เกิดใหม่เป็นสาวงามแห่งฝันสีชาดในยุคโบราณ

    บทที่ 17 ระบายความคับแค้นใจ

    บทที่ 17 ระบายความคับแค้นใจ


    การเข้ามาใกล้ครั้งนี้ไม่เป็๲ไร สิ่งสำคัญคือด้านในเริ่มพูด "หวั่นเอ๋อร์..."


    หวังจั่งซื่อเพิ่งเรียกหวั่นเอ๋อร์ไปได้คำเดียว หลี่เก๋อเฟยได้ยินเสียงก็ตื่นเต้น


    แล้วก็เข้าไปใกล้อีก ครั้งนี้มือของหลี่เก๋อเฟยเต็มไปด้วยขนมจนล้น จึงทำให้ขนมหล่นลงมาโดยไม่ได้ตั้งใจสองสามชิ้น


    ด้านในหวังจั่งซื่อเพิ่งพูดไปได้คำเดียว ก็ได้ยินเสียงจากด้านนอก


    ราวกับเป็๲ปฏิกิริยาสะท้อนกลับ พูดออกมาทันที "ใคร?"


    หลี่เก๋อเฟยได้ยินเสียงนี้ก็รีบวิ่งหนีไป โชคดีที่ห้องของหลี่เก๋อเฟยอยู่ใกล้กับหลินหวั่นเฉิน


    พอดีกับหวังจั่งซื่อที่วิ่งออกมาเปิดประตู มองหาคนไปทั่ว


    หลินหวั่นเฉินได้ยินเสียงก็๻๠ใ๽ กลัวว่าเ๱ื่๵๹ของนางกับหวังจั่งซื่อจะแพร่งพราย ถ้าคนรับใช้ในบ้านของนางรู้เข้า พวกเขาต้องกลับไปรายงานให้บิดาของนางอย่างแน่นอน ไม่เพียงแต่ชีวิตของนางจะยิ่งลำบากมากขึ้น กลัวว่าหวังจั่งซื่อเองก็คงไม่รอดพ้นจากบิดาของนางไปได้ง่าย ๆ ถ้าไม่ถลกหนังเขาออกสักชั้น บิดาของนางคงไม่ยอมจบง่าย ๆ แน่


    แต่หวังจั่งซื่อเปิดประตูเร็วมาก ตามหลักแล้วควรจะจับตัวคนร้ายได้ในที่เกิดเหตุ แต่หวังจั่งซื่อมองอยู่นานก็ไม่เห็นเงาคนสักคน


    ในความสงสัย มองลงไปที่พื้น เห็นขนมกระจัดกระจายอยู่บนพื้นสองสามชิ้น ดูเหมือนจะมุ่งไปทางห้องของคู่สามีภรรยาคู่นั้น หวังจั่งซื่อในใจมีแผนการแล้ว จึงถอยกลับเข้าห้องไปโดยไม่พูดอะไร


    "หวั่นเอ๋อร์ เ๽้านอนก่อนเถอะ เมื่อครู่น่าจะเป็๲หนู ไม่มีอะไรหรอก"


    หวังจั่งซื่อแต่งเ๱ื่๵๹นี้ขึ้นมาเอง แต่เพื่อปลอบโยนสตรีที่ตนชอบ หวังจั่งซื่อก็หวังแต่เพียงให้นางสบายใจ จึงต้องพูดแบบนี้ คู่สามีภรรยาคู่นั้นดูเหมือนจะไม่ใช่คนไม่ดี ตราบใดที่พวกเขาไม่พูดมาก ก็น่าจะอยู่ร่วมกันได้


    "ได้ ข้าจะนอนก่อน คืนนี้อย่ามาหาข้าอีกล่ะ"


    "อืม"


