาบันการศึกษาแห่งชาติบ้างหรือเปล่า”
มือน้อยๆ ที่รดน้ำผักอยู่ชะงัก เขาตอบกลับมาว่า “ก็เคยคิดฮะ”
ตอนที่เธอและครอบครัวเฉินสนทนากัน เซวียนหยูก็อยู่ด้วย เขาคงรู้แล้วว่าถ้าพลังตื่นขึ้นก็จะมีโอกาสได้เข้าเรียนที่สำนักศึกษาแห่งชาติ แต่เขาคงจะเป็นักศึกษาที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ บางทีอาจต้องเรียนที่โรงเรียนปกติไปก่อน
“ถ้าอดทนต่อความกดดัน การหยามเหยียดิ่เกียรติศักดิ์ศรีและด้อยค่าได้ และอาจถูกจับไปตรวจสอบวิจัย นายจะไปเรียนพี่ก็ไม่ติดขัดอะไร” เซวียนซือซืออธิบายในมุมมองที่สวยหรูและมุมมืดให้น้องชายฟังว่าเขาอาจจะเจอกับอะไรบ้างเมื่อเข้าเรียนในตอนนี้ และจะเป็อย่างไรเมื่อเปิดเผยสถานะในตอนนี้ ซึ่งถ้ารับไหวเธอก็เต็มใจจะพาเขาไปเปลี่ยนสถานะและแจ้งทางการ
เซวียนหยูมองไปทางพี่สาวก่อนจะมีคำตอบให้เธอว่า “ถ้าอย่างนั้นก็ยังไม่ไปฮะ ”
ถ้าไม่ติดว่ามือของเธอเปื้อนดิน เซวียนซือซือก็คงโอบกอดน้องชายไปแล้ว “ไม่ใช่ว่าพี่ไม่อยากให้นายเรียนที่สถาบันแห่งชาติ แต่พวกเราเจอเื่เสียใจมาเยอะแล้ว แม้จะได้รับประสบการณ์เพิ่มแต่กลัวว่าประสบการณ์พวกนั้นจะเป็ประสบการณ์ยอดแย่ซะมากกว่า ถ้ามันกลายเป็แบบนั้นพี่กลัวว่านายจะเกลียดผู้คน สังคมไปจนถึงเกลียดการเรียน รอพี่สักหน่อยพี่ขอเวลาสักปีจะพานายออกจากที่นี่ พี่สัญญา”
เซวียนซือซือให้คำมั่นสัญญา ระยะเวลาหนึ่งปีเป็ขีดบนสุดของเธอแล้ว ขอแค่ในแปลงเพาะปลูกเล็กๆ นี้มีผลผลิตที่เกิดจากเธอและน้องชายจริง กะหล่ำปลีที่เอามาจากคู่มือออนไลน์ก็จะมีที่มาที่ไป มีของที่เพาะปลูกเองจริงๆ บวกกับผักผลไม้ในมิติมันก็สามารถเนียนขายปนกันไปได้และยังไม่ผิดสังเกต มีผักมากมายขนาดนี้ต่อไปเงินไถ่ตัวสี่ล้านจะหาไม่ได้เชียวหรือ
เซวียนหยูอายุยังน้อยการเปิดเผยว่าพลังของเขาตื่นขึ้นตอนนี้ยังไม่ใช่เื่ดีในหลายๆ ด้าน เธอต้องวางแผนเื่การเรียนของเขาให้รอบคอบ สถาบันการศึกษามีเพียง 4 ระดับชั้นคือปีที่หนึ่ง สอง สามและสี่ โดยหลักสูตรจะคล้ายกับมหาวิทยาลัยแต่มีการเพิ่มชั่วโมงเรียนเกี่ยวกับพลังจิติญญาเข้าไป แล้วเสี่ยวหยูของเธอที่อายุยังน้อยคงไม่มีชั้นเรียนที่รองรับเขาแน่ๆ ล่ะ ดังนั้นอาจจะต้องให้เขาเรียนในโรงเรียนธรรมดาไปก่อนเพื่อจะได้รับความรู้ตามเกณฑ์ของคนทั่วไป
