ตอนที่ 17 กำปั้นทุบดิน
นายอำเภอโมโหอย่างมากกับคำพูดของนาง เขาขมวดคิ้วแน่นก่อนจะกล่าวออกมาว่า “ได้ เ้ากล้าท้าทายข้าผู้นี้ วันนี้หากเ้าไม่มีหลักฐาน ก็รอดูได้เลยว่าข้าจะลงโทษเ้าอย่างไร!”
ในเมื่อมายืนอยู่ตรงนี้แล้ว จะไม่มีหลักฐานได้อย่างไร หลิงซานฉิงไม่เกรงกลัวใด ๆ ทั้งสิ้น นางมองไปที่สวีอิงเอ๋อร์แล้วพูดขึ้นว่า “แม่นางอิงเอ๋อร์ ยามนี้เราอยู่ในโรงศาลแล้ว ท่านผู้เที่ยงธรรมจะต้องตัดสินเพื่อพวกเราแน่ ท่านว่าใช่หรือไม่?”
ประโยคสุดท้ายนางมองไปที่นายอำเภอ เมื่อประโยคนี้ดังออกมา แม้นายอำเภอจะไม่เต็มใจตัดสินก็ตาม เขาก็จำเป็ต้องทำ
ั้แ่นางปรากฏตัว ข้อได้เปรียบก็อยู่ในมือของนางมาตลอด เพียงไม่กี่คำก็ทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไป และยังไล่บีบนายอำเภอจนหาคำพูดมาเทียบนางไม่ได้ หากผู้หญิงคนนี้ธรรมดา แล้วบนโลกนี้จะยังมีคนไม่ธรรมดาอยู่อีกรึ
นายอำเภอไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องมองไปที่สวีอิงเอ๋อร์ “เ้าเล่าเื่ทั้งหมดมา หากกล้าหลอกข้าแม้แต่ครึ่งเดียว ข้าจะลงโทษเ้า”
ข่มขู่ออกมาอย่างโจ่งแจ้ง
สวีอิงเอ๋อร์ไม่ยี่หระต่อความเป็ความตายหรือผลได้ผลเสีย แล้วนางจะกลัวการข่มขู่ของเขาได้อย่างไร เกรงว่าแผนการของเขาคงจะล้มเหลวเสียแล้ว
นางเหลือบมองเฉินเตาปา พลางระงับความเกลียดชังที่บีบคั้นในหัวใจ จากนั้นก็ล้วงเอาสัญญาออกมาจากแขนเสื้อและชูขึ้นเหนือหัว “ใต้เท้า นี่เป็หลักฐานการซื้อขายระหว่างเฉินเตาปากับผู้อื่น ในนั้นมีที่มาของทรัพย์สินเงินทอง เพียงท่านดูก็จะรู้เองว่าเฉินเตาปาได้รับคำสั่งจากใครบางคน และคนที่สั่งเขาจะต้องมั่งคั่งร่ำรวยอย่างมากแน่”
ประโยคสุดท้ายนั้นนางขบกรามเน้นย้ำออกมา ไม่เพียงแต่นายอำเภอเท่านั้นที่จะคุกคามผู้คน ในบรรดาคนที่อยู่ที่นี่ ผู้ที่มีความมั่งคั่งร่ำรวยมีเพียงครอบครัวของนายอำเภอเท่านั้น
นายอำเภอถึงกับใ รีบสั่งให้คนไปนำสัญญามา ในนั้นเขียนแหล่งที่มาของเงินอย่างชัดเจน หากเจาะลึกเข้าไปอีก เกรงว่าอวี๋ซิ่งเหวินที่มีส่วนเกี่ยวข้องจะถูกดึงออกมาด้วย…
ทันทีที่เฉินเตาปาเห็นสัญญาฉบับนั้น เขาก็รู้ต้นสายปลายเหตุของเื่ราว มิน่าล่ะสวีอิงเอ๋อร์ถึงเข้าหาเขาก่อน ตอนนั้นเขาคิดว่าในที่สุดนางก็ได้สติกลับมาและอยากจะตามเขาไป ไม่นึกเลยว่าเื่ทั้งหมดนั้นจะเป็การหลอกลวง
