บรรยากาศภายในห้องทำงานที่เงียบสงบทั้งเ้านายและลูกน้องต่างก็บึ้งตึงใส่กัน จนไม่มีใครเอื้อนเอ่ยอะไรออกมาแต่คนที่ทนไม่ได้กลับเป็ชายหนุ่มเ้าของห้องเสียเอง
ธีรพัฒน์จ้องมองหญิงสาวอยู่นานด้วยความรู้สึกที่หลากหลายแม้เธอจะนั่งทำงานอยู่กับพื้น แต่ก็ไม่เคยมีท่าทีอิดออดร้อนใจหรือเบื่อหน่ายให้เขาเห็นเลยสักนิด และไม่มีแม้แต่น้อยที่สาวเ้าจะเงยหน้าหรือหันมาสนใจเขาเลยด้วยซ้ำเธอทำเหมือนกับว่าเขาไม่มีตัวตนอยู่ในห้องนี้อย่างนั้นแหละคิดแล้วมันหงุดหงิดอย่างบอกไม่ถูก เมื่อทนไม่ได้เขาจึงลุกจากเก้าอี้แล้วเดินเข้าไปใกล้กองเอกสารที่หญิงสาวนั่งทำงานอยู่
“ฉันขอดูเอกสารของนายกรเมื่อกี้หน่อยสิ” เสียงเข้มบอกคนตรงหน้าที่กำลังหยิบจับเอกสารที่พื้นอยู่
“ค่ะ” หญิงสาวรับคำโดยไม่หันมามองต้นเสียง
เพราะเธอรู้อยู่แล้วว่าเป็ใคร เพียงแค่เธอไม่อยากมองหน้าเขาเท่านั้นเอง
“อุ๊ย!”
เพราะนั่งกับพื้นนานๆ ทำให้หญิงสาวมีอาการเหน็บชาที่เท้าจนอ่อนแรงพอลุกขึ้นจึงทำให้เซถลาและกำลังจะล้มลง แต่ชายหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างหลังเงียบๆคว้าเอวเธอไว้ได้ทัน ทำให้เธอไม่ต้องล้มลงไปนอนกับพื้นแต่กลับกลายเป็ว่าตัวเธอเข้ามาอยู่ในอ้อมกอดของเขาแทน
วงแขนแกร่งโอบรอบเอวเล็กๆ ของเธอเอาไว้เหมือนเป็สิ่งที่เขาหวงแหนใบหน้าคมหล่อเหลาห่างจากใบหน้าหวานของเธอเพียงคืบใกล้เสียจนได้กลิ่นของน้ำยาโกนหนวดจางๆ ทำให้คนที่อยู่ในอ้อมกอดรู้สึกร้อนวูบวาบพาให้หัวใจดวงน้อยเต้นเร็วผิดจังหวะไปด้วย
ดวงตาคมเข้มของชายหนุ่มมีประกายวาววับเพียงครู่ก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็อ่อนโยนที่ทอดมองคนในอ้อมกอดนิ่งนานราวต้องมนต์สะกดใบหน้าหวานละมุนอยู่ใกล้เพียงลมหายใจ พวงแก้มเนียนใสอมชมพูระเรื่อที่เขาอยากััเรียวปากอวบอิ่มที่ชวนให้เคลิบเคลิ้มหลงใหล กลิ่นหอมอ่อนๆที่ไม่ใช่กลิ่นน้ำหอมราคาแพง แต่เหมือนแป้งเด็กที่แสนนุ่มนวลน่าทะนุถนอมแบบที่เขาไม่เคยพานพบจากผู้หญิงคนไหนมาก่อน
“ขอโทษค่ะ” หญิงสาวได้สติก่อนจึงเอ่ยทำลายสถานการณ์ิ่เหม่ที่อาจทำให้เธอเผลอไผลไปกับเขาได้
“ยืนไหวหรือเปล่า” เ้าของวงแขนพูดเสียงเบาเหมือนละเมอออกมากกว่าและก็ยังกอดรัดเอวของหญิงสาวไว้มั่น
“กรี๊ด! กรี๊ดดดดด... นี่มันอะไรกันคะธีร์”
เสียงของบุคคลที่ผลักประตูเข้ามาอย่างไม่คาดคิดทำให้สองหนุ่มสาวที่คล้ายกำลังตระกองกอดกันอยู่ถึงกับสะดุ้งตื่นจากภวังค์แต่ยังไม่ทันได้ตั้งตัว หญิงสาวผู้มาใหม่ก็ตรงเข้าไปคว้าข้อมือคนตัวเล็กที่อยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มที่เธอแสนรักแล้วเหวี่ยงสะบัดออกไปเต็มแรงทั้งหมดที่เธอมีส่งผลให้คนตัวเล็กรูปร่างบอบบางปลิวไปตามแรงเหวี่ยงและกระแทกเข้ากับโต๊ะทำงานอีกชุดภายในห้องอย่างเต็มแรง
พลั่ก!...
