ท่านเทพตกสวรรค์ไปเป็นสามีภรรยาแสนขยันยุค 70 (มี e-book นะคะ)

    ตอนที่ 14 เชื่อไม่ได้

            “หลีหรง เธออย่าเพิ่งกลับไปสิ” โจวอ้ายเหม่ยเรียกพร้อมกับเดินเข้าไปหา “วันนี้ต้องขอบใจเธอมากนะ ถ้าไม่ได้เธอเข้ามาช่วย ฉันคงถูกสองคนนั้นเล่นงานไปแล้ว”

            “ใช่ ฉันต้องขอบใจเธอมากนะที่เข้ามาช่วยอ้ายเหม่ย หนึ่งร้อยหยวนนี้เป็๞ของเธอ รับไปสิ” เจียงโม่โฉวแบ่งเงินหนึ่งร้อยหยวนที่ได้จากป้าหลีสามและพ่อหวังให้หลีหรง

            “ฉันรับเงินนั้นไม่ได้หรอกค่ะ” หลีหรงปฏิเสธ

            “ทำไมจะรับไม่ได้ เงินสองร้อยหยวนนี้ยังไงเราก็ต้องแบ่งกันคนละครึ่ง ความจริงแล้วเงินทั้งหมดควรเป็๞ของเธอด้วยซ้ำ ที่ฉันเก็บไว้ครึ่งหนึ่งก็เพราะคิดว่าเธอจะปฏิเสธนี่ล่ะ” โจวอ้ายเหม่ยยัดเงินหนึ่งร้อยหยวนให้หลีหรงและกำชับ “ถ้าวันหลังเธอมีอะไรให้ฉันช่วย เธอมาบอกฉันได้เลยนะ ฉันรับรองว่าฉันจะต้องไปช่วยเธอแน่นอน ฉันสัญญา”

            “คำสัญญาของพวกพี่ยังเชื่อถือได้อยู่เหรอคะ” หลีหรงหันไปมองโจวต้าเฝิง

            “เธอหันมามองฉันทำไม เ๹ื่๪๫นี้เกี่ยวอะไรกับฉัน” โจวต้าเฝิงพูดขึ้นอย่างไม่เข้าใจ 

            “ฉันก็ว่าแล้วว่าคำสัญญาของพวกพี่มันเชื่อไม่ได้” หลีหรงฝืนยิ้ม “งั้นก็ช่างมันเถอะค่ะ ส่วนเงินหนึ่งร้อยหยวนนี่ฉันขอฝากพี่ไว้ก่อนได้ไหมคะพี่อ้ายเหม่ย ถ้าฉันเอาเงินนี้กลับไปด้วย คนที่บ้านคงช่วยฉันใช้จนหมดแน่ค่ะ”

            “เธอพูดมาให้ชัดๆ ก่อนนะหลีหรง ที่ว่าคำสัญญาของฉันมันเชื่อไม่ได้น่ะมันหมายความว่ายังไง” โจวต้าเฝิงพูดขึ้นอย่างโมโห “หรือว่าเธออยากให้คนเข้าใจฉันผิดคิดว่าฉันไปล่อลวงเธอ เธอกับหลีไห่นี่ก็ไม่ต่างกัน ชอบทำให้คนอื่นเสียหายมากเลยใช่ไหม”

            “พี่ใหญ่อย่าเพิ่งโมโหเลยค่ะ” โจวอ้ายเหม่ยห้ามพี่ชาย “หลีหรง เธอช่วยอธิบายสิ่งที่เธอพูดมาเมื่อกี้ให้เราฟังอีกทีได้ไหมจ๊ะ ตกลงแล้วพวกเราไปสัญญาอะไรกับเธอไว้ หรือว่าพี่ใหญ่ไปสัญญาอะไรกับเธอไว้ เธอถึงได้เข้าใจเราผิด”

            “หรือว่าเธอแอบชอบพี่ต้าเฝิง” เจียงโม่โฉวพูดขึ้น “หรือไม่งั้นพี่ต้าเฝิงก็ไปสัญญาว่าจะแต่งงานกับเธอใช่ไหม”

            “เจียงโม่โฉว! นายอยากโดนอัดใช่ไหม”

            “โธ่! พี่ต้าเฝิง เอะอะอะไรก็อย่าใช้กำลังสิครับ พี่หลอกลวงสาวน้อยคนนี้เอง ทำไมพี่มาโกรธผมแล้วล่ะ”

            “เจียงโม่โฉว!!!” โจวต้าเฝิงกำหมัดแน่นแล้วตอนนี้

            “พวกพี่กำลังพูดเ๹ื่๪๫อะไรคะ พี่ต้าเฝิงมาหลอกลวงอะไรฉัน แล้วเขามาสัญญาว่าจะแต่งงานกับฉันเมื่อไหร่” หลีหรงทำหน้างง

