ทันใดที่อี้เฉินขึ้นมาด้านบนส่วนยอด พร้อมกับกลุ่มมิตรสหาย ภาพเบื้องหน้าก็ปรากฏขึ้นมา บนครรลองสายตาพวกเขา พร้อมกับลานกว้างใหญ่ ใจกลางมีต้นใบชาหยั่งรู้ อายุหลายหมื่นปี ส่งกลิ่นอายของสมัยบรรพกาลออกมาไม่ขาด ราวกับมันถือกำเนิด ตั้งแต่ยุคสมัยเบิกฟ้า แพร่กิ่งก้านออกไปกว้างไกล โยกไหวไปกับสายลม ส่งให้ผู้คนที่อยู่ภายในสถานที่แห่งนี้ จิตใจดูสงบลงไปไม่น้อย เมื่อจ้องมองมัน
เหล่าผู้อาวุโสที่ขึ้นมาก่อนแล้ว พวกเขาต่างก็มีสีหน้าประหลาดใจ เมื่อเห็นกลุ่มจอมยุทธ์รุ่นใหม่ ที่ขึ้นมาถึงเป็นกลุ่มแรก กลับเป็นคนดินแดนเทพ แม้แต่ผู้อาวุโสดินแดนจักรพรรดิ ยังยกฝ่ามือถูคาง มองอี้เฉินที่สืบฝีเท้านำหน้า ด้วยสายตาล้ำลึก “ไอ้หนูนี่ไม่เลวจริงๆ เขาสินะที่มีตราจักรพรรดิ” ก่อนชายชรา จะปรายตาไปเห็น หวังเหยียน กับกลุ่มคนดินแดนจักรพรรดิคนอื่นๆ สืบฝีเท้าตามกันขึ้นมาช้าๆ ทว่าใบหน้าพวกเขาบูดบึ้งกันไม่น้อย ทำให้ชายชราต้องส่ายหัวออกมา
อี้เฉินประสานมือคำนับออกไปหาเหล่าผู้อาวุโส ชราในทันใด คนอื่นๆ เองก็ทำเช่นเดียวกัน เมื่อเห็นผู้อาวุโสหลายๆ คน มารวมตัวกันอยู่ด้านบนแห่งนี้ แถมยังมีผู้อาวุโส หลายคนที่ได้รับใบชาหยั่งรู้ นั่งเงียบดูดซับสรรพคุณของใบชาหยั่งรู้เข้าไป
รอบด้านเองก็เริ่มมีผู้คนทยอย ขึ้นมายังบริเวณนี้ กันมากขึ้นเรื่อยๆ จนยามนี้รอบบริเวณเริ่มจะเต็มไปด้วยผู้คนหนาตา แม้แต่ใบชาแห่งการหยั่งรู้ ที่ตกลงมายังค่อยๆ ถูก เหล่าผู้อาวุโส ช่วงชิงไปทีละน้อยไม่ขาด ทว่าพวกเขาเหล่าจอมยุทธ์รุ่นใหม่ มีหรือจะกล้าข้ามหน้าข้ามตา เข้าไปแย่งชิง กับพวกผู้อาวุโสชราเหล่านั้น
ผู้นำราชวงศ์ ชิงตี้เทียน ครั้นเห็นไม่น่าจะมีผู้ใด ขึ้นมายังสถานที่แห่งนี้ได้อีกต่อไป เขาเอ่ยเสียงเนิบช้าออกมา แม้จะไม่ดังมากแต่ก็พุ่งเข้าไปภายในโสตประสาทของเหล่าจอมยุทธรุ่นใหม่ แม้แต่นิกายดินแดนจักรพรรดิ ที่มารวมตัวกันยังสถานที่แห่งนี้ ยังจับจ้องไปมองภาพเบื้องหน้า
“เริ่มการช่วงชิงใบชาแห่งการหยั่งรู้ได้”
ครั้นคำพูดนั้นดังขึ้นมาก้อง ภายในโสตประสาท ของเหล่าจอมยุทธ์รุ่นใหม่ สายตาของผู้คน ต่างก็จับจ้องไปที่ต้นใบชาหยั่งรู้ รอคอยใบที่แก่หลุดร่วง สุกงอมตกลงมา
ไม่กี่ชั่วอึดใจ ใบทั้ง5 ของต้นใบชาหยั่งรู้ ในทิศทางต่างๆ ก็ร่วงหล่นลงมา ส่งให้เหล่าจอมยุทธที่จับจ้องสายตา ราวกับเป็นนกเหยี่ยว พุ่งปราดออกไปช่วงชิงใบชา แห่งการหยั่งรู้เหล่านั้นในทันใด
ว่ากันว่าใครที่ได้ดูดซับมันเข้าไป จะทำให้การหยั่งรู้ ขัดเกลาวิชาต่างๆ พุ่งสูงขึ้นในระยะเวลาสั้นๆ ได้ในพริบตา จึงมีความหมายเป็นอย่างมาก สำหรับการสลักสร้างญาณ วิเศษขึ้นมา
