บทที่ 8
รางวัลจับเป็ที่คุ้มค่าที่สุด
การเดินทางผ่านไปราว ๆ สามวัน ในที่สุดก็ได้เหยียบย่างเข้าสู่แผ่นดินจินแล้ว ซุนเย่ไม่เคยพบเจอเผ่าอสูรมาก่อน ยามที่ได้เห็นร่างกายอันใหญ่โตกำยำก็ทำเอารู้สึกตัวเล็กไปเลย หน้าตาแต่ละตนก็ดูดุร้าย เขาคิดถึงภาพสัตว์อสูรขนฟูที่จะนำมาทำผ้าคลุมกันหนาวไม่ออกเลยจริง ๆ สายตาที่พวกอสูรมองมาค่อนข้างดุอยู่หน่อย ๆ แต่พอเห็นว่าเขาเป็เพศเกอก็หลบสายตาไปอย่างมีมารยาท
“คิดถูกจริง ๆ ที่พาเ้ามาด้วย ข้าบอกแล้วว่าพวกอสูรเกรงใจเกอมาก”
“แค่ครั้งนี้เท่านั้นนะ ข้าไม่ชอบให้ใครมองคุณค่าในตัวข้าแค่เป็เกอ”
“เข้าใจแล้ว ๆ ข้าไม่คิดเช่นนั้นหรอก”
“แล้วต้องเข้าไปพบผู้นำเผ่าอสูรรึไม่? ถึงจะเป็การค้าขายแต่ท่านก็เป็ถึงบุตรชายจอมมารเชียวนะ”
“ก็คงต้องเป็แบบนั้น เราเดินทางติดต่อกันมาสามวันอย่างไรก็ต้องหาที่พักในแผ่นดินจินสักที่ โชคดีจริง ๆ ที่เมืองหลวงอยู่ติดกับชายแดน คงเพราะเผ่าอสูรไม่ชอบความล่าช้า ชายแดนสี่ทิศจึงมีวังของตัวเองตั้งพร้อมรับศัตรูไว้อยู่เสมอ”
“อ๊ะ! ระวังหน่อย!” เขารีบกระชากชุดอีกฝ่ายให้หยุดม้าก่อนที่จะพาเดินไปตกหลุมใหญ่บนพื้นเสียก่อน
“อันตราย ๆ กลางเมืองเช่นนี้มีหลุมโผล่มาจากไหนกัน?” จิวฝูนึกสงสัย ชาวบ้านเผ่าอสูรที่เหมือนเพิ่งจะสังเกตเห็นก็รีบวิ่งเข้ามากันพื้นที่และซ่อมแซมในทันที “ถ้าไม่ได้เ้าเตือนเมื่อครู่คงหลบไม่พ้นแน่ เหตุใดการเดินครั้งนี้ถึงมีแต่เื่แย่ ๆ กันนะ?”
ซุนเย่ก็ไม่อยากบอกออกไปนักหรอก......ว่าเขาทำเอง
ตลอดสามวันที่เดินทาง ไม่สัตว์ร้ายก็เป็กับดักโผล่ออกมาโจมตีอยู่ร่ำไปจนแทบไม่ได้หลับไม่ได้นอน และทุกครั้งพวกมันก็เจาะจงเฉพาะคุณชายรองหานด้วย ส่วนผู้ที่คอยช่วยเหลือน่ะหรือ? ก็ซุนเย่ผู้นี้อย่างไรเล่า เขาอยากทดสอบดูว่าเหตุใดถึงปล่อยให้คุณชายผู้นี้ตกอยู่ในอันตรายไม่ได้ จึงแอบหนีไปวางกับดักล่วงหน้าเอาไว้และสุดท้ายก็กลายเป็เข้าไปช่วยเหลือเองเสียได้ ไม่ได้คำตอบอะไรเลย
เ้าคุณชายผู้นี้ก็ดูซุ่มซ่ามแปลก ๆ บางอย่างที่ไม่สมควรจะตกอยู่ในอันตรายก็ดันพาตัวเองไปติดกับจนเขาต้องช่วยเหลือ แต่หากถามว่าหมดจากหลุมกับดักแล้วจะมีเื่อื่นเอามาทดสอบเพิ่มอีกรึไม่? คำตอบคือมี! เขาจะทำจนกว่าจะได้คำตอบ รบกวนคุณชายรองหานแล้ว!
