จักรวาลอันกว้างใหญ่ไพศาลมีกาแล็กซีนับล้านๆ กาแล็กซีกระจัดกระจายอยู่นับอนันต์ ภายในกาแล็กซีนั้นมีอาณาจักรดวงดาวนับร้อยล้านดวงโคจรอยู่รวมกันอย่างเป็ระบบตามแรงโน้มถ่วง บนดวงดาวภายใต้กาแล็กซีหนึ่งๆ ล้วนมีสิ่งมีชีวิตหลากหลายเผ่าพันธุ์อาศัยอยู่มากน้อยแตกต่างกันไป
ณ กาแล็กซีฟิวเจอร์สตาร์ อาณาจักรดวงดาวในยุคอวกาศอีกหลายพันปีต่อมาเมื่อดาวเคราะห์สีน้ำเงินหรือที่รู้จักกันในชื่อ 'ดาวโลก' ล่มสลายเพราะการแพร่กระจายของไวรัส มนุษย์กลุ่มสุดท้ายที่หนีรอดมาได้ใช้เวลา 500 ปีบนยานอวกาศจึงสามารถค้นหากาแล็กซีที่หมดเหมาะสมแห่งนี้เจอ โดยเริ่มนับปีกาแล็กซีในวันแรกที่มนุษย์เหยียบย่างลงบนพื้นดวงดาวเป็ครั้งแรกว่า เอฟเอส1 (F.S.1)
เนื่องด้วยระยะเวลายาวนานเกือบ 500 ปีทำให้มนุษย์เกิดการกลายพันธุ์เพื่อปรับสมดุลให้เข้ากับสภาพแวดล้อมอันเลวร้ายในชั้นบรรยากาศที่ไม่คุ้นเคย สิ่งมีชีวิตเริ่มมีพลังเหนือธรรมชาติที่แข็งแกร่งขึ้น อายุขัยโดยเฉลี่ยเองก็เพิ่มมากขึ้นจากเดิมมีอายุขัยไม่เกิน 80-100 ปี เพิ่มขึ้นเป็ไม่ต่ำกว่า 300 ปี แต่ถ้ามนุษย์คนนั้นมีค่าพลังมากอายุขัยก็จะเพิ่มมากขึ้นตามไปด้วยแต่จะไม่เกิน 500 - 800 ปี ดังนั้นเมืุ่์มีอายุแรกเกิดถึง่วัย 25 ปีจึงนับว่ายังเป็ผู้เยาว์
นับแต่นั้นมามนุษย์ไม่ถูกแบ่งแยกตามเชื้อชาติอีกต่อไปแต่แบ่งแยกตามค่าพลังที่มีจำเพาะในตัวบุคคลนั้นๆ แทน และเพราะมนุษย์สามารถมีพลังเหนือธรรมชาติที่แข็งแกร่งขึ้น เด็กทารกที่ถือกำเนิดจากมนุษย์กลายพันธุ์จึงมีเพศสภาพพิเศษแตกแขนงออกมาอีกเพศหนึ่ง เรียกว่า ธีโอ
เพศสภาพธีโอจะแตกต่างจากเพศชายและเพศหญิงปกติทั่วไป หากเป็ธีโอเพศชายจะมีกายภาพที่อ่อนแอและบอบบางว่าเพศหญิงปกติ ทั้งยังสามารถให้กำเนิดทารกได้ แต่การพัฒนาพลังจะเพิ่มความยากมากกว่าเพศปกติทั่วไปหลายเท่า
แต่หากเป็ธีโอเพศหญิงจะมีกายภาพที่แข็งแกร่งกว่าเพศชายปกติ การพัฒนาค่าพลังจะราบรื่นกว่าธีโอเพศชายและเพศปกติเป็เท่าตัว และทารกที่ถือกำเนิดจากธีโอจะมีค่าพลังไม่ต่ำกว่าระดับ D+ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับค่าพลังของคู่สมรสว่ามีมากน้องแค่ไหนด้วย คนส่วนมากจึงนิยมแต่งงานกับธีโอเพศหญิงมากกว่าธีโอเพศชาย
