ผ่านไปแค่ไม่กี่วันข่าวการจัดงานเลี้ยงฉลองครบรอบของบริษัทสายการบินั์ใหญ่ก็แพร่สะพัดออกไปอย่างกว้างขวางรวมถึงพนักงานทุกคนในทุกระดับสายงานที่จะได้มีส่วนร่วมในงานเลี้ยงที่ยิ่งใหญ่ครั้งนี้ด้วย
“นี่นีล่า เธอเตรียมหาชุดสำหรับไปงานของบริษัทเสาร์นี้หรือยังล่ะ” สาวสวยแอร์โฮสเตสคนหนึ่งถามขึ้นขณะที่ทุกคนในกลุ่มสายงานเดียวกันกำลังนั่งรับประทานอาหารเช้าที่โรงอาหารของสนามบิน
“ฮึ อย่างฉันน่ะ ไม่ต้องหาให้ยุ่งยากหรอก ชุดสวยๆ แพงๆฉันมีเต็มตู้อยู่แล้ว” นิลณีย์จีบปากจีบคอบอกอย่างเชิดๆ
“เหรอ ดีจัง... พวกเรานี่สิต้องไปหาเช่าชุดตามร้านเสื้อผ้าเอาน่ะ” สาวสวยคนเดิมพูดขึ้นมาอีก ส่วนเพื่อนๆในกลุ่มก็ได้แต่พยักหน้าเห็นด้วยตามๆ กัน
“ฉันจะให้พวกเธอยืมก็ได้นะ” จู่ๆคนคุยอวดก็เอ่ยขึ้นอย่างใจดี
“จริงเหรอ... ขอบใจนะ” สาวๆ พากันตาโตขอบอกขอบใจกันยกใหญ่ที่จะได้ไม่ต้องเสียเงินไปหาเช่าชุดแพงๆกัน
“แต่ฉันมีข้อแลกเปลี่ยนเล็กๆ น้อยๆ ที่อยากให้พวกเธอช่วยพวกเธอจะยินดีไหมล่ะ” คนมีแผนปรายตามองทุกคนอย่างผู้ที่ถือไพ่เหนือกว่า
“ข้อแลกเปลี่ยนอะไรน่ะนีล่า” เสียงสาวคนหนึ่งในกลุ่มถามขึ้น
“ไม่ยากหรอกแค่ติดต่อหาคนมาให้ฉันใช้งานสักสองสามคนและก็ปิดปากให้เงียบแค่นั้นเอง” นิลณีย์บอกสิ่งที่้าด้วยรอยยิ้มร้ายกาจ
ทุกคนหันมาพยักหน้าให้กันเป็เชิงรับรู้ก่อนที่ใครคนหนึ่งจะถามขึ้นด้วยความสงสัย
“เอ... แล้วจะเอาคนแบบไหนล่ะ”
“เดี๋ยวฉันจะบอกอีกทีวันที่ไปเลือกชุดที่ห้องก็แล้วกัน” พูดจบร่างบางก็ผุดลุกขึ้นจากเก้าอี้แล้วเดินออกไปทันทีโดยไม่ได้หันมาสนใจเพื่อนร่วมงานคนอื่นๆที่ยังนั่งรวมกลุ่มกันอยู่เลย...แม้จะรู้ว่าเป็การเสียมารยาทแต่กับคนพวกนี้เธอไม่เคยใส่ใจเลยสักนิด
นิลณีย์กลับมาที่ห้องพักชั่วคราวของพนักงานแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่โซฟาตรงมุมห้องซึ่งเป็บริเวณที่เงียบสงบไม่ค่อยมีคนผ่านไปผ่านมามากนักเธอนั่งคิดถึงแผนการที่จะแก้แค้นเอาคืนผู้บริหารหนุ่มที่กล้าสลัดเธอทิ้งกลางคันที่โรงแรมอย่างไม่ไยดีจนเธอรู้สึกอับอายขายหน้าอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
‘ฮึ คราวนี้แหละคุณภานุ... คุณจะต้องครวญครางร้องขอแต่ฉันทั้งคืนแน่ๆ’
แต่ครั้งนี้แผนของเธอจะไม่ได้แก้แค้นแค่กับภานุผู้บริหารหนุ่มคนเดียวเท่านั้นเธอยังคิดกำจัดสาวน้อยแสนสวยอีกคนที่เธอสันนิษฐานว่าต้องเป็คนสำคัญของชายหนุ่มสองพี่น้องทายาทของสายการบินใหญ่แห่งนี้อย่างแน่นอน
‘ไหนๆ มีโอกาสแล้ว ก็จัดการไปซะทีเดียวเลยแล้วกันนังสายป่าน... ฮึระริกระรี้อยากมีผัวดีนักฉันจะช่วยให้มีสักทีเดียวเป็โหลเลย’
แอร์โฮสเตสสาวยิ้มร้ายให้กับแผนการของตัวเองที่ไม่ว่าอย่างไรครั้งนี้เธอจะต้องเป็ผู้ชนะและได้สิ่งที่้าดั่งใจหวังอย่างแน่นอน
เมื่อวันงานมาถึง ณโรงแรมชื่อดังหรูหราระดับห้าดาวใจกลางเมืองหลวงที่วันนี้เนืองแน่นคับคั่งไปด้วยผู้คนมากมายในทุกระดับสายงานทั้งภายในและภายนอกที่ต่างให้ความสนใจและพร้อมใจกันมาร่วมแสดงความยินดีในวาระครบรอบวันก่อตั้งบริษัทสายการบินสกายเมธีแอร์ไลน์ที่มีชื่อเสียงโด่งดังกว้างไกลระดับเอเชีย
ภานุอยู่ในชุดสูทสากลสีน้ำเงินเข้มเนื้อผ้ากำมะหยี่สลับเงาดูหรูหราสง่างามจับตาควงคู่มากับสาวน้อยสวยหวานในชุดราตรีสั้นคลุมเข่าสีฟ้าอ่อนแขนตุ๊กตาดูน่ารักและเพิ่มความหรูหราด้วยชุดเครื่องเพชรเล็กๆที่วิบวับระยับตายามต้องแสงไฟผมนุ่มที่ยาวสลวยถูกรวบเป็ทรงเปิดท้ายทอยให้ใบหน้าหวานดูกระจ่างตายิ่งขึ้น