เขาโกรธจนถึงขีดสุด สายตาที่เกลียดชังมองไปทางสวีอิงเอ๋อร์ราวกับ้าฉีกร่างนางออกเป็ชิ้น ๆ “นังหญิงต่ำช้า ริอาจใส่ร้ายข้า รอออกไปจากที่นี่เมื่อใด รอดูได้เลยว่าข้าจะจัดการกับเ้าอย่างไร!” เสียงที่ดังก้องทำให้สวีอิงเอ๋อร์ใจนร่างสั่นเทา
สาเหตุที่นายอำเภอไม่สืบสาวคำพูดของเขาั้แ่แรกเป็เพราะเขาทำงานให้อวี๋ซิ่งเหวิน ทว่ายามนี้เื่ของเขาถูกเปิดเผยและอาจส่งผลกระทบต่อตระกูลอวี๋ ดังนั้นนายอำเภอจึงเปลี่ยนสีหน้าเป็รังเกียจทันที เขาโยนสัญญาทิ้งลงบนโต๊ะและพูดขึ้นว่า “เฉินเตาปา ต่อหน้าศาล เ้ากล้าพูดจาหยาบคายรึ ข้าจะไม่ทนต่อสิ่งนี้เด็ดขาด”
ท่าทีของนายอำเภอเปลี่ยนไปอย่างมาก แม้แต่ฉาจื่ออันก็ยังแอบใ
ในกระดาษแผ่นนั้นเขียนว่าอะไรกันแน่? เพียงแค่นายอำเภออ่านเพียงครู่เดียวก็เปลี่ยนความคิดไปในทันที แม้แต่จะไต่ถามก็ไม่มีสักประโยค อีกทั้งหลิงซานฉิงก็ไม่มีความหวาดเกรงเลย หรือว่านางทำให้ผู้หญิงคนนี้จับจุดอ่อนของเฉินเตาปาได้จริง ๆ?
เฉินเตาปาที่ทำเลวระยำมานานหลายปี หากแม้แต่แววตาเช่นนี้ก็ยังดูกันไม่ออก ก็อย่าได้เลวระยำต่อไปเลย
เฉินเตาปาพยายามเก็บอาการ พลางเอ่ยด้วยรอยยิ้ม “ใต้เท้า ท่านจะอาศัยเพียงแค่กระดาษแผ่นเดียวมาลงโทษข้าน้อยมิได้นะขอรับ อีกอย่างข้าน้อยไม่เอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นหรอก หากท่านไม่เชื่อ ท่านก็ส่งคนไปตรวจสอบได้เลย ข้าน้อยถูกคนอื่นใส่ร้ายจริง ๆ”
หลิงซานฉิงเยาะเย้ยในใจ และพูดอย่างเ็าว่า “ท่านผู้เที่ยงธรรมย่อมสอบสวนจนได้ข้อเท็จจริงออกมา ฉะนั้นเื่นี้จึงมิอาจปิดคดีได้อย่างเร่งรีบ ท่านผู้เที่ยงธรรม ท่านก็คิดเช่นนั้นไช่หรือไม่?”
ความดื้อรั้นเกินเหตุนั้นเป็อย่างไร บัดนี้นางได้แสดงออกมาให้เห็นแล้ว
ทว่าแล้วอย่างไรล่ะ การสมรู้ร่วมคิดระหว่างขุนนางกับโจรเพื่อทำร้ายฉาจื่ออันให้เข้าคุก หากนางไม่ได้พบกับสวีอิงเอ๋อร์ เกรงว่าคงล้างมลทินให้กับฉาจื่ออันได้ยาก
นายอำเภอคิดแต่จะปกป้องอวี๋ซิ่งเหวิน จึงไม่มีเวลาไปสนใจว่าคำพูดของนางจะน่าโมโหหรือไม่ เขามองไปที่ฉาจื่ออันและกล่าวว่า “ฉาจื่ออัน ที่ข้าผู้นี้โทษเ้ามาั้แ่แรกเพราะเฉินเตาปาอ้างว่าหมั่นโถวของครอบครัวเ้ามีพิษ ซึ่งเป็การฟังความข้างเดียวและไม่มีหลักฐาน ทว่าตอนนี้สวีอิงเอ๋อร์ได้แสดงหลักฐานที่เขาสมรู้ร่วมคิดกับผู้อื่นใส่ร้ายเ้าแล้ว ด้วยเหตุนี้ก็ชัดเจนแล้วว่าเ้าถูกใส่ร้ายจริง ๆ เฉินเตาปา เ้าปิดบังความจริง ใส่ร้ายป้ายสีผู้อื่น และดูิ่ข้าผู้นี้ เ้าก่ออาชญากรรมมามากมายนัก หากข้าไม่ลงโทษเ้า ์ก็ทนสิ่งนี้ไม่ได้!”
