บทที่ 22 มารดาผู้องอาจ (รีไรต์)
“ฮือ ๆ ๆ ท่านแม่ ในที่สุดข้าก็พบพวกท่านแล้ว”
หญิงผู้หนึ่งผมเผ้ากระเซอะกระเซิงวิ่งเข้ามากอดขาของแม่เฒ่าฉินเอาไว้แน่นพลางร้องไห้ฟูมฟาย
นางผู้นี้คือเฝิงเสี่ยวฮวาที่หายตัวไปก่อนหน้านี้
“ท่านแม่ ข้าเกือบจะไม่ได้พบพวกท่านแล้ว ฮือ ๆ ๆ”
“ปล่อยข้า ปล่อยเดี๋ยวนี้!” แม่เฒ่าฉินสะบัดขาไปมาด้วยความรังเกียจ พยายามจะแกะมือนางออก
“ท่านแม่ ท่านอย่าทิ้งข้าไปนะเ้าคะ หากท่านทิ้งข้าไว้ ข้าคงต้องตายแน่ ๆ” เฝิงเสี่ยวฮวายังคงกอดขาของแม่เฒ่าฉินไว้แน่น น้ำตาไหลพราก
“ท่านแม่ ข้าขอร้อง ท่านเห็นแก่ที่ข้าให้กำเนิดหลานชายให้ท่านสองคน ท่านอย่าทิ้งข้าไปเลยนะเ้าคะ”
“ข้าสัญญาว่าจะกินข้าวเพียงแค่มื้อเดียว ไม่อิ่มท้องก็ไม่เป็ไร ขอแค่ได้อยู่กับพวกท่าน”
เมื่อแม่เฒ่าฉินได้ยินคำพูดกลับดำเป็ขาวของเฝิงเสี่ยวฮวา ใบหน้าก็มืดครึ้มทันที
‘ผู้ใดกันที่ทิ้งเ้า เ้ามิใช่หนีมาเองหรอกหรือ’
แล้วยังมีหน้ามาบอกว่าจะกินแค่วันละมื้อ จะไม่กินเยอะแล้ว แม้แต่ของในชามลูกชายตนเองยังแย่งมากิน นั่นหรือเรียกว่ากินน้อย
“อย่างไรนางก็ให้กำเนิดหลานชายให้พวกเขาตั้งสองคน บัดนี้มีเื่ยากลำบากก็คิดจะทอดทิ้งนางเสียแล้ว”
“ภายนอกดูเหมือนผู้มีจิตใจเมตตา ใครเล่าจะคิดว่าใจคอช่างโหดร้ายยิ่งนัก”
“ช่างเป็สตรีใจทรามจริง ๆ”
……
ผู้คนบนถนนเริ่มซุบซิบนินทาพวกนาง เสียงนินทาที่ไม่น่าฟังดังเล็ดลอดเข้าหูแม่เฒ่าฉินไม่หยุดหย่อน
นางโกรธจนหน้ามืด มองอะไรไม่เห็น เกือบจะเป็ลมล้มพับไป
“แอ้ แงงง~!”
