“ข...ข้าเปล่านะ ไบรอันต่างหาก!”
ฟิทช์ตกตะลึง รีบแก้ตัวด้วยเสียงอันดัง ปกป้องความบริสุทธิ์ของตัวเอง
เพียะ! เพียะ!
เสียงตบอีกสองครั้งดังขึ้น แก้มของฟิทช์เริ่มบวมตุ่ย แฟนนี่จ้องมองฟิทช์อย่างกราดเกรี้ยวขณะกัดฟันพูด
“ยังจะกล้าแก้ตัวอีกหรือ? ไบรอันทั้งซื่อสัตย์และจริงใจ เขาจะทำเื่โง่ ๆ แบบนี้ได้อย่างไร เ้านั่นแหละ!”
ไบรอันพูดอะไรไม่ออก แต่ก็รู้สึกดีใจเงียบ ๆ เขารีบปั้นหน้าใสซื่อบริสุทธิ์ขณะมองไปยังฟิทช์และแฟนนี่
“อาจารย์แฟนนี่ ไม่ใช่ข้าจริง ๆ นะครับ!”
ฟิทช์กลายเป็คนผิดตลอดกาลในทันที แก้ตัวพลางเอามือถูแก้ม
“เลิกโกหกเสียที ออกไป! เดี๋ยวนี้เลย!”
แฟนนี่เจ็บใจที่ไม่อาจหลอมเหล็กให้กลายเป็เหล็กกล้า และตอบกลับไปอย่างเดือดดาล
ฟิทช์มีสีหน้าเ็ป เมื่อเห็นว่าแฟนนี่พร้อมจะะเิโทสะได้ทุกเมื่อ เขาจึงทราบว่าอธิบายไปก็เปล่าประโยชน์ กลัวจับใจว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะแย่ลงกว่านี้ จึงได้ยิ้มอย่างขมขื่น ผงกศีรษะและเดินออกไปจากสนามฝึกซ้อมด้วยสีหน้าผิดหวัง
เมื่อเขาเดินผ่านหานซั่ว ฟิทช์ก็หยุดจ้องมองเขาอย่างดุร้ายครู่หนึ่ง กัดฟันกรอดและเอ่ยขึ้นเบา ๆ
“สารเลว”
หานซั่วแสร้งทำเป็ไม่รู้เื่รู้ราวกับท่าทีชิงชังของฟิทช์ เพียงยิ้มตอบเขาอย่างจริงใจ
“เอ๊ะ? ทำไมอยู่ดี ๆ เ้าถึงอ้วนขึ้นได้ล่ะ?”
ฟิทช์โกรธเป็ฟืนเป็ไฟ ก่อนจะรีบอ้อมสิ่งกีดขวางตามทาง และหายตัวไปหลังประตูของสนามฝึกซ้อม
“ไบรอัน เ้ามาทำอะไรที่นี่หรือ?”
ความโกรธอาจารย์แฟนนี่ผ่อนคลายลงทันทีที่ฟิทช์จากไป เธอหันมาถามหานซั่ว
“ทำความสะอาดครับ”
หานซั่วเดินไปทำธุระของตัวเองที่มุมสนามฝึกซ้อม หยิบไม้กวาดขึ้นมาและทำความสะอาดพื้นที่เพื่อเตรียมรับนักเรียนศาสตร์แห่งความตายคนต่อไปที่จะเข้ามาใช้สนาม
“เข้าใจละ อ้อ จริงสิ หลังของเ้าเป็อย่างไรบ้าง? ถ้าหลังของเ้าหายดีแล้ว ข้าอยากตรวจดูเ้าให้ชัด ๆ สักหน่อย น่าเหลือเชื่อมากเลยนะที่คำสาปกรีดิญญาทำให้เ้ามีพลังจิตขึ้นมาได้”
แฟนนี่ค่อนข้างอ่อนโยนเมื่ออยู่ต่อหน้าหานซั่ว เธอชวนคุยพลางช่วยเขาจัดการสิ่งกีดขวางบนพื้นโดยไม่ถือตัวแม้แต่น้อย
“ดีขึ้นมาก ๆ แล้วครับ จริงสิ อาจารย์แฟนนี่ ท่านไม่ต้องบอกฝ่ายบริหารวิทยาลัยเื่เมื่อคืนได้ไหมครับ?”