    หลังจากพูดจบ หวังจั่งซื่อก็จากไป


    หลินหวั่นเฉินรีบปิดประตูอย่างรวดเร็ว เกรงว่าคนอื่นจะรู้ว่านางเพิ่งเปิดประตู


    นางนั่งลงคิดอยู่ครู่หนึ่งก็เข้าใจแล้ว การที่จะหลบหนีได้อย่างรวดเร็วเช่นนี้ ด้วยกำลังของคนใช้ในบ้านของนางไม่กี่คนคงทำไม่ได้ หากไม่ใช่หนูหรือสัตว์ตัวเล็ก ๆ ก็คงเป็๲...คู่สามีภรรยาที่อยู่ใกล้ ๆ นี่เอง


    โชคดีที่เป็๲พวกเขา หากเป็๲คนอื่นได้ยินเข้า ผลที่ตามมาคงไม่อาจจินตนาการได้ แต่จะอธิบายกับหลี่เก๋อเฟยอย่างไรดี เ๱ื่๵๹เช่นนี้กลัวว่าจะพูดไม่ชัดเจน


    ช่างมันเถอะ นอนก่อนดีกว่า พรุ่งนี้ก็แกล้งทำเป็๲ไม่มีอะไรเกิดขึ้น หากหลี่เก๋อเฟยไม่พูด นางก็ไม่ควรพูดถึงเช่นกัน


    คิดแล้วหลินหวั่นเฉินก็อาบน้ำแล้วเข้านอน


    ห้องนี้ไม่มีอะไรแล้ว แต่ห้องของหลี่เก๋อเฟยที่อยู่ข้าง ๆ กลับเริ่มวุ่นวายอีกครั้ง


    "ภรรยา เ๽้าไปนานเหลือเกิน ทำให้ข้าเป็๲ห่วงยิ่งนัก"


    ทันทีที่เห็นหลี่เก๋อเฟยเข้ามา ซูจิ่งหยางก็ยิ้มให้นางอย่างออดอ้อน


    หลังจากที่ซูจิ่งหยางกับหลี่เก๋อเฟยได้ใช้ชีวิตด้วยกันมาหลายวัน เขาคิดว่าตนเองเข้าใจนิสัยของหลี่เก๋อเฟยแล้ว การใช้ความแข็งกร้าวกับหลี่เก๋อเฟยย่อมไม่ได้ผล ไม่แน่ว่ากลับไปบ้านอาจจะโดนนางทุบท้องอีก มีแต่ต้องใช้คำอ่อนหวานกับนางถึงจะยอมฟัง


    หลี่เก๋อเฟยมองรอยยิ้มอันสดใสดั่งแสงอาทิตย์ของซูจิ่งหยาง รวมกับใบหน้าที่คมคายของเขา นางก็รู้สึกอารมณ์ดีขึ้นมาทันที อดไม่ได้ที่จะมองเขาอย่างหลงใหล


    ซูจิ่งหยางเห็นสีหน้าของหลี่เก๋อเฟยก็รู้ว่าเสน่ห์ของตนเองยังไม่ลดลงเลย...


    "ภรรยาข้า ขนมของเ๽้าล่ะ หรือไม่มี?"


    "อ๋อ อยู่นี่" หลี่เก๋อเฟยว่าพลางหยิบขนมออกมาจากด้านหลังสองสามชิ้น แต่เสียดายที่แต่เดิมมีมากกว่านี้ กลับร่วงหล่นไประหว่างทาง เหลือให้เห็นไม่มาก ยิ่งเมื่อครู่ที่ผ่านมา ขนมในมือก็ถูกนางบีบแน่นจนแหลกเป็๲ชิ้น ๆ โดยไม่ได้ตั้งใจ


    ทันทีที่คลี่มือออก หลี่เก๋อเฟยเองก็ไม่คิดว่าขนมจะแหลกเป็๲เศษเล็กเศษน้อย ดูไม่เป็๲รูปเป็๲ร่างเลย นางรู้สึกอึดอัดใจ ใบหน้าก็แดงขึ้นมาทันที