“โอ๊ย!...” คนตัวเล็กรู้สึกเจ็บจี๊ดที่ข้อมือข้างซ้ายทันทีที่ร่างกายของเธอปลิวมากระแทกกับอะไรบางอย่าง
เนื่องจากเท้าที่ยังอ่อนแรงจากอาการเหน็บชาทำให้ไม่สามารถทรงตัวได้ดีนักจึงไม่ทันระวังว่าหญิงสาวที่เธอไม่รู้จักกำลังพุ่งตรงเข้ามาตบหน้าเธอซ้ำอีกฉาด
เพียะ!...
เสียงฝ่ามือกระทบผิวเนื้ออย่างแรงส่งผลให้ใบหน้านวลของหญิงสาวที่ไม่ทันระวังตัวสะบัดไปตามแรงตบ
“เมนี่!...” ธีรพัฒน์ใสุดขีดไม่คิดว่าเมธินีจะมาหาเขาที่นี่และยังมาทำร้ายคนของเขาขนาดนี้อีก
“นังผู้หญิงไร้ยางอาย แกเป็ใคร แกมายุ่งวุ่นวายกับธีร์ของฉันได้ยังไงห๊า”เมธินีด่ากราดหญิงสาวตรงหน้าอย่างไม่ไว้ชีวิต
เธอโมโหจนเืขึ้นหน้าเมื่อผลักประตูเข้ามาเห็นชายที่เธอรักปานดวงใจกำลังตระกองกอดกับผู้หญิงอื่นอย่างใกล้ชิด
“หยุดนะ! เมนี่! ผมบอกให้หยุดไง”
ธีรพัฒน์ตรงเข้าไปกระชากข้อมือเพื่อนสาวคนสนิทที่กำลังหมายจะตบเลขาของเขาซ้ำอีกครั้งอย่างสุดแรง
“กรี๊ดดด... ปล่อยเมนี่นะ เมนี่จะตบสั่งสอนมัน ที่มันมายุ่งกับธีร์”
คนอารมณ์ร้อนร้องลั่นพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากพันธนาการที่แข็งแกร่งของชายคนรัก
“ผมบอกให้หยุดไงเมนี่ ถ้าคุณไม่หยุด ผมจะไม่ให้คุณมาเหยียบที่นี่อีก”ธีรพัฒน์ตวาดใส่คนไร้สติอย่างเหลืออด
เพราะเห็นแก่ความเป็เพื่อนสนิทที่คบกันมานานเขาจึงไม่อยากทำอะไรรุนแรงกับเธอมากนักที่ผ่านมาก็ใช่ว่าจะไม่เคยเกิดเหตุการณ์แบบนี้เมื่อไร มันเกิดขึ้นบ่อยมาก...ไม่ว่าผู้หญิงคนไหนที่อยู่ข้างกายเขามักจะเจอฤทธิ์ของเมนี่จนต้องเผ่นหนีหายออกไปจากชีวิตของเขาทุกรายแต่ดูเหมือนครั้งนี้จะรุนแรงกว่าครั้งไหนๆ และไร้เหตุผลเกินกว่าที่เขาจะรับได้เห็นทีคราวนี้คงต้องคุยกันให้รู้เื่เพื่อย้ำสถานะให้เข้าใจไม่งั้นผู้หญิงที่เข้ามาในชีวิตของเขาต่อจากนี้ไปจะต้องเดือดร้อนแน่ๆ
ทินกรเดินมาหาธีรพัฒน์ตามที่ได้นัดกันเอาไว้แต่เมื่อมาถึงหน้าห้องกลับได้ยินเสียงโวยวายเหมือนคนทะเลาะกันเขาจึงรีบผลักประตูเข้าไปด้วยความรวดเร็ว
“เห้ย! เกิดอะไรขึ้นวะธีร์ เสียงดังไปถึงข้างนอก”
“คุณแพร!”