แม้แต่คนดินแดนจักรพรรดิยังอดใจไม่ไหว พุ่งปราดออกมาช่วงชิง ส่งให้เกิดการปะทะกลางอากาศ ดังออกมาก้อง พร้อมกับร่างจอมยุทธ์หลายๆ คน กลิ้งกระเด็นกระดอน ตกลงสู่พื้นเบื้องล่าง ริมฝีปากหลายคน กระอักเลือดออกมาคำใหญ่
ภาพนั้นต่างก็พาให้ผู้คน ที่คิดจะเข้าไปแย่งชิงใบชาแห่งการหยั่งรู้ ต่างก็กลืนน้ำลายลงคอไปอึกใหญ่ เมื่อเห็นองค์ชายใหญ่ของราชวงศ์ ทั้งสองได้ใบชาหยั่งรู้ไปคนละใบ ส่วนอีก3คนเป็นชายหนุ่ม หญิงสาวจากคนดินแดนจักรพรรดิ
อี้เฉินไต่ถาม เซียนหลาน “พวกเขา ใช่คนนิกายของเจ้าหรือเปล่า ช่างลงมือได้โหดเหี้ยมยิ่งนัก”
เซียนหลานส่ายหัว “พวกเขาเป็นคนนิกายบรรพกาล ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับพวกเรา”
อี้เฉินพยักหน้า ในระหว่างที่มองชมการต่อสู้แย่งชิงที่ดุเดือด ค่อยๆ ไหลผ่านไปเรื่อยๆ พวกราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง มารพุทธทงอี้ เองก็ต่างแย่งชิงใบชาแห่งการหยั่งรู้ มาได้อย่างไม่ยากเย็นนัก
ทว่าอี้เฉินที่รับรู้ถึงสายตาดุร้าย ของหวังเหยียนที่อยู่ฝั่งตรงข้ามกับเขา จ้องมอง มาที่ตัวเขาอย่างไม่วางตา อี้เฉินกลับไม่ได้เก็บชายหนุ่มมาใส่ใจเท่าใดนัก เพียงเฝ้ามองสถานการณ์รอบๆ
ยามนี้เหมือนว่า ทั้งสองราชวงศ์ใหญ่ จะผูกมิตรกับคนดินแดนจักรพรรดิ เก่งเป็นพิเศษ แม้แต่การแย่งชิงของล้ำค่าครานี้ พวกเขายังอำนวยความสะดวกให้ กลุ่มคนดินแดนจักรพรรดิอย่างเต็มที่ พูดคุยกับพวกผู้อาวุโสชรา เหล่านั้นอย่างออกรสออกชาติ แม้แต่อี้ฟางหรง ยังมีใบหน้าไม่สบอารมณ์ ก่อนจะพยักหน้าให้อี้เฉิน ที่จับจ้องสายตามาสอดมอง
อี้เฉินส่ายหัวให้นางเล็กน้อย ก่อนส่งสายตาออกไป จ้องมอง ใบชาแห่งการหยั่งรู้ ที่กำลังจะตกหล่นลงมา ทว่าบัดนี้มันตกหล่นลงมาถึง7ใบ ส่งให้เหล่าจอมยุทธ์ ไม่น้อยต่างก็พุ่งปราด ออกไปช่วงชิง
ทว่าในทันใดอี้เฉินก็ต้องหดดวงตาจนเล็กแคบ เมื่อเห็นร่าง วูบไหวของคุณชายหวังเหยียน สืบฝีเท้าไปอยู่บริเวณใจกลาง ส่งการโจมตี วิชาระดับชั้นฟ้า ออกมา ทันทีที่เท้าของเขา เหยียบห้วงอากาศอย่างรุนแรง “ทลายปฐพี” ฉับพลันที่เสียงนั้นเอ่ยออกมากู่ก้อง วงแหวนปราณพลังก็แพร่กระจาย ออกจากปลายเท้าชายหนุ่ม ปกคลุมไปทั่วรอบบริเวณ ก่อนส่งเสียงปัง!! ปัง!! ปัง!! ดังออกมากึกก้องชั้นฟ้า ส่งให้ร่างเหล่าจอมยุทธ์ ร่วงลงสู่พื้นเบื้องล่าง บาดเจ็บหนักในทันใด บางคนถึงกับตายตก ร่างแหลกสลายกลายเป็นหมอกเลือด อาบย้อมลานกว้างในทันใด
ก่อนคุณชายหวังเหยียนจะโบกสะบัดฝ่ามือ นำเอาใบชาหยั่งรู้ทั้ง7ใบ เข้ามาไว้ภายในฝ่ามือ ทันใดบรรยากาศก็หนักอึ้ง แข็งค้างโดยพลัน ส่งให้เกิดอายสังหาร ที่น่าอึดอัดขึ้นมา เมื่อน้ำเสียงคุณชาย หวังเหยียนแค่นเสียงดังขึ้นมา “แค่พวกสวะตายตกไปไม่กี่คน ไม่คิดจะทำให้บรรยากาศ เปลี่ยนแปลงไปมากถึงเพียงนี้”