“วันนี้สาวน้อยของพี่สวยจริงๆ ครับ” ภานุบอกด้วยรอยยิ้มพอใจแล้วยื่นแขนให้หญิงสาวจับขณะเดินเข้าไปในงานเลี้ยง
“ขอบคุณค่ะ” สายป่านยิ้มหวานตอบรับคำชมของชายหนุ่มก่อนจะยื่นมือไปเกาะที่ลำแขนของเขาเป็มารยาท
ทันทีที่ทั้งสองก้าวเข้ามาในงานเลี้ยงแสงแฟลตจากกล้องถ่ายรูปของสื่อมวลชนที่มารอทำข่าวก็รัวกระหน่ำกดชัตเตอร์กันอย่างไม่ต้องนับเพราะไม่เคยมีสักครั้งที่ผู้บริหารคนดังอย่าง ภานุ สีหราชเมธีจะควงคู่มากับสาวสวยที่หวานจับใจเช่นนี้ซึ่งสอดคล้องกับกระแสข่าวสังคมที่ซุบซิบกันว่าเขามีคู่หมั้นและเตรียมจะสละโสดในไม่ช้านี้อีกด้วย
“ไม่ต้องกลัวนะ จับแขนพี่ไว้แล้วค่อยๆ ก้าวตามพี่”
ภานุก้มลงกระซิบบอกหญิงสาวข้างกายเมื่อรู้สึกว่าร่างบางมีอาการประหม่าและสั่นน้อยๆ
“ค่ะ” เสียงหวานรับคำเบาๆแล้วขยับมือกระชับที่ลำแขนแกร่งของเขาแน่นขึ้น...เธอไม่เคยออกงานสังคมเลยสักครั้งทำให้รู้สึกเป็กังวลและไม่มั่นใจเลยสักนิด
“นายวินมาหรือยัง” ภานุเอ่ยถามกับเลขาของตัวเองเมื่ออีกฝ่ายเดินเข้ามาต้อนรับ
“ยังค่ะ” ยุพาตอบด้วยใบหน้าฝืดฝืนเพราะเธอเองก็กำลังเป็กังวลเื่ของชายหนุ่มรองประธานอยู่แล้วด้วย
“โทรตามเลย งานใกล้จะเริ่มแล้ว” คนเป็เ้านายออกคำสั่งเสียงเข้มแฝงไปด้วยความไม่พอใจอยู่ลึกๆ
“ค่ะๆ”
เมื่อเลขาสาวเอ่ยรับคำแล้วภานุก็พาสายป่านไปที่โต๊ะวีไอพีด้านหน้าเวทีที่ถูกจัดเตรียมไว้สำหรับคนสำคัญระหว่างทางที่เดินไปนั้นชายหนุ่มก็แวะทักทายและแนะนำตัวกับผู้ใหญ่ไปเรื่อยๆซึ่งทุกคนต่างลงความเห็นว่าทั้งสองมีความเหมาะสมกันอย่างกับฟ้าตั้งใจแต่คนที่ดูมีความสุขกับคำชมจะเป็ฝ่ายชายเสียมากกว่าเพราะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ไม่ยอมหุบจะมีก็แต่สาวน้อยที่ยืนเคียงข้างกันนั่นแหละที่พยายามฝืนยิ้มอยู่ตลอดเวลา...แม้จะไม่เต็มใจนักแต่เธอก็ไม่คิดจะหักหน้าเขาให้เสียมารยาท
“ป่าน... สายป่าน” เสียงเรียกที่ดังแว่วมาจากข้างหลังทำให้สองหนุ่มสาวหันไปมองพร้อมๆกัน
“แก้ว” สายป่านเรียกเพื่อนรักด้วยความดีใจเพราะเธอจะได้ไม่ต้องคอยเดินตามชายหนุ่มอีกแล้ว
ภานุมองสาวน้อยอีกคนที่กำลังเดินเข้ามาด้วยแววตาอึ้งๆเขาไม่คิดเลยว่าเด็กกะโปโลที่ต่อล้อต่อเถียงกับเขาอยู่ทุกวันเมื่อแต่งตัวออกมาแล้วจะสวยบาดใจได้ขนาดนี้
แก้วตาเดินเข้ามาในงานด้วยชุดราตรีสายเดียวสีม่วงอ่อนที่สั้นเหนือเข่าเล็กน้อยพองามทำให้ร่างบางดูปราดเปรียวทะมัดทะแมงและยังแฝงความอ่อนหวานน่ารักด้วยผ้าใยแก้วที่ม้วนเป็รูปดอกกุหลาบเล็กๆติดเรียงรายตรงหน้าอกไม่ให้ดูเปิดเผยจนเกินไปนัก
“ป่านมานานแล้วเหรอ” คนเพิ่งมาเอ่ยถามพร้อมทั้งปรายตามองชายหนุ่มที่ยืนข้างๆกับเพื่อนรักด้วยแววหมั่นไส้ ‘ชิ! ดีใจล่ะสิวันนี้ได้ควงคนรักเปิดตัวแล้วนิ’ แก้วตานึกเหน็บแนมเขาในใจแต่ทำไมหัวใจของเธอถึงได้รู้สึกเจ็บแปลบๆขึ้นมาก็ไม่รู้
“ก็สักพักแล้วหละ แก้วล่ะ”
“เพิ่งมานี่แหละ รออานพตั้งนาน” แก้วตาตอบยิ้มๆก่อนจะเหลือบไปมองผู้บริหารหนุ่มที่ยืนจ้องเธอตาไม่กระพริบ
“นี่คุณ ไม่เคยเห็นคนสวยหรือไงหะ” เสียงกระแทกกระทั้นพูดขึ้นทำให้คนที่ตกอยู่ในภวังค์ต้องสะดุ้งเล็กน้อยแล้วกระพริบตาถี่ๆเพื่อเรียกสติ จากนั้นก็โต้กลับไปอย่างยียวน