คนมาใหม่ร้องเรียกหญิงสาวที่ล้มลงไปกองกับพื้นด้วยความใพร้อมกับวิ่งปาดเข้าไปดูอาการของเธอที่ดูเหมือนกำลังได้รับาเ็ก่อนจะหันไปมองหน้าเพื่อนรักด้วยแววตาอาฆาต
“กร เดี๋ยวไปเจอกันที่บ้าน ฝากทางนี้ด้วย”
ธีรพัฒน์ปัดที่จะตอบคำถามว่าเกิดอะไรขึ้นแต่เลือกที่จะแยกคนไร้สติออกไปจากตรงนี้ก่อนจะดีกว่า คำว่า ‘ฝากทางนี้ด้วย’ เขาหมายถึงหญิงสาวที่ได้รับาเ็จากเหตุการณ์ที่เขาเป็ต้นเหตุและมีส่วนผิดในเื่นี้ด้วยแม้จะอยากเข้าไปช่วยเธอเพียงไรแต่ก็ต้องเก็บความรู้สึกไว้เพราะไม่อยากให้เื่ราวเลวร้ายลงไปกว่าเดิมจึงทำได้แค่เพียงปรายตามองคนตัวเล็กที่กองอยู่กับพื้น แล้วฉุดดึงคนที่กำลังขาดสติออกไปจากห้องกับเขาเท่านั้น
“คุณแพรเจ็บตรงไหนบ้างครับ” ทินกรถามออกไปด้วยความร้อนรน
“แพรเจ็บข้อมือค่ะคุณกร” หญิงสาวทำหน้าเบ้เมื่อยกมือข้างที่เจ็บขึ้นมาให้ชายหนุ่มดู
“โห! ทำไมบวมขนาดนี้ครับคุณแพร ผมว่าเรารีบไปโรงพยาบาลกันดีกว่า” คนเป็ห่วงไม่รอฟังคำตอบจากคนตัวเล็กชายหนุ่มลุกขึ้นแล้วอุ้มหญิงสาวขึ้นแนบอกแกร่งทันที
“คุณกรปล่อยแพรลงเถอะค่ะ แพรเดินไหว...เดี๋ยวใครมาเห็นเข้าคุณจะดูไม่ดีนะคะ” แพรวาพูดออกไปด้วยความเกรงใจและเป็ห่วงภาพพจน์ของชายหนุ่มที่กลัวว่าเขาจะเสื่อมเสียเพราะเธอ
“เจ็บขนาดนี้ยังจะห่วงคนอื่นอีกหรือครับ ผมไม่สนใจหรอกใครจะพูดยังไงก็ช่าง”
ทินกรสะบัดเสียงอย่างคนไม่สบอารมณ์นักพานให้คิดไปถึงเพื่อนตัวแสบที่ไม่รู้จักดูแลคู่ควงของตัวเองให้ดีปล่อยให้มาทำร้ายคนรักของเขาจนาเ็ขนาดนี้ได้อย่างไรและหากหญิงสาวในอ้อมแขนของเขายังทำงานกับธีรพัฒน์ต่อไปเธอจะต้องเจ็บตัวเพราะความหึงหวงของผู้หญิงใจร้ายคนนั้นอีกหรือเปล่าเห็นทีคราวนี้เขาคงต้องคุยกับคุณป้า เพื่อจะขอแพรวาให้มาเป็เลขาของเขาแล้วที่สำคัญถึงเวลาแล้วที่เขาควรจะบอกความในใจกับคนในอ้อมแขนสักทีว่าเขารู้สึกอย่างไรกับเธอเพื่อจะได้มีสิทธิ์ในตัวเธอและสามารถปกป้องเธอได้เขาจะไม่ยอมให้เธอต้องเจ็บตัวอีกแล้ว
เมื่อพาผู้าเ็มาถึงรถแล้ว ทินกรเปิดประตูรถฝั่งข้างๆ คนขับเพื่อนำพาร่างน้อยของหญิงสาวเข้าไปนั่งที่เบาะด้วยความระมัดระวัง
แพรวายกมือข้างที่ไม่ได้รับาเ็ขึ้นมาปัดปอยผมข้างแก้มขึ้นทัดหูเพราะรู้สึกรำคาญผมที่คลอเคลียใบหน้าส่งผลให้คนที่กำลังจะปิดประตูเหลือบไปเห็นใบหน้านวลที่เคยขาวใสตอนนี้กลับบวมช้ำเป็รอยฝ่ามือดูแล้วน่าใจหาย
“นี่หน้าไปโดนอะไรมาครับคุณแพร” ชายหนุ่มร้องลั่นด้วยความใและะเืใจยิ่งนัก ที่หญิงสาวในดวงใจถูกทำร้ายร่างกายมากกว่าที่เขาคิด
“เหตุการณ์เมื่อครู่น่ะค่ะ” หญิงสาวรีบเอามือปิดร่องรอยบวมช้ำทันที