ครั้นคุณชายหวังเหยียน ปรายตาไปมองอี้เฉิน ด้วยสายตาคมกล้า เขาส่งใบชาออกไปให้เยว่ชิงเซียนในทันใด แม้แต่หลินเฟยที่เข้าไปรักษาอาการบาดเจ็บของผู้คน นางยังแยกเขี้ยว เคี้ยวฟันขึ้นมาด้วยความไม่สบอารมณ์
เยว่ชิงเซียนครั้นกวาดสายตาขึ้นไปมองอี้เฉิน พร้อมกับใบชาหยั่งรู้ที่อยู่ในฝ่ามือ นางรับรู้ได้ในทันใดว่า คุณชายหวังเหยียน ส่งสารท้ารบมายังอี้เฉิน
ด้านอี้เฉินเขาเพียง คลี่ยิ้มบางออกมาให้เยว่ชิงเซียนเท่านั้น ไม่ได้มีระลอกคลื่นความโกรธเคือง แต่อย่างใด แม้แต่นางยังรับรู้ได้ว่า ชายหนุ่มเบื้องหน้านางเปลี่ยนไปมาก “เจ้าเก็บมันไว้เถอะเยว่ชิงเซียน”
ทันใดเสียงกระแอมไอของ ผู้นำราชวงศ์ชิง ชิงตี้เทียนก็กระแอมไอ ตัดบรรยากาศที่อึมครึม “การช่วงชิงของล้ำค่า ต้องมีการบาดเจ็บ ล้มตายเป็นเรื่องธรรมดา คุณชายหวังเหยียน คงจะพลั้งมือไปหน่อยกระมัง”
“ฮ่าๆ คงจะอย่างนั้น ผู้นำราชวงศ์ชิง เช่นนั้นข้าขออภัย ทว่าข้าไม่รับปากว่า มันจะเกิดขึ้นอีกหรือไม่” ก่อนสายตาหวังเหยียน จะส่งออกมาหาอี้เฉิน
ผู้คนดินแดนเทพที่เห็น ต่างก็เดือดดาลเป็นโทสะ เมื่อราชวงศ์ทั้งสองเข้าข้าง คนดินแดนจักรพรรดิ อย่างออกนอกหน้า แม้แต่ผู้เฒ่าหม่าเป็นที่นับหน้าถือตา ต่างก็มีใบหน้าที่เคร่งขรึม ไม่ชอบใจ สิ่งที่ราชวงศ์ของตนทำเท่าใดนัก
เมื่อใบชาแก่ที่ร่วงหล่นลงมา เกิดขึ้นอีกครา มันยิ่งส่งให้บรรยากาศ หนักอึ้ง ก่อนที่ซีเผิงกับ ซีเยว่ จะพุ่งปราดออกไปช่วงชิง ใบชาแห่งการหยั่งรู้ ส่งให้คนดินแดนจักรพรรดิ ร่างถอยกรูด กระอักเลือด กันออกมากองใหญ่ ทว่าที่ผู้คนประหลาดใจ เกรงว่าจะเป็นซีเยว่ สตรีที่ควบคุมสัตว์วิเศษทั้งสอง ได้อย่างชำนาญ เสริมประสิทธิภาพของนาง จนน่าหวาดกลัว
แม้ว่าพลังเพลิงสีฟ้าของ ซีเผิงจะน่าคร้ามเกรงมากถึงเพียงใด แต่สายตาของเหล่าผู้อาวุโส ดินแดนจักรพรรดิ กลับสนใจในตัว ซีเยว่ขึ้นมาไม่น้อย บอกกล่าวศิษย์ในนิกาย ส่งใบเทียบเชิญให้หญิงสาวในทันใด
ผู้นำราชวงศ์ชิง ชิงตี้เทียน เมื่อเห็นอี้เฉิน ยังไม่สืบฝีเท้า ออกไปช่วงชิง ใบชาแห่งการหยั่งรู้ อายุหมื่นปี แม้แต่ก้าวเดียว ‘เขาคงจะไม่หวาดกลัว จนไม่กล้าช่วงชิงมันหรอกกระมัง’
ก่อนเขาจะแค่นเสียงเอ่ยเตือนคน ที่อยากได้ใบชาแห่งการหยั่งรู้ “บนต้นใบชาหยั่งรู้ มีใบแก่ราวๆ 200ใบ หากนับรวม ที่เหล่าผู้อาวุโสชราได้ไป น่าจะเหลือใบแก่ อีกไม่ถึง 30ใบแล้วกระมัง ..หากผู้ใดยังอยากได้ก็ควรรีบหน่อย แล้วจะหาว่า ข้าไม่เตือน”
ทันใดที่คำพูดนั้นเอ่ยขึ้นมา ยิ่งส่งให้ผู้คนที่อยากได้ ใบชาแห่งการหยั่งรู้ ต่างก็มีสีหน้าแววตาที่กระตือรือร้น จากผู้คนที่มีกันอยู่ไม่น้อย การช่วงชิงในรอบต่อไป จะต้องดุเดือดเลือดพล่าน อย่างไม่ต้องสงสัย