ฉินเยาเยารีบร้องไห้ทันที
“โอ๋ ๆ ๆ หลานรักของย่าไม่ต้องกลัวนะ ย่าอยู่นี่แล้ว”
พอได้ยินเสียงร้องไห้ของหลานสาว แม่เฒ่าฉินก็รู้สึกตัวขึ้นมาในทันที แล้วรีบปลอบโยนหลานรัก
เมื่อเห็นว่าท่านย่ารู้สึกตัวแล้ว ฉินเยาเยาจึงหยุดร้องไห้ มองดูป้าสะใภ้ผู้นี้ด้วยสายตาเ็า
ตอนนี้เฝิงเสี่ยวฮวาฉลาดขึ้นแล้วสินะ รู้จักใช้ความสงสารของผู้อื่น
“ท่านแม่ ท่านดูสิ เล่อเหนียงก็ไม่อยากจากข้าไปเหมือนกัน ข้าขอร้องท่านแล้ว”
ฉินเยาเยามองบนใส่ ใครกันแน่ที่ไม่อยากจากไป
หึ! อย่าทำเป็รักนางนักเลย
“ข้าว่านะท่านแม่เฒ่า นางก็คลอดหลานชายให้ท่านตั้งสองคน ท่านอย่าใจร้ายนักเลย คิดเสียว่าทำเพื่อเด็ก ให้ข้าวกินสักมื้อก็พอแล้ว ทำไมต้องไล่ให้หมดทางไปเช่นนี้”
“ใช่แล้ว ท่านดูสิ แม้แต่เด็กยังไม่อยากจากแม่เลย”
ยังไม่ทันที่แม่เฒ่าฉินจะเอ่ยวาจาใด อีกฝ่ายก็มีป้าใจดีนางหนึ่งเอ่ยขึ้น น้ำเสียงแฝงแววดูแคลน เหมือนจะเอาผักในมือฟาดใส่แม่เฒ่าฉิน แต่ก็เสียดายจึงหยิบออกมา เข้า ๆ ออก ๆ อยู่หลายรอบ
“นางเป็ฝ่ายหนีไปเอง ข้าไม่เคยกระทำเื่ร้ายกาจเช่นการไล่ลูกสะใภ้ออกจากบ้านหรอก เป็แม่ของเล่อเหนียงหรือ นางไม่คู่ควร!”
กล่าวจบ แม่เฒ่าฉินก็ยกเท้าจากไปโดยไม่สนใจเฝิงเสี่ยวฮวาที่ยังคุกเข่าอยู่
อยู่กินกันมาหลายปี นางย่อมรู้ดีว่าสตรีผู้นี้นิสัยเป็เช่นไร แม้จะไม่สนใจ แต่นางก็ยังคงตามตื๊อไม่ลดละ ยิ่งไปกว่านั้น นางยังบังอาจหลอกผู้อื่นว่าเป็แม่ของเล่อเหนียง แม่เฒ่าฉินจึงทนไม่ได้!
นางไม่คู่ควรแม้แต่น้อย!
ก้าวเท้าออกไปได้เพียงสองก้าว ก็ถูกเฝิงเสี่ยวฮวาโผเข้ากอดขาไว้แน่น นางเงยหน้าขึ้นมองผู้คนที่มามุงดู พร้อมกับร้องไห้คร่ำครวญ
“ท่านพี่น้องทั้งหลาย โปรดช่วยข้าพูดกับแม่สามีด้วยเถิด ขอร้องอย่าแยกข้ากับลูกเลย”
เฝิงเสี่ยวฮวาคุกเข่าร้องไห้น้ำตาอาบแก้ม ท่าทางปานจะขาดใจตาย ทำเอาผู้คนรอบข้างอดสงสารไม่ได้
หลายคนเริ่มเข้ามาห้อมล้อมแม่เฒ่าฉิน ปากก็พร่ำพูดหว่านล้อมไม่ให้ใจร้ายกับแม่และลูกเช่นนี้
ตอนแรกแม่เฒ่าฉินยังไม่ได้ใส่ใจพวกเขา คิดว่าพวกเขาเพียงแค่ฟังเื่ราวจากปากของเฝิงเสี่ยวฮวาเพียงฝ่ายเดียว จึงเกิดความไม่พอใจแทนขึ้นมาชั่วครู่เท่านั้น
แต่แล้วนางก็พบว่ามีบางอย่างผิดปกติ มีคนฉวยโอกาสตอนวุ่นวาย ยื่นมือเข้าไปในตะกร้าหลังของนาง และยังยื่นมือไปที่ตัวของฉินเยาเยาซึ่งอยู่ในอ้อมแขนของนางด้วย
เห็นได้ชัดว่ามีคนกำลังฉวยโอกาสขโมยของ!