ความรู้สึกน้อยใจแล่นพุ่งขึ้นมาที่หน่วงตาทั้งสองข้างจนร้อนผ่าวน้ำตาเอ่อคลอจวนเจียนจะล้นออกมาเสียให้ได้เมื่อชายหนุ่มตรงหน้ามีท่าทีอ่อนโยนกับเธอยิ่งนัก ผิดกับตัวต้นเหตุที่ทำแค่ปรายตามองมาเท่านั้น
“ขอผมดูหน่อยนะครับคุณแพร” เสียงอ่อนโยนบอกกับหญิงสาวแล้วค่อยๆ แกะมือสวยออกจากใบหน้าที่บอบช้ำอย่างนุ่มนวลมือแกร่งลูบไล้วนเวียนเหมือนจะช่วยบรรเทาความเ็ปให้เธอยิ่งเห็นดวงตาที่เคยเป็ประกายสดใส บัดนี้คลอหน่วงไปด้วยน้ำตาที่จวนเจียนจะไหลทำให้เขายิ่งสงสารเธอจับใจโดยไม่รู้เลยว่าพฤติกรรมของทั้งคู่กำลังถูกเพ่งมองจากคนที่เพิ่งลงมาจากห้องก่อนหน้านี้
ธีรพัฒน์ฉุดกระชากร่างอวบแต่ดูเซ็กซี่เย้ายวนของเพื่อนสาวคนสนิทลงมาถึงที่ลานจอดรถด้วยความเหนื่อยหอบ
เพราะหญิงสาวไม่ใช่ตัวเล็กๆแถมตลอดทางเ้าหล่อนทั้งดิ้น ทั้งร้องโวยวายและพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากการเกาะกุมของเขาอีกทำให้เขาต้องออกแรงมากพอตัวกว่าจะพาหญิงสาวมาถึงที่รถของเธอได้ชายหนุ่มสั่งให้เธอเปิดประตูรถแล้วจับร่างอวบของเธอยัดเข้าไปนั่งยังฝั่งคนขับส่วนเขาอ้อมไปนั่งอีกฝั่ง
“เมนี่ไม่ยอมนะคะธีร์ นังนั่นมันเป็ใคร ทำไมธีร์ต้องไปกอดมันด้วย” เมธินีกำมือแน่น ปล่อยความอัดอั้นออกมาเป็ชุด
“มันไม่มีอะไรเลยเมนี่ ผมกับเขาเราไม่ได้กอดกัน มันเป็อุบัติเหตุ” ธีรพัฒน์พยายามอธิบายอย่างใจเย็น
“ฮึ! อุบัติเหตุเหรอ ถ้าเมนี่ไม่เข้ามาขัดซะก่อน คงจะเลยเถิดไปถึงไหนๆกันแล้วสิ” คนโมโหใส่อารมณ์ไม่ลดละ
“คุณแพรวาเธอเป็เลขาผมเราไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่าที่คุณเห็นทั้งนั้นแหละ” น้ำเสียงเข้มบอกออกไปหมายจะช่วยคลี่คลายความขุ่นมัวให้หญิงสาวตรงหน้า
“งั้นธีร์ก็ไล่มันออกสิคะ ตำแหน่งเลขาของคุณ... ต้องเป็เมนี่คนเดียวเท่านั้น”คนขาดสติเริ่มเอาแต่ใจ
“ผมทำอย่างนั้นไม่ได้หรอก เธอเป็คนของคุณแม่ พอผมมารับตำแหน่งแทนเธอเลยต้องมาเป็เลขาของผมด้วย”
ธีรพัฒน์พยายามอธิบายให้หญิงสาวตรงหน้าเข้าใจและเขาก็จะไม่มีวันทำอย่างที่เมธินีแนะนำเด็ดขาด จะเพราะอะไรเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
“แล้วเมนี่ล่ะคะ ธีร์จะให้เมนี่ไปอยู่ที่ไหนในเมื่อเมนี่เป็เลขาของธีร์ั้แ่ตอนอยู่ที่โน่นแล้วนะคะ”
“คุณก็กลับไปช่วยธุรกิจของพ่อคุณสิ อยู่ที่นี่คุณไม่ต้องช่วยงานผมแล้วก็ได้”ชายหนุ่มชี้ทางออกตามความเป็จริงให้แก่เธอ
“ไม่! เมนี่ไม่ยอม ยังไงเมนี่ต้องเป็เลขาของธีร์คนเดียวและต้องทำงานกับธีร์ที่นี่ด้วย”