หานซั่วกวาดเศษกระดูกหักและฝุ่นอย่างเหม่อลอย พลางดมมือขวาของตัวเองที่จับบั้นท้ายของแฟนนี่เมื่อมีโอกาส
กลิ่นหอมเย้ายวนอ่อน ๆ ติดอยู่บนนิ้วมือข้างขวา ทำให้หัวใจของเขาวูบวาบอย่างเปรมปรีดิ์ สายตาจับจ้องไปยังบั้นท้ายของแฟนนี่ที่อยู่ไม่ไกลนัก แฟนนี่ค่อย ๆ ก้มตัวลงเพื่อเก็บสิ่งกีดขวาง ยิ่งทำให้บั้นท้ายงามงอนของเธอดูน่าหลงใหลมากขึ้นไปอีก
แฟนนี่สะดุ้งเล็กน้อยกับคำพูดของหานซั่ว ตั้งลำตัวอ่อนช้อยให้ตรงขึ้นอย่างรวดเร็ว หันมาหาหานซั่วและถามอย่างประหลาดใจ
“เพราะอะไรหรือ? เอ๊ะ... ไบรอัน เ้าไม่มีสมาธิเลยนี่นา เ้าเหยียบไม้กวาดอยู่นะ”
เขาไม่ทันตั้งตัวที่อยู่ดี ๆ แฟนนี่ก็หันมา หานซั่วรีบขยับเท้าออกจากไม้กวาดพลางยิ้มแห้งๆ
“อันที่จริง แครี่กับบอร์กเป็คนดีครับ ถ้าอาจารย์บอกฝ่ายบริหารโรงเรียนถึงสิ่งที่เกิดขึ้น พวกเขาก็จะถูกไล่ออก แล้วครอบครัวของพวกเขาก็ต้องลำบากเพราะขาดรายได้”
แฟนนี่มองหานซั่วอย่างตกตะลึง คิ้วโก่งงอนของเธอขมวดมุ่นเล็กน้อย แต่หลังจากนั้นก็ยิ้มและเอ่ยขึ้น
“ไบรอัน เ้าใจดีเสมอเลยนะ อุตส่าห์พูดแทนพวกเขาทั้ง ๆ ที่ตัวเองก็ถูกพวกนั้นรังแก ตกลง ข้าจะลืมมันไปเสีย ในเมื่อเหยื่อผู้เคราะห์ร้ายอย่างเ้าเป็คนขอร้องด้วยตัวเอง ข้าจะไม่ทำให้พวกนั้นตกที่นั่งลำบาก เ้าเป็กุญแจสำคัญในการทดลองของข้า หลังจากนี้มีถ้ามีใครรังแกเ้าอีก อย่าลืมมาบอกข้าก็แล้วกัน”
ใจดีหรือ? หานซั่วพูดไม่ออก แน่ละ ที่เขาทำอยู่ก็ถือว่า ‘ใจดี’ จริง ๆ ไม่อย่างนั้น เขาคงไม่มีโอกาสข่มขู่แครี่กับบอร์กให้ทำงานแทนได้เช่นนี้ และถ้าสองคนนั้นถูกไล่ออก งานทั้งหมดก็จะตกเป็ภาระของเขาและแจ็ค แล้วใครจะสนเล่าว่าสองคนนั้นจะเป็อย่างไร?
ขณะที่หานซั่วกำลังคิดอะไรเพลิน ๆ แฟนนี่ก็มองหานซั่วอย่างสงสัย
“ไบรอัน ข้าไม่คิดว่าเ้าจะเสียสติสักเท่าไรเลยนะ ถ้าไม่อย่างนั้น เ้าจะพูดเื่ที่เพิ่งพูดเมื่อกี้ออกมาได้อย่างไร?”
ตะลึงงันไปชั่วขณะ หัวใจของหานซั่วหล่นวูบ เขารีบเกาศีรษะอย่างเร็วและตอบกลับไปอย่างอายๆ
“เอ่อ บางที ข้าก็รู้สึกหน้ามืดตามัวไปหมด ข้าไม่รู้เลยว่าหลังจากนั้นข้าทำอะไรลงไปบ้าง”
“เข้าใจละ ดูเหมือนผลกระทบของคำสาปกรีดิญญายังคงหลงเหลืออยู่ในร่างกายสินะ อืม... อย่าห่วงไปเลย ข้าจะตรวจเ้าอย่างละเอียดเมื่อหลังของเ้าหายสนิทแล้ว อาการเจ็บป่วยทุกอย่างข้าจะรักษาให้เอง นี่ก็เกือบได้เวลาที่ข้าต้องพานักเรียนไปทำการทดลองรอบต่อไปแล้ว ข้าจะกลับไปเตรียมตัวก่อน เ้าก็ทำความสะอาดต่อเถอะ!”