“หลีกไปให้หมด!”
แม่เฒ่าฉินตวาดเสียงเย็น
“หลีกไป!”
เมื่อเห็นผู้คนมากขึ้นเรื่อย ๆ แม่เฒ่าฉินที่เยือกเย็นมาโดยตลอด ก็เริ่มหวาดกลัวขึ้นมา
เงินทองหายไปไม่เท่าไหร่ กลัวแต่พวกนั้นจะทำร้ายเล่อเหนียง นางกอดเยาเยาไว้แน่น หัวใจร้อนรุ่มไปด้วยความเกลียดชังเฝิงเสี่ยวฮวา
‘หญิงสารเลวนี่ หากเล่อเหนียงเป็อันใดไปแม้เพียงปลายเล็บ ข้าไม่ปล่อยนางไปแน่!’
แม่เฒ่าฉินกัดฟันกรอด ปลดตะกร้าหลังลง คว้าเอาเงินสามสิบตำลึงที่เตรียมไว้แลกเป็เศษเงินออกมา ก่อนโยนเข้าไปในฝูงชน
“เงิน!”
เหล่าผู้คนที่มุงดูอยู่ก่อนหน้า ต่างก็ก้มลงแย่งเงินกันจ้าละหวั่น
“อย่านะ! ห้ามแย่ง!”
เฝิงเสี่ยวฮวาเห็นแม่เฒ่าฉินหยิบเงินออกมา ก็ตื่นเต้นใจเต้นแรง นางคิดว่าแม่เฒ่าฉินจะเอาเงินมาให้เพื่อตัดความรำคาญ
ไม่นึกเลยว่าเพียงชั่วพริบตา นางกลับโยนเงินทิ้งไป
เฝิงเสี่ยวฮวากรีดร้องเสียงหลง ก่อนพุ่งตัวเข้าไปแย่งเงิน
“ปล่อย! นี่มันเงินของบ้านข้า!”
ไม่นานเฝิงเสี่ยวฮวาก็ทะเลาะกับหญิงวัยกลางคนที่ช่วยพูดแทนนางก่อนหน้านี้
แม่เฒ่าฉินรีบอุ้มฉินเยาเยาก้าวสุดฝีเท้ากลับบ้าน แม้แต่ตะกร้าก็ไม่เอาแล้ว ใบหน้าซีดเผือดด้วยความหวาดกลัว
เสียงเอะอะโวยวายข้างนอก ย่อมเล็ดรอดเข้าหูคนในครอบครัวฉิน พวกเขาพากันออกมา ก็เห็นแม่เฒ่าฉินที่อุ้มหลานน้อยเข้ามาพอดี
ทุกสายตาต่างจับจ้องไปที่เฝิงเสี่ยวฮวาที่กำลังทะเลาะกับผู้อื่นแย่งเงินกันอยู่
“ท่านแม่ เกิดเื่อันใดขึ้นเ้าคะ”
สือไห่ถังเอ่ยถามแม่สามีด้วยความเป็ห่วง ก่อนจะเข้าประคองร่างที่ดูตื่นตระหนกของแม่เฒ่าฉิน
แม่เฒ่าฉินทรุดกายพิงลูกสะใภ้ ขาทั้งสองข้างอ่อนแรงจนเกือบล้มลงกับพื้น
โชคดีที่สวี่ซิ่วอิงเห็นเหตุการณ์ จึงรับร่างของฉินเยาเยามาอุ้มไว้ได้ทัน
“เหล่าเอ้อร์ เ้าเห็นหญิงผู้นั้นหรือไม่ ไปลากตัวนางกลับมาเดี๋ยวนี้!” แม่เฒ่าฉินเอ่ยน้ำเสียงสั่นเทา
ฉินเหล่าเอ้อร์รับคำมารดา ก่อนจะสาวเท้าเข้าไปลากตัวเฝิงเสี่ยวฮวาออกมา
หลังจากที่แม่เฒ่าฉินเล่าเื่ราวให้ทุกคนในครอบครัวฟัง พวกเขาก็โกรธจนตัวสั่น