“งั้นคุณก็เลือกเอาแล้วกัน ระหว่างจะมาเป็ขี้ข้าคอยรับใช้ผมหรือจะเป็คนสนิทที่ผมควงไปไหนต่อไหนด้วย”
ธีรพัฒน์ยื่นข้อเสนอให้หญิงสาวตรงหน้า เพื่อให้เธอเลิกหวังกับตำแหน่งเลขาของเขาเสียทีซึ่งแน่นอนว่าหล่อนต้องเลือกอย่างหลังแต่ชายหนุ่มหารู้ไม่ว่าสิ่งที่ให้เธอเลือกนั้นเหมือนเป็การฆ่าตัวตายชัดๆ
“แหม๋... ธีร์ละก็ ไม่อยากให้เมนี่เหนื่อยก็ไม่บอกตรงๆงั้นเมนี่ไม่เป็เลขาให้ธีร์แล้วก็ได้ค่ะ แต่ธีร์ต้องให้เมนี่มาหาบ่อยๆ นะคะน๊า...” จากแม่เสือสาว กลายเป็แมวน้อยขี้อ้อนไปในทันที
“ก็ตามใจ แต่ขออย่าให้เกิดเื่แบบวันนี้อีกเพราะยังไงที่นี่ก็คือที่ทำงานไม่เหมาะที่คุณจะมาโวยวายหรือทำร้ายร่างกายใครแบบนี้อีก”
ธีรพัฒน์บอกเสียงจริงจัง ระหว่างที่กำลังเคลียร์กับคนขาดสติอยู่นั้นพลันสายตาคมก็เหลือบไปเห็นเพื่อนรักของเขาอุ้มหญิงสาวร่างบอบบางแนบอกแกร่งเข้าไปในรถด้วยความอ่อนโยนพร้อมทั้งเห็นกิริยาที่ทินกรกำลังใช้มือของตัวเองลูบไล้ที่แก้มนวลของหญิงสาวอย่างทะนุถนอมแสนห่วงใยนั่นด้วยซึ่งการกระทำของคนทั้งคู่ทำให้หัวใจดวงแกร่งของชายหนุ่มที่นั่งดูอยู่สั่นไหวรู้สึกโหวงๆ ห่อเหี่ยวภายในจิตใจขึ้นมาอย่างประหลาด
********************
“เอ๊ะ! ธีร์คะ นั่นใช่คุณกรกับผู้หญิงคนนั้นหรือเปล่าคะ” เมธินีมองตามสายตาของชายหนุ่มตรงหน้าไปจนพบกับผู้ชายคุ้นหน้าที่เธอพอจะรู้มาบ้างว่าเป็ทั้งเพื่อนรักและญาติสนิทของธีรพัฒน์
“ใช่ครับ กรเขาเป็ทนายความประจำบริษัทของเรา และก็เป็ผู้จัดการด้วย”ธีรพัฒน์ตอบโดยไม่หันไปมองภาพบาดตาตรงหน้าอีก
“อ้าว แบบนี้คุณกรกับเลขาของคุณก็เป็...” เมธินีจงใจเว้นช่องว่างของคำพูดไว้เพื่อที่จะรอคำตอบจากปากของคนที่เธอรักซึ่งดูเหมือนจะเป็ข่าวดีสำหรับเธอ
“ก็อย่างที่เห็นนั่นแหละ” น้ำเสียงของเขาแลดูหมางเมินอย่างไม่สบอารมณ์นัก
ธีรพัฒน์เลือกที่จะไม่ตอบคำถามปล่อยให้หญิงสาวอารมณ์ร้อนเข้าใจไปเองอย่างที่เธอเห็นนั่นแหละอย่างน้อยก็เป็การดีต่อความปลอดภัยของแพรวา
“ตายแล้ว! ทำไมธีร์ไม่บอกเมนี่ก่อนล่ะคะว่าผู้หญิงคนนั้นเป็แฟนคุณกรน่ะค่ะ ดูสิ... คุณกรต้องโกรธเมนี่มากแน่ๆ เลยที่ไปทำแฟนเขาแบบนั้นน่ะ” หญิงสาวตัวต้นเหตุโอดครวญเรียกร้องความสนใจจากชายหนุ่มข้างกายทันที
“ถ้าฆ่าผมได้มันคงทำไปแล้วหละ” ธีรพัฒน์เปรยออกมาลอยๆเขาพอจะมองออกว่าทินกรโกรธเคืองเขามากแค่ไหนเพราะดูจากสายตาที่เพื่อนรักส่งให้เขาแล้วบอกได้เลยว่าถ้าทินกรมีปืนอยู่ในมือละก็เขาคงไม่รอดแน่
“งั้นเมนี่ฝากขอโทษเขาสองคนด้วยนะคะ เมนี่ผิดเองที่ไม่ถามไถ่อะไรก่อนและนั่น... ไม่รู้คุณแพรวาเจ็บมากหรือเปล่าถึงได้โอบอุ้มกันมาขนาดนั้นน่ะ” คนใจร้ายทำท่าสำนึกผิด
“เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณกลับไปก่อนเถอะ” ธีรพัฒน์บอกหญิงสาวพร้อมกับหันไปเปิดประตูรถแล้วก้าวลงมา ก่อนจะเดินออกไปจากตรงนั้นทันทีโดยไม่สนใจคนขาดสติที่พยายามร้องเรียกเขาจากด้านหลัง
เมื่อเห็นชายหนุ่มรีบร้อนลงไปจากรถ คนถูกขัดใจได้แต่ทำเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอด้วยความโมโหที่ชายคนรักไม่สนใจเสียงเรียกร้องของเธอแค่เพียงไม่นานก็เปลี่ยนเป็ยิ้มกว้างด้วยความดีใจที่อย่างน้อยเธอก็รู้ว่ายังไม่มีใครแทนที่ตำแหน่งของเธอได้ตอนนี้เธอยังคงเป็ที่หนึ่งสำหรับเขาและยังเป็คนเดียวที่ชายหนุ่มแคร์มากกว่าผู้หญิงคนไหนๆ คิดได้ดังนั้นหญิงสาวร่างอวบอัดที่แฝงไปด้วยความเซ็กซี่ร้อนแรงก็เคลื่อนรถสปอร์ตคันสวยของตัวเองออกไปทันทีด้วยรอยยิ้มที่เปี่ยมสุขเต็มใบหน้า
ธีรพัฒน์กลับขึ้นมาบนห้องทำงานอีกครั้งด้วยความรู้สึกที่หลากหลายทั้งสับสน เป็ห่วง รู้สึกผิด และหวั่นใจอย่างประหลาด
เมื่อคิดว่าเื่นี้ต้องถึงหูแม่ของเขาแน่ๆและแน่นอนว่าผู้เป็มารดาจะต้องไม่ให้แพรวาทำงานกับเขาอีกต่อไปแค่คิดว่าจะไม่ได้เห็นหน้าหญิงสาวที่แสนเกลียดชังคนนั้น แทนที่เขาจะดีใจแต่กลับรู้สึกห่อเหี่ยว ใจหาย หัวใจโหวงๆ เหมือนกับขาดอะไรไปสักอย่างซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจตัวเองเหมือนกัน
ธีรพัฒน์เดินไปหยุดยืนตรงบริเวณที่หญิงสาวล้มลงกองกับพื้นภาพเหตุการณ์ที่เพิ่งผ่านไปค่อยๆ หลั่งไหลเข้ามาในความคิดของเขาหญิงสาวตัวเล็กร่างบอบบางไร้เรี่ยวแรงถูกกระทำอย่างไม่ทันได้รู้เนื้อรู้ตัวเป็ภาพที่เขาเองก็ใและสำนึกผิดไม่น้อย แต่สิ่งที่ทำให้เขาเสียใจมากไปกว่านั้นก็คือเขาไม่สามารถเข้าไปช่วยเธอได้ทันและยิ่งเ็ปเมื่อเห็นดวงตาคู่สวยของหญิงสาวคลอหน่วงไปด้วยน้ำตาที่จวนเจียนจะไหลเขาจำได้ดีถึงแววตาตัดพ้อ ผิดหวัง และน้อยใจ ที่เธอส่งมาให้เขาซึ่งมันทำให้เขารู้สึกผิดจนถึงตอนนี้
ชายหนุ่มตกอยู่ในภวังค์ความคิดของตัวเองเพียงครู่ก่อนจะรู้สึกตัวด้วยเสียงเรียกเข้าจากโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กในกระเป๋ากางเกง
‘ครับคุณแม่’ ธีรพัฒน์ขานรับด้วยน้ำเสียงเหนื่อยอ่อนเหมือนเด็กทำผิดแล้วถูกจับได้
[แม่้าคำอธิบายในเื่นี้ และความยุติธรรมสำหรับหนูแพรด้วย]คุณหญิงเพ็ญพักตร์เอ็ดลูกชายหัวแก้วหัวแหวนเสียงดังลั่น
‘ครับ ผมกำลังจะกลับบ้านเดี๋ยวนี้แหละครับ’
ชายหนุ่มถอนหายใจหนักด้วยความกังวลเมื่อคิดว่าคราวนี้แม่ของเขาต้องไม่ให้หญิงสาวทำงานกับเขาต่อไปแน่เพราะดูจากน้ำเสียงแล้วท่านคงโกรธมาก
