ร่านสวาทนางฟ้าประจำชุมชน

    ตอนที่ 4 พฤติกรรมนางฟ้าเริ่มหย่อนยาน

    อิ๊งค์ทำตามที่น้าพงษ์บอกอย่างว่าง่ายเพราะเข้าใจไปเองในห้วงอารมณ์เบลอๆว่าคงเป็นท่าทางที่จะนำไปสู่การนวดคลายเส้นในขั้นตอนต่อไป


    แต่ทันทีที่เธอทิ้งน้ำหนักลงไปยังหัวเข่าทั้งสองข้างเพื่อกระดกสะโพกขึ้นมา เธอก็ต้องลืมตาเบิกโพลงด้วยความตกใจ เมื่อนิ้วของคนข้างหลังจับแหวกกางเกงในเธอออก แล้วเสียบใส่ดุนดันลำเอ็นเข้ามาในร่องสวาทที่ชุ่มฉ่ำของเธอโดยไม่ขออนุญาติ


    “อุ๊ย!... น…! น้าพงษ์…!? อรื๊อออ!!”


    แต่อิ๊งค์ยังไม่ทันที่จะตั้งตัวหรือเอ่ยปากประท้วงได้จบประโยค น้าพงษ์จัดการกดท่อนควยอัดเข้ามาจนมิดลำโคน จับรั้งเรียวแขนทั้งสองข้างของอิ๊งค์ดึงเหนี่ยวมาทางด้านหลัง บังคับให้เธออยู่ในท่วงท่าที่ต้องแอ่นอกเชิดหน้าขึ้นเตรียมรับแรงกระแทก


    ประธานชุมชนผู้แสนใจดีเริ่มระเลงบทรักที่เฝ้ารอมาเนิ่นนาน น้าพงษ์กระเด้ารัวๆไม่ยั้ง เสียงเนื้อกระทบเนื้อดังพั่บๆ สลับกับเสียงเฉอะแฉะของน้ำเงี่ยน


    “อื๊อออ…! อ๊าๆๆๆๆๆ…!!!”


    อิ๊งค์ร้องลั่น น้ำตาซึมด้วยความวาบหวาม บวกความจุกแน่นที่ถูกเติมเต็มเข้ามาในร่องสวาท รวมไปถึงความรู้สึกที่ถูกกระทำในแบบที่เธอไม่ทันตั้งตัว


    น้าพงษ์กระหน่ำโยกเข้าหาบั้นท้ายของอิ๊งค์อย่างเมามันส์ แกทำตาปรือด้วยความฟิน นึกจินตนาการถึงภาพตอนที่แกเดินตามตูดคุณอิ๊งค์ลงพื้นที่ดูงานในชุมชน ก้นงอนงามภายใต้กางเกงยีนส์ที่แอบมองมานาน ความรู้สึกที่ได้กระแทกใส่มันเป็นแบบนี้นี่เอง…


    พั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !


    “อ่าาาห์…! ซี๊ดดดส์…! อ่าาา…” น้าพงษ์รัวกระเด้าต่อเนื่อง เนื้อก้นที่ทั้งใหญ่และนุ่มแน่นของอิ๊งค์เหมาะกับการรองรับแรงกระแทกลักษณะนี้เป็นที่สุด ไหนจะหีอวบอูมที่แน่นฟิตและขมิบตอดรัดถี่รัวไม่หยุด


    ต่อมาน้าพงษ์ขยับกายโน้มตัวลงนอนคว่ำทับทาบลงมาบนร่างของอิ๊งค์ทั้งตัว ทิ้งน้ำหนักลงมาเต็มๆ ได้โอกาสซุกไซ้ซอกคอขาวเนียนที่แอบมองมานาน น้าพงษ์สูดดมกลิ่นหอมของเนื้อสาวบริสุทธิ์เข้าไปเต็มปอด ลมหายใจร้อนระอุรดรินจนอิ๊งค์ซ่านสยิวไปทั้งร่าง เธอทำได้เพียงแผดเสียงครางหวานเครือ ระเบิดอารมณ์เงี่ยนออกมาอย่างหมดสภาพกุลสตรี


    ตับ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !


    “ค.. คุณอิ๊งค์… ตัวก็หอม ก้นก็แน่น หอยก็ฟิตดีเหลือเกิน อะ.. อ่าาาาห์…” เสียงสั่นกระเส่ากระซิบข้างหูหญิงสาว ในขณะที่เจ้าของเสียงยังคงกระเด้าใส่คนข้างล่างต่อเนื่องอย่างไม่มีความเกรงใจ


    “อื๊อๆๆๆๆๆ…!!”