ซึ่งค่าพลังที่ว่ามามีั้แ่ระดับ SS+ , S , P , D และ F ที่มีค่าพลังต่ำสุด ทั้งนี้ค่าพลังยังสามารถพัฒนาได้ตามการฝึกฝนเพียงแต่การจะเพิ่มค่าพลังนั้นเป็เื่ยากและใช้ทรัพยากรเป็จำนวนมาก ดังนั้นผู้ที่มีฐานะร่ำรวยจึงมีโอกาสในการฝึกพัฒนาค่าพลังได้มากกว่าคนธรรมดาทั่วไป
แต่ก็ยังมีข้อยกเว้นสำหรับบุคคลพิเศษที่เกิดมาพร้อมกับค่าพลังพิเศษ บุคคลจำพวกนี้ไม่จำเป็ต้องฝึกฝนอย่างหนักเหมือนคนอื่นๆ ก็สามารถมีค่าพลังมากมายมหาศาลได้โดยไม่เปลืองแรง ซึ่งคนเ่าั้มักจะเป็บุตรหลานของผู้ทรงอำนาจในกลุ่ม 3 อำนาจหลักทั้งสิ้น
เพื่อไม่ให้เกิดความเหลื่อมล้ำระหว่างบุคคลมากจนเกินไป เหล่าผู้มีอำนาจจึงก่อตั้ง 'สหพันธรัฐฟิวเจอร์สตาร์' ขึ้น เรียกสั้นๆ ว่า 'สหพันธรัฐ' บริหารงานโดยสมาชิกวุฒิสภาซึ่งเป็ตัวแทนมาจาก 3 กลุ่มอำนาจหลักที่มาจากการเลือกตั้ง มีประธานาธิบดีกุมอำนาจสูงสุด มีวาระในการดำรงตำแหน่ง 10 ปี โดย 3 กลุ่มอำนาจหลักแบ่งออกเป็
สถาบันความมั่นคงแห่งกาแล็กซี แบ่งออกเป็ 2 กองกำลังใหญ่ คือ กองกำลังทหารอวกาศ และกองกำลังตำรวจอวกาศ ซึ่ง 2 กองกำลังนี้เป็ขุมอำนาจที่ทรงพลังมากที่สุดใน 3 กลุ่มอำนาจหลัก โดยกองกำลังทหารอวกาศจะมีหน้าที่ต่อสู้กับกองกำลังเอเลี่ยนอวกาศที่พยายามเข้ายึดครองพื้นที่ดวงดาวและสิ่งมีชีวิตกลายพันธุ์เป็หลัก ส่วนกองกำลังตำรวจอวกาศดูแลความสงบภายในดวงดาว
ต่อมาคือสถาบันการแพทย์และพลเรือนแห่งกาแล็กซี แบ่งออกเป็ 6 กลุ่มย่อย ประกอบด้วย
1. สถาบันการแพทย์อวกาศ
2. สถาบันวิจัยเทคโนโลยีการแพทย์และการศึกษาอวกาศ
3. สถาบันการศึกษาอวกาศชีวมวล
4. สถาบันการศึกษาแห่งกาแล็กซี
5. สถาบันดวงดาวและพลเรือนแห่งกาแล็กซี
6. สถาบันฟื้นฟู เยียวยา และควบคุมสิทธิประโยชน์แห่งกาแล็กซี
สุดท้ายคือสถาบันอุตสาหกรรมแห่งกาแล็กซี ซึ่งมีความสำคัญพอๆ กับสถาบันการแพทย์ฯ แบ่งออกเป็ 7 กลุ่มย่อย คือ
1. สถาบันวิจัยเทคโนโลยีแห่งกาแล็กซี
2. สมาคมอาหารและเชฟแห่งอวกาศ
3. สมาคมการแสดงและสื่อสารมวลชน
4. สมาคมส่งเสริมการท่องเที่ยวแห่งกาแล็กซี
5. สมาคมฟื้นฟูวัฒนธรรมและศิลปะโลกโบราณ
6. ระบบคมนาคมแห่งกาแล็กซี
7. สถาบันการเงินแห่งกาแล็กซี
ด้วย 3 กลุ่มอำนาจนี้จึงทำให้ดาวเคราะห์ในกาแล็กซีที่มีอยู่หลายหมื่นล้านดวงไม่วุ่นวายโกลาหล โดยทางสหพันธรัฐจะเรียกดาวเคราะห์ที่ได้รับการค้นพบและบันทึกเข้าสถาบันดวงดาวแล้วว่า สตาร์ (Star) ตามด้วยหมายเลขที่ค้นพบ ซึ่งดาวเคราะห์ที่เป็จุดศูนย์กลางของดวงดาวทั้งหมดก็คือ สตาร์วัน (Star1)