“ฮึ คนสวยน่ะ ข้างๆ ฉันก็สวยอยู่แล้ว แต่ที่มองอยู่เนี่ย... มันของแปลก”
“เอ๊ะคุณ! พูดให้มันดีๆ นะ” คนถูกว่าเป็ของแปลกยกมือขึ้นเท้าสะเอวแล้วแหวใส่เสียงเขียวสุดท้ายคนกลางก็ต้องรีบไกล่เกลี่ย
“พอแล้วแก้ว... อายเค้า พี่นุก็อย่าแกล้งยัยแก้วสิคะ”
สิ้นคำพูดห้ามปรามนั้น แก้วตาก็สะบัดค้อนให้ชายหนุ่มอย่างงอนๆส่วนภานุก็ได้แต่ยืนยิ้มมองหญิงสาวตรงหน้าด้วยความชอบอกชอบใจก่อนที่เสียงเข้มของใครบางคนจะดังขึ้นมาใกล้ๆ
“สวัสดีครับท่านประธาน น้องป่าน น้องแก้ว” คริสโตเฟอร์กล่าวทักทายผู้เป็เ้านายใหญ่แล้วตามด้วยสองสาวแสนสวยข้างๆ
“สวัสดีครับ” ภานุหันมารับคำทักทายสั้นๆพลางนึกถึงน้องชายของเขาไปด้วย ทำไมป่านนี้ยังไม่มาอีก เพื่อนๆ ก็มากันหมดแล้ว
“สวัสดีค่ะ” สองสาวก็ตอบรับคำทักทายนั้นด้วยรอยยิ้มเช่นกัน
“เอ่อ นี่นายวินยังไม่มาเหรอครับ” คริสโตเฟอร์ถามขึ้นอย่างนึกแปลกใจ
“นั่นสิ ยังไงรบกวนคุณช่วยโทรตามให้ผมทีนะครับ งานใกล้จะเริ่มแล้ว” ภานุบอกกับชายหนุ่มที่เป็เพื่อนสนิทของน้องชายด้วยสีหน้าเป็กังวลเล็กน้อย
“ครับๆ”
คนรับคำสั่งรีบล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงออกมาแล้วกดโทรอย่างเร่งด่วนซึ่งทุกคนต่างก็รอลุ้นกับการติดต่อนั้นจนไม่มีใครสังเกตเห็นร่างสูงของชายหนุ่มที่เดินตรงดิ่งเข้ามาใกล้ด้วยท่วงท่าที่มั่นคง
นาวินอยู่ในชุดสูทสากลสีเทาเข้มเนื้อดีที่ทำให้เขาดูหล่อเหลาสะอาดตาและน่าเกรงขามในเวลาเดียวกันจนใครๆต่างเหลียวมองด้วยความสนอกสนใจ
“ฉันมาแล้ว” เสียงแข็งๆที่เอ่ยขึ้นมานั้นทำให้ทุกคนหันไปมองอย่างพร้อมเพรียงกัน
แต่ยังไม่ทันที่ใครจะได้พูดอะไรเสียงของสาวสวยแอร์โฮสเตสก็ดังแว่วมาแต่ไกล
“วินคะวิน รอนีล่าด้วยค่ะ”
นาวินเงยหน้ากลอกตาด้วยความเบื่อหน่ายเมื่อได้ยินเสียงของหญิงสาวที่เขารู้สึกว่าเธอเริ่มทำตัวน่ารำคาญมากขึ้นทุกวัน
นิลณีย์มาในชุดเกาะอกสีดำปักเลื่อมวิบวับทั้งตัวที่ยาวกรอมเท้าแต่กลับผ่าสูงจนถึงโคนขาอ่อนอวดเรียวน่องขาวละออยั่วสายตาหนุ่มน้อยหนุ่มใหญ่ให้ต้องหันมองกันจนเหลียวหลัง
เมื่อเดินมาถึงแขนเรียวก็คว้าหมับที่ลำแขนของนาวินทันทีอย่างถือสิทธิ์ก่อนจะปรายตามองภานุแล้วกดยิ้มมุมปากเหมือนจะเยาะเย้ยอีกฝ่ายจากนั้นก็กวาดสายตามองผ่านทุกคนอย่างผู้ที่กำชัยชนะเอาไว้ในมือ
ภานุไม่ได้สนใจกับท่าทางอวดดีของหญิงสาวตรงหน้าเลยสักนิดเพราะเธอไม่ได้อยู่ในสายตาของเขาั้แ่แรกแล้วชายหนุ่มทำเพียงแค่มองผ่านแล้วหันไปออกคำสั่งกับคนเป็น้องแทน
“แกมาก็ดีแล้ว เดี๋ยวเตรียมตัวขึ้นไปบนเวทีกับฉันด้วยนะ”
นาวินพยักหน้าเป็การรับรู้โดยไม่ได้โต้ตอบคำใดๆ กลับไปส่วนดวงตาคมเข้มนั้นก็จับจ้องอยู่ที่มือของสายป่านที่ซุกอยู่ในวงแขนของภานุอย่างเหนียวแน่นจนเขานึกหมั่นไส้ขณะเดียวกันสายป่านก็มองลำแขนแกร่งของนาวินที่ถูกมือบางของนิลณีย์เกาะไว้อย่างแนบสนิทจนเธอไม่อยากมองให้เ็ปหัวใจด้วยเช่นกัน
“เอ่อ งั้นป่านขอตัวไปนั่งที่โต๊ะก่อนนะคะ” เสียงหวานเอ่ยขึ้นมาเบาๆเป็การขออนุญาตชายหนุ่มข้างกาย
“ครับ เดี๋ยวพี่ตามไปนะครับ...งั้นผมขอเชิญทุกคนนั่งที่โต๊ะด้วยกันเลยนะครับ” ภานุก้มมองหญิงสาวแล้วยิ้มอบอุ่นให้เธอจากนั้นก็บอกกับทุกคนที่ยืนอยู่ตรงนี้ให้ไปนั่งด้วยกันที่โต๊ะวีไอพีของเขา
“ขอบคุณครับ” มีเพียงคริสโตเฟอร์เท่านั้นที่กล่าวขอบคุณซึ่งภานุก็ไม่ได้เอื้อนเอ่ยคำใดๆ ออกมาอีกเขายิ้มให้ทุกคนอย่างเป็มารยาทก่อนจะเดินเลี่ยงออกไปเพราะทนายสมภพกำลังส่งสัญญาณให้เขาเตรียมตัวขึ้นไปบนเวทีได้แล้ว
