บทที่ 16 หากชาติหน้ามีจริง ขอให้แกมีความสุขนะ (รีไรต์)
ตอนเด็ก ๆ มันเห็นเธอเป็เหมือนแม่ คำพูดที่ทำให้มันดีใจที่สุดในแต่ละวันคือ ‘กินข้าวกันเถอะ’ มันจะกระดิกหาง ยกขาหลัง กินข้าวจนเลอะหน้าไปหมด
เมื่อโตขึ้น มันก็เห็นเธอเป็เพื่อน ทั้งเล่นด้วยกัน ซุกซนไปด้วยกัน โดนดุไปด้วยกัน
มีอยู่่หนึ่งที่เธอต้องไปอยู่โรงเรียนประจำ ไม่ได้กลับบ้านหลายวัน เ้าตูบไม่เข้าใจหรอกว่า ‘โรงเรียนประจำ’ คืออะไร มันเห็นแต่เพียงว่าเธอหายไปนาน ไม่ยอมกลับมา มันคิดว่าเธอออกไปล่าสัตว์แล้วเกิดอันตราย มันร้อนใจ กระวนกระวาย จนกระทั่งวันที่เธอกลับมาอย่างปลอดภัย มันถึงได้วางใจ วิ่งเข้ามาหาเธออย่างบ้าคลั่ง
เคยมีอยู่่เวลาหนึ่ง ที่มันคิดว่าเธอคือที่พึ่งของมัน แต่แล้วมันก็พบว่า เธอก็เป็คนที่โดนรังแกได้เหมือนกัน มันจึงตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่า ‘จะปกป้องเธอ’ ไม่ให้เธอต้องเ็ปแม้เพียงเล็กน้อย
แม้กระทั่งตอนที่มันถูกจับตัวไป ความหวาดกลัวที่สุดของมัน ไม่ใช่ความตายที่กำลังจะมาถึง แต่เป็การต้องพรากจากเธอต่างหาก
ด้วยความยึดมั่นเช่นนี้เอง หลังจากที่เ้าหวังว่างตายไป มันจึงยังคงวนเวียนอยู่ในโลกมนุษย์ไม่ยอมไปผุดไปเกิดเสียที
แม้ตอนนี้มันจะรับรู้ได้อย่างเลือนลางว่า การจากไปคือหนทางที่ดีที่สุด แต่มันก็ยังตัดใจไม่ลงจริง ๆ!
นกน้อยโผบินพยายามยื่นมือออกไปััเ้าวังว่าง ครั้งนี้ เธอไม่ได้ัักับความว่างเปล่าอีกแล้ว แต่เป็ััที่อ่อนนุ่มราวกับิญญาตรงหน้ามีชีวิต เหมือนกับที่เ้าหวังว่างตอนที่ยังไม่ตาย!
ซางเฟยหว่านกล่าว "ฉันใช้คาถาปลุกิญญาทำให้ร่างของมันกลับมาเป็แบบนี้ชั่วคราว แต่มีเวลาแค่สองนาทีเท่านั้น ่เวลานี้มันต้องเต็มใจจากไปด้วยความยินยอม การส่งิญญาจึงจะสำเร็จ ไม่อย่างนั้น… เมื่อไหร่ที่คาถาเสื่อมสลาย มันก็จะไม่ได้ไปเกิดใหม่"
นกน้อยโผบินเองก็ใจหายไม่ต่างจากสุนัขของเธอ โดยเฉพาะเมื่อเวลาผ่านไปเนิ่นนาน เธอกลับได้ัั ลูบหัว และกอดมันอีกครั้ง
เธอกอดเ้าหวังว่างไว้แน่นพลางร้องไห้ออกมา ก่อนจะกลัวว่าการกระทำของเธอจะทำให้เ้าหวังว่างตัดใจจากไปไม่ได้ เธอจึงตัดใจผลักมันออกไป "แกไปเถอะ ขอร้องล่ะ ไปเถอะนะ! เ้าหวังว่าง ไปเถอะนะ ฉันไม่้าให้แก..."