    พลั่บ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ ๆ !


    ภาพของนางฟ้านักสังคมสงเคราะห์สาวสวย โดนผู้ชายรูปร่างสันทัดผิวคล้ำแดดนอนทับและกำลังเย็ดรัวๆ เป็นภาพที่ดูดิบเถื่อน พวกเขาสองคนดูไม่คู่ควรกันเลย น้าพงษ์ทำทุกอย่างที่เขาทำได้ ทั้งดมทั้งเลียซอกคอ ไม่เว้นแม้กระทั่งขโมยหอมแก้มขาวนวล เพราะตอนนี้สมองของอิ๊งค์พร่าเบลอไปหมดแล้ว

     

    แล้วบทสวาทอันหยาบโลนก็ดำเนินไปจนถึงจุดพีค น้าพงษ์กระแทกเน้นย้ำสี่ห้าครั้งสุดท้ายอย่างหนักหน่วง ก่อนจะปลดปล่อยน้ำรักอุ่นร้อนพุ่งทะลักแตกคารูหีฟิตๆของอิ๊งค์จนล้นปรี่ ลมหายใจอุ่นร้อนพ่นรดต้นคอหญิงสาว ในขณะที่ร่างของฝ่ายชายนอนทับทาบอยู่บนร่างกายของเธอ แช่ค้างลำควยอุ่นไว้ภายในส่วนลึกของร่องเนื้อสาวที่ยังคงขมิบตอดรัดแน่นอยู่อย่างนั้น ปล่อยให้ความเงียบและความเงี่ยนหลอมรวมร่างของคนทั้งสองเข้าด้วยกันต่อไป…


    ------------------------------


    ไม่กี่วันต่อมา…


    แสงแดดยามสายสาดส่องลงกระทบหลังคาสังกะสีเก่าของบ้านไม้กึ่งปูนท้ายตลาด นักสังคมสงเคราะห์คนสวยเดินทางมาที่นี่ตามเวลานัดหมาย


    อิ๊งค์ใส่เสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าอ่อน ท่อนล่างใส่กางเกงยีนส์ขายาวทรงเดฟที่โอบรับกับสะโพกงอนงาม รูปร่างสมส่วนบวกกับกิริยามารยาท ทำให้เธอยังเป็นกุลสตรีผู้เรียบร้อยเหมือนผ้าพับไว้ดั่งเช่นทุกวัน


    “สวัสดีค่ะป้าแก้ว หนูมาหาน้องตั้มค่ะ” อิ๊งค์ยกมือไหว้กล่าวทักทายผู้ใหญ่ด้วยน้ำเสียงสุภาพ


    “นั่งก่อนสิ… เดี๋ยวป้าไปเรียกมันให้” หญิงวัยกลางคนที่มีอาชีพเป็นแม่ค้าเช็ดมือกับผ้ากันเปื้อน ก่อนจะกุลีกุจอจัดหาเก้าอี้พลาสติกเก่าๆมาต้อนรับแขก


    บั้นท้ายนุ่มแน่นของอิ๊งค์นั่งลงบนเก้าอี้อย่างสุภาพ ขาทั้งสองข้างหนีบชิดติดกันสนิท เข่าชนเข่าอย่างมิดชิดสำรวม แตกต่างอย่างสุดขั้วกับการนอนแบะอ้าซ่าที่เธอเคยทำบนเบาะนวดเมื่อวันก่อน


    ไม่ห่างกันนัก ร่างหนาสันทัดของน้าพงษ์ก้าวเดินตามเข้ามานั่งอยู่ด้านหลังเยื้องไปทางขวา แกยังคงทำตัวเป็นผู้ช่วยที่แสนดี สอดส่องสายตาไปรอบๆบริเวณบ้าน เผยให้เห็นถึงความพร้อมที่จะเข้าปกป้องนักสังคมสงเคราะห์สาวทันทีหากมีเหตุฉุกเฉิน


    ทว่ายามใดที่น้าพงษ์เหลือบสายตากลับมามองแผ่นหลังของอิ๊งค์ แววตาซื่อๆแบบผู้ใหญ่ใจดีแปรเปลี่ยนไปเป็นสายตาของผู้ชนะ แกมีความกระหยิ่มยิ้มย่องในใจ เพราะรู้ดีว่าภายใต้เสื้อผ้ามิดชิดที่คุณอิ๊งค์สวมใส่อยู่ตอนนี้ ได้ซ่อนสัดส่วนทองคำและผิวขาวนวลขนาดไหนเอาไว้ ซึ่งแกได้ปู้ยี้ปู้ยำจนสมใจอยากแล้ว