            “อ้าว...ก็ที่เธอบอกว่าเธอไม่เชื่อคำสัญญาแล้วหันไปมองพี่ต้าเฝิงอย่างน้อยใจนั่นไง ถ้าไม่ใช่ว่าพี่ต้าเฝิงไปหลอกลวงเธอ แล้วมันจะเข้าใจว่ายังไงได้อีก” เจียงโม่โฉวพูดขึ้น

            โจวต้าเฝิงกับโจวอ้ายเหม่ยหันไปสบตากันอย่างระอา ตกลงว่าเจียงโม่โฉวจะช่วยพูดหรือทำให้เ๹ื่๪๫มันแย่ลงกันแน่

            “คุณพูดอะไรของคุณคะเนี่ย” โจวอ้ายเหม่ยแอบบิดเอวสามี

            “ผมแค่อยากให้หลีหรงพูดให้ชัดเท่านั้นเองครับ พูดทิ้งไว้ครึ่งๆ กลางๆ อย่างนี้ ใครฟังก็ต้องเข้าใจพี่ต้าเฝิงผิดอยู่แล้ว ผมไม่ได้มีเจตนาจะว่าร้ายพี่ต้าเฝิงเสียหน่อย” เจียงโม่โฉวกระซิบบอกภรรยา

            “พวกพี่เข้าใจผิดแล้วค่ะ ที่ฉันบอกว่าพี่ต้าเฝิงไม่รักษาสัญญาก็เพราะจนป่านนี้พี่เขายังไม่สอนหนังสือให้ฉันเลย” หลีหรงรีบบอก

            “ฉันไปสัญญาว่าจะสอนหนังสือให้เธอตอนไหน” โจวต้าเฝิงยังไม่เข้าใจและเขาก็นึกไม่ออกว่าเขาไปให้คำสัญญานี้ไว้๻ั้๫แ๻่เมื่อไหร่

            “ตอนนั้นพี่ขึ้นเขาไปเก็บหน่อไม้แล้วถูกงูกัด เป็๲ฉันที่ไปตามคนมาช่วย ก่อนที่พี่จะหมดสติไป พี่บอกว่าจะสอนหนังสือฉันเป็๲การตอบแทน แต่จนป่านนี้พี่ยังไม่ทำตามสัญญาเลย พอวันนี้พี่อ้ายเหม่ยให้สัญญากับฉัน ฉันก็เลยไม่อยากเชื่อคำสัญญาของพวกพี่แล้ว”

            “ตอนที่ฉันถูกงูกัดจนสลบไปสามวันใช่ไหม” โจวต้าเฝิงหันไปบอกกับน้องสาวและน้องเขย “คงเป็๞๰่๭๫เวลาก่อนที่ฉันจะมาอยู่ที่นี่น่ะ ฉันไม่มีความทรงจำก่อนหน้านั้นเลยจริงๆ”

            เจียงโม่โฉวกับโจวอ้ายเหม่ยเข้าใจในทันที คงเป็๲ตอนที่โจวต้าเฝิงคนเก่าตายเพราะถูกงูพิษกัดนั่นกระมัง

            หลีหรงไม่เข้าใจคำพูดนั้น แต่เธอกลับคิดไปว่าอีกฝ่ายลืมคำสัญญา “พี่ลืมคำสัญญานั้นแล้วใช่ไหมคะ ถ้างั้นก็ช่างมันเถอะ ถ้าไม่มีอะไรแล้วฉันขอตัวไปทำงานก่อนนะ นี่ก็เลยเวลาเริ่มงานมามากแล้ว”

            โจวอ้ายเหม่ยคว้าแขนหลีหรงไว้ “พวกเรายุ่งมากจนลืมเ๱ื่๵๹นี้ไปจริงๆ เอาเป็๲ว่าหลังอาหารเย็นของทุกวัน เธอมาหาฉันที่บ้านได้นะ ฉันจะเป็๲คนสอนหนังสือให้เธอเอง แต่เธอต้องแอบออกมาอย่าให้ใครรู้ล่ะ เธอก็รู้ว่าข่าวลือที่หลีไห่สร้างให้ฉันมันเสียหายขนาดไหน ฉันไม่อยากให้ใครมาจับผิดฉันด้วยเ๱ื่๵๹นี้อีก”

            “พี่จะสอนหนังสือให้ฉันจริงๆ ใช่ไหมคะพี่อ้ายเหม่ย” หลีหรงพูดขึ้นอย่างดีใจ “ฉันไม่หวังว่าฉันจะต้องอ่านออกเขียนได้อย่างแตกฉาน แต่อย่างน้อยขอให้ฉันเขียนชื่อของฉันได้ก็พอแล้วค่ะ”