กล่าวจบ แฟนนี่ก็ร่ายเวท ส่งนักรบผีดิบที่อยู่ในสนามฝึกซ้อมกลับไปยังมิติมืด และออกจากห้องไปอย่างรวดเร็ว
ทันทีที่แฟนนี่ออกไป หานซั่วก็ทิ้งความเละเทะในสนามฝึกซ้อมไว้ตามเดิม และออกไปหาแครี่และบอร์ก
“วางใจเถอะ ข้าจัดการให้เรียบร้อยแล้ว ทีนี้พวกเ้าสองคนก็ไปทำความสะอาดสนามฝึกซ้อมกันต่อได้แล้ว!”
แครี่และบอร์กดีใจระคนแปลกใจ ก่อนจะรีบวิ่งจากไปพร้อมอุปกรณ์ในมืออย่างว่าง่าย กวาดถูพื้นแทนหานซั่วด้วยความสุขอย่างเหลือล้น ตอบแทนน้ำใจที่เขาเป็ธุระให้
ออกจากสนามฝึกซ้อม หานซั่วก็ไม่มีอะไรที่ต้องทำอีก เขาหวนนึกถึงสิ่งที่อยู่ในกล่องหยกและเหตุการณ์เมื่อวานนี้อีกครั้ง ใคร่รู้เหลือเกินว่าลูกแก้วลูกนั้นคืออะไร เขาคงเอาเื่นี้ไปถามใครไม่ได้ ดังนั้น ขาจึงตัดสินใจมุ่งหน้าไปยังห้องสมุดหลักของเวทมนตร์ธาตุมืด เผื่อว่าจะมีบันทึกอะไรเกี่ยวกับลูกแก้วอยู่บ้าง
ภายในวิทยาลัยเวทมนตร์และศาสตร์แห่งพลังบาบิโลน เวทมนตร์แต่ละสาขามีห้องสมุดเป็ของตัวเอง ขอบเขตความรู้ในตำราของห้องสมุดแต่ละแห่งจะแตกต่างกันไป เป็คลังองค์ความรู้และเชาวน์ปัญญาที่แต่ละสาขารวบรวมสะสมไว้ แต่ห้องสมุดไม่ได้เปิดเป็สาธารณะ ทั้งยังมีกฎระเบียบที่เคร่งครัดมากมาย และจำกัดสิทธิ์เฉพาะนักเรียนในสาขาเท่านั้น
หานซั่วใช้หน้าที่ทำความสะอาดห้องสมุดของแจ็คเป็ข้ออ้าง เดินอาด ๆ เข้ามาในห้องสมุดเวทมนตร์ธาตุมืดได้พร้อมกับอุปกรณ์ทำความสะอาดในมือ
“ไบรอัน เ้ามาทำอะไรที่นี่? เวลานี้เ้าต้องทำความสะอาดสนามฝึกซ้อมอยู่ไม่ใช่หรือ?”
แจ็คอ้วนตัวน้อยสะดุ้งและวางกองหนังสือลง ถามหานซั่วเมื่อเห็นเขาเดินเข้ามาพร้อมไม้ปัดฝุ่น
“ฮี่ฮี่ ต่อไปนี้เ้าโง่แครี่กับบอร์กจะเป็คนทำความสะอาดสนามฝึกซ้อม ข้าก็เลยมาที่นี่เพราะมีธุระสำคัญต้องทำ”
หานซั่วยิ้มและสุ่มหยิบหนังสือขึ้นมาดูด้วยท่าทีผ่อนคลาย เขาลองอ่านและวางกลับไปที่เดิมเมื่อพบว่ามันคือตำราเวทมนตร์ธาตุมืดขั้นพื้นฐาน
“แครี่กับบอร์กจะทำความสะอาดสนามฝึกซ้อมแทนเ้า...เป็ไปได้อย่างไร? เอ๊ะ... หรือเป็เพราะพวกนั้นหวาดกลัวเ้าหลังจากที่โดนเล่นงานไปเมื่อวาน?”
แจ็คใ แต่ก็นึกขึ้นได้ถึงท่าทีของหานซั่วเมื่อวาน มองหน้าเขาด้วยความเกรงกลัวเล็กน้อย
“นี่ ไบรอัน เมื่อวานเกิดอะไรขึ้นกับเ้า? เ้าดูเหมือนเป็อีกคนไปเลย ถึงเราจะสนิทกันมากก็เถอะ แต่เมื่อวานข้ากลัวเ้ามากจริง ๆ นะ!”