    น้าพงษ์ลอบมองสะโพกผายของอิ๊งค์ พลางนึกถึงภาพเนื้อแก้มก้นขาวเนียนเด้งสู้มือตอนถูกแกตบตีสลับกับบีบนวด ไหนจะร่องสวาทชื้นแฉะที่แกเพิ่งกระหน่ำจัดหนักกระแทกมิดลำจนน้ำเยิ้มคารู


    สักพักต่อมา…


    ตั้ม วัยรุ่นอายุ 21 ปี ที่เพิ่งผ่านกระบวนการบำบัดยาเสพติดกลับมาอยู่บ้านได้ไม่กี่สัปดาห์ เดินก้มหน้าก้มตาออกมาจากบ้าน สภาพร่างกายดูซูบเซียว แววตาแฝงความประหม่าหวาดระแวง สายตาของเด็กหนุ่มแอบมองน้าพงษ์ที่นั่งทำหน้ายักษ์คุมเชิงอยู่แว๊บหนึ่ง ก่อนจะยอมนั่งลงบนม้านั่งฝั่งตรงข้ามกับอิ๊งค์


    “สัปดาห์นี้เป็นยังไงบ้างตั้ม สบายดีไหม” อิ๊งค์เปิดฉากชวนคุย น้ำเสียงของเธออ่อนหวาน เต็มไปด้วยความเห็นอกเห็นใจ ไร้ซึ่งท่าทีรังเกียจเดียดฉันท์


    “ก็... ก็ดีครับ” ตั้มก้มหน้าตอบเสียงเบา ไม่กล้าสบตาคนสวย นั่งแกะเล็บตัวเองไปด้วยพลางๆ


    “ยังมีอาการนอนไม่หลับ หรือฝันร้ายอยู่บ้างไหม”


    นักสังคมสงเคราะห์คนสวยถามต่อ พลางเปิดแฟ้มบันทึกข้อมูลอย่างเป็นระบบ ทักษะการสัมภาษณ์ทางวิชาการหลั่งไหลออกมาอย่างเชี่ยวชาญ


    “ช่วงปรับตัวหลังจากกลับมาอยู่บ้าน สภาพแวดล้อมเดิมๆอาจจะทำให้เราคิดถึงสิ่งเก่าๆได้ ตั้มจัดการกับความรู้สึกนี้ยังไงบ้าง เล่าให้พี่อิ๊งค์ฟังหน่อยได้ไหม”


    “ก็... มีบ้างครับพี่ เวลาเดินไปหน้าปากซอยเห็นพวกเพื่อนกลุ่มเดิมนั่งอยู่ มันก็… มีแว๊บๆเข้ามาในหัว แต่ผมก็รีบเดินหนีกลับบ้านเลย ไม่อยากกลับไปจุดนั้นอีกแล้วครับ” เด็กหนุ่มร่ายยาวระบายความในใจออกมา แววตาเริ่มมีประกายความเชื่อมั่นขึ้นเล็กน้อยเมื่อเห็นท่าทีรับฟังอย่างตั้งใจของฝ่ายหญิง


    “เก่งมากตั้ม การรู้เท่าทันความรู้สึกตัวเองแล้วเลือกที่จะเดินเลี่ยงออกมา นั่นคือสเต็ปแรกที่สำคัญที่สุดเลยนะ” อิ๊งค์ส่งยิ้มให้ตั้มเพื่อเสริมพลังทางจิตวิทยา


    “แล้วเรื่องงานที่คุยกันไว้ล่ะ ที่ว่าอยากจะไปสมัครงานอู่ซ่อมรถ ได้แวะไปคุยกับเขาหรือยัง”


    “ยังเลยครับ... ผมกลัวเขาไม่รับ เพราะผมมีประวัติไม่ดี” เด็กหนุ่มก้มหน้าลงอีกครั้ง ความพลาดพลั้งในอดีตยังคงเป็นชะงักติดหลังเขาอยู่