เ้าหวังว่างมองเ้านายของมันด้วยความไม่เข้าใจ ดวงตากลมโตดำขลับฉายแววเศร้าสร้อย ราวกับน้ำตาจะร่วงหล่นลงมา
ซางเฟยหว่านนั่งลงแล้วพูดกับเ้าหวังว่างอย่างใจเย็นว่า "ตอนนี้แกเป็ิญญาแล้ว พลังิญญาในตัวแกแข็งแกร่งมาก การอยู่ข้างกายเธอเป็เวลานาน จะทำให้เ้านายของแกร่างกายอ่อนแอไปด้วย ลองคิดดูสิ ่หลังมานี้เธอป่วยบ่อยใช่ไหมล่ะ"
ดวงตากลมโตดำขลับของเ้าหวังว่างจ้องมองซางเฟยหว่านอย่างเลื่อนลอย ก่อนจะหันกลับไปมองนายของมัน ทันใดนั้นมันก็เข้าใจทุกอย่าง
ซางเฟยหว่านลูบหัวมันเบา ๆ "แกเป็หมาที่ดีมาก แกลำบากมามากแล้ว ฉันจะส่งแกไปเอง"
เมื่อคาถาปลุกิญญาถูกร่ายขึ้นอีกครั้ง ร่างกายของเ้าหวังว่างก็เปล่งประกายสีทองสว่างจ้าจนแสบตา
ในชั่วพริบตา แสงสว่างก็เลือนหายไป ทุกอย่างในห้องกลับคืนสู่สภาพเดิม ราวกับทุกสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เพียงความฝัน
"มัน… จากไปแล้วเหรอคะ" เสียงอันแ่เบาของหญิงสาวผู้ใช้นามแฝงว่า 'นกน้อยโผบิน' ดังก้องอยู่ในความเงียบ
ซางเฟยหว่านพยักหน้ารับ "ไม่ต้องห่วง มันไม่ได้ทำบาป ชาติหน้าย่อมได้พบเจอแต่สิ่งดี ๆ"
"ถ้าอย่างนั้นก็ดีแล้ว..." ถึงปากจะเอ่ยว่า ‘ดีแล้ว’ แต่น้ำตาแห่งความโศกเศร้าก็ไหลรินออกมาอย่างห้ามไม่อยู่
หวังว่าง... ชาตินี้คงไม่ได้พบกันอีกแล้ว หากชาติหน้ามีจริง ขอให้แกมีความสุขนะ...
ไม่นานนัก ตำรวจก็มาถึง
ซุนเจิ้นตงก็ถูกจับกุมในที่สุด
จากการสืบสวน เขาต้องสงสัยในคดีฉ้อโกงและค้ามนุษย์อีกหลายคดี ครั้งนี้ เขาลอบกลับประเทศอย่างเงียบ ๆ หวังจะก่อเื่เช่นนี้เป็ครั้งสุดท้าย แต่ไม่คิดเลยว่าสุดท้ายจะหนีกฎหมายไม่พ้น
ส่วนคุณชายรักอิสระก็ถูกนำตัวส่งโรงพยาบาล แต่ก่อนจะจากกันไป เขาเหมือนเพิ่งนึกอะไรบางอย่างออก จึงถามซางเฟยหว่านด้วยความสงสัย "เธอรู้ว่าฉันจะาเ็ใช่ไหม บนเครื่องบินถึงได้พูดแบบนั้นออกมา"
หญิงสาวมองไปที่เท้าของเขาที่ยังคงมีเืไหลซึมออกมา ก่อนจะพยักหน้ารับเบา ๆ
คุณชายรักอิสระร้องไห้น้ำตาเป็สาย แล้วพูดว่า "ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอไม่พูดมาตรง ๆ ล่ะ ให้ฉันได้เตรียมใจบ้างสิ ไม่อย่างนั้น ก็คงหลีกเลี่ยงการาเ็ครั้งนี้ได้แล้ว!"
ซางเฟยหว่านพูดอย่างใจเย็นว่า "เคราะห์กรรมบางอย่างหลีกเลี่ยงได้… แต่บางอย่างก็หลีกเลี่ยงไม่ได้"
คุณชายรักอิสระยังไม่คลายความข้องใจ "ทำไมจะหลีกเลี่ยงไม่ได้ล่ะ? ถ้าเธอบอกให้ชัดเจนั้แ่แรก ฉันก็คงไม่มาที่นี่กับเธอ และเท้าของฉันก็คงไม่โดนมีดแทง ซี๊ด… เจ็บะมัด!"