เมื่อทั้งหมดมาถึงที่โต๊ะ แก้วตากับคริสโตเฟอร์ก็ขอตัวออกไปตักอาหารและเลือกเครื่องดื่มทำให้ทั้งโต๊ะมีเพียงสายป่าน นาวินและนิลณีย์เท่านั้น
สายป่านนั่งมองมือของนิลณีย์ที่ยังเกาะอยู่บนแขนของนาวินเหมือน้าแสดงความเป็เ้าของซึ่งเขาเองก็รู้ตัวว่าหญิงสาวมองอยู่ เขาจึงพยายามขยับแขนให้มือของนิลณีย์หลุดออกไปแต่ก็ไม่เป็ผลเพราะเธอยิ่งบีบรัดลำแขนของเขาแน่นเข้าไปอีก
ไม่นานแก้วตาและคริสโตเฟอร์ก็กลับมาพร้อมด้วยยุพาที่ถือจานใส่อาหารสองสามอย่างในมือตามมานั่งร่วมโต๊ะด้วยอีกคนคริสโตเฟอร์รู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่เริ่มอึมครึมอึดอัด เนื่องจากสาวๆนั่งจ้องหน้ากันไปมาอย่างกับจะหาเื่กันมากกว่าจะนั่งรับประทานอาหารด้วยกันส่วนนาวินเองก็นั่งทำหน้าบึ้งตึงแสดงอาการหงุดหงิดอย่างเห็นได้ชัด
จนกระทั่งพิธีกรประกาศให้ภานุขึ้นไปบนเวทีทุกคนจึงหันไปให้ความสนใจกับผู้บริหารหนุ่มแทนขณะที่นาวินก็ขยับตัวลุกขึ้นยืนแล้วเดินออกไปรอด้านข้างเวทีเพื่อเตรียมตัวจะขึ้นไปด้วยอีกคนคราวนี้นิลณีย์ยอมปล่อยให้เขาออกไปเพียงลำพังเพราะเธอมีงานใหญ่ที่ต้องจัดการหลังจากนี้
“ขอสวัสดีทุกท่านอย่างเป็ทางการนะครับและขอบคุณที่ให้เกียรติผมมาในงานครบรอบ 60ปีของสกายเมธีแอร์ไลน์ นี่ก็เป็อีกปีหนึ่งที่ผมมีความดีใจและภาคภูมิใจที่เราได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันแบบนี้”
สิ้นคำกล่าวทักทายของภานุเสียงปรบมือจากแขกที่มาร่วมงานก็ดังกึกก้องไปทั่วห้องจัดเลี้ยงเขาหยุดเว้นวรรคเพื่อให้เสียงเซ็งแซ่นั้นเบาลงแล้วพยักหน้าเรียกคนเป็น้องให้ขึ้นมาบนเวที
นาวินขยับตัวก้าวขึ้นไปด้วยสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้แสดงอารมณ์ใดๆขณะที่ความหล่อเหล่าคมเข้มของเขาสร้างเสียงฮือฮาให้แขกด้านล่างเวทีไม่น้อย พร้อมๆกับแสงแฟลตจากกล้องถ่ายภาพของสื่อมวลชนที่สะท้อนเข้ามาเป็ระยะอย่างไม่ขาดสายอยู่พักใหญ่
“วันนี้ผมมีเื่ดีๆ อยากจะบอกให้ทุกคนทราบโดยถ้วนกัน”
ภานุหันมามองนาวินที่ตอนนี้อีกฝ่ายเข้ามายืนอยู่ข้างๆเขาเรียบร้อยแล้ว
“เขาคือน้องชายแท้ๆ ของผมครับ... นาวิน สีหราชเมธีผู้ที่จะเข้ามาดำรงตำแหน่งรองประธานของสกายเมธีแอร์ไลน์ั้แ่บัดนี้เป็ต้นไปและที่สำคัญเขายังเป็กัปตันฝีมือดีประจำสายการบินของเราอีกด้วย”
เมื่อคำแนะนำจบลงเสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มกึกก้องมากกว่าเดิมจนอื้ออึงไปหมดภานุสบตาคนเป็น้องเพื่อบอกให้อีกฝ่ายพูดอะไรออกมาบ้าง
“ผมจะทำหน้าที่นี้ให้ดีที่สุดครับ” นาวินกล่าวเพียงสั้นๆด้วยรอยยิ้มตามมารยาท
จากนั้นสองหนุ่มพี่น้องก็สวมกอดกันเพื่อเป็การตอกย้ำความสัมพันธ์ระหว่างสายเืให้ทุกคนมั่นใจก่อนที่ทั้งคู่จะผละออกช้าๆแต่คนเป็พี่ยังคงกอดไหล่ของน้องชายเอาไว้แน่นแล้วหันไปกล่าวกับทุกคนในงาน
“เราจะช่วยกันสร้างสกายเมธีแอร์ไลน์ให้มั่นคงและกว้างไกลออกไปสู่ระดับโลกครับ”
หลังคำกล่าวของผู้บริหารหนุ่มเสียงปรบมือก็ดังกระหึ่มขึ้นมาอีกครั้งอย่างต่อเนื่องยาวนาน
ภานุหันไปพยักหน้าให้สายป่านขึ้นมาบนเวทีก่อนจะสบตากับนาวินเป็เชิงบอกให้อีกฝ่ายยืนอยู่ด้วยกันบนนี้ก่อนซึ่งนาวินเองก็ได้แต่ยืนนิ่งด้วยท่าทางฝืนๆเขาไม่เข้าใจว่าคนเป็พี่้าจะทำอะไรกันแน่ จนเมื่อร่างบางของสายป่านเดินมาถึงที่บันไดทางขึ้นเวทีร่างสูงของภานุก็ตรงดิ่งเข้าไปรับหญิงสาวแล้วพาเธอก้าวขึ้นมาพร้อมกัน