    “ตั้มฟังพี่อิ๊งค์นะ เรื่องประวัติในอดีตเราย้อนกลับไปแก้ไขอะไรไม่ได้ แต่ปัจจุบันเราแสดงให้เขาเห็นได้ว่าเราเปลี่ยนไปแล้ว” นักสังคมสงเคราะห์คนสวยขยับเก้าอี้ย้ายไปนั่งข้างเด็กหนุ่มแบบไม่ถือตัว เป็นหลักจิตวิทยาที่ทำให้เห็นว่ายังมีคนอยู่เคียงข้างเขา


    “เดี๋ยวพี่จะให้เอกสารรับรองการผ่านการบำบัดและใบนัดรายงานตัวของกรมสวัสดิการสังคมติดตัวไปด้วย ถ้านายจ้างเขาถาม ตั้มยื่นตัวนี้ให้เขาดูเลยนะ เป็นการยืนยันว่าเราอยู่ในความดูแลของเจ้าหน้าที่ ส่วนเรื่องความปลอดภัยและพฤติกรรมในชุมชน น้าพงษ์ที่เป็นประธานกรรมการชุมชนจะคอยช่วยสอดส่อง เป็นพยานช่วยรับรองให้ตั้ม ใช่ไหมคะน้าพงษ์”


    “อ๋อ... ใช่ๆ” น้าพงษ์ที่กำลังนั่งคิดเรื่องใต้สะดือสะดุ้งเล็กน้อย ก่อนจะรีบปรับสีหน้าแววตาให้กลับมาเป็นผู้ใหญ่ใจดี พลางตีหน้าเข้มขรึมใส่เด็กหนุ่ม


    “ไอ้ตั้มเอ๊ย… เอ็งตั้งใจทำมาหากินไปเถอะ ถ้าเอ็งกลับตัวได้จริงๆ น้าก็พร้อมจะช่วยการันตีกับเจ้าของอู่ให้ เอ็งอย่าทำให้คุณอิ๊งค์เขาต้องเหนื่อยฟรีก็พอ”


    “ครับน้า… ขอบคุณนะครับพี่อิ๊งค์” ตั้มยกมือไหว้รับคำด้วยความตื้นตัน ป้าแก้วที่ยืนแอบฟังอยู่ข้างประตูบ้านก็พลอยน้ำตาซึมตามไปด้วย


    เคสติดตามเคสนี้ที่อิ๊งค์รับผิดชอบดูแลอยู่ได้ประสบความสำเร็จไปอีกขั้น หญิงสาวจัดแจงเซ็นเอกสารในแฟ้มด้วยท่าทางคล่องแคล่วเป็นทางการ ทุกท่วงท่ากิริยายังคงงดงามไร้ที่ติ ไม่มีสิ่งใดที่บ่งบอกว่ากุลสตรีผู้เรียบร้อยเพียบพร้อมคนนี้จะแอบซ่อนความเสียวซ่านวาบหวามปนผิดบาปเอาไว้เบื้องหลัง…


    ------------------------------


    หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจติดตามเคสของตั้มและแวะกินมื้อเที่ยงกันเป็นที่เรียบร้อย ในช่วงบ่ายที่ไอแดดระอุจนผิวแทบไหม้ อิ๊งค์กับน้าพงษ์พากันมาโผล่ที่ร้านเสริมสวยแห่งหนึ่ง เนื่องจากอิ๊งค์ยังมีอีกหนึ่งเคสที่ต้องทำหน้าที่ติดตามผลในวันนี้ เป็นเคสภรรยาที่มีปัญหาเรื่องความรุนแรงในครอบครัวกับสามี


    มือบางผลักบานประตูกระจกเปิดออก พาร่างกายที่เริ่มมีเม็ดเหงื่อผุดซึมตามลำคอระหงเข้าไปสัมผัสกับแอร์เย็นฉ่ำภายในร้านเพื่อดับความร้อน ทว่าเมื่อก้าวเข้ามาด้านในกลับพบเพียงความเงียบเชียบ เพราะดูเหมือนว่าเจ้าของร้านจะไม่อยู่ แต่ไม่ได้ล็อคประตู


    นักสังคมสงเคราะห์สาวจัดแจงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาเจ๊เรณู เจ้าของร้านเสริมสวยวัย 40 ต้นๆ ผู้เป็นเคสในความดูแลของเธอ ซึ่งได้ความว่าหล่อนออกจากร้านไปซื้อข้าวกล่องที่ร้านอาหารตามสั่ง อีกประเดี๋ยวเดียวก็กำลังจะกลับมาถึงร้านแล้ว