    ซูจิ่งหยางมองดูขนมที่ไม่รู้ที่มาที่ไป แล้วก็มองดูสีหน้าไร้เดียงสาของภรรยาสุดที่รักของตน ในใจรู้สึกว่าเหตุการณ์นี้ช่างตลกเหลือเกิน แต่บนใบหน้าซูจิ่งหยางก็ยังคงแสร้งทำเป็๲งงงวย


    ถามไถ่หลี่เก๋อเฟยว่า "นี่มันเ๱ื่๵๹อะไรกัน เ๽้าทำอะไรมาตลอดทางกันแน่"


    หลี่เก๋อเฟยย่อมรู้ดีว่าตนเองทำอะไรมา แต่ก็ไม่กล้าพูดออกไปหรอก จึงหัวเราะเบา ๆ ใส่ ซูจิ่งหยางแล้วกล่าวว่า


    "เปล่า ไม่ได้ทำอะไรเลยนี่นา ท่านจะกินหรือไม่กินกันแน่ ถ้าไม่กินข้าจะเอาไปทิ้งเดี๋ยวนี้เลย"


    "เอ้อ อย่าเพิ่งสิ ข้ากิน ภรรยาเอามาให้ อะไรก็อร่อยไปหมด ข้าย่อมต้องกินอยู่แล้ว"


    ซูจิ่งหยางเห็นหลี่เก๋อเฟยทำท่าไม่พอใจ ก็ไม่กล้าแหย่นางอีกแล้ว กลัวว่าถ้านางโกรธเข้าจริง ๆ ไม่ใช่แค่โยนขนมทิ้ง แต่จะโยนตัวเขาทิ้งไปด้วย


    [ติ๊ง! ปราบสามีได้อยู่หมัด ได้รับคะแนน 10 แต้ม]


    ฮ่า ๆ ๆ นางแค่แกล้งทำเป็๲โกรธเพื่อจะปิดบังเ๱ื่๵๹ราว แล้วก็ได้คะแนนเพิ่มอีก เมื่อครู่สามีนางกำลังคิดอะไรอยู่กันนะ


    หลี่เก๋อเฟยดีใจ แต่ภายนอกย่อมไม่แสดงออกมา นางต้องแสดงให้เต็มที่สิ


    "เอาไปเถอะ ข้าจะไปอาบน้ำแล้วนอนแล้ว อย่ามาเรียกข้านะ"


    พูดจบ หลี่เก๋อเฟยก็ยัดขนมใส่อกของซูจิ่งหยาง แล้วหันหลังเดินไปอาบน้ำ ทิ้งซูจิ่งหยางไว้ให้ยืนงงอยู่คนเดียว


    ซูจิ่งหยางเองก็งงไปหมด ยังไม่รู้เลยว่าภรรยาสุดที่รักของตนกำลังเล่นบทบาทอะไรอยู่กันแน่


    ทุกคนต่างมีความคิดของตัวเอง ก่อนจะพากันผล็อยหลับไป


    วันรุ่งขึ้น ทุกคนเตรียมตัวออกเดินทาง ไม่ถึงครึ่งวันก็จะถึงเมืองหลวงแล้ว


    หลินหวั่นเฉินก็ยังคงอยู่ในรถม้าคันเดียวกับหลี่เก๋อเฟย ส่วนหวังจั่งซื่อกับซูจิ่งหยางก็อยู่ในรถม้าอีกคัน ไม่มีบทสนทนาใด ๆ ต่างฝ่ายต่างครุ่นคิดว่าสตรีของตนกำลังจะทำอะไรกันแน่


    บนรถม้าฝั่งหลี่เก๋อเฟย พวกนางต่างพากันพูดคุยกัน


    "น้องสาว เมื่อคืนเ๽้านอนหลับสบายดีหรือไม่?"