เขากล่าวมาถึงขนาดนี้แล้วจะหักล้างได้อย่างไร หรือจะต้องพลิก์เลยหรือ?
ฉาจื่ออันถอนหายใจออกมาด้วยความโล่งอก และรีบเอ่ยทันที “ใต้เท้าผู้เที่ยงธรรม ช่างฉลาดปราดเปรื่องเหนือใคร ข้าน้อยขอบคุณใต้เท้ามาก” น้ำเสียงนั้นราบเรียบ แต่ในใจกลับปั่นป่วน
แม้แต่ในศาล หลิงซานฉิงก็ยังเหนือกว่า นางไม่เพียงแต่ทำให้นายอำเภอเปลี่ยนความคิดเท่านั้น แต่ยังเอาผิดเฉินเตาปาได้ด้วย
เื่ราวเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็วจนเฉินเตาปารับมือไม่ทัน เขาเบิกตากว้าง มองไปยังนายอำเภอด้วยสีหน้าไม่อยากจะเชื่อ “ใต้เท้า ท่านลงโทษข้าน้อยเพราะกระดาษเพียงแผ่นเดียวจากนังผู้หญิงต่ำช้าผู้นี้รึ? ข้าน้อย…”
“หุบปาก!” เมื่อเห็นว่าเขากำลังจะพูดสิ่งที่ไม่ควรพูดออกมา นายอำเภอก็กังวลอย่างมาก “เฉินเตาปาได้ก่ออาชญากรรมใส่ร้ายป้ายสีครอบครัวของฉาจื่ออัน เ้าหน้าที่ พาไปขังคุก หากไม่มีคำสั่งจากข้าก็ห้ามปล่อยตัวออกมา หากเขากล้าต่อต้าน พวกเ้าน่าจะรู้ว่าควรจัดการอย่างไร!”
เฉินเตาปาปากสว่างเกินไป หากเก็บคนคนนี้เอาไว้ไม่นานคงเกิดหายนะ
หลิงซานฉิงหรี่ตาลงเล็กน้อย ท่าทีของนายอำเภอชัดเจนไปมากกว่านี้ไม่ได้แล้ว เฉินเตาปาต้องตายแน่นอน
“เอาล่ะ ในที่สุดคนชั่วผู้นี้ก็ถูกส่งไปขังแล้ว”
“นายอำเภอผู้เที่ยงธรรม ยังคงเป็เ้าหน้าที่ที่ซื่อสัตย์จริง ๆ แต่ข้าว่านะ บทลงโทษของเฉินเตาปาคนนี้ยังไม่หนักพอ น่าจะให้เขาได้ลิ้มรสการลงโทษทุกรูปแบบ ดูว่าเขาจะยังกล้าทำทำชั่วอีกหรือไม่”
“หึ! คนเลวสมควรมีจุดจบเช่นนี้”
เฉินเตาปาถูกส่งตัวไปเข้าคุก ช่างเป็เื่ที่สะใจจริง ๆ ในตอนที่ผู้คนมากมายดูิ่เขา ก็ยังไม่ลืมความดีของนายอำเภอ
นายอำเภอถอนหายใจด้วยความโล่งอก เขามองหลิงซานฉิงด้วยสายตาพิจารณา คนคนนี้เป็เพียงหญิงสาวที่แต่งงานแล้วจริง ๆ งั้นรึ? แต่ไม่ว่าจะเป็ใครก็ควรส่งกลับไปให้เร็วที่สุด
เมื่อคิดถึงเื่นี้ เขาก็ไม่สนใจว่าจะเสียหน้าอีกต่อไปแล้ว “ฉาจื่ออัน หากเ้าไม่มีเื่อะไรแล้วก็ออกไปได้ ข้าจะได้ปิดศาล” น้ำเสียงยังคงหงุดหงิด
หลิงซานฉิงมองไปที่สวีอิงเอ๋อร์ และเห็นว่านางไม่รู้สึกถึงความยินดีที่ได้ส่งศัตรูเข้าคุกด้วยตัวเอง แต่นางกลับรู้สึกว่าไม่รู้จะทำอย่างไรดี นางเม้มริมฝีปาก มองย้อนกลับไปที่นายอำเภอ “ใต้เท้า ในเมื่อเื่หมั่นโถวมีพิษได้ตัดสินว่าเป็เฉินเตาปากุเื่ขึ้นมาเองแล้ว ขอใต้เท้าได้โปรดช่วยล้างมลทินให้ข้าน้อยด้วยได้หรือไม่”
นายอำเภอโกรธจนเนื้อตัวสั่น บัดนี้ปัญหาได้รับการแก้ไขแล้ว ฉาจื่ออันก็พ้นผิดแล้ว เหตุใดนางไม่เรียกท่านผู้เที่ยงธรรมแล้วล่ะ? ก่อนหน้านี้ไม่ใช่ว่าเยาะเย้ยเขาที่เปลี่ยนลู่ทางหรอกรึ?