“และข่าวดีอีกเื่หนึ่งที่ผมจะประกาศให้ทุกคนทราบ...สาวน้อยผู้นี้เธอคือว่าที่คู่หมั้นของผมครับ สายป่าน จันทราทิพย์เธอเป็ผู้หญิงเพียงคนเดียวที่อยู่ในใจของผมมาตลอด”
ภานุประกาศแนะนำหญิงสาวข้างกายด้วยรอยยิ้มปลาบปลื้มใจขณะที่สายป่านทำเพียงแค่ยืนยิ้มบางๆ เท่านั้นหญิงสาวเหลือบตาไปมองนาวินแวบหนึ่งก็เห็นเขามีสีหน้าเรียบเฉยไม่ได้บ่งบอกอารมณ์ใดๆทำให้หัวใจดวงน้อยรู้สึกเจ็บแปลบโหวงๆ ขึ้นมาอย่างประหลาด
“ผมจะจัดงานหมั้นหลังจากที่เธอเรียนจบในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้านี้...เมื่อถึงวันนั้นผมจะขอเรียนเชิญทุกท่านให้ไปร่วมเป็สักขีพยานให้เราสองคนด้วยนะครับ”ภานุพูดอีกครั้งพร้อมทั้งมองสบตาหญิงสาวข้างกายด้วยแววหวานซึ้ง
นักข่าวและช่างภาพสื่อมวลชนต่างก็ก้มหน้าก้มตาจดรายละเอียดคำพูดของผู้บริหารหนุ่มเอาไว้สำหรับเป็ข่าวใหญ่ในวันพรุ่งนี้เช้าพร้อมทั้งเสียงชัตเตอร์ที่รัวกระหน่ำกันอย่างไม่ต้องหายใจเลยทีเดียว
นาวินยืนมองภาพนั้นด้วยหัวใจที่ปวดร้าวแต่เขาก็เก็บซ่อนมันไว้ภายใต้ใบหน้าที่เรียบเฉยก่อนจะก้าวเข้ามายืนข้างๆคนเป็พี่อีกครั้งเมื่อนักข่าวขอเก็บภาพความประทับใจของทั้งสามคนบนเวที
ขณะเดียวกันคนที่นั่งอยู่ที่โต๊ะอาหารก็มีสีหน้าแตกต่างกันอย่างเห็นได้ชัด
คริสโตเฟอร์พยายามสบตานาวินเพื่อให้กำลังใจอยู่ตลอดเวลาเขารู้ดีว่าเพื่อนรักต้องเ็ปแค่ไหนในตอนนี้ ส่วนแก้วตาก็มีท่าทีซึมๆจืดเจือนลงไป เพราะเธอเองก็ใไม่น้อยกับการประกาศหมั้นของคนทั้งคู่ใจหนึ่งก็ยินดีไปกับเพื่อนรักด้วยแต่อีกใจหนึ่งทำไมรู้สึกเจ็บแปลบๆ ขึ้นมาก็ไม่รู้จะมีก็แต่ยุพาเลขาคนสวยของภานุเท่านั้นแหละที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่จนแก้มแทบปริเมื่อคู่รักที่เธอคาดหมายเอาไว้เป็จริงอย่างที่ใจคิด
ส่วนนิลณีย์ที่ลุกออกไปจากโต๊ะั้แ่ตอนไหนก็ไม่มีใครทันสังเกตเพราะมัวแต่สนใจเื่ราวบนเวทีก่อนที่คริสโตเฟอร์จะลุกขึ้นเพื่อออกไปหยิบเครื่องดื่มมาเพิ่ม
‘ยัยนีล่ามาหลบอยู่ที่นี่เอง... แล้วนั่นเธอกำลังทำอะไร’ กัปตันหนุ่มตาไวเหลือบไปเห็นเพื่อนสาวที่ทำท่าทางลับๆ ล่อๆไม่น่าไว้ใจอยู่ตรงบาร์เครื่องดื่มกับพนักงานชายคนหนึ่งเขาจึงรีบปรี่เข้าไปยืนแอบที่มุมกำแพงด้านหลังเพื่อดักฟังว่าทั้งสองคุยอะไรกัน
“อะ... แกเอาเงินนี่ไป แล้วจำไว้ให้ดีนะ แก้วนี้ต้องให้ท่านประธานเท่านั้น”
นิลณีย์หยิบเงินจำนวนหนึ่งส่งให้พนักงานเสิร์ฟพร้อมทั้งวางแก้วแชมเปญลงไปบนถาดที่มีเครื่องดื่มอื่นๆ ปะปนกันอีกสองสามแก้วจากนั้นพนักงานก็เดินตรงออกไปเพื่อนำเครื่องดื่มเหล่านี้ขึ้นไปเสิร์ฟให้กับคนบนเวทีเพื่อใช้ในการดื่มฉลอง
‘เธอใส่อะไรลงไปในแก้วแชมเปญและยังเจาะจงให้ท่านประธานด้วย’ คนแอบฟังคิดในใจอย่างนึกสงสัยขณะที่กำลังจะก้าวขาออกไปก็ได้ยินเสียงหญิงสาวพูดกับใครบางคนทางโทรศัพท์อีก
“ฉันจัดการในส่วนของฉันแล้ว พวกแกเตรียมตัวได้เลย” บอกจบเธอก็วางสายแล้วรีบเดินออกไปจากตรงนั้นอย่างรวดเร็ว
คริสโตเฟอร์มองการกระทำของเพื่อนสาวแล้วมองไป้าเวทีที่ตอนนี้เครื่องดื่มต้องสงสัยแก้วนั้นตกอยู่ในมือของภานุตามคำสั่งของเธอเรียบร้อยแล้ว