และด้วยคำมั่นสัญญาที่พี่สาวให้มาว่าที่วัยรุ่นตัวน้อยก็เกิดความฮึกเหิม มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นน้อยๆ แล้วเดินไปดูแลแปลงเพาะปลูกต่อ
วันเวลาล่วงเลยผ่านไป
แค่ไม่กี่วันผักทั้งหลายที่เพาะปลูกบนที่ดินหมายเลข 199 ก็พร้อมเก็บเกี่ยว ความเร็วนี้น่าใมากขนาดที่ว่าตัวป้าเฉินที่แอบไม่มั่นใจในวิธีการของเซวียนซือซือยังต้องมาขอคำแนะนำ เพราะตัวหล่อนที่เป็ผู้ปลูกเหมือนกันยังไม่เข้าใจว่าจะใช้พลังของตัวเองได้อย่างไรเลย ส่วนตัวลุงเฉินที่มีพลังสายต่อสู้เขาแข็งแรงขึ้น ถ้าต่อสู้กับคนทั่วไปคงจะชนะไม่ยาก แต่ถ้าต่อสู้กับคนที่มีพลังจิติญญาเหมือนกันคงสู้ไม่ได้เพราะเขาไม่รู้วิธีใช้พลัง
เื่นี้มันทำให้เซวียนซือซือเข้าใจแล้วว่าเหตุใดทางการจึงมีกฎให้คนที่พลังตื่นขึ้นเข้ารับการศึกษาที่สถาบันการศึกษาแห่งชาติแล้วล่ะ นั่นเป็เพราะถ้าไม่เรียนก็ไม่รู้วิธีใช้ ถ้าไม่เรียนพลังจิติญญาที่มีก็จะสูญเปล่าไร้ประโยชน์
แสดงว่าที่ผักในแปลงเพาะปลูกของเธอเติบโตอุดมสมบูรณ์ให้ผลผลิตมากขนาดมันไม่ใช่เพราะตัวน้องชาย แต่เป็เพราะการกำจัดรังสีที่ดินนั่นต่างหาก ส่วนเื่ที่ทำไมผักโตไวกว่าปกติ เธอก็ตอบไม่ได้เช่นกัน
ในเมื่อคิดไม่ออกก็ยังไม่ต้องคิด ถ้าการเพาะปลูกรอบต่อไปของที่ดินป้าเฉินมาถึง เธออาจสอนวิธีปรับปรุงดินให้อีกฝ่าย โดยใช้ความรู้พื้นฐานจากโลกเดิมซึ่งยั่งยืนและใครๆ ก็ทำได้ จะเป็ผู้ปลูกหรือคนธรรมดาก็สามารถฟื้นฟูดินให้ดีขึ้นได้เช่นกัน
ครอบครัวเซวียนยุ่งกับการเก็บเกี่ยวจนถึงเวลา 11.00 น. ที่ดินผืนที่ 199 เป็ที่ดินพื้นเล็กจึงไม่ได้ใช้เวลามากสักเท่าไหร่ เก็บไม่นานก็เสร็จ เซวียนซือซือตั้งใจว่าจะขายมันในตอนที่เพิ่งตัดเพิ่งเก็บ ผักที่สดใหม่น่าจะได้ราคาดี และการเดินทางไปขายผักในครั้งนี้ยังมีเด็กน้อยที่ติดสอยห้อยตามไปอีกคน
และเพราะผักที่เก็บเกี่ยวในคราวนี้มีทั้งกะหล่ำปลี หัวไชเท้า มะเขือเทศและเห็ดนางรมอีกทั้งยังมีปริมาณมาก เซวียนซือซือตัดสินใจไปที่สถานีขนส่งยานบินเพื่อเช่ายานบินส่วนตัวพร้อมหุ่นยนต์ขับแทนที่จะนั่งรถหรือใช้ยานบินสาธารณะ
ต้นทุนในการเดินทางสูงขึ้นแต่ก็มาพร้อมกับรายได้ที่มากขึ้น เธอจึงยอมรับเื่นี้ได้