ความฝันที่ลึกล้ำเกินกว่าที่ผมจะคาดคิดได้นั้นมันได้มาทวงถามผมว่าเมื่อไหร่จะเริ่มเสียที. . .
ผมมีชื่อว่าเต้ ชื่อจริงผมไม่ต้องรู้หรอกผมเป็นักศึกษาอยู่ที่วิทยาลัยในตัวเมืองแห่งหนึ่งที่จังหวัดราชบุรี
ผมเป็พวกสมองช้าเล็กหน่อยเลยเข้าใจอะไรช้าโดยเฉพาะเื่เรียน สมองผมจะมึนๆอึนๆไม่ค่อยเข้าใจสะเท่าไหร่
ผมก็ได้แต่หวังว่าผมจะสามารถเข้าใจมันได้ก่อนวันสอบปิดเทอมพูดถึงเื่เรียนไปแล้วมาพูดถึงเื่อื่นกันดีกว่า
ครอบครัวของผมมีเชื้อสายจีนครับพ่อเล่าว่าบรรพบุรุษอพยพมาจากประเทศจีน่ที่มีา ซึ่งผมฟังจนเบื่อแล้วอ่ะครอบครัวผมมี ม่า(ย่า) พ่อ แม่ พี่ชาย แล้วก็ผม ฉะนั้นไปที่เื่อื่นกันดีกว่า
ผมเชื่อพวกโชคมากเพราะเวลาที่คิ้วไม่ซ้ายก็ขวาผมกระตุกทีไรมักจะเกิดเื่ขึ้นทุกที โดยเฉพาะอีคิ้วขวาเนี้ย ไม่ต้องกระตุกเยอะก็ได้ แค่นี้ก็ไม่ค่อยจะมีโชคอยู่แล้วแล้วก็อีกอย่างหนึ่งที่ผมไม่แน่ใจเท่าไหร่ก็คือความฝันของผม ในบางครั้งตอนเด็กๆผมมักจะรู้สึกเหมือนกับว่าสถานะการณ์นี้มันเคยเกิดขึ้นแล้วนะที่เขาเรียกกันว่าเดจาวู แต่ผมมักจะเห็นก่อนในความฝันเลยทำให้ผมไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่นักว่าฝันบอกเหตุหรืออาการเดจาวูกันแน่
แต่ก็เอาเถอะจะอะไรก็ชั่ง ผมไม่ค่อยใส่ใจกับมันอยู่แล้ว เพราะว่ามันมีอะไรที่สนุกกว่านั้นอีกเยอะเลยแหละในความฝันของผมน่ะ ผมก็จะรู้สึกตัวอีกทีในอีกที่ ที่ๆผมไม่อาจจะจินตนาการได้ เมื่อผมหลับ
'เอิ่ม. . .ที่ไหนวะเนี้ย'
จู่ๆผมก็ตื่นขึ้นมาพบกับสถานที่ที่ผมไม่เคยรู้จักมาก่อน
มันทำให้ผมสับสนไปหมดว่าเกิดอะไรขึ้นผมได้แต่หันไปมองซ้ายทีขวาที แต่ผมก็ไม่รู้อยู่ดีว่าที่นี้มันที่ไหน ผมเลยเริ่มออกเดินดูรอบๆ
ผมก็พบกับผู้คนที่ใส่ชุดเกราะรบสมัยโบราณจีนอยู่ที่นั้นเต็มไปหมด
เอิ่ม. . .ควรจะเดินเข้าไปถามดีมั้ยละเนี้ย
หลังจากที่ผมยืนคิดอยู่นั้นก็มีคนเดินมาหาผมแล้วก็พูดกับผมว่า
'ท่านรองแม่ทัพขอรับ ท่านแม่ทัพกำลังตามหาตัวท่านอยู่ขอรับ'
เอ๊ะ!!!เมื่อกี้เรียกผมว่าอะไรนะ สงสัยจะหูฝาดแหง่มๆเลยเรา
'ท่านรองแม่ทัพเป็อะไรหรือเปล่าขอรับ'
เอิ่ม รู้สึกไม่ใช่ละ
'ผมไม่เป็อะไร ช่วยบอกท่านแม่ทัพด้วยว่าเดี๋ยวผมไปหานะ'
'รับทราบขอรับท่าน'
นี้มันเกิดเื่บ้าไรขึ้นเนี้ยยยยย
หลังจากที่ผมได้แต่ะโอยู่ในใจผมก็สำรวจตัวผมเอง
ตอนนี้ผมใส่ชุดเกราะเต็มยศเลยแห่ะผมเลยเดินเข้าไปในฝูงชนที่ใส่ชุดเกราะแล้วถามหาว่าท่านแม่ทัพอยู่ที่ไหน เพราะว่ายังไงผมก็ไม่รู้จะไปไหนอยู่ดีเลยต้องไปหาเขาก่อนอย่างช่วยไม่ได้