ขบวนรถม้าเคลื่อนมาจนถึงหน้าประตูวัง คุณชายรองหานเป็ผู้จัดการทุกอย่างเพื่อพาทุกคนเข้าไปด้านใน ราชองครักษ์พวกนั้นไม่ได้ติดตามมาอีกและแยกตัวกันไปเฝ้ารถม้าแทน ส่วนเขาก็ถูกลากให้เข้าไปพบกับผู้นำเผ่าอสูรด้วย
“คารวะท่านาาอสูร ‘จินเพ่ยฉี’ ปีนี้เป็ข้าคุณชายรองหาน หานจิวฝู มารับซื้อขนเผ่าอสูรขอรับ”
“หึ! ปีนี้นำพาใครมาด้วยเล่า?”
“ข้าซุนเย่ขอรับ เพียงติดตามคุณชายรองหานมาช่วยเลือกดูสินค้า”
าาอสูรมองซุนเย่อย่างพิเคราะห์พิจารณาอยู่ครู่หนึ่ง พอได้เห็นปานดอกเถาฮวาที่มือขวาสายตาที่มองก็พลันอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แต่ก็บังเกิดความสงสัยในใจขึ้นมาแทนที่ว่าเกอผู้นี้เป็ใครมาจากไหนกัน?
ส่วนทางซุนเย่ เขาเริ่มหงุดหงิดขึ้นมาอีกแล้วว่าเหตุใดต้องมาส่งสายตาอ่อนลงเช่นนี้เพียงเพราะเขาเป็เกอ!? น่าหงุดหงิดจริง ๆ !
“ทางข้าได้จัดเตรียมเอาไว้ให้แล้ว ปีนี้มีขนของจิ้งจอก หมาป่าหิมะ แกะขาว แกะดำ แล้วก็แผงคอราชสีห์!”
ปึด! คุณชายรองหานถึงกับเส้นเืขึ้นบริเวณขมับเลยทีเดียวเมื่อได้ยินว่ามีขนของราชสีห์ด้วย! เพราะเผ่ามารเป็เผ่าที่หยิ่งทระนงตนเป็ที่สุดดุจดั่งราชสีห์ การที่เผ่าอสูรจงใจจัดหาขนราชสีห์มาให้ด้วยช่างเป็การล้อเล่นและกวนประสาทที่รุนแรงจริง ๆ !
“ข้าขอรับไว้เพียงขนจิ้งจอก หมาป่าหิมะ และขนแกะทั้งสองสีก็พอขอรับ ขนของแผงคอราชสีห์คงไม่อาจรับไว้ได้ต้องขออภัยด้วย”
“โฮ่! ถ้าข้าบอกว่า้าขายเป็หีบเล่า? หนึ่งหีบมีครบทุกชนิดที่บอกไป ถ้าอยากซื้อต้องรับไว้ทั้งหมด!”
“เช่นนั้น......คุณชายซุนเย่ เ้าอยากได้ขนชนิดไหนเป็พิเศษหรือไม่? หาก้าขนอะไรข้าจะรับซื้อเฉพาะขนนั้นทั้งหมดห้าสิบหีบ!”
“ห๊ะ!? ข้าไม่ใช่ผู้ใช้เสียหน่อย ท่านมาซื้อไว้ใช้ในวังก็เลือกเอาที่ท่านชอบสิ!” อยู่ ๆ ก็โยนปัญหามาให้ เขาขอยืนอยู่เงียบ ๆ จนกว่าจะเจรจาค้าขายเสร็จไม่ได้หรืออย่างไร!?