[ดี งั้นก็รีบมาเร็วๆ เลย อ่อ...อย่าลืมหยิบเอกสารของตากรที่จะให้แม่เซ็นมาด้วยล่ะ... งานเขาด่วน] คุณหญิงเพ็ญพักตร์สั่งงานเสร็จสรรพ ยิ่งนึกก็ยิ่งโมโหพ่อลูกชายตัวดีไปทำงานแค่สองวันก็ก่อเื่ซะแล้ว
‘ครับ’ ชายหนุ่มรับคำมารดา แล้วกดวางสายไปแสดงว่าทินกรคงโทรไปรายงานแม่เขาเรียบร้อยแล้วสินะ ไม่งั้นแม่เขาคงไม่โกรธขนาดนี้ที่สำคัญรู้ด้วยว่ามีเอกสารด่วนต้องเซ็น
ธีรพัฒน์เดินไปที่โต๊ะทำงานชั่วคราวของคนเป็เลขาที่อยู่ภายในห้องของเขาและมองหาเอกสารสำคัญที่หญิงสาวกำลังจะลุกมาหยิบให้เขาแต่ก็ไม่ทันได้หยิบดันเกิดเื่ราวต่างๆ มากมายเสียก่อนรวมถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เขาหัวใจเต้นแรงผิดจังหวะอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อนนั่นด้วย
กลิ่นกายหอมกรุ่นของหญิงสาวในอ้อมกอดยังติดจมูกตราตรึงอยู่ภายในใจของเขาไม่จางหายััที่โอบกอดนั้นให้ความรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาอย่างประหลาดซึ่งเขาเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงรู้สึกเช่นนั้น
หลังจากได้เอกสารที่้าแล้วชายหนุ่มกำลังจะหมุนตัวเดินออกไปจากตรงนี้เท้าแกร่งรู้สึกเหมือนเหยียบเข้ากับอะไรบางอย่างทำให้ต้องก้มลงไปมองจึงพบว่าเป็นาฬิกาข้อมือเรือนสวยที่หน้าปัดนาฬิกาแตกยับเยินใช้การไม่ได้ธีรพัฒน์มั่นใจว่าต้องเป็ของแพรวาอย่างแน่นอนเพราะบริเวณนี้เป็ที่เดียวกับตอนที่หญิงสาวล้มลงไปกองกับพื้นชายหนุ่มหยิบนาฬิกาที่มีสภาพไม่ต่างอะไรจากขยะขึ้นมาดูแล้วคิดอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ ก่อนจะเกิดเป็รอยยิ้มบางๆผุดขึ้นบนใบหน้าหล่อเหลาของเขา มือหนาเก็บนาฬิกาที่แตกยับนั้นเข้ากระเป๋าเสื้อแล้วเดินออกไปจากห้องเพื่อตรงกลับบ้านทันที
ณ โรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง ทินกรประคองแพรวาเข้ามายังบริเวณผู้ป่วยนอกเพื่อติดต่อทำบัตรแล้วรอเข้ารับการตรวจรักษาตามขั้นตอนซึ่งเป็ความ้าของหญิงสาวเอง ที่ไม่อยากใช้สิทธิพิเศษอะไรเหนือผู้ป่วยคนอื่นๆ
ทินกรกำลังมองหาที่นั่งให้กับหญิงสาวเพื่อเขาจะได้ไปจัดการติดต่อทำบัตรผู้ป่วยให้เรียบร้อยระหว่างที่เดินอยู่นั้นคุณหมอวิทยาที่เพิ่งกลับเข้ามาจากการรับประทานอาหารกลางวันจึงมาพบเข้าพอดี
“อ้าว น้องแพรเป็อะไรครับ” คุณหมอรูปร่างหล่อเหล่าดูภูมิฐานตรงดิ่งเข้ามาหาหญิงสาวในดวงใจทันทีที่เห็นเธอนั่งอยู่