    เมื่อวางสาย อิ๊งค์ถอนหายใจยาวด้วยความเหนื่อยล้า เธอทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาสำหรับใช้รับแขกอย่างหมดแรง ทว่าท่วงท่ากิริยาการนั่งพักผ่อนของเธอในเวลานี้ดูขัดแย้งกับภาพจำอันงดงามของชาวบ้าน


    อิ๊งค์เลือกที่จะวางก้นอยู่หมิ่นๆตรงขอบเบาะโซฟา ทิ้งตัวเอนแผ่นหลังพิงกับพนักด้านหลัง เงยหน้าขยับคอไปมาระบายความเมื่อย ที่สำคัญคือเธอเล่นนั่งแบะขาอ้าออกกว้างในลักษณะทิ้งแหมะสบายๆ เน้นความสบายตัวมากกว่าภาพลักษณ์ที่พึงกระทำ


    “หูยยย… ทำไมนั่งแบบนั้นละครับคุณอิ๊งค์”


    น้าพงษ์ยังคงทำหน้าที่เป็นเงาตามตัวคอยตามติดไม่ห่าง แกเอ่ยทักขึ้นมาด้วยนัยน์ตาลุกวาว ฉายแววหิวกระหายขึ้นมาทันที สายตาจับจ้องมองลึกเข้าไปตรงบริเวณกึ่งกลางเป้ากางเกงยีนส์ขาเดฟที่แน่นเปรี๊ยะ จากลักษณะมุมมองที่อิ๊งค์กำลังนั่งอ้าขาสบายใจเฉิบ 


    “ให้นั่งหุบขาหลังตรงแด่วทั้งวัน บางทีก็ไม่ไหวค่ะ อิ๊งค์เป็นคน ไม่ใช่หุ่นยนต์ ต้องมีรีแลกซ์กันบ้าง”


    หญิงสาวเอ่ยตอบ แววตาแสดงความเหนื่อยล้า ในขณะที่ฝ่ายชายทิ้งตัวลงนั่งโซฟาตัวเดียวกันข้างเธอ


    บนใบหน้ากร้านแดดของประธานชุมชนมีรอยยิ้มที่ดูแสดงออกอย่างชัดเจน น้าพงษ์ดูจะภูมิใจกับการที่ตัวเองได้เปลี่ยนสถานะจากคนนอก กลายมาเป็นผู้ชายเพียงคนเดียวที่อิ๊งค์ยอมเปิดเผยด้านที่หย่อนยานให้เห็น ซึ่งเป็นด้านที่เธอไม่ยอมให้สายตาของชาวบ้านทั่วไปในชุมชนได้เห็นเด็ดขาด


    “อืมครับน้าเข้าใจ… แต่จะว่าไปอากาศบ้านเรามันร้อนอบอ้าวขนาดนี้ แถมคุณอิ๊งค์ยังชอบใส่กางเกงยีนส์ฟิตๆรัดรูปอยู่ตลอด น้าว่าตรงนั้นของคุณอิ๊งค์มันน่าจะอับชื้นไปหมดแล้วแน่ๆเลยใช่ไหม”


    น้าพงษ์พูดแฝงความนัยน์สวาทอย่างโจ่งแจ้ง สายตาเจ้าเล่ห์ก้มมองจับจ้องเป้ากางเกงยีนส์ตรงหว่างขาของคนข้างๆอย่างไม่เกรงอกเกรงใจกัน ทว่าคำพูดแทะโลมที่ล้ำเส้นเกินงามในเวลาหน้าที่การงานแบบนี้ ทำให้นักสังคมสงเคราะห์สาวที่เพิ่งพักสายตาได้เพียงแป๊บเดียว ต้องลืมตาขึ้นมาอีกครั้งทันที


    อิ๊งค์ปรายสายตามามองใบหน้าของผู้ชายรุ่นพ่อที่นั่งเบียดอยู่ข้างๆ ก่อนจะเอ่ยพูดด้วยน้ำเสียงจริงจังและเด็ดขาด แตกต่างจากความโอนอ่อนบนเบาะนวด


    “น้าพงษ์คะ... ถึงเราจะเคยมีอะไรกัน แต่อิ๊งค์ไม่ชอบเลยนะคะที่น้าพงษ์พูดจาสองแง่สองง่ามในเวลางานแบบนี้ ระวังคำพูดคำจาของตัวเองหน่อยก็ดีนะคะ”