โดยเฉพาะฉินเหล่าซื่อ ยิ่งแค้นเคืองเฝิงเสี่ยวฮวามากขึ้นไปอีก จนแทบอยากจะฆ่านางให้ตายคามือ
“ท่านแม่ ทำไมท่านถึงทำเช่นนั้น เหตุใดจึงโยนเงินทิ้งไปด้วยเล่า”
เฝิงเสี่ยวฮวาก้าวเข้ามาในบ้าน ยังไม่ทันที่คนในครอบครัวจะเอ่ยปาก เฝิงเสี่ยวฮวาก็ชี้หน้าต่อว่าแม่เฒ่าฉินทันที
“เฝิงเสี่ยวฮวา!” ฉินเหล่าซื่อขบกรามแน่น จ้องมองเฝิงเสี่ยวฮวาด้วยความโกรธแค้น
เมื่อนึกถึงเื่ที่ลูกสาวของตนเกือบจะได้รับอันตราย ก็แทบจะทนไม่ไหว อยากจะลงมือฆ่านางเสียให้รู้แล้วรู้รอด
แม้ว่าฉินเหล่าซื่อจะลงมือเองไม่ได้ แต่ก็มีคนอื่นที่ลงมือแทนเขาได้
“พี่สะใภ้รอง เหตุใดท่านจึงทำเช่นนี้ ท่านแม่เป็แม่สามีของท่านนะ”
“แล้วเล่อเหนียงก็เป็หลานสาวของท่าน ท่านรู้หรือไม่ว่าการกระทำเช่นนี้ เกือบจะทำให้พวกเขาเป็อันตราย”
สวี่ซิ่วอิงพุ่งเข้าไปหาเฝิงเสี่ยวฮวาทั้งตบตี ทั้งจิกทึ้ง
ฉินเยาเยาเบิกตากว้าง มองท่านแม่ที่แสนอ่อนโยนกลายเป็หญิงใจเด็ดที่ทำทุกอย่างเพื่อปกป้องลูก
ร่างผอมบางกลับสามารถเล่นงานหญิงร่างท้วมอย่างเฝิงเสี่ยวฮวา จนอีกฝ่ายไม่สามารถตอบโต้ได้
“สวี่ซิ่วอิง นังหญิงเสียสติ ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้!”
“เหล่าเอ้อร์ ลิ่งอวี่ ช่วยข้าด้วย ข้าเจ็บจะแย่แล้ว!”
“พวกเ้าตายกันหมดแล้วหรือไร?! ไม่เห็นหรือไงว่านางกำลังตีข้า!”
เฝิงเสี่ยวฮวาร้องอย่างเ็ป แต่ทุกคนกลับมองนางด้วยสายตาเ็า ไม่มีผู้ใดยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ
สือไห่ถังเห็นเฝิงเสี่ยวฮวาดิ้นรนขัดขืน จึงยกเท้าขึ้นไปเหยียบมือของนางไว้
หลังจากที่สวี่ซิ่วอิงระบายอารมณ์จนพอใจแล้ว แม่เฒ่าฉินจึงให้ฉินเหล่าซื่อดึงตัวนางออกมา
นางเอ่ยด้วยน้ำเสียงเ็าว่า “เฝิงเสี่ยวฮวา ข้าให้โอกาสเ้ามามากพอแล้ว กระนั้นเ้าก็ยังไม่เห็นคุณค่า ยังคงเห็นแก่ตัว ไม่นึกถึงชีวิตพวกข้าแม้แต่น้อย ดังนั้นถึงเวลาที่เราต้องตัดขาดกันเสียที!”
“เหล่าเอ้อร์ เ้าไปเขียนหนังสือหย่าให้นางซะ!”