‘งั้นท่านประธานก็กำลังตกอยู่ในอันตรายน่ะสิ’ กัปตันหนุ่มคิดได้ดังนั้นก็รีบปรี่ออกไปด้านหน้าเวทีเพื่อจะห้ามไม่ให้ภานุดื่มแชมเปญแก้วนั้น...แต่ดูเหมือนเขาจะมาช้าไปเมื่อทั้งสามคนบนเวทีและแขกที่มาร่วมงานทุกคนชูแก้วเครื่องดื่มของตัวเองแล้วยกขึ้นดื่มเพื่อเป็การร่วมฉลองแสดงความยินดีพร้อมกัน
คริสโตเฟอร์ยืนนิ่งเพื่อคิดหาวิธีจะช่วยท่านประธาน ถ้าเขาเอะอะโวยวายออกไปโดยไม่มีหลักฐานก็จะทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียงอีกแต่ถ้าเขาไม่ทำอะไรเลยมันก็ไม่ได้อยู่ดี... ชายหนุ่มคิดแล้วหันไปมองรอบๆห้องจัดเลี้ยงจนพบกับกลุ่มเพื่อนที่เป็กัปตันด้วยกันสองสามคนเขาจึงรีบดิ่งเข้าไปหา จากนั้นก็เล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟังแล้วขอให้ทุกคนช่วยคุ้มกันและคอยดูภานุไม่ให้คาดสายตาส่วนเขาจะตามหาตัวนิลณีย์ที่ตอนนี้ไม่รู้หญิงสาวหายตัวไปไหนแล้ว
เมื่อลงมาจากเวทีแล้ว ภานุกับนาวินก็เดินทักทายแขกผู้ใหญ่ไปเรื่อยๆโดยมีทนายสมภพคอยร่วมให้คำแนะนำด้วยส่วนสายป่านก็กลับมานั่งที่โต๊ะตามเดิมโดยมีแก้วตาและยุพารออยู่ก่อนแล้ว
“พี่ดีใจด้วยจริงๆ ค่ะน้องป่านพี่น่ะแอบเชียร์น้องป่านกับท่านประธานสุดใจเลยนะคะ” ยุพารีบเข้าไปจับมือแสดงความตื่นเต้นดีใจจนปิดไม่มิด
“เอ่อ... ค่ะ ขอบคุณค่ะพี่ยุพา” สายป่านได้แต่อึกอักแล้วฝืนยิ้มให้ตามมารยาท
“งั้นเดี๋ยวพี่ไปหาคุณทนายก่อนดีกว่า เผื่อว่ามีอะไรให้ช่วย... อ่อ น้องๆคะ พี่ฝากกระเป๋ากับเอกสารด้วยนะคะ” เลขาสาวลุกขึ้นยืนเมื่อเห็นทนายสมภพทำท่าเหมือนกำลังมองหาใครบางคน
“ค่ะ” สองสาวตอบรับพร้อมกันก่อนที่สายป่านจะหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ข้างๆกับเพื่อนรัก
“นี่ป่าน เธอไปแอบจิ๊จ๊ะกับอีตาท่านประธานนั่นั้แ่เมื่อไรกันหะ” แก้วตาเอ่ยถามแกมหยอกล้อ แม้ในใจจะรู้สึกเจ็บจี๊ดๆ ก็ตาม
“ป่านไม่ได้อยากให้มันเป็แบบนี้จริงๆ นะแก้ว”
“อ้าว...? แล้วยังไงเนี่ย” คนถามทำท่าเกาหัวด้วยสีหน้างุนงง
“ผู้ใหญ่เขาพูดคุยตกลงกันไว้ั้แ่ป่านเล็กๆ น่ะป่านก็เลยไม่รู้จะปฏิเสธยังไง” คนตอบมีสีหน้าเป็กังวลอย่างเห็นได้ชัด
แก้วตาจับมือเพื่อนรักเอาไว้แล้วบีบเบาๆก่อนจะพูดเพื่อให้กำลังใจอีกฝ่าย
“เอาน่า... คุณภานุเขาก็ดีกับป่านไม่ใช่เหรอ แก้วว่าเขาต้องรักป่านมากแน่ๆเลย”
“แต่ป่านไม่ได้...” เสียงหวานที่กำลังจะเอ่ยปฏิเสธต้องหยุดชะงักเมื่อมีอีกคนก้าวเข้ามาอย่างไม่ทันตั้งตัว
“สายป่านจ๊ะ ไปห้องน้ำเป็เพื่อนฉันหน่อยสิ” นิลณีย์เอ่ยบอกแล้วจิกตามองสองสาวด้วยท่าทีไม่เป็มิตร
“เอ่อ... ค่ะ” สายป่านนิ่งไปเพียงครู่ก่อนจะหันไปตอบรับแล้วขยับตัวลุกขึ้นจากเก้าอี้
“เดี๋ยวป่าน ให้แก้วไปด้วย” แก้วตารั้งแขนของเพื่อนรักเอาไว้แล้วมองหน้าแอร์โฮสเตสสาวอย่างไม่ไว้ใจ
“ไม่เป็ไรหรอกแก้ว... แค่นี้เอง แก้วอยู่ดูกระเป๋าให้พี่ยุพาเถอะ”
แก้วตาก้มมองกระเป๋าและสัมภาระของเลขาสาวรุ่นพี่ก่อนจะเอ่ยออกไปเสียงอ่อยด้วยความจำยอม
“เอางั้นเหรอ”
“อืม เดี๋ยวป่านมานะ” ว่าจบสายป่านก็ส่งยิ้มบางๆให้เพื่อนสาวแล้วก้าวออกจากโต๊ะไป
นิลณีย์เดินนำสายป่านมาที่ห้องน้ำซึ่งอยู่ทางด้านหลังของโรงแรมโดยอ้างว่าข้างในห้องจัดเลี้ยงนั้นคนเยอะ
ก่อนจะออกอุบายฝากกระเป๋าถือใบเล็กไว้กับหญิงสาวตัวเป้าหมายแล้วบอกให้ยืนรออยู่ตรงนี้ก่อนเมื่อเธอออกมาแล้วค่อยสลับกันเข้าไปทำธุระส่วนตัวสายป่านก็พยักหน้าเป็เชิงรับรู้แล้วยืนอยู่บริเวณตรงมุมทางเข้าห้องน้ำที่ค่อนข้างเงียบและไม่มีคนพลุกพล่านมากนัก