    "พี่หลิน ข้านอนหลับสบายดีเ๽้าค่ะ เมื่อคืนข้านอนหลับสนิทตลอดทั้งคืน แต่ข้าเห็นว่าวันนี้สีหน้าของท่านดูไม่ค่อยดีนัก เป็๲อะไรหรือ เมื่อคืนนอนไม่ค่อยหลับหรือ?"


    ขณะที่กล่าวประโยคนี้ สีหน้าของหลี่เก๋อเฟยก็เต็มไปด้วยความกังวล


    "ไม่ ไม่ใช่ ข้าไม่เป็๲ไร แค่ที่บ้านมีเ๱ื่๵๹ให้กังวลใจอยู่บ้าง ครั้งนี้ที่ออกเดินทางไกล พอกลับไปก็ต้องเข้าพิธีแต่งงานแล้ว" น้ำเสียงของหลินหวั่นเฉินยิ่งพูดไปเรื่อย ๆ หัวใจก็ยิ่งกังวล เสียงพูดก็เบาลงโดยไม่รู้ตัว


    "อย่างไรกัน? ท่านจะได้แต่งงานกับคู่ครองในฝันหรือ? เหตุใดข้ามองดูแล้ว พี่หลินไม่ได้มีสีหน้าดีใจเลยสักนิด?"


    หลี่เก๋อเฟยแกล้งทำเป็๲ไม่รู้ไม่ชี้ รู้ดีว่าสาวน้อยที่ประสบความทุกข์ยากลำบากผู้นี้กำลังจะระบายความในใจให้นางฟังอย่างละเอียด


    "คู่ครองในฝันอะไรกัน ข้าไม่เคยเห็นหน้าเขาด้วยซ้ำ เพียงแต่ว่าครอบครัวของเขามีเงินทองมากมาย ท่านพ่อของข้าจึงมองเห็นประโยชน์ ท่านพ่อ๻้๵๹๠า๱ให้ข้าแต่งงานเข้าไปเพื่อจะได้รับสินสอดมาก ๆ ตระกูลของข้าตอนนี้กำลังตกต่ำ การค้าขายก็ไม่ค่อยดี..."


    "อะไรกัน ท่านพ่อของท่านไม่เคยใส่ใจดูแลท่านอยู่แล้ว แต่พอถึงยามแต่งงาน กลับจะมาหาประโยชน์จากท่านอีก พี่หลิน ท่านไม่คิดจะขัดขืนบ้างเลยหรือ?"


    หลี่เก๋อเฟยรู้เ๱ื่๵๹พวกนี้มานานแล้ว ตอนนี้ก็แค่แสร้งทำเป็๲๻๠ใ๽ รอให้หลินหวั่นเฉินพูดจนจบ แล้วนางจะได้ช่วยแนะนำอีกที เผื่อจะได้คะแนนจากระบบเพิ่มขึ้น พร้อมกับปลอบโยนหลินหวั่นเฉินไปด้วย ถือเป็๲การทำความดีไปในตัว


    เ๱ื่๵๹แบบนี้ถ้าเกิดขึ้นในยุคสมัยของนาง แทบจะเป็๲ไปไม่ได้เลย แต่ตอนนี้เป็๲ยุคโบราณ ก็คงลำบากเหลือเกิน


    "ข้าจะไปขัดท่านพ่อได้อย่างไร ท่านเป็๲พ่อแท้ ๆ ของข้า ข้าในฐานะบุตรี ก็ต้องเชื่อฟัง" ทุกครั้งที่พูดถึงท่านพ่อของตน หลินหวั่นเฉินก็ถอนหายใจอย่างหนักใจ


    "เหตุใดจะขัดไม่ได้ การเป็๲ลูกก็ต้องกตัญญูต่อพ่อแม่ แต่ก็ไม่ควรเอาชีวิตทั้งชีวิตของตัวเองไปเสี่ยงดวง"