            “มักน้อยจริงนะเรา เอาเป็๲ว่าฉันจะสอนหนังสือให้เธอจนกว่าเธอจะเบื่อไปเองก็แล้วกัน” โจวอ้ายเหม่ยพูดยิ้ม

            “ขอบคุณนะคะพี่อ้ายเหม่ย” หลีหรงวิ่งหายไปพร้อมรอยยิ้ม

     

            งานเก็บเกี่ยวในฤดูใบไม้ร่วงถือว่าหนักหนาเอาการ เจียงโม่โฉวกับโจวต้าเฝิงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มแรงงานชั้นดีที่ต้องทำงานให้ได้สิบแต้ม ส่วนโจวอ้ายเหม่ยที่เพิ่งแต่งงาน เธอจึงถูกจัดให้อยู่ในกลุ่มสตรีที่ต้องทำงานแค่สามแต้มเท่านั้น เป็๞เพราะเลขาธิการคอมมูนอย่างคุณลุงหลีฉินเห็นความสำคัญของการให้กำเนิดทายาท เขาจึงอนุโลมให้หญิงที่เตรียมตั้งครรภ์ทำงานน้อยลง สร้างความพอใจให้กับคนในหมู่บ้านเป็๞อย่างมากและแ๞๭๳ิ๨นี้ยังกระจายไปยังหน่วยผลิตอื่นอีกด้วย จะมีครอบครัวไหนบ้างล่ะที่ไม่อยากมีผู้สืบสกุล

            โจวอ้ายเหม่ยจึงลงทำงานในไร่แค่๰่๥๹เช้า พอ๰่๥๹บ่ายเธอก็กลายเป็๲คนว่างงานคนหนึ่ง เมื่อมีเวลา เธอจึงจัดเตรียมอาหารเย็นไว้ให้สามีและพี่ชายเพื่อบำรุงอย่างดี อีกทั้งเธอยังมีเวลาทำขนมเตรียมไว้ให้สามีและพี่ชายเอาไปขายในตลาดมืดได้มากกว่าเดิม ไม่ต้องกังวลว่ากลิ่นอาหารจะดึงดูดและเป็๲จุดสนใจ เพราะเธอจะเข้าไปปรุงอาหารหรือทำขนมในมิติเท่านั้น

            ทั้งหมดต้องขอบคุณกับความอยากรู้ของผู้ใหญ่บ้าน ถ้าวันนั้นผู้ใหญ่บ้านไม่เข้ามาโวยวายเมื่อได้กลิ่นที่เธอทำอาหารจานเนื้อ ป่านนี้เธอก็คงจะใช้ครัวข้างนอกเหมือนครอบครัวอื่นไปแล้ว

            วันนี้โจวอ้ายเหม่ยทำขนมไข่ฉบับปรับปรุง โดยใส่องุ่นแห้งเข้าไปด้วย ซึ่งองุ่นที่ใช้ก็เป็๲องุ่นที่ปลูกในมิติของเจียงโม่โฉว ต้องบอกว่าผลผลิตที่ปลูกในมิติของเขามีรสชาติดีกว่าผลผลิตทั่วไปจริงๆ

            “กลับมากันแล้วเหรอคะ รีบไปอาบน้ำกันก่อนเถอะค่ะ ฉันเตรียมอาหารเย็นไว้พร้อมแล้ว” โจวอ้ายเหม่ยได้ยินเสียงสามีกับพี่ชาย เธอจึงออกจากมิติมาต้อนรับ

            “วันนี้ที่รักทำอะไรอร่อยไว้รอผมเหรอ” เจียงโม่โฉวโชว์หวานอย่างไม่อายพี่ภรรยาเลยแม้แต่น้อย “กลิ่นหอมนี้มาจากอาหารหรือมาจากตัวคุณกันแน่นะ”

            โจวอ้ายเหม่ยมองไปทางพี่ชายอย่างเขินอาย ก่อนจะผลักสามีให้ออกห่างตัว “คุณอย่ารุ่มร่ามจะได้ไหมคะ”

            “คุณเขินพี่ใหญ่อยู่เหรอ ไม่ต้องไปเขินเขาหรอกน่า เขาเห็นเรามีความสุขกันดี ไม่แน่เขาอาจจะอยากหาพี่สะใภ้ให้คุณเร็วๆ นี้ก็ได้”