“ไม่ต้องห่วง เ้าได้ใช้อย่างแน่นอน อุตส่าห์มาลำบากกับข้าตั้งหลายวันย่อมต้องได้รับของตอบแทน”
“ผลประโยชน์สามข้อของเราเท่าเทียมกันแล้ว หากข้ารับผ้าคลุมขนสัตว์พวกนี้ไว้ก็เท่ากับข้าต้องให้ผลประโยชน์ท่านเพิ่มอีกหนึ่งข้อ!”
“ผลประโยชน์?” ไม่ทันได้คุยกันให้รู้เื่ าาอสูรจินเพ่ยฉีก็เอ่ยขัดขึ้นมาเสียก่อน “ที่แท้ก็มีข้อตกลงร่วมกัน คิดว่าพาเกอมาด้วยแล้วจะทำให้ข้าใจอ่อนงั้นสิ!?”
“ข้าไม่บังอาจขนาดนั้นหรอกขอรับ ผลประโยชน์ย่อมเป็เื่ที่ไม่เกี่ยวข้องกับการเจรจาค้าขาย ต้องมาซุ่มเถียงกันต่อหน้าท่านาาอสูรเสียมารยาทแล้ว” หานจิวฝูช่างลื่นไหลได้ดี
“เอาเช่นนี้ก็แล้วกัน ข้าจะไม่ขายขนแผงคอของราชสีห์ให้ก็ได้ แต่ให้มารนามซุนเย่ผู้นี้มอบผลประโยชน์ให้ข้าหนึ่งข้อ แล้วข้าจะขายขนทั้งสามชนิดไม่รวมราชสีห์ให้ทั้งหมดหกสิบหีบในราคาเทียบเท่าสี่สิบหีบเท่านั้น”
“คุณชายรองหาน ครั้งหน้าข้าเอาคืนท่านร้อยเท่าแน่!” เขาแอบหันไปกระซิบบอกเบา ๆ ทำเอาผู้ฟังถึงกับหายใจไม่ทั่วท้องเลยทีเดียว เมื่อเห็นสีหน้าที่เจื่อนลงจนพอใจ ตนจึงก้าวออกไปข้างหน้าเพื่อเจรจากับาาอสูรต่อ “ท่านาาอสูร ข้ายังไม่อาจรับข้อเสนอได้ในทันที ขอให้ท่านช่วยบอกกล่าวรายละเอียดอย่างถี่ถ้วนข้าจึงจะสามารถตัดสินใจได้ขอรับ”
“ดี! ในฐานะที่เ้าเป็มารเกอ เ้าสามารถช่วยเหลือข้าได้อย่างแน่นอน ที่ ‘แม่น้ำอู๋เยว่’ ไม่ไกลจากวังของข้านักมีสัตว์ร้ายออกอาละวาด ข้าส่งทหารออกไปตรวจสอบอยู่หลายครั้งแต่ไม่เคยพบตัวเลย ไปถึงทีไรก็มีแต่ศพอสูรน่าสยดสยอง แต่มีอยู่ครั้งหนึ่ง เหยื่อที่เกือบเสียชีวิตเป็มารเกอ มารตนนั้นให้การว่า สัตว์ร้ายตัวนั้นเป็ราชสีห์สีดำ มันสังหารอสูรต่อหน้าทั้งยังสังหารมารชายหญิง แต่กลับปล่อยมารเกอตนนั้นรอดกลับมาได้ถึงจะสาหัสก็เถอะ”
“ท่านกำลังให้ข้าสืบหาสาเหตุของเื่นี้”
“ถูกต้อง ไม่จำเป็ต้องจับก็ได้ ข้าแค่อยากรู้สาเหตุที่มันไม่ฆ่ามารเกอแล้วนำข้อมูลมาวางแผนจัดการกับมันต่อ ค่าตอบแทนไม่ใช่แค่ขนสัตว์หกสิบหีบเพียงเท่านั้น แต่ข้าจะให้ตราขั้นสูงกับเ้าด้วย”
“ตราขั้นสูง? คืออะไรขอรับ?”