ซางเฟยหว่านจึงตอบไปว่า "ถ้านายหลีกเลี่ยงได้ ซุนเจิ้นตงก็คงจะทำร้ายผู้หญิงคนนั้นแทน และอาการาเ็คงจะหนักกว่านี้ ระหว่างสองอย่างนี้ เลือกผลลัพธ์ที่เลวร้ายน้อยกว่าก็ย่อมดีกว่าไม่ใช่เหรอ"
"...สรุปคือ เธอสละชีวิตของฉันอย่างนั้นสิ?"
เขาสงสัยอย่างมากว่า ซางเฟยหว่านกำลังแก้แค้นเขา แต่เขาก็ไม่มีหลักฐานมายันกับเธอ
าแของคุณชายรักอิสระดูเหมือนจะรุนแรง แต่โชคดีที่รองเท้าหนังที่เขาสวมใส่อยู่นั้นมีคุณภาพดี หนังรองเท้าจึงช่วยป้องกันการาเ็ส่วนใหญ่ไว้ได้ มีเพียงปลายมีดเท่านั้นที่แทงทะลุหลังเท้า แค่ไปโรงพยาบาลเพื่อเย็บแผลและให้ยาฆ่าเชื้อสักสองสามขวดก็เพียงพอแล้ว
ทันทีที่เย็บแผลเสร็จ ก็ได้รับสายจากคั่งซินเอ๋อร์ ซึ่งเป็ลูกพี่ลูกน้องของเขา
"ไป๋จวิ้น ฉันเพิ่งดูคลิปบนอินเทอร์เน็ต เกิดอะไรขึ้น? ฉันไม่ได้ให้นายไปเฉดหัวคนหรือไง ทำไมถึงกลายเป็ว่าไปกินขี้อย่างนั้นล่ะ ตอนนี้ นายทำให้ชื่อเสียงของผู้หญิงคนนั้นเสียหายไม่ได้ แถมยังทำให้เธอดังขึ้นเพราะตัวเองอีกต่างหาก"
เดิมที คุณชายรักอิสระอารมณ์ไม่ดีอยู่แล้ว เมื่อลูกพี่ลูกน้องมาพูดจาแบบนี้ ยิ่งทำให้เขาโกรธมากขึ้นไปอีก
"พี่ครับ… พี่กำลังสงสัยผมอยู่เหรอ"
ถึงแม้คังซินเอ๋อร์จะดูถูกญาติผู้น้องคนนี้ว่าไม่เอาไหน วัน ๆ เอาแต่กิน เที่ยว เล่น แต่เขาก็ยังเป็คุณชายใหญ่แห่งตระกูลไป๋ ยังไงก็ต้องให้เกียรติกันบ้าง
เธอจึงปรับน้ำเสียงให้ดูอ่อนลง แล้วพูดว่า "พี่ไม่ได้กำลังต่อว่านายนะ และพี่ก็รู้ว่านายเกลียดพวกสิบแปดมงกุฎมาก พี่เองก็เกลียดเหมือนกัน ถึงได้เอามาปรึกษานายไงล่ะ แต่นายกลับ... เห้อ… ช่างเถอะ เื่ที่ผ่านมาแล้วก็ให้มันผ่านไปแล้วกัน นายช่วยไปจัดการให้แพลตฟอร์ม Whale Live แบนแอคเคาน์แม่นั่นทีสิ"
คุณชายรักอิสระได้ยินดังนั้นก็รีบปฏิเสธไปอย่างมีเหตุผล "ถึง Whale Live จะเป็ของพ่อผม แต่แพลตฟอร์มก็ต้องมีกฎของมันสิครับ คนอื่นเขาก็ไม่ได้ทำผิดกฎอะไร ไล่แบนเขาไปมั่วซั่วแบบนี้ มันไม่เท่ากับเป็การทำลายชื่อเสียงของบริษัทหรือไง"
คั่งซินเอ๋อร์รู้สึกแปลกใจ ไอ้เด็กไม่เอาถ่านคนนี้ ปกติไม่เคยเห็นหัวใคร มาวันนี้กลับรู้จักปกป้องชื่อเสียงของแพลตฟอร์มตัวเองขึ้นมาได้ นี่มันไม่ใช่ตัวตนของเขาเลยสักนิด