แต่หากสืบสาวยืดยาวต่อไป นางก็ไม่มีความผิดอะไรอยู่ดี นายอำเภอระบายความโกรธออกมาไม่ได้ จึงสูดหายใจเข้าลึกแล้วกล่าวออกมา “ข้าขอประกาศว่า หมั่นโถวของตระกูลฉาไม่มีอะไรผิดปกติ ความจริงคือถูกผู้อื่นใส่ความ” เขามองไปหานางแล้วถามขึ้น “แบบนี้พอใจแล้วหรือยัง?”
หลิงซานฉิงพยุงฉาจื่ออันลุกขึ้นด้วยรอยยิ้ม อีกฝ่ายหน้าแดงเล็กน้อย ดิ้นหลุดออกจากมือนาง แล้วโค้งคำนับไปทางนายอำเภอก่อนจะเดินออกไป
หลิงซานฉิงไม่ลืมที่จะหันไปหานายอำเภอ และกล่าวทิ้งท้าย “ใต้เท้า หากพอมีเวลา ไปชิมหมั่นโถวในร้านของซานฉิงได้” พูดจบ นางก็เดินไปหาสวีอิงเอ๋อร์ และช่วยกันพยุงฉาจื่ออันคนละข้าง “แม่นางอิงเอ๋อร์ ทำดีทำชั่ว ผลสุดท้ายย่อมได้รับการตอบสนอง พวกเราไปกันเถอะ”
สวีอิงเอ๋อร์มีความเกลียดชังอยู่ภายในใจ ทว่าบัดนี้เฉินเตาปาเข้าคุกแล้ว นางก็ยังไม่รู้สึกว่ามีความสุข จึงได้แต่เดินตามออกไปจากศาลาว่าการ
นางยังไม่ได้รับการไถ่ตัวจึงต้องกลับไปที่หอนางโลม แต่นางเบื่อหน่ายกับทุกวันที่อยู่ในหอนางโลมแล้ว ทว่าท่ามกลางผู้คนมากมาย จะมีที่ใดเล่าปลอดภัยสำหรับนาง
หลิงซานฉิงจับข้อมือของฉาจื่ออันด้วยมือข้างหนึ่ง เมื่อเห็นสวีอิงเอ๋อร์มีท่าทางซึมเศร้าหดหู่ นางจึงทนไม่ไหว พ่นลมหายใจออกมา “แม่นางอิงเอ๋อร์ หากเ้าไม่อยากกลับไปที่หอนางโลมจริง ๆ ก็นำเื่ที่เกิดขึ้นในวันนี้ไปบอกแก่แม่เล้า หากนางรู้ว่าขุนนางเกี่ยวข้องกับเื่นี้ นางก็จะปล่อยเ้าออกมาเพื่อปกป้องตัวเอง เมื่อถึงครานั้น ใต้ฟ้ากว้างใหญ่นี้ จะไม่มีที่ใดไม่ปลอดภัยสำหรับเ้า”
แม้คำพูดฟังดูง่าย ทว่านางก็ยังมีฐานะเป็ผู้หญิงในหอนางโลม เดินไปทางใดก็ต้องถูกเหยียดหยาม แล้วนางจะอยู่อย่างสงบสุขได้อย่างไร? เมื่อคิดเช่นนี้ นางก็พูดสิ่งที่คิดออกมา
ครั้นหลิงซานฉิงได้ฟังก็รู้สึกสงสาร จึงลองชั่งน้ำหนักความคิดดูอีกครั้งและกล่าวว่า “แม่นางอิงเอ๋อร์ ตอนนี้ข้ามีกิจการเล็ก ๆ อยู่ และกำลังหาคนอยู่พอดี เมื่อเ้าออกจากหอนางโลมแล้ว หากไม่รังเกียจก็มาหาข้าที่นี่ แม้เงินจะไม่มากนัก ทว่าก็ยังมีที่หลบภัยให้”
เมื่อเผชิญหน้ากับอดีตของสวีอิงเอ๋อร์ หลิงซานฉิงย่อมทำอะไรไม่ได้ แต่ตอนนี้นางสามารถช่วยได้ในเื่เล็กน้อย เพราะนางมิอาจนิ่งดูดายได้