“เ้าไม่รู้จัก? ไม่เคยออกจากแดนมารรึไง?” าาอสูรหันไปทางคุณชายรองหานให้อธิบายแทน
“ตราประจำกายจะทำให้สามารถผ่านเข้าออกแต่ละแผ่นดินได้โดยไม่ต้องตรวจสอบเข้มงวด จะมอบให้เฉพาะระดับแม่ทัพหรือขุนนางขึ้นไป ตราขั้นต่ำคือระดับขุนนาง ใช้ในยามติดต่อการทูติ การเจรจา บรรณาการ และสัมพันธไมตรี ตรวจสอบวิชาปลอมแปลงเช่นเดียวกับพลเรือน เพียงแต่จะลัดแถวให้และต้องประทับตราเข้าออกแต่ละเมืองด้วย
ตราขั้นกลางคือระดับแม่ทัพ ใช้ในยามมีภารกิจต่างแผ่นดินหรือการศึกาต่าง ๆ สิทธิพิเศษเหมือนกับตราขั้นต่ำ แต่ไม่จำเป็ต้องประทับตราเข้าออกในแต่ละเมืองที่เคลื่อนพลผ่าน
ตราขั้นสูงคือระดับเชื้อเ้า สำหรับลูกหลานหรือญาติสนิทกับเ้าผู้ปกครองแผ่นดิน เช่นข้าเป็ต้น ไม่ต้องได้รับการตรวจสอบตัวตนแต่อย่างใด สามารถผ่านประตูได้เลย แต่ยังต้องประทับตราของแต่ละเมืองที่ผ่านเข้าออกในต่างแผ่นดินเพราะไม่ใช่กรณีเร่งรีบเหมือนระดับแม่ทัพ
ซึ่งสามตรานี้จะใช้ได้แค่หนึ่งแผ่นดินต่อครั้งเท่านั้น เช่นว่า จะเข้าแผ่นดินจินต้องได้รับการตรวจสอบจากแผ่นดินจิน แต่ถ้าจะไปต่อที่แผ่นดินไป๋ก็ต้องตรวจสอบก่อนข้ามแผ่นดินเสียใหม่ ส่วนตราประทับแต่ละเมืองที่เดินทางผ่านในต่างแผ่นดิน นั่นก็คือ การใช้ตราที่มีอยู่ประทับหมึกลงไปในแผ่นรายชื่อของเมืองนั้น ๆ พร้อมกับลงชื่อผู้เป็เ้าของด้วย
และสุดท้ายคือตราขั้นพิเศษ เป็ระดับเ้าแผ่นดิน ทั้งจอมมาร าาอสูร าาปีศาจ และผู้ปกครองแผ่นดินเซียนต่างมีกันคนละอัน เพียงแค่แสดงตรานี้ก็สามารถผ่านข้ามแผ่นดินไปได้เลย ไม่ต้องตรวจสอบใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งยังสามารถข้ามไปเมืองนั้นเมืองนี้ได้โดยไม่ต้องประทับตราและลงชื่อ ใช้ได้ในทุกโอกาสทุกสถานการณ์”
“เื่ในแดนมนุษย์นี่ซับซ้อนจริง ๆ เลยนะ” เขาพึมพำเบา ๆ ถึงความยุ่งยากในแดนมนุษย์ นี่แสดงว่าเขาผ่านเข้าแผ่นดินจินมาได้ก็เพราะอาศัยบารมีของคุณชายรองหานสินะ เพราะว่าตราระดับสูงทำให้ไม่ต้องได้รับการตรวจสอบตัวตนแต่อย่างใด
“ก็ตามที่คุณชายรองหานอธิบายนั่นแหละ น่าสนใจใช่หรือไม่? ตราขั้นสูงเชียวนะ เ้าจะมีศักดิ์เปรียบเสมือนเชื้อเ้าเลยทีเดียว”