เมื่อผมได้คำตอบผมก็เดินเข้าไปยังเต็นท์ที่ใหญ่ที่สุด
ผมโผล่หน้าเข้าไป ผมก็พบกับหญิงสาวคนหนึ่งเธอแต่งชุดเหมือนชุดนอนแต่ว่าเนื้อผ้ามันหนากว่ามากผิวเธอสีขาวไม่ออกขาวมากเกินไปไม่ออกสีแทนเกินไป เอาเป็ว่าขาวแล้วกันตาของเธอเป็สีแดงอ่อน ส่วนสีผมนั้นดำยาวไปถึงกลางหลังผมหน้าม้าก็ทำให้เธอดูมีเสน่ห์เหมือนกันนะ เอิ่มอย่าบอกนะว่าท่านแม่ทัพเอาสาวมาทำอย่างนั้นในสถานะการณ์แบบนี้อ่ะ เอาจริงดิ๊
เมื่อหญิงสาวเห็นผมเธอก็พูดขึ้นมา
'มาแล้วรึท่านรองแม่ทัพ'
'อ่ะ ครับ มาแล้วครับ แล้วท่านแม่ทัพละครับ'
'ข้า ทำไมรึ ก็รอเ้ามาช่วยกันวางแผนก่อนจะไปรบนี่ไง'
ห๊ะ!!นี้ท่านแม่ทัพเร๊อะ
'เอ๊ะ! เอ่อ ครับ มาวางแผนก่อนไปรบกันเถอะครับ'
'เ้าเป็อะไรรึ ไม่สบายหรือเปล่า ใกล้จะถึงวันที่ต้องไปออกรบแล้วดูแลรักษาตัวเองดีๆหน่อย'
'ขอบคุณที่เป็ห่วงครับท่าน'
'มันเป็หน้าที่ของข้าที่ต้องคอยดูแลผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ต้องใส่ใจหรอก'
'อ่ะ ครับ'
หลังจากที่พูดคุยวางแผนกันเสร็จผมก็เหลือบไปเห็นกระจกเข้า ผมเลยเดินเข้าไปใกล้ๆเพื่อดูตัวเอง
หน้าก็หน้าผมนี่หว่าแต่ทำไมเหมือนสูงขึ้นแห่ะ ในความเป็จริงผมเป็คนที่สูงแค่ 164 ซม.แต่ว่าตอนนี้ผมสูง 180 กว่าๆเลยนะเนี้ย ผมว่าแล้ว ถ้าผมสูงผมจะดูดีแต่เนื่องจากมันไม่สูงขึ้น ผมเลยเป็แค่คนเตี้ยคนหนึ่งอึ๊ก อยากจะร้องไห้
'เ้าจะยืนดูตัวเองอีกนานไหม'
อึก ผมค่อยๆหันไปมองทางท่านแม่ทัพช้าๆสิ่งที่ผมเห็นคือหญิงสาวคนหนึ่งที่ทำหน้าตาเหมือนจะไม่พอใจอะไรสักอย่าง
'เลิกดูแล้วครับ แหะ แหะ'
ผมยิ้มเจื่อนๆประมาณว่าตูทำไรผิดแว๊ ออกมา แต่ว่าท่านแม่ทัพไม่สนใจเดินมาใกล้ๆผม
'หัดสนใจรอบข้างบ้างนะ ไม่งั้นตำแหน่งคู่หมั้นจะหายไป'
เอิ่ม. .คู่หมั้นหรอ ผมมีคู่หมั้นด้วยหรอ ใครเป็คู่หมั้นผมหรอ
ขณะที่ผมคิดอยู่นั้นจู่ๆก็มีอะไรมาััด้านหน้าผม
เอ๊ะ เดี๋ยวนะ ผมมองหาสิ่งที่อยู่ด้านหน้าผมก็พบกับท่านแม่ทัพกำลังกอดผมไว้อยู่
'เอ่อ ทำอะไรหรอครับท่าน'
'อยู่เฉยๆเถอะ หยางติง'
ไหงชื่อผมเป็ชื่อจีนไปแล้วละตามน้ำไปแล้วกัน
หลังจากที่ผมโดนท่านแม่ทัพกอดอยู่นั้นก็มีคนมาเรียกท่านแม่ทัพ
'ท่านแม่ทัพลี่หมิน ทางเมืองหลวงส่งเสบียงมาให้ครับ'
'เข้าใจแล้ว เดี๋ยวข้าจะไปตรวจสอบดู'
'ขอรับ'
พอคนที่มาส่งข่าวเดินห่างออกไปแล้วลี่หมินผละออกจากอ้อมกอดของผมไป หน้าเธอดูเหมือนไม่อยากจะออกไปไหนเลยแห่ะ
เธอเดินออกไปได้ก้าวสองก้าวแล้วเธอก็หันกลับมา
'ตามมาตรวจของด้วยนะ'
แล้วเธอก็เดินออกจากเต็นท์.