    คำติติงอย่างตรงไปตรงมาทำให้น้าพงษ์ถึงกับหน้าเจื่อน มุมปากที่เคยยิ้มกว้างหุบลงทันที แกคงย่ามใจและระเริงในรสสวาทมากเกินไปจนลืมเว้นระยะห่างในเวลางาน เผลอพูดจาในเรื่องที่ไม่เหมาะสมออกไป


    “ขอโทษครับคุณอิ๊งค์ น้าไม่ได้ตั้งใจ…” แม้ว่าตามศักดิ์และอายุของแกจะรุ่นราวคราวพ่อ แต่อำนาจความเด็ดขาดของอิ๊งค์ทำให้แกยอมกล่าวขอโทษหญิงสาวรุ่นลูกโดยไม่ต้องใช้เวลาคิดนาน


    ทว่าในจังหวะความกระอักกระอ่วนนั้น สายตาของน้าพงษ์หันไปเห็นเจ๊เรณู เจ้าของร้านเสริมสวยกำลังขี่รถมอเตอร์ไซค์เลี้ยวเข้ามาจอดที่บริเวณหน้าร้านพอดี แกจึงรีบใช้มือสะกิดขาของอิ๊งค์รัวๆ


    “คุณอิ๊งค์ๆๆ” น้าพงษ์พูดบอกเบาๆอย่างรู้กัน


    อิ๊งค์รีบหุบขาเข้าหากันจนแน่นสนิท ดีดตัวยืดหลังขึ้นนั่งตรงแด่วทันทีตามสัญชาตญาณของผู้หญิงที่ต้องรักษาภาพลักษณ์อันดีงามต่อหน้าชาวบ้าน


    ------------------------------


    เย็นวันนี้ เป็นครั้งแรกที่อิ๊งค์ใจอ่อนยอมพาตัวเองเข้ามาอยู่ภายในบ้านของน้าพงษ์ ทั้งที่ก่อนหน้านั้นในตอนที่ทั้งคู่ยังไม่ได้มีสัมพันธ์สวาทลึกซึ้งต่อกัน ชายรุ่นพ่อเคยเอ่ยปากชวนเธอให้มาเยี่ยมเยียนที่นี่ตั้งหลายต่อหลายครั้งแล้ว ทว่าในตอนนั้น อิ๊งค์ผู้ยังคงสวมหน้ากากกุลสตรีเรียบร้อยมักจะมองว่ามันเป็นเรื่องที่ไม่งดงามและไม่เหมาะสมสำหรับผู้หญิงสาวสวยอย่างเธอในการเข้าบ้านผู้ชายตามลำพัง


    “เห็นน้าพงษ์เคยบอกอิ๊งค์ว่าเลิกกับเมียมาจะสิบปีแล้ว มีลูกสาวด้วยกันคนนึง ลูกสาวน้าพงษ์อายุเท่าไหร่แล้วเหรอคะ” เสียงหวานเอ่ยถามทำลายความเงียบในขณะกวาดสายตามองสำรวจภายในบ้าน


    “อายุ 25 แล้วครับ เรียนจบมีงานทำแล้ว แต่เขาอยู่กับแม่เขา นานๆทีถึงจะมาเยี่ยมหากัน” น้าพงษ์ตอบพลางเดินไปหยิบน้ำดื่มเย็นๆมายื่นให้อิ๊งค์


    “สรุปแล้ว... วันนี้คุณอิ๊งค์จะให้น้าช่วยนวดน้ำมันให้เลยไหมครับ” ชายวัยกลางคนถามถึงเรื่องที่เขากับหญิงสาวเพิ่งจะคุยกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้


    “มาถึงบ้านขนาดนี้แล้ว... ก็คงต้องตามนั้นแหละค่ะ”


    อิ๊งค์พยักหน้า พยายามควบคุมน้ำเสียงให้เป็นปกติที่สุด น้าพงษ์ลอบยิ้มกริ่มคนเดียวในใจ ความคิดในหัวของคนเจ้าเล่ห์จินตนาการเตลิดเปิดเปิงไปถึงไหนต่อไหนแล้ว เพราะแกก็รู้ดีว่าวันนี้ไม่มีทางจบลงแค่การนวดน้ำมันธรรมดาๆอย่างแน่นอน…


    “แต่ว่า... การนวดน้ำมันเนี่ย มันต้องแก้ผ้านะครับ คุณอิ๊งค์โอเคหรือเปล่า” น้าพงษ์แกล้งถาม หย่อนคำพูดทำแววตามีเลศนัยชวนคิดลึกพร้อมส่งรอยยิ้มกรุ้มกริ่มขณะที่สายตาจับจ้องไปยังดวงหน้าหวาน