“ไม่จำเป็ขอรับ” ไม่ใช่เขาที่ตอบปฏิเสธ แต่เป็หานจิวฝูต่างหาก “แม้ข้าจะเห็นกับตาแล้วว่าคุณชายซุนเย่นั้นแข็งแกร่ง แต่ข้าก็ไม่อาจให้เขาไปเสี่ยงอันตรายในเื่ที่ไม่ใช่ของตนได้ สิ่งตอบแทนที่ได้คือขนสัตว์หกสิบหีบในราคาเทียบเท่าสี่สิบหีบและไม่มีขนแผงคอราชสีห์ แม้คุ้มค่าสำหรับตัวข้าแต่ไม่ใช่กับคุณชายซุนเย่เลย ส่วนตราขั้นสูงนั้น ในภายภาคหน้า เขา ‘จะได้รับ’ จากแดนมาร คงไม่ต้องลำบากท่านาาอสูร”
“ข้าจะได้รับนี่คืออะไร?” เขาถาม
“เอาไว้อธิบายวันหลังเถอะนะ” อีกฝ่ายยังตอบแบบยิ้ม ๆ ตามเคย
“นั่นสินะ เช่นนั้น ข้าเปลี่ยนใจแล้ว ข้าอยากให้เ้าสองคนช่วย ‘จับเป็’ สัตว์ร้ายตัวนั้นมาให้ได้ หากทำสำเร็จ ขนสัตว์อสูรหกสิบหีบเป็ของคุณชายรองหาน ‘โดยไม่คิดสักตำลึงเดียว’ ส่วนคุณชายซุนเย่ ข้าจะทำให้เ้าราชสีห์ตัวนั้นเชื่องแล้วมอบมันให้เป็สัตว์เลี้ยงของเ้า”
“ราชสีห์สัตว์เลี้ยง!” ซุนเย่ถึงกับยิ้มออกเป็ครั้งแรกในรอบวัน! เพราะเขาใฝ่ฝันอยากจะมีสัตว์เลี้ยงมานานแล้ว นี่เป็ความลับขั้นสูงเลยกว่าได้ คือตัวเขานั้นชอบสัตว์ที่มีขนและงดงามมากเป็ที่สุด! อยากกอด! อยากรัด! อยากเอ็นดูมานานแล้ว!
“ข้าตกลง! หากมันไม่ยอมรับข้า ท่านก็ไม่ต้องทำอะไรกับมันทั้งนั้น ข้าจะปราบพยศมันเองขอรับ!!”
“เดี๋ยวสิ! เ้าไม่ต้องก็......เฮ้อ! ก็ได้ ๆ ” หานจิวฝูกำลังจะห้ามปรามเด็กแสบคนนี้ แต่พอได้เห็นดวงตาที่เป็ประกายและรอยยิ้มสดใสก็ทำเอาหัวใจอ่อนยวบไปหมด! น้องเล็กของเขาช่างน่ารักที่สุดในยุทธภพจริง ๆ !
“เป็อันว่าตกลงสินะ เ้าราชสีห์สีดำตัวนั้นจะออกอาละวาดทุกคืนใน่ยามไฮ่* ถึงยามจื่อ* หากทำสำเร็จได้จริง ๆ ขึ้นอยู่กับความพอใจของข้าในตอนนั้นอาจจะมีรางวัลอื่นเพิ่มเติมขึ้นมาก็ได้ ขอให้โชคดี อย่าตายก่อนเสียล่ะ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ”
ช่างเป็าาอสูรจอมหาเื่โดยแท้ เขาคิดว่าคุณชายรองหานกำลังโดนแกล้งอยู่แน่ ๆ เพราะเผ่าอสูรชอบใช้กำลังและทะเลาะวิวาทในขณะที่คุณชายรองหานมีภาพลักษณ์เปรียบเสมือนกุนซือรูปงาม แล้วซุนเย่ก็ดันพลอยซวยไปด้วย
แต่เอาเถอะ เพื่อบิดาที่ยังไม่เคยพบหน้าแล้วก็เพื่อราชสีห์ขนฟูตัวนั้น เขาจะเต็มใจช่วยให้ก็แล้วกัน
.
.
.