เมื่อเดินเข้ามาใกล้จึงพบว่าข้างกายเธอมีชายหนุ่มหน้าตาดีกำลังประคับประคองอย่างห่วงใยไม่ห่างแม้จะทำให้รู้สึกเจ็บจี๊ดขึ้นมาภายในจิตใจกับภาพที่เห็น แต่ก็ไม่เท่ากับความเป็ห่วงในตัวหญิงสาวตอนนี้
“สวัสดีค่ะ พี่วิท” หญิงสาวกล่าวทักทายพี่ชายของเพื่อนซึ่งเป็แพทย์ประจำอยู่ที่โรงพยาบาลแห่งนี้
เมื่อเห็นหมอวิทยามองทินกรเหมือน้าจะถามว่าเธอมากับใครหญิงสาวจึงกล่าวแนะนำ
“เอ่อ... พี่วิทคะ นี่คุณทินกร เป็ผู้จัดการของบริษัทที่แพรทำงานอยู่ค่ะคุณกรคะ นี่คุณหมอวิทยาเป็พี่ชายของเพื่อนแพรค่ะ” จบคำแนะนำของหญิงสาวสองหนุ่มสบสายตากันเพียงครู่ก่อนที่หมอหนุ่มจะเป็ฝ่ายยื่นมือออกไปทักทายกับผู้ชายตรงหน้าที่มากับหญิงสาว
“สวัสดีครับ ยินดีที่ได้รู้จัก” หมอวิทยากล่าวทักทายเป็มารยาท
“ครับ เช่นกัน” ทินกรตอบรับอย่างไม่เต็มใจนักเพราะมองจากสายตาที่หมอหนุ่มคนนี้ใช้มองหญิงสาวเหมือนกับแววตาของคนที่หลงรักเธอมากกว่าจะเป็เพื่อนของน้องสาวซึ่งนั่นก็หมายความว่า...ผู้ชายคนนี้คือศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งของเขาที่เพิ่งปรากฏตัวอย่างนั้นหรือ
“แล้วข้อมือน้องแพรไปโดนอะไรมา... ทำไมถึงบวมช้ำขนาดนี้ครับ” หมอวิทยาเอ่ยถามขณะมองหน้าชายหนุ่มอีกคนที่ยืนไม่ห่างกายหญิงสาวด้วยสัญชาตญาณของความเป็หมอที่มักจะสำรวจร่างกายของผู้ป่วยด้วยความรวดเร็วเสมอ
“อุบัติเหตุน่ะค่ะ แพรเดินไม่ระวังก็เลยสะดุดขาตัวเองล้ม” หญิงสาวโป้ปดคำโต เพราะไม่อยากจะเอ่ยถึงเื่ราวมากมายซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน
“งั้น เดี๋ยวไปที่ห้องตรวจของพี่ดีกว่า... ตอนนี้พี่อยู่ระหว่างพัก...ยังไม่มีคนไข้”
“ขอบคุณค่ะ” แพรวากล่าวขอบคุณพร้อมกับขยับตัวเตรียมจะลุกขึ้น
หมอวิทยารีบตรงเข้าไปหมายจะประคองหญิงสาวแต่ถูกชายหนุ่มที่ใกล้กว่าชิงตัดหน้าก่อน ทั้งสองหนุ่มประสานสายตากันเพียงแวบเดียวคนเป็หมอจึงถอยออกมาเป็มารยาทแล้วผายมือเชิญทั้งคู่ให้เดินไปทางห้องตรวจของเขา
“เชิญทางนี้ครับ”
เมื่อมาถึงหน้าห้องทำงานประจำของตัวเองหมอวิทยาทำท่าเหมือนจะให้หญิงสาวเข้าไปกับเขาเพียงสองคนเท่านั้น
เนื่องจากห้องตรวจเป็ห้องที่้าความเป็ส่วนตัวระหว่างหมอกับคนไข้ทินกรเข้าใจความหมายที่อีกฝ่าย้าจะสื่อ เขาจึงเอ่ยบอกความ้าของตัวเอง
“ผมเป็คนสนิทของคุณแพรและผมคิดว่าอาการป่วยของเธอก็ไม่มีอะไรที่เป็ความลับกับผม” ทินกรพูดอย่างไม่สบอารมณ์นักที่หมอหนุ่มกำลังจะพาหญิงสาวในดวงใจของเขาเข้าไปในห้องเพียงลำพัง
“แต่ผมจำเป็ต้องถามความยินยอมของคนไข้ก่อน” หมอวิทยาตอบอย่างมีชั้นเชิงส่งผลให้คนฟังหันไปมองหน้าหญิงสาวในอ้อมแขนทันทีด้วยแววตาอ้อนวอนแฝงด้