    “อืม…” อิ๊งค์พยักหน้ารับคำเบาๆในลำคอ เธอรู้สึกกระดากปากจนพูดอะไรไม่ออกไปมากกว่านี้


    “ถ้าอย่างนั้นก็ถอดเสื้อผ้าออกเลยครับ แล้วไปอาบน้ำล้างตัวก่อน ห้องน้ำอยู่ทางด้านนู้นครับ”


    น้าพงษ์ผายมือบอกทิศทาง อิ๊งค์มองตามแล้วเตรียมจะก้าวเดินไปทางห้องน้ำ ทว่ายังไม่ทันได้ก้าวเท้า มือหนาหยาบกร้านของประธานชุมชนกลับยื่นมาคว้าหมับเข้าที่ข้อมือบอบบางของเธอเอาไว้


    “อะไรคะ..?” อิ๊งค์สะดุ้งหน่อยๆ หันกลับมาถาม


    “น้าว่า... คุณอิ๊งค์ถอดเสื้อผ้าตรงนี้เลยดีกว่าครับ ไม่ต้องเสียเวลาเข้าไปถอดในห้องน้ำหรอก”


    “น้าพงษ์!!” อิ๊งค์กดเสียงต่ำแกมดุสวนกลับไป


    “นะครับ... เชื่อใจน้าเถอะ ถอดตรงนี้เลย น้าไม่ทำอะไรหรอก น้าจะนั่งดูเฉยๆ นั่งดูอยู่ตรงนี้แหละ”


    พูดจบชายวัยห้าสิบต้นๆก็ทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟา ทำหน้าตาชิลๆเหมือนคนอารมณ์ดี มองดูเรือนร่างของอีกฝ่ายที่ยังอยู่ภายใต้การแต่งกายมิดชิดเรียบร้อย


    อิ๊งค์ทำเสียงจิ๊ปาก รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังโดนฝ่ายชายใช้คารมตะล่อมเข้ามุมอับเรื่อยๆ จนเธอเริ่มหาทางหนีทีไล่ไม่ถูก หญิงสาวยืนลังเลใจครู่หนึ่ง ท่าทางกระสับกระส่ายทำตัวไม่ถูก ก่อนจะเดินไปเช็คประตูบ้านให้แน่ใจว่าลงกลอนล็อกประตูดีแล้ว จากนั้นจึงเดินกลับมาหยุดยืนอยู่หน้าโชฟาที่ฝ่ายชายนั่งอยู่


    นิ้วเรียวบางของอิ๊งค์ปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนออกทีละเม็ด... ทีละเม็ด… อย่างเชื่องช้า ความอายแล่นริ้วจนแก้มแดงก่ำ ยามที่แผ่นผ้าแยกขยายออกเผยให้เห็นยกทรงสีเนื้อลายลูกไม้ที่โอบอุ้มทรวงอกอวบอิ่มสองข้างเอาไว้จนแทบทะลักล้นสายตา


    เสื้อเชิ้ตแขนยาวถูกปลดเปลื้องร่วงหล่นออกจากกายสาว จากนั้นอิ๊งค์เอื้อมมือไปด้านหลังเพื่อปลดตะขอบราที่อยู่ตรงกลางแผ่นหลังเนียน น้าพงษ์ที่นั่งอยู่บนโซฟามองดูภาพตรงหน้าอย่างใจจดใจจ่อ ลมหายใจเริ่มติดขัดจนมือข้างหนึ่งของแกอดไม่ได้ที่จะลูบคลำเค้นเป้ากางเกงของตัวเองด้วยความกระสันอยาก


    ทันทีที่สายบราหลุดออกจากหัวไหล่เนียน น้าพงษ์ถึงกับสูดปากร้องซี๊ดออกมาด้วยความสยิวเมื่อได้เห็นเต้าเนื้อขนาดใหญ่ หัวนมสีชมพูอ่อนตัดกับผิวขาวนวลเนียน รูปร่างและผิวพรรณของอิ๊งค์เรียกได้ว่าเป็นหุ่นในฝันของผู้ชายค่อนประเทศก็ไม่ผิดนัก