ผ่านไปเพียงครู่ก่อนที่ชายฉกรรจ์สองคนจะโผล่เข้ามาทางด้านหลังของสายป่านแล้วคว้าหมับที่เอวบางของเธออย่างรวดเร็ว
“ว๊าย! ช่วยด้วยค่ะ ชะ...” เสียงหวานที่กำลังร้องขอความช่วยเหลือถูกกลืนหายลงไปพร้อมกับสติที่พร่ามัวแล้วดับวูบทันทีไม่นานร่างบางของหญิงสาวก็ถูกอุ้มออกไปจากบริเวณนี้โดยที่ไม่มีใครทันสังเกตเห็น
นิลณีย์ก้าวออกมาจากห้องน้ำแล้วก้มลงหยิบกระเป๋าถือใบเล็กของตัวเองที่ตกอยู่บนพื้นด้วยรอยยิ้มสะใจ
“เสร็จไปหนึ่ง... ฮึ ขอให้มีความสุขนะจ๊ะสายป่าน”
พูดจบก็เดินนวยนาดกลับเข้าไปในงานเลี้ยงแล้วทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
“นี่ยัยจิ้งจอกปากแดง เพื่อนฉันไปไหนล่ะ” แก้วตาแว๊ดใส่ทันควันเมื่อเห็นแอร์โฮสเตสสาวเดินกลับมาที่โต๊ะคนเดียว
“อ้าว สายป่านออกมาก่อนฉันอีกนะ ยังมาไม่ถึงอีกเหรอ” คนโกหกเสแสร้งทำท่าครุ่นคิดเป็กังวล
“แน่เหรอ” คนไม่ไว้ใจย้อนถามตาขวาง
“ก็ใช่น่ะสิ” นิลณีย์เปรยออกมาเรียบๆแล้วหย่อนตัวลงนั่งที่เก้าอี้ของตัวเองตามปกติเธอกำลังรอฟังข่าวดีอีกเื่หนึ่งอย่างใจจดใจจ่อเพราะเมื่อทางนั้นติดต่อมาว่าเรียบร้อยแล้วทุกอย่างก็จะอยู่ในกำมือเธอทันที ‘คืนนี้เราจะมีความสุขด้วยกันนะคะคุณภานุ’ นางมารร้ายฉีกยิ้มกว้างให้กับความคิดของตัวเอง
‘ยัยนี่สงสัยจะบ้าไปแล้ว จู่ๆ ก็นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่’ แก้วตาเหน็บแนมในใจเมื่อเห็นคนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามเอาแต่นั่งยิ้มอย่างไม่มีสาเหตุก่อนจะชะเง้อคอแล้วขยับลุกๆ นั่งๆเพื่อมองหาเพื่อนรักที่ตอนนี้ยังไม่มีวี่แววแม้แต่เงาจนเธอเริ่มเป็ห่วงขึ้นมาตงิดๆ
ทางด้านภานุที่เดินทักทายแขกไปเรื่อยๆเพียงไม่นานเขาก็รู้สึกอยากเข้าห้องน้ำจึงขอตัวเลี่ยงออกไปโดยไม่ทันสังเกตว่ามีกลุ่มชายลูกครึ่งตัวสูงใหญ่เดินตามไปด้วยสองสามคนจนกระทั่งเขาเข้าไปทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำและกลับออกมาทั้งหมดก็ยังวนเวียนอยู่ใกล้ๆ ไม่ห่าง
คนร้ายสองคนที่ดักซุ่มอยู่แถวๆหน้าห้องน้ำชายหันมองสบตากันด้วยความตึงเครียดเมื่อทุกอย่างไม่เป็ไปตามแผนที่วางไว้
“เห้ย ไอ้ฝรั่งพวกนี้มันเป็ใครกันวะ” เสียงคนร้ายฝั่งหนึ่งพูดขึ้นอย่างหงุดหงิด
“ก็คงเป็แขกที่มางานเลี้ยงนั่นแหละ” ส่วนอีกคนก็ตอบกลับมาด้วยอาการไม่พอใจเช่นกัน
“แล้วแบบนี้เราจะจับตัวไอ้ท่านประธานนั่นได้ยังไงเนี่ย”
“ข้าก็ไม่รู้เหมือนกัน”
สองโจรยืนกระฟัดกระเฟียดใส่กันไปมาอย่างน่าโมโหเพราะอีกแค่นิดเดียวเงินก้อนโตก็จะมาอยู่ในมือแล้วก่อนที่หนึ่งในคนร้ายจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดโทรออกเพื่อแจ้งข่าวกับผู้ว่าจ้าง
นิลณีย์ยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเสียงโทรศัพท์ของตัวเองก่อนจะรีบกดรับด้วยอาการดีใจจนปิดไม่มิด
‘ว่าไง... เรียบร้อยแล้วใช่ไหม’
[ไม่ใช่] คนปลายสายปฏิเสธเสียงห้วน
‘อ้าว!? แล้วยังไง’ แอร์โฮสเตสสาวเริ่มมีสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาทันทีแล้วย้อนถามสาเหตุด้วยเสียงที่ไม่พอใจนักทำให้แก้วตาที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามหันมาสนใจกับการสนทนาของเธอ