วังจอมมาร เมืองฉิวเหวย แผ่นดินหาน
จอมมารหานรู้สึกว่า ปัญหาบ้านเมือง่สองสามวันมานี้เยอะมากเสียจนแทบจะล้มทับใส่หัวของเขาอยู่แล้ว จู่ ๆ บุตรชายลำดับที่สาม ‘หานชิงซา’ ก็เก็บตัวเองอยู่แต่ในเรือนสมุนไพรส่วนตัว ส่วนบุตรชายลำดับที่สี่หานชิงหลินก็ไปสร้างเื่ไว้เสียมากมายให้เขาผู้เป็บิดาต้องมารับผิดชอบ!
“ท่านพ่อ ข้ามีงานมาให้ท่านเพิ่ม”
“คราวนี้อะไรอีก!?” นึกถึงไม่ทันไรก็โผล่มาพร้อมปัญหาอีกแล้ว! เขาต้องถูกบุตรชายรวมหัวกันแกล้งอีกแล้วเป็แน่!
“รอบนี้ไม่ใช่ข้านะขอรับแต่เป็แผ่นดินจินต่างหาก ทางนั้นส่งศพเผ่ามารกลับมาให้สองศพบอกว่าถูกราชสีห์สีดำทำร้าย แล้วก็มีาเ็สาหัสอีกหนึ่ง บอกว่าวันหน้าจะชดใช้ให้เลยส่งจดหมายนัดการเจรจามาขอรับ”
“เฮ้อ! เผ่าเราดันไปตายในบ้านเขาก็ถูกแล้วที่ทางเราจะเรียกร้องค่าเสียหาย เช่นนั้นก็นัดอีกสี่วันข้างหน้าแล้วกัน บิดาจะเป็ฝ่ายเดินทางไปเอง พอดีอยู่ที่นี่แล้วเบื่อหน้าลูก!”
“ขอรับ ๆ แน่ใจนะขอรับว่าอีกสี่วัน?”
“แน่ใจสิ!” เมื่อมั่นใจแล้วก็เขียนจดหมายตอบกลับพร้อมลงตราประทับให้จนเสร็จ แล้วยื่นให้ชิงหลินนำสารส่งกลับไป ขณะที่ชิงหลินกำลังจะออกจากห้องทำงานไปนั้นก็เผยรอยยิ้มเ้าเล่ห์ออกมา ผู้เป็บิดาพลันเกิดความรู้สึกร้อน ๆ หนาว ๆ
“อ้อ! ข้าลืมบอกท่านพ่อไป พี่รองเจอตัวน้องเล็กแล้วนะขอรับ”
ปัง! “ว่าอย่างไรนะ!? แล้วตอนนี้ซุนเย่อยู่ที่ไหน!?” จอมมารหานผุดลุกขึ้นยืนพร้อมตบโต๊ะเสียงดัง
“จะไปอยู่ไหนได้เล่าขอรับ? พี่รองเป็คนเจอ ป่านนี้ก็ต้องอยู่กับพี่รองสิ ฮ่ะฮ่ะฮ่ะ” เมื่อหัวเราะเยาะเย้ยจนพอใจจึงเดินออกจากห้องไปด้วยท่าทางน่าหมั่นไส้สุด ๆ
ส่วนจอมมารหานน่ะหรือ? อ้าปากค้างสติเลื่อนลอยไปแล้ว! ลูกคนรองไปซื้อขนสัตว์ที่แผ่นดินจิน อีกสี่วันกว่าจะกลับมาถึง ในขณะที่เขาลงตราประทับในสารตอบกลับไปแล้วว่าจะไปเจรจากับแผ่นดินจินในอีกสี่วัน! สวนทางกันเช่นนี้แล้วเมื่อไหร่เขาจะได้เจอหน้าลูกกันเล่า!?
“หลงเฟยิ! หลงเฟยิ!!” ไม่รอช้ารีบวิ่งไปหาสหายที่นั่งจัดดอกไม้สบายอารมณ์อยู่ในสวนทันที
“มีอะไร? รีบร้อนมาเชียว” แม้จะถามเช่นนั้น แต่แววตากลับฉายแววความสนุกสนานราวกับว่ารู้เื่ทุกอย่างแล้ว
“ข้าฝากงานที ข้าจะไปหาลูก!”