    อิ๊งค์รับรู้ได้ถึงสายตาอันหิวกระหายของน้าพงษ์ เธอเกิดอาการตัวสั่นจนแทบควบคุมไม่ได้ แม้ว่าเธอจะเคยมีอะไรกับผู้ชายคนนี้มาแล้วครั้งนึงในบ้านเช่า แต่การที่ต้องมายืนถอดเสื้อผ้าออกทีละชิ้นต่อหน้าเขาแบบนี้ มันยังคงดูเป็นเรื่องที่น่าอับอายขายหน้าและเปลืองตัวมากๆสำหรับกุลสตรีผู้สูงส่งอย่างเธอ


    ต่อมา นิ้วเรียวขยับเลื่อนลงไปรูดซิปกางเกงยีนส์ทรงเดฟ ทว่าด้วยสัดส่วนความแน่นของร่างกายช่วงล่าง บวกกับความฟิตเข้ารูปของผืนผ้ากางเกงยีนส์ ทำให้การถอดเป็นไปอย่างยากลำบาก อิ๊งค์จำต้องขยับบิดตูดไปมาเพื่อช่วยให้ผืนผ้าขยับเลื่อนลงไปตามต้นขาแน่นนุ่มได้สะดวกขึ้น ท่วงท่าการบิดตูดส่ายสะโพกถอดกางเกงยีนส์ออกในสภาพที่ท่อนบนเปลือยเปล่า ช่างเป็นภาพที่เย้ายวนใจคนมองจนแทบบ้าคลั่ง


    “น้าไม่ได้จะพูดลามกนะคุณอิ๊งค์ แต่น้าจะบอกว่าคุณอิ๊งค์เนี่ยเป็นผู้หญิงที่หุ่นสวยเซ็กซี่มากจริงๆ หุ่นแบบนี้ในตำราเขาเรียกว่าผู้หญิงเนื้อนมไข่ นมเป็นนม ตูดเป็นตูด อันนี้น้าชื่นชมจากใจจริงเลยนะ”


    ใบหน้าของน้าพงษ์ร้อนซ่าน สายตาจับจ้องแทะโลมเรือนร่างอรชรเปลือยเปล่าของอิ๊งค์อย่างเปิดเผย ไร้ซึ่งความเกรงใจอีกต่อไป อิ๊งค์ได้ฟังคำพูดจาแทะโลมตรงๆจากปากของผู้ชายรุ่นพ่อแล้วทำสีหน้าไม่ถูก


    อิ๊งค์ไม่รู้ว่าควรจะรู้สึกยังไงดีกับคำพูดลักษณะนี้ รู้เพียงว่ามันทำให้เธออับอายมากขึ้น แต่ขณะเดียวกันก็ทำให้อารมณ์สวาทพุ่งสูงขึ้นด้วย มือบางวางกางเกงยีนส์ที่ถอดออกลงบนโซฟาเคียงข้างเสื้อเชิ้ต


    ในเวลานี้ เรือนร่างของนักสังคมสงเคราะห์สาวเหลือเพียงแค่กางเกงในสีเนื้อชิ้นเดียว ผืนผ้าสีเนื้อรัดฟิตเปรี๊ยะแนบแน่นขับเน้นให้เห็นเนินหัวหน่าวที่โหนกนูนเด่นหรากระแทกสายตาคนมองอย่างชัดเจน


    “อิ๊งค์ขอยังไม่ถอดกางเกงในนะคะ แค่นี้ก็อายจะแย่อยู่แล้วค่ะ…” เสียงหวานพูดก่อนจะรีบหันหลังก้าวเดินตรงไปยังห้องน้ำทันทีเพื่อหนีสายตาของอีกฝ่าย


    เมื่อเสียงประตูห้องน้ำปิดสนิทลงพร้อมเสียงล็อคกลอน น้าพงษ์ขยับตัวลุกขึ้นเตรียมความพร้อมทันที ด้วยความที่แกทำอาชีพเสริมเป็นหมอนวดอยู่แล้ว ภายในบ้านจึงมีอุปกรณ์ครบครัน แกจัดแจงเอาเบาะรองสำหรับนวดมาปูบนพื้นกลางบ้าน จัดเตรียมผ้าขนหนูผืนใหม่ที่ยังไม่ได้ใช้งาน รวมไปถึงขวดน้ำมันหอมระเหยสูตรพิเศษหลากกลิ่นเอามาวางเตรียมไว้ รอคอยเวลาที่นางฟ้านักสังคมสงเคราะห์จะก้าวเดินกลับออกมาให้เขาโลมเลียอีกครั้งในค่ำคืนนี้…


    จบตอน…

    นิยายแนะนำ