เนื่องจากมีดวงดาวภายใต้วงโคจรอยู่จำนวนมาก การเดินทางโทรคมนาคมระหว่างดวงดาวจึงถูกพัฒนาให้มีความสะดวกรวดเร็วและปลอดภัยยิ่งขึ้น โดยอาศัยหลุมอวกาศ่ที่มีมวลอากาศเบาบางผสมผสานเข้ากับเทคโนโลยีอันล้ำสมัยจนเกิดเป็ 'ช่องทางเทเลพอร์ต' ที่ใช้ระยะเวลาไม่ถึง 1 นาทีในการเดินทาง ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับระยะทางใกล้ไกลระหว่างดวงดาวด้วย โดยช่องทางเทเลพอร์ตจะมีสถานีขนส่งกลางเป็ศูนย์กลางในการเคลื่อนย้ายในแต่ละครั้ง
นอกจากนี้ยังมีการเปลี่ยนแปลงการแลกเปลี่ยนสกุลเงินจากสกุลต่างๆเป็ 'เหรียญคอยน์' (Coin) เพื่อความเข้าใจที่ตรงกัน โดยสกุลเงินนี้จะถูกเก็บเข้า 'ธนาคารกลาง' ที่ควบคุมดูแลโดยสถาบันการเงินแห่งกาแล็กซี มี 'นาฬิกา AI' เป็ตัวกลางในการทำธุรกรรมต่างๆ
ซึ่งนาฬิกา AI ที่ว่านี้เป็อุปกรณ์มาตรฐานที่ประชากรชาวดวงดาวทุกคนได้รับั้แ่แรกเกิดเพื่อใช้เก็บข้อมูลพื้นฐานของแต่ละบุคคล ทั้งยังใช้แทนอุปกรณ์จำเป็ต่างๆเช่น ใช้สื่อสารระหว่างดวงดาวผ่านช่องทางเสมือนจริง , ใช้เก็บสิ่งของ , เป็ตัวกลางในการซื้อขายแลกเปลี่ยน หรือใช้เชื่อมต่อเครือข่ายออนไลน์ระหว่างดวงดาว
เมื่อพูดถึงการพัฒนาที่รุดหน้าอย่างก้าวะโเหล่านี้คงจะปฏิเสธไม่ได้ว่านอกจากการสนับสนุนจากทางสหพันธรัฐแล้ว 3 กลุ่มอำนาจหลักก็มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเช่นกันโดยเฉพาะสถาบันอุตสาหกรรมแห่งกาแล็กซีที่เรียกกันว่า 'วงการธุรกิจแห่งกาแล็กซี' หรือ 'วงการธุรกิจ FS' ที่เป็ตัวแปรในการขับเคลื่อนมากที่สุด
และผู้ที่สามารถควบคุมวงการธุรกิจ FS นี้ได้จึงนับเป็ผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจแห่งกาแล็กซีอย่างแท้จริง มีศักดิ์และสิทธิ์ไม่ต่างจากประธานาธิบดีและจอมพลสูงสุดแห่งกองกำลังความมั่นคงฯ ดังนั้นจึงมีนักธุรกิจจำนวนมากที่ใฝ่ฝันอยากจะยืนในจุดสูงสุดนั้น
แต่ทว่าการที่จะขึ้นเป็ผู้กุมบังเหียนเศรษฐกิจได้นั้นไม่ใช่เื่ง่ายที่ใครอยากจะเป็ก็เป็ได้ นับั้แ่ก่อตั้งสหพันธรัฐมาจึงมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่ก้าวขึ้นไปถึง
และหนึ่งในนั้นก็คือคุณชายรองแห่งตระกูลเออเบรย์ CEO หนุ่มแห่งบริษัท เออเบรย์เทคโนโลยี กรุ๊ป จำ
กัด
บาร์เซทท์ เออเบรย์..
*หวังว่าทุกคนจะเอ็นจอยนะคะ (๑˙❥˙๑)