“อีกสี่วันเ้าก็ได้ไปแผ่นดินจินแล้ว”
“แต่ลูกข้าจะกลับมาวันนั้นนี่! ข้าต้องรีบไปก่อนเขาจะกลับ!”
“หึ! เสียใจด้วย เพราะข้าจะล่วงหน้าไปก่อนในฐานะมารว่างงาน”
“จะ เ้า! เ้า!!”
“ขออภัยขอรับ” มารตนสนิทคนเดิมของจอมมารหานเข้ามาขัดจังหวะด่าเสียก่อน “ท่านจะไปตรวจดูศพเลยหรือไม่ขอรับ? ศพถูกส่งมาถึงแล้วขอรับ”
“เฮ้อ! งานทางนี้ก็ยุ่งเกินไปจริง ๆ เอ๊ะ? เดี๋ยวก่อนนะ ศพนั่นมาจากแผ่นดินจินซึ่งถูกราชสีห์สีดำสังหาร ข้ากำลังไปแผ่นดินจินเพื่อเจรจาเื่ค่าเสียหายและลูกข้าตอนนี้อยู่ในแผ่นดินจิน!”
เปาะ! กิ่งก้านของดอกไม้ในมือของจอมมารหลงถึงกับหักครึ่งในทันที!
“เ้าอยู่จัดการเื่ที่นี่ไปนั่นแหละ อีกสี่วันค่อยไปแผ่นดินจินตามกำหนดการ ส่วนข้าจะล่วงหน้าไปก่อนพร้อมกับชิงหลิน”
“แต่ข้าเป็ห่วงลูกข้านะ!”
“มีข้าอยู่ยังจะกลัวอะไร? อีกอย่าง าาอสูรชอบแกล้งลูกคนรองของเ้ามากเลยไม่ใช่รึ? คงไม่พ้นกลับช้ากว่าสี่วันข้างหน้าเป็แน่ เ้าตามไปแล้ว อย่างไรก็ได้เจอกันที่นั่นอย่างแน่นอน ไว้ข้าจะส่งสารกลับมาเมื่อไปถึงที่นั่น”
“อ้าว! เดี๋ยวสิ!” ไม่ทันเสียแล้วเนื่องจากสหายได้พาตัวเองหายวับไปกับตา ตนจึงทำได้แค่ถอนหายใจและกลับไปทำงานของตัวเองตามเดิมแม้ว่าจิตใจจะเป็ห่วงลูกมากแค่ไหนก็ตาม แต่เขาเชื่อมั่นในตัวสหาย ลูกของเขาต้องปลอดภัย
ด้านจอมมารหลงที่รีบร้อนออกมาอย่างเร็วได้ะโลงมาตัดหน้าหานชิงหลินซึ่งกำลังเดินเล่นอย่างสบายอารมณ์ ทำเอาเ้าตัวใสะดุ้งโหยงกันเลยทีเดียว
“โธ่! ท่านจอมมารหลงเฟยิ ข้าใหมด นี่ที่โล่งแจ้งนะขอรับ หากพวกขุนนาง ‘ฝั่งขวา’ มาเห็นเข้า วังจอมมารบ้านข้าได้เกิดเื่แน่!”
“ตามข้ามาให้ไว เราจะไปแผ่นดินจินกัน”
“ห๊ะ!?”
“ไปดูสถานการณ์ทางน้องเ้า”
ไม่ทันได้ไขความกระจ่างก็ะโนำไปเสียแล้ว ชิงหลินได้แต่ส่ายหัวไปมาแล้วรีบะโตามไปทันที ท่าทางเคราะห์กรรมจะมาถึงเร็วดีแท้ เพิ่งข่มเหงรังแกบิดาตนไปเมื่อครู่ก็ถูกสหายของบิดามาลากคอไปเจอเื่ที่น่าจะยุ่งยากแบบปฏิเสธไม่ได้!
*ยามไฮ่ = 21:00 – 22:59
*ยามจื่อ = 23:00 – 00:59