[ไอ้ฝรั่งที่ไหนก็ไม่รู้มันโผล่มาล้อมหน้าล้อมหลังตั้งสามสีคนจนพวกเราหาจังหวะไม่ได้เลย]
‘ฮึย... เดี๋ยวฉันจะจัดการให้... พวกแกรออยู่ที่นั่นแหละ’ นิลณีย์ตวัดเสียงอย่างใส่อารมณ์ก่อนจะหันไปมองคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามแวบหนึ่งแล้วลุกขึ้นเดินออกไปจากโต๊ะทันที...ภายในใจก็นึกโมโหว่าฝรั่งพวกนั้นเป็ใครกันถึงได้ตามประกบเหยื่อของเธอจนไม่ได้กระดิกแบบนี้
ส่วนนาวิน เมื่อเห็นคนเป็พี่ออกไปแล้วเขาก็ขอตัวออกไปบ้างเพราะเขาไม่ค่อยชอบงานสังคมแบบนี้เท่าไรนักชายหนุ่มเดินเลี่ยงหลบหลีกผู้คนภายในงานจนกระทั่งไปถึงที่ลานจอดรถก่อนจะนั่งลงที่เบาะมอเตอร์ไซค์ของตัวเองด้วยอาการเบื่อหน่าย
ตอนนี้หากแทรกแผ่นดินได้ เขาอยากจะหนีหายไปเสียให้รู้แล้วรู้รอดไปเมื่อคิดถึงเื่การเปิดตัวว่าที่คู่หมั้นของภานุกับหญิงสาวที่เขารักทีไรหัวใจดวงแกร่งก็รู้สึกเ็ปทรมานจนแทบจะหยุดเต้นทุกที ที่เห็นเขายืนนิ่งๆเหมือนไม่ได้คิดอะไรแต่จะมีใครรู้บ้างว่าลึกๆ ข้างในใจนั้นเขาทุรนทุรายแค่ไหน
นาวินนั่งคิดอยู่เงียบๆ คนเดียวก่อนจะเหลือบไปเห็นชายฉกรรจ์สองคนท่าทางมีพิรุธอุ้มหญิงสาวที่กำลังหมดสติไปที่รถยนต์สีดำคันหนึ่งซึ่งจอดอยู่ใกล้ๆประตูทางออก นาวินรู้สึกคุ้นตากับชุดและรูปร่างของหญิงสาวผู้นั้นมากก่อนที่หัวใจดวงแกร่งจะกระตุกวาบเมื่อเพ่งมองจนแน่ใจว่าหญิงสาวที่ถูกอุ้มไปนั้นเป็สายป่านแน่ๆร่างสูงรีบก้าวลงจากรถแล้วทำท่าจะวิ่งเข้าไปช่วยแต่ก็ไม่ทันเพราะรถคันนั้นพุ่งตัวออกไปจากโรงแรมแล้วเขาจึงหันมาคว้ามอเตอร์ไซค์ของตัวเองแล้วรีบขับตามไปอย่างรวดเร็ว
ระหว่างขับตามรถของคนร้าย นาวินก็นึกขึ้นได้ว่าเขาต้องหาตัวช่วย ก่อนจะล้วงหยิบโทรศัพท์มือถือขึ้นมาแล้วกดหาเพื่อนรักทันที
[เห้ยวิน แกอยู่ไหนวะ] คนปลายสายรีบตอบกลับมาด้วยเสียงที่ร้อนใจไม่แพ้กัน
‘แกฟังฉันให้ดีๆ นะคริส ตอนนี้สายป่านถูกลักพาตัวและฉันกำลังขับรถตามพวกคนร้ายอยู่...’ นาวินพยายามพูดบอกอีกฝ่ายด้วยเสียงที่หนักแน่นและชัดเจนเพื่อจะได้ไม่ต้องพูดซ้ำอีกหลายครั้ง
[เห้ย! เดี๋ยวๆ ใครนะ] คริสโตเฟอร์ย้อนถามเสียงตื่นด้วยความใ
‘สายป่าน!’ นาวินกระแทกเสียงย้ำอีกครั้งอย่างชัดเจน
[อ้าว!? มันซ้อนแผนหลอกกันหรือเปล่าวะเนี่ย]คนฟังเปรยออกมาอย่างหัวเสียเมื่อคิดว่านิลณีย์และคนร้ายร่วมกันหลอกให้เขาคุ้มกันท่านประธานแต่ที่แท้สายป่านคือเป้าหมายตัวจริง
เมื่อเห็นเพื่อนรักมัวแต่พร่ำเพ้อพูดอะไรแปลกๆคน้าความช่วยเหลือจึงโวยวายออกมา
‘แกมัวพล่ามอะไรอยู่วะ... ฉันกำลังรีบ’
[เออๆ แกอยู่ที่ไหนล่ะฉันจะได้รีบตามไป] คริสโตเฟอร์ได้สติรีบตอบกลับไปทันควัน
‘แกแจ้งความกับตำรวจให้ช่วยสกัดจับก่อน แล้วเปิด GPS ตามมือถือฉันมาได้เลย’นาวินออกคำสั่งอย่างรวดเร็วแล้วพยายามเร่งตามรถของคนร้ายไปให้ใกล้ที่สุด
[ได้... บอกเลขทะเบียนและยี่ห้อรถมา]
เมื่อคริสโตเฟอร์ได้ยี่ห้อและทะเบียนรถของคนร้ายมาจากนาวินแล้วเขาก็โทรแจ้งตำรวจทันทีแต่เพราะเขาเป็ชาวต่างชาติที่พูดภาษาไทยไม่เก่งนักทำให้เสียเวลาไปพอสมควรจากนั้นนักบินหนุ่มก็รีบเข้าไปในงานเลี้ยงเพื่อแจ้งข่าวกับภานุและทนายสมภพเผื่อจะได้ช่วยกันอีกทาง
............................
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket...และ...ธัญวลัย
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
ขอบคุณค่ะ
^_^