เสียงของเผยฮ่าวดังก้องไปทั่วห้องโถงทำให้บรรยากาศเย็นเยียบลงในทันทีไม่มีใครคาดคิดว่าคนที่เคยเป็มิตรกับหลี่ลั่วขนาดนั้นบัดนี้กลับพูดจาอัปมงคลเช่นนี้ออกมาได้
ถึงแม้ว่าสีหน้าของหลี่ลั่วในตอนนี้จะซีดเซียวดูไม่ค่อยสบาย แต่…ก็ไม่ถึงขั้นต้องสาปแช่งให้เขาอยู่ได้อีกแค่ไม่กี่ปีเลยมิใช่หรือ?
ประมุขหอทั้งสามคนที่เข้าข้างเผยฮ่าวแสดงสีหน้ากระอักกระอ่วนเล็กน้อยแต่ก็ไม่ได้พูดอะไรออกมา เพียงจ้องมองดูพื้นด้วยดวงตาเป็ประกายราวกับว่าลวดลายบนพื้นมันน่าสนใจมากอย่างไรอย่างนั้น
ส่วนประมุขหออีกหกคนนั้นต่างก็แสดงสีหน้าโกรธเคืองออกมา
“เปรี้ยง!”
อยู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังสนั่นหวั่นไหวจนทำเอาทุกคนใ เมื่อมองไปยังต้นเสียงก็เห็นว่าเจียงชิงเอ๋อร์ได้ฟาดฝ่ามือลงบนโต๊ะใบหน้างดงามของนางราวกับมีน้ำแข็งเกาะกุมอยู่
ทว่ายังไม่ทันที่เจียงชิงเอ๋อร์จะได้เอ่ยปากเผยฮ่าวก็รีบตบปากตัวเองแล้วหัวเราะกล่าว “ขออภัยๆ ข้าปากพล่อยไปหน่อย”
“หวังว่าเสี่ยวลั่วจะไม่ถือโทษโกรธเคืองนะ”
หลี่ลั่วจ้องเขม็งไปทางเผยฮ่าวเขามองสำรวจอีกฝ่ายอย่างละเอียด จากนั้นก็ยิ้มออกมา ถึงแม้ว่าตลอดหลายปีที่ผ่านมาเขาจะเคยเห็นคนที่ทำตัวหน้าไหว้หลังหลอกมามากแล้วแต่คนเ่าั้ล้วนเป็คนนอกคฤหาสน์ทั้งสิ้น แต่เผยฮ่าวผู้นี้กล่าวได้เต็มปากเลยว่าพ่อแม่เขาเป็ผู้มีพระคุณช่วยชีวิตและชุบเลี้ยงมา
หากปราศจากหลี่ไท่เสวียนและถานไถหลานแล้วเกรงว่าเผยฮ่าวคงถูกคู่อริหักแขนขาทิ้งให้เน่าตายอยู่ในท่อระบายน้ำอันเหม็นเน่าไปแล้วไหนเลยจะมีหน้ามีตาดั่งเช่นทุกวันนี้ได้?
ทว่าสิ่งที่เผยฮ่าวแสดงออกมานั้นกลับไม่มีความรู้สึกสำนึกในบุญคุณของพ่อแม่เขาเลยแม้แต่น้อยกลับยังแค้นเคืองอย่างมากด้วย
ซึ่งก็ทำให้หลี่ลั่วรู้สึกะเืใจอยู่บ้างพ่อแม่ของเขาเก่งกาจมาตั้งหลายปี แต่สุดท้ายก็ยังพลาดไปหนึ่งครั้งอยู่ดี
“เผยฮ่าวเพียงแค่แสดงธาตุแท้ออกมาเท่านั้นมีอะไรให้โกรธเคืองกันเล่า อีกอย่างบอกตามตรงว่าต่อให้ข้าโกรธเคืองแล้วจะไปทำอะไรได้? ดังนั้นไม่ต้องพูดเื่ไร้สาระเช่นนี้อีก”หลี่ลั่วส่ายหน้าก่อนจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ตำแหน่งผู้นำที่ว่างอยู่
เผยฮ่าวมีสีหน้ายิ้มแย้มเขาหมุนแหวนบนนิ้วอย่างไม่ใส่ใจไม่ได้แสดงความโกรธเคืองออกมาจากคำพูดเสียดสีของหลี่ลั่วเลยแม้แต่น้อยเพราะไม่จำเป็ต้องทำเช่นนั้นอยู่แล้ว ดังที่หลี่ลั่วกล่าวต่อให้โกรธเคืองแล้วจะทำอะไรได้?
คฤหาสน์ลั่วหลานในตอนนี้ไม่เหมือนก่อนแล้ว
เมื่อไร้ซึ่งูเาใหญ่ทั้งสองลูกคอยกดไว้เช่นนั้นภายในคฤหาสน์ลั่วหลานนี้ เขาเผยฮ่าวก็ไม่กลัวใครทั้งนั้น
คุณชายน้อยที่ไม่มีอนาคตก็เป็แค่หุ่นเชิดตัวหนึ่งเท่านั้นหากไม่ใช่เพราะยังมีเจียงชิงเอ๋อร์อยู่ละก็เกรงว่าเขาเผยฮ่าวคงจะยึดครองคฤหาสน์ลั่วหลานไปอย่างสมบูรณ์นานแล้ว
“ในเมื่อคุณชายน้อยมาถึงแล้วเช่นนั้นก็เริ่มประชุมกันได้แล้วใช่ไหม?” เผยฮ่าวหันไปมองเจียงชิงเอ๋อร์
เจียงชิงเอ๋อร์มีสีหน้าเรียบเฉยพร้อมกล่าวเสียงเรียบ“เช่นนั้นเ้าก็รายงานมาก่อนว่าเหตุใดสามหอที่อยู่ในการดูแลของเ้าปีนี้ถึงไม่ได้ส่งเงินเข้าคลังของคฤหาสน์เลยแม้แต่เหรียญเดียว?”
เผยฮ่าวถอนหายใจเบาๆแล้วกล่าวว่า “สามหอของข้าปีนี้ประสบปัญหาอย่างหนักก่อนหน้านี้ศิษย์น้องเล็กก็น่าจะเคยได้ยินมาบ้างแล้วว่าคลังของสามหอถูกเผาอย่างกะทันหันข้าสงสัยว่าเป็ฝีมือของขุมอำนาจที่หมายปองคฤหาสน์ลั่วหลานจึงได้ตรวจสอบอย่างละเอียดแล้วแต่กลับยังไม่ได้ร่องรอยอะไรเลย ดังนั้นปีนี้จึงยังไม่มีเงินส่งเข้าคลัง”
หลี่ลั่วเพียงแค่นั่งฟังเงียบๆถึงแม้ว่าเขาจะรู้ว่าข้ออ้างของเผยฮ่าวนั้นมันน่าขันอย่างมากแต่เขาก็ไม่ได้พูดแทรก เพราะเขารู้ดีว่าในตอนนี้เขายังไม่มีสิทธิ์มีเสียงอะไรในคฤหาสน์ลั่วหลานคุณชายน้อยอย่างเขาในสายตาของคนในคฤหาสน์ อาจจะเป็เพียงแค่เครื่องรางนำโชคเท่านั้น
ในเมื่อเป็เช่นนั้นเขาก็ไม่จำเป็ต้องเปิดปากพูดให้ขายหน้าตัวเอง
เจียงชิงเอ๋อร์มองเผยฮ่าวครู่หนึ่งก่อนจะกล่าว“เผยฮ่าว นี่คือเหตุผลของเ้าหรือ?”
เผยฮ่าวยิ้มเบาๆ“ในเมื่อศิษย์น้องเล็กอยากได้เหตุผลเช่นนั้นข้าก็ทำได้เพียงหาเหตุผลมาให้อย่างลวกๆ เท่านั้น เื่บางเื่ยังจำเป็ต้องถามให้ชัดเจนอีกหรือ?”
“เอาเถอะ…ในเมื่อพูดมาถึงขั้นนี้แล้ว ข้าก็จะบอกศิษย์น้องเล็กกับคุณชายน้อยให้ชัดๆเลยแล้วกัน... สามหอไม่เพียงแต่จะไม่ส่งเงินเข้าคลังในปีนี้เท่านั้นแต่นับจากนี้ไปจะไม่มีการส่งเงินเข้าคลังอีกแล้ว”ถึงแม้ว่าเผยฮ่าวจะพูดด้วยเสียงที่แ่เบา แต่เมื่อตกถึงหูของคนในห้องโถงแล้วมันก็ราวกับเสียงฟ้าผ่าก้องกังวาน
ความเ็าที่แผ่ออกมาจากร่างกายเจียงชิงเอ๋อร์ราวกับทำให้อากาศโดยรอบหยุดชะงักไปทันที นางกล่าวด้วยน้ำเสียงเย็นะเืว่า“ดูท่าเ้าคงจะคิดแยกตัวออกไปก่อตั้งขุมอำนาจใหม่ของตัวเองแล้วสินะ?”
เผยฮ่าวหัวเราะกล่าว“ข้าเองก็ไม่อยากจากคฤหาสน์ลั่วหลานไปหรอก...เพียงแต่ตอนนี้ในคฤหาสน์ลั่วหลานไม่มีประมุขตัวจริงแล้วเงินทองเหล่านี้ไม่รู้ว่าถูกส่งไปอยู่ในมือใคร หากเป็เช่นนั้นแล้วข้าเก็บเอาไว้ก่อนดีกว่า รอจนกว่าจะมีประมุขคฤหาสน์ที่น่าเชื่อถือปรากฏตัวขึ้นมาจริงๆแล้วค่อยส่งมอบให้ก็ยังไม่สาย”
บรรยากาศในห้องโถงพลันหนักอึ้งประมุขหออีกหกคนที่เหลือเองก็เผยสีหน้าย่ำแย่ออกมาเช่นกันหากปล่อยให้เผยฮ่าวทำเช่นนี้จริงๆคฤหาสน์ลั่วหลานคงจะกลายเป็ขี้ปากของอีกสี่คฤหาสน์เป็แน่
เพราะการกระทำของเผยฮ่าวในครั้งนี้มันถือเป็การยึดอำนาจ มีเจตนา้าจะแบ่งแยกคฤหาสน์ลั่วหลานอย่างชัดเจน
“เผยฮ่าวเ้าคิดจะทำลายคฤหาสน์ลั่วหลานงั้นหรือ? หากคฤหาสน์ลั่วหลานล่มสลายเช่นนั้นเ้าคิดว่าเ้าจะได้ประโยชน์อะไร?” ชายวัยกลางคนที่อยู่ฝั่งขวาคนหนึ่งกล่าวด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำคนผู้นี้มีนามว่า เหลยจาง เป็ประมุขหอคนหนึ่งที่สนับสนุนเจียงชิงเอ๋อร์
เผยฮ่าวส่ายหน้า“ข้าบอกแล้วว่า ข้าไม่้าให้คฤหาสน์ลั่วหลานล่มสลาย”
เขาดูเหมือนจะเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะหันไปมองหลี่ลั่วที่ไม่ได้พูดอะไรออกมาเลย ยิ้มกล่าวว่า“อันที่จริงหาก้าให้ข้าทำตามกฎส่งเงินเข้าคลังอย่างครบถ้วนสมบูรณ์ต่อไปก็ใช่ว่าจะเป็ไปไม่ได้...แน่นอนว่า คุณชายน้อยต้องยอมรับเงื่อนไขข้อหนึ่งของข้าก่อน”
ทุกคนในห้องโถงต่างพากันใคาดไม่ถึงเลยว่าเผยฮ่าวจะโยงเื่นี้มายังหลี่ลั่วด้วย
หลี่ลั่วเลิกทำตัวเป็คนนอกจากนั้นก็จ้องมองเผยฮ่าวด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะสงสัยเล็กน้อย“ข้าเองก็อยากรู้เหมือนกันว่าเ้า้าเงื่อนไขอะไรกัน”
เผยฮ่าวเลื่อนสายตาจากหลี่ลั่วไปยังเจียงชิงเอ๋อร์มองดูใบหน้างดงามเ็ารวมไปถึงเรือนร่างอันงามสง่าของนาง ลึกๆในดวงตาเขามีความโลภอันเร่าร้อนเผยออกมาเสี้ยวหนึ่ง
“ข้าหวังว่าคุณชายน้อยจะยอมถอนหมั้นกับศิษย์น้องเล็ก”
ทันทีที่พูดจบบรรยากาศภายในห้องโถงก็เย็นเยียบลงจนถึงขีดสุด
ถึงแม้ว่าหลี่ลั่วจะไม่ได้โกรธจนเืขึ้นหน้าแต่สีหน้าของเขาก็ได้เปลี่ยนไปไร้ความรู้สึกแล้วถึงแม้ว่าก่อนหน้านี้เขาได้พูดคุยเื่การถอนหมั้นกับเจียงชิงเอ๋อร์แล้วและยังทำข้อตกลงกับนางเอาไว้ด้วย
แต่…การหมั้นหมายเป็เื่ระหว่างเขากับเจียงชิงเอ๋อร์พวกเขาสามารถพูดอะไรหรือทำอะไรกับเื่นี้ก็ได้…
แต่เผยฮ่าวมันเป็ตัวอะไรกัน?
“ตูม!”
ในขณะที่มีความรู้สึกเย็นเยียบทะลักออกมาจากในใจของหลี่ลั่วนั่นเองอยู่ๆ ก็มีพลังอันแข็งแกร่งสายหนึ่งะเิออกมาภายในห้องโถง
พลังนั่นสุกสว่างราวกับแสงสว่าง แสงสว่างสาดส่อง บดบังสายตาทั้งหมดในห้องโถง
จากนั้นหลี่ลั่วก็เห็นเงาร่างของเจียงชิงเอ๋อร์ที่นั่งอยู่ข้างๆ พุ่งทะยานออกไป
พุ่งตรงไปยังตำแหน่งของเผยฮ่าว
การโจมตีอย่างกะทันหันนี้ทำให้เผยฮ่าวใเล็กน้อยวินาทีต่อมา ก็มีแสงสีทองอันแหลมคมะเิออกมาจากในร่างกายเขา
ต่างหูรูปดาบที่ห้อยอยู่บนติ่งหูข้างขวาของเขาพลันหลุดร่วงลงมาอย่างรวดเร็วขยายใหญ่ขึ้นเมื่อต้องลม กลายเป็กระบี่สีทองเล่มหนึ่ง
บนกระบี่เล่มนั้นมีพลังอัตลักษณ์สีทองอันคมกริบทะลักออกมาอย่างต่อเนื่องราวกับสายรุ้งทองคำนับไม่ถ้วน
เคร้ง!
เสียงโลหะกระทบดังกังวานขึ้นมาคลื่นกระแทกอันรุนแรงะเิออกโต๊ะเก้าอี้ภายในห้องโถงถูกแรงะเิจนแหลกเป็เสี่ยงๆ ในทันที
ประมุขหอทั้งเก้าต่างก็รีบลงมือสลายพลังงานที่หลงเหลืออยู่ทิ้งไปจากนั้นก็จ้องมองไปยังจุดเกิดเหตุ
ตรงนั้นมีเงาร่างสองร่างกำลังเผชิญหน้ากันปลายกระบี่ชี้ใส่กัน เป็เจียงชิงเอ๋อร์กับเผยฮ่าวนั่นเอง
เจียงชิงเอ๋อร์ถือกระบี่หนักเอาไว้เล่มหนึ่งบนใบกระบี่มีแสงสว่างเจิดจ้าไหลเวียน แสงนั่นสว่างเรืองรองเพียงแค่จ้องมองก็ทำให้รู้สึกแสบตาแล้ว
อีกทั้งความศักดิ์สิทธิ์อันบริสุทธิ์นั่นความร้อนแรงนั่น ก็ทำให้พวกเขารู้สึกตื่นตะลึงไปในทันที
เป็พลังอัตลักษณ์แสงสว่างที่ร้ายกาจมาก!
ตรงหน้าเจียงชิงเอ๋อร์เผยฮ่าวถือกระบี่สีทองเล่มหนึ่งเอาไว้พลังอัตลักษณ์สีทองที่แผ่ออกมาจากร่างกายเขานั้นก็ดูคมกริบไม่ธรรมดาเช่นกัน
นั่นคือพลังอัตลักษณ์ทองคำ
เมื่อกระบี่ทั้งสองปะทะกันพลังอัตลักษณ์ถาโถมใส่กัน ก็ทำให้พื้นดินเริ่มค่อยๆ แตกร้าว
เผยฮ่าวยิ้มพร้อมหรี่ตาลงเล็กน้อย“อัตลักษณ์แสงสว่างระดับเก้า ช่างสมคำร่ำลือจริงๆศิษย์น้องเล็กเพิ่งจะระดับขุนพลโลกันตร์่ต้นแต่พลังอัตลักษณ์กลับดุดันมหาศาลขนาดนี้แล้วไม่ด้อยไปกว่าข้าที่อยู่ในระดับขุนพลโลกันตร์่ท้ายเลย”
“อัตลักษณ์ทองคำของเ้าน่าจะยกระดับไปถึงระดับเจ็ดแล้วสินะ? ดูท่าทางเ้าคงจะยักยอกเงินของคฤหาสน์ลั่วหลานไปไม่น้อยเลย”เจียงชิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเ็า
เดิมทีอัตลักษณ์ทองคำของเผยฮ่าวอยู่ในระดับหกแต่ในการปะทะครั้งนี้เจียงชิงเอ๋อร์ััได้ว่าพลังอัตลักษณ์ทองคำของอีกฝ่ายนั้นคมกริบยิ่งกว่าเดิมซึ่งการจะยกระดับอัตลักษณ์ทองคำจากระดับหกไปสู่ระดับเจ็ดนั้นจำเป็ต้องใช้น้ำยาแสงวิเศษไม่ใช่น้อยๆ เลย
เผยฮ่าวไม่ได้แสดงความคิดเห็นอะไรออกมาวินาทีต่อมาทั้งเขาและเจียงชิงเอ๋อร์ต่างก็ะเิพลังอัตลักษณ์ออกมาพร้อมกันปลายกระบี่ของทั้งสองปะทะกันอย่างรุนแรง
เคร้ง!
เสียงกระทบกันของโลหะดังขึ้นพร้อมกับแรงอัดกระแทกที่ปะทุออกมาเงาร่างของทั้งสองต่างก็ถอยหลังออกไปหลายก้าว
“เผยฮ่าวเ้าบังอาจ!” ตอนนี้เองเหลยจางและประมุขหออีกหลายคนที่สนับสนุนเจียงชิงเอ๋อร์ต่างก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหลังนางทันทีพร้อมตวาดออกมาด้วยสีหน้าบึ้งตึง
แต่ก็มีประมุขหอสามคนที่ปรากฏตัวอยู่ด้านหลังเผยฮ่าวแสดงท่าทีระแวดระวังออกมา
เสียงดังสนั่นจากในห้องโถงทำให้เกิดความวุ่นวายขึ้นภายในบ้านเก่าเล็กน้อยมีกำลังคนสองกลุ่มพุ่งออกมาจากทุกสารทิศราวกับคลื่นน้ำ จากนั้นก็มายืนเผชิญหน้ากัน
“ศิษย์น้องเล็กเ้าคิดจะให้คนทั่วทั้งอาณาจักรต้าเซี่ยรู้ว่าเกิดความขัดแย้งภายในขึ้นภายในคฤหาสน์ลั่วหลานงั้นหรือ?” เผยฮ่าวยิ้มกล่าว
เจียงชิงเอ๋อร์มีสีหน้าเ็าดวงตาอันงดงามคู่นั้นเต็มไปด้วยจิตสังหาร “เผยฮ่าว หากเ้าไม่อยากตายละก็รีบกลืนคำพูดก่อนหน้านี้กลับเข้าไปเสีย เื่ของพวกเราเ้าไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
เผยฮ่าวเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะขมวดคิ้วแล้วกล่าวว่า“ศิษย์น้องเล็ก ทำไมต้องทำเช่นนี้ด้วย? การหมั้นหมายนั่นสำหรับเ้าแล้วมันเป็เพียงแค่ภาระอันหนักอึ้งมิใช่หรือ? ข้ารู้ว่าเ้าทราบซึ้งในบุญคุณของอาจารย์กับอาจารย์แม่แต่เ้าไม่จำเป็ต้องสละตัวเองให้กับหลี่ลั่วเลย มัน… ไม่คู่ควรกับเ้าจริงๆ”
“คนอกตัญญูย่อมไม่รู้จักความหมายของคำว่าบุญคุณ” เจียงชิงเอ๋อร์กล่าวเสียงเรียบ
เผยฮ่าวส่ายหน้าจากนั้นจึงหันไปมองหลี่ลั่ว “หลี่ลั่ว อันที่จริงเ้าก็เป็คนฉลาดดังนั้นข้าว่าเ้าควรจะเข้าใจคำว่ามีของล้ำค่าแต่ไร้ซึ่งความสามารถในการปกป้องนั้นเป็อย่างไรสำหรับเ้าแล้วคฤหาสน์ลั่วหลานคือของล้ำค่าส่วนอัจฉริยะฟ้าประทานอย่างศิษย์น้องเล็ก สำหรับเ้าแล้วก็ยิ่งเป็สิ่งที่เ้าไม่ควรแตะต้อง”
“เชื่อข้าเถอะหากเ้าคิดจะใช้ความรู้สึกซาบซึ้งที่ศิษย์น้องเล็กมีต่ออาจารย์กับอาจารย์แม่มาผูกมัดนางเอาไว้สุดท้ายมันมีแต่จะนำพาหายนะมาให้เ้าเท่านั้น”
หลี่ลั่วกล่าวอย่างใจเย็น“เ้าจะบอกว่า ข้าควรจะยอมสละทั้งคฤหาสน์ลั่วหลานและพี่ชิงเอ๋อร์ไปสินะ?”
“หากเ้าฉลาดมากพอละก็เ้าควรจะทำเช่นนั้น” เผยฮ่าวพยักหน้า กล่าวด้วยความสงสารเล็กน้อย“ข้าทำไปก็เพื่อเ้าทั้งนั้น หากไร้ซึ่งความสามารถเช่นนั้นก็จงเก็บงำความโลภเอาไว้เสียเช่นนี้เ้าถึงจะมีโอกาสได้ใช้ชีวิตอย่างสุขสบาย”
หลี่ลั่วยิ้มกล่าว“เผยฮ่าว เ้าไม่กลัวบ้างหรือว่า อยู่ๆวันหนึ่งพ่อแม่ข้าอาจจะกลับมาอย่างกะทันหันได้เหมือนกัน?”
เผยฮ่าวม่านตาหดเล็กน้อยประมุขหอสามคนที่อยู่ด้านหลังเขาก็แสดงสีหน้าหวาดหวั่นออกมาเช่นกัน
สุดท้ายเผยฮ่าวก็ส่ายหน้าเบาๆ“หลี่ลั่ว เ้าเลิกตั้งความหวังที่แสดงถึงความอ่อนหัดและน่าสมเพชเช่นนี้ได้แล้วจากข่าวที่ข้าได้รับมาอาจารย์กับอาจารย์แม่ คงกลับมาไม่ได้อีกแล้วละ”
เขามองหลี่ลั่วถอนหายใจออกมาด้วยสีหน้าสงสาร
“ดังนั้นที่พึ่งที่แข็งแกร่งที่สุดของเ้า มันหายไปแล้ว”
“เ้าในตอนนี้กับข้าในตอนนั้น มันแตกต่างกันตรงไหน? ไม่สิเ้าในตอนนี้อาจจะเลวร้ายยิ่งกว่าข้าในตอนนั้นด้วยซ้ำ…”
“เพราะถึงแม้ว่าตอนนั้นข้าจะไม่มีภูมิหลังไร้หนทาง แต่อย่างน้อย ข้าก็ยังมีศักยภาพอยู่บ้าง”
“แต่เ้า…เ้าไม่มีอะไรเลยสักอย่าง”