สวีอิงเอ๋อร์รู้สึกอบอุ่นในใจอย่างที่ไม่เคยได้รับ แต่นางยังไม่ได้ตอบตกลงในทันที นางเพียงก้มหัวขอบคุณ และเดินไปทิศตรงกันข้ามกับพวกเขา
หลิงซานฉิงถอนหายใจและไม่ได้ขวางไว้
เมื่อฉาจื่ออันเห็นความใจดีที่เห็นได้ยากของนาง ก็อดไม่ได้ที่จะทอดถอนใจ “ไม่นึกเลยว่าผู้หญิงอย่างเ้าจะใจดีเช่นนี้ เมื่อก่อนข้าคงมองเ้าผิดไปจริง ๆ” ราวกับว่าเื่ที่นางลุกขึ้นมาใจดีนั้นเป็เื่ที่น่าเหลือเชื่ออย่างมาก
หลิงซานฉิงยกมือทุบไปที่ไหล่ของเขา หมัดของนางไม่มีกำลังมากนัก แต่กลับทำให้ร่างกายของเขาเซไปมา นานเท่าใดแล้วที่เขาไม่ได้กินข้าว แม้แต่ฝีเท้าก็จะไม่มั่นคงแล้ว?
เห็นแก่ที่ยอมเข้าคุกเพื่อนาง จะยกโทษให้ก็แล้วกัน
คิดเช่นนี้แต่ปากของนางกลับพูดอีกอย่าง “เ้าคนซื่อบื้อ วันนี้คงจะไม่ยอมรับหรอกใช่ไหม? เ้าอ่านหนังสือมากมายขนาดนี้ไปทำไมกัน หากเ้ายอมรับความผิด ก็จะพัวพันมาถึงครอบครัว เ้าโง่หรือเปล่าเนี่ย” น้ำเสียงแฝงไปด้วยการตำหนิและจนใจ
ฉาจื่ออันไม่เพียงแต่ไม่รู้ว่าปัญหาของเขาคืออะไร แต่เขากลับอดโต้เถียงออกมาไม่ได้ “หากข้าไม่ยอมรับ พวกเขาจะต้องมาหาเ้าแน่ ถึงอย่างไรก็ต้องมีคนรับผิดชอบ และข้าจะไม่ปล่อยให้เ้าที่เป็ผู้หญิงต้องมารับผิดชอบแน่นอน” คำพูดนี้ฟังดูสมเหตุสมผลและองอาจยิ่งนัก
ทว่าหลิงซานฉิงไม่ซาบซึ้งเลยแม้แต่น้อย ทั้งยังหยาบคายขึ้นไปอีก “นี่เ้าโง่หรืออย่างไร ข้า้าให้เ้ามาห่วงรึ?” เมื่อเห็นว่าท่าทางของเขาดูหดหู่ นางก็กระแอมออกมาเบา ๆ “แต่โชคดีที่เ้าสนใจสถานการณ์โดยรวม ไม่เช่นนั้นข้าคงถูกจับไปแล้ว ด้วยนิสัยของเ้า เ้าจะต้องยอมรับชะตากรรมแน่ และหากข้าเข้าไปก็คงไม่ได้ออกมาแน่”
ทุกครั้งที่เจอเื่เช่นนี้ สิ่งเดียวที่เขาทำได้คือยอมรับชะตากรรม และคงเป็เื่แปลกหากเขาจะรู้จักพลิกสถานการณ์
แม้คำพูดของหลิงซานฉิงจะไม่น่าอภิรมย์นัก แต่มันก็คือเื่จริง และฉาจื่ออันก็มืดแปดด้าน
ฉาซื่ออยู่ในลานบ้านเพื่อรอหลิงซานฉิงกลับมา เพราะเตรียมที่จะคุยเื่ไปจวนตระกูลอวี๋อีกครั้ง วันนี้หญิงชราไม่กล้าไปที่ศาลเพราะกลัวว่าจะถูกค้นพบและพัวพันไปถึงครอบครัว