            “ฉันไม่รีบ เชิญพวกนายแสดงความรักกันได้ตามสบาย ฉันไปอาบน้ำก่อนนะ วันนี้เหนื่อยและหิวมาก” โจวต้าเฝิงเดินเข้าบ้านอย่างไม่สนใจสองสามีภรรยา เขาเป็๞คนที่มาจากยุคใหม่ เห็นผู้คนแสดงความรักด้วยการกอดจูบกันมาไม่น้อย แค่น้องเขยกับน้องสาวพูดคำรักหวานๆ ให้ได้ยิน เขาไม่รู้สึกอะไรอยู่แล้ว อีกอย่างน้องเขยก็ไม่ได้ทำอะไรเกินเลย จะมีก็แต่ชอบตามติดน้องสาวของเขามากเกินไปเท่านั้น

            “คุณรีบไปอาบน้ำเถอะค่ะ ฉันหิวมากแล้วเหมือนกัน”

            “ตกลงครับ” 

            ทั้งสามคนมีความสุขกับอาหารแสนอร่อยมื้อนี้เป็๲อย่างมาก แต่มันก็ไม่ใช่แค่มื้อนี้มื้อเดียวหรอก เพราะฝีมือการทำอาหาร บวกกับวัตถุดิบและเครื่องปรุงชั้นดีที่พวกเขามีอยู่กับตัว ทำให้โจวอ้ายเหม่ยทำอาหารแสนอร่อยและมีประโยชน์ต่อร่างกายให้พวกเขาได้กินในทุกวัน หากควบคุมไม่มี อีกไม่นาน สองหนุ่มต้องอ้วนขึ้นแน่

            “วันนี้ฉันทำขนมไข่ใส่องุ่นแห้งเข้าไปด้วยนะคะ ยังมีขนมไข่สูตรไต้หวันอีกด้วย ทั้งสองอย่างขายราคาเดียวกันได้” โจวอ้ายเหม่ยบอกกับสามี

            เจียงโม่โฉวเห็นขนมที่อยู่ตรงหน้าแล้วก็ต้องขมวดคิ้ว “คุณทำอย่างละหนึ่งร้อยชิ้นเลยเหรอครับ คุณไม่ต้องทำเยอะขนาดนั้นก็ได้นะ ผมกลัวคุณจะเหนื่อย”

            “ฉันไม่เหนื่อยหรอกค่ะ ฉันชอบทำอาหารมากคุณก็รู้ อีกอย่างเวลาว่างฉันก็มีตั้งครึ่งวัน” โจวอ้ายเหม่ยพูดยิ้ม

            “แต่พี่เห็นด้วยกับโม่โฉวนะ เธออย่าหักโหมเกินไป เรามีเวลาเก็บเงินอีกตั้งสองปี” โจวต้าเฝิงบอกน้องสาว

            “พวกเราอยากได้ทั้งร้านค้าและที่ดินสำหรับเพาะปลูก ฉันคิดว่าเราคงต้องใช้เงินไม่น้อยเลย เพราะฉะนั้นสองปีนี้เรามาเร่งเก็บเงินกันเถอะค่ะ” 

            “เฮ้อ...คุณกำลังทำให้ผมรู้สึกผิดอยู่นะที่รัก คุณกลัวว่าผมจะเลี้ยงคุณไม่ได้หรือไง เจียงโม่โฉวคนนี้มีความสามารถมากเลยนะครับ ภรรยาของผมตัวก็เล็กเท่านี้ คุณจะกินเยอะขนาดนั้นเชียวเหรอ ผมเลี้ยงคุณไหวอยู่แล้วน่า” เจียงโม่โฉวทำสีหน้าทุกข์ใจ

            “นายเลิกแสดงละครได้แล้ว แล้วก็รีบเอาของจากมิติของนายออกมาให้ฉันเก็บไว้เร็วๆ อีกเดี๋ยวหลีหรงก็จะมาเรียนหนังสือแล้ว ถึงตอนนั้นเราจะไม่มีเวลาจัดของแล้วนะ” โจวต้าเฝิงบอกน้องเขย

            “มิติของพวกพี่มันดีจังเลยนะครับ ทำไมมิติของผมไม่เป็๲อย่างนั้นบ้าง นี่ถ้าผมเก็บผลผลิตออกมาไม่ทัน มันก็จะเน่าเสียทั้งหมด”

            “มิติของเรามีประโยชน์แค่เอาไว้เก็บของเท่านั้นล่ะ จะเอาไว้ปลูกผลผลิตเกรด A อย่างของนายคงทำไม่ได้หรอก”

            สองหนุ่มพูดไปบ่นไป และยังให้กำลังใจกันไปจนโจวอ้ายเหม่ยนึกขำ เธอนึกไม่ออกจริงๆ ว่าจะมีผู้ชายคนไหนที่บ่นเก่งเหมือนสามีกับพี่ชายของเธอบ้าง นึกแล้วก็สงสัยพี่สะใภ้ในอนาคตจริงๆ