หานซั่วหัวเราะเบา ๆ วางมือข้างหนึ่งบนไหล่ของแจ็ค
“ขึ้นอยู่กับว่าเป็ใคร ถ้ามีคนมาทำให้ข้าเดือดร้อน ข้าก็จะทำให้ชีวิตของพวกมันเดือดร้อนยิ่งกว่า ฮี่ฮี่ สำหรับพวกเราสองคน ไม่มีทางที่ข้าจะเล่นงานเ้าอยู่แล้ว จริงสิ แจ็ค ตำราที่เกี่ยวกับวัตถุเวทมนตร์อยู่ตรงไหนหรือ?”
“เอ่อ... ชั้นหนังสือแถวที่สองด้านหลังนู่นแน่ะ เ้าถามทำไมหรือ?”
แจ็คชี้ไปที่ด้านหลังของหานซั่ว และถามเขาด้วยความสงสัย
“ไม่รู้สิ ช่วยเ้าทำความสะอาดมั้ง?”
หานซั่วยิ้มและเดินตรงไปยังชั้นหนังสืออ้างอิงเกี่ยวกับวัตถุเวทมนตร์
“แต่ไบรอัน ชั้นหนังสือนั่นข้าเพิ่งทำความสะอาดไปเองนะ!”
“ดีเลย ข้าจะได้ปัดฝุ่นให้เ้าอีกรอบ!”
เมื่อหานซั่วเดินไปถึงชั้นหนังสือที่ว่า เขาก็ทิ้งไม้ปัดฝุ่นลงอย่างไม่ใส่ใจ และเริ่มไล่หาั้แ่แถวสุดท้าย พลิกหน้าอ่านไปเรื่อยๆ
ตอนที่หานซั่วตรวจสอบกล่องหยกเมื่อคืน พลังจิตของเขาหลั่งไหลเข้าไปในลูกแก้วอย่างน่าพิศวง ทำให้เขาสามารถััถึงกระแสมนตราบางอย่างที่อยู่ภายใน และหานซั่วเองก็ไม่ถือว่าเป็มือใหม่อีกแล้วเมื่อเขาเริ่มศึกษาความรู้ด้านเวทมนตร์ต่าง ๆ จุดนี้เองที่ทำให้เขาเข้าใจว่า การที่มีกระแสมนตราอยู่ภายในลูกแก้ว บ่งบอกว่ามันคือวัตถุเวทมนตร์บางอย่าง จึงเป็เหตุผลที่เขาเข้ามาตามหาที่มาที่ไปของลูกแก้วในห้องสมุดแห่งนี้
โชคไม่ดี หลังจากรื้อค้นตำราหลายเล่ม ส่วนใหญ่ระบุเพียงรายละเอียดธรรมดาสามัญเกี่ยวกับวัตถุเวทมนตร์อย่างคทา ชุดคลุม และเครื่องประดับต่าง ๆ ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่เขา้า
เขาทำความสะอาดชั้นหนังสือด้วยความท้อแท้และยอมจำนน หมดหวังที่จะค้นหาคำตอบจากที่นี่ เขาจึงย้ายไปยังชั้นหนังสือของศาสตร์แห่งความตาย
ในเมื่ออุตส่าห์มาถึงห้องสมุดแล้ว เขาก็ไม่อยากกลับไปมือเปล่า อย่างน้อยต้องเอาตำรากลับไปสักเล่มหนึ่งเพื่อจะได้ค้นคว้าต่อ หานซั่วคิดใคร่ครวญไปเรื่อย ๆ ขณะรื้อค้นหนังสือชั้นบนสุดซึ่งเป็เวทมนตร์ระดับสูงขึ้น แต่เขาคงอ่านไม่เข้าใจอยู่ดีต่อให้เอามันกลับไป ดังนั้น เขาจึงหันมาสนใจระดับที่อยู่ล่างลงมา
สายตาของเขาไปตกอยู่ที่ ‘ตำราอสูรมิติมืด’ เขาเปิดอ่านไปไม่กี่หน้าและพบว่ามันบันทึกรายละเอียดเกี่ยวกับการอัญเชิญอสูรมิติมืดเอาไว้
หานซั่วดีใจ เขารีบกลับไปหาแจ็คและโบก ‘ตำราอสูรมิติมืด’ ตรงหน้าเขา พร้อมกับหัวเราะเบาๆ
“แจ็ค ข้าเอาตำราเล่มนี้กลับไปอ่านเล่นนะ ช่วยปิดให้ข้าด้วย อย่าให้ใครรู้เข้า”
ไม่ทันรอให้แจ็คตอบ เขาก็เก็บตำราใส่ไว้ข้างในเสื้ออย่างมีความสุข หยิบไม้ปัดฝุ่นที่เคยทิ้งไปก่อนหน้านี้ขึ้นมา และเดินออกไปจากห้องสมุด
**********************