บทนำ
“เ้าก็รู้ว่าเด็กคนนี้จะสร้างประวัติศาสตร์ใหม่ให้กับพวกเรา”ชายสวมเสื้อคลุมสีเท่าพูดขึ้นท่ามกลางความเงียบสงบในเวลาเที่ยงคืนของวันที่สิบสามฤดูหนาวหลังจากที่เื่ความไม่ลงรอยสิ้นสุดลง มันได้สร้างร่องรอยาแเอาไว้ให้หลายฝ่าย
“ข้าเข้าใจถึงการที่พวกเขาสละตนเองเพื่อให้อีกฝ่ายหมดอำนาจและใครจะเลี้ยงเขาได้ล่ะ”หญิงสาวหน้าตกกระพูด เธอวิตกกังวลถึงขีดสุดท้ายที่สุดแล้วเด็กๆที่เกิดขึ้นในยุคบ้าอำนาจนี้ล้วนแล้วแต่ต้องตายหรือไม่ก็ต้องกำพร้าเพราะคนที่บ้าอำนาจนั้นไม่กลายเป็คนดีขึ้นมาได้
ผู้ใหญ่วัยกลางคนกำลังยืนคุยกันอยู่โดยมีฉากหลังเป็กำแพงอิฐแดงเก่าๆหิมะที่กำลังตกลงมาทำให้เสื้อคลุมที่ควรเห็นว่ามีขนถูกปกคลุมด้วยสีขาวคนหนึ่งดูท่าทางจะเป็ชายที่มีหนวดรกรุงรัง เขาใส่ผ้าคลุมปิดหน้าเอาไว้ ในส่วนของฝ่ายหญิงก็เช่นเดียวกันทั้งสองกำลังรอการมาถึงของใครสักคน
“ว่าแต่ทำไมกำแพงนั่นมันไม่ขยับสักทีถ้านานไปกว่านี้เกรงว่าจะไม่ทันการ”
“ข้าอยากรู้เหมือนว่าทำไมถึงให้ไอ้ขี้คุกคนนั้นทำหน้าที่นี้แทนด้วยถ้าเ้าทำเองป่านนี้เื่มันคงจบ”
“นี่อย่าเพิ่งตัดสินอะไรเขาแบบนั้นที่เขาต้องเข้าคุกเพราะเป็แพะให้กับคนที่บ้าอำนาจพวกนั้นไม่ใช่หรือไง ยิ่งพวกมันขจัดเสี้ยนหนามแบบนี้ไม่ได้โอกาสในไม่กี่ปีหลังจากนี้เราจะต้องถอดรากถอดโคนไอ้พวกเป็หนอนที่กำลังย่อยสลายให้กระทรวงกลายเป็ของเน่าเสียได้”
“ข้าไม่ได้จะว่าอะไรหรอกนะองค์กรใหญ่ขนาดนั้นเชื่อจริงๆเหรอว่าเราจะสามารถขจัดมันได้”
“อาจจะเป็ไปได้นะ ถ้าเื่คืนนี้ไม่เกิดขึ้นเราคงสิ้นหวังแต่ในเมื่อตัวการสูญสิ้นพลังไป เื่ที่หวังจะยึดทั้งสองโลกเอาไว้เป็อันต้องหยุดไว้ก่อนแต่เชื่อไหมยังมีพวกภักดีที่ไม่ยอมแพ้อยู่อีก ทั้งๆที่เห็นอยู่ว่ามันผิดก็ยังจงใจที่จะทำตามคำสั่ง”
“นั่นมนก็จริงของท่าน”
เมื่อสิ้นสุดประโยคของหญิงสาวที่สวมฮู้ดกับผ้าคลุมสีเงินกำแพงด้านหลังของเขาเริ่มจะมีการขยับ มันกำลังสลับก้อนไปมา จากอิฐที่แข็งๆกลายเป็เริ่มกลายเป็ของเหลวน่าขนลุกคล้ายกับเหล็กที่กำลังหลอมละลายที่อุณหภูมิ1000องศาทั้งสองมองอย่างใจจดใจจ่อราวกับว่ากำลังรอใครบางคนแต่ในขณะเดียวกันก็ตั้งท่ารับมือกับบางอย่างไปด้วยในตัว พวกเขาถือพู่กันเอาไว้ในมือเหมือนกับว่านั่นคืออาวุธของพวกเขาอย่างไรอย่างนั้น
หินสีแดงที่กลายเป็ผืนของเหลวอย่างกับผืนน้ำมีใครคนหนึ่งเดินผ่านมันออกมา ชายร่างอ้วนผมดกหนาจนปิดบังใบหน้าไว้ทั้งหมดพร้อมกับตะกร้าสานสีน้ำตาลเมื่อเห็นดังนั้นทั้งสองลดพู่กันที่ชี้ไปยังอีกฝ่าย
“มาช้าไปนะ”
“ใจเย็นสินายท่านกว่าจะแอบเข้าไปยังที่นั่นได้ข้าจำต้องแฝงกายโดยเป็รูปปั้นที่รวมอยู่ในสวนเชียวนะบอกแล้วไงว่าข้าคือหนึ่งในผู้ที่เก่งกาจเื่นี้”
“พูดมากไปแล้วส่งตะกร้าใบนั้นมา”
“พวกท่านเชื่อจริงๆหรือว่าเด็กคนนี้จะต้านหรือกำจัดความชั่วร้ายออกไปได้ข้าคิดว่าไม่น่าจะเป็แบบนั้น”
“นี่พูดจาระวังหน่อยถ้าวันไหนที่เ้าเจอเขาได้โปรดช่วยเหลือเขาในทุกอย่างที่พอจะทำได้ที เชื่อเหลือเกินว่าเมื่อไหร่ที่เด็กคนนี้โตขึ้นและอยู่ในที่ทางที่เหมาะสมวันนั้นอำนาจร้ายจะแพร่ขยายอีกครั้ง และคราวนี้เกรงว่ามันจะค่อนข้างโหดร้ายเกินไปสำหรับเขา”หญิงสาวพูดโดยที่ตาของนางมองไปยังเด็กทารกที่กำลังหลับสนิท
“พวกเ้ากลับไปก่อนก็แล้วกันที่เหลือข้าจัดการเอง”น้ำเสียงเคร่งขรึมราวกับน้ำที่สงบนิ่งในป่าลึกแถบป่าอเมซอน
กำแพงถูกหลอมเหลวดังเดิมเมื่อชายอ้วนได้ใช้พู่กันจิ้มลงบนอิฐสีแดงและเดินผ่านเข้าไป ส่วนหญิงสาวถอยห่างออกจากชายหนุ่มรูปร่างสันทัด เธอโปรยกระดาษแผ่นเล็กขึ้นตรงหน้าเธอ่เสี้ยววิมันขายใหญ่และเธอเดินผ่านเข้าไปยังภาพที่ดูเหมือนประตู
ท่ามกลางบรรยากาศอันหนาวเหน็บเขามองดูหน้าทารกที่นอนหลับไม่สนใจบรรยากาศภายนอกและคิดในใจว่าทุกอย่างขึ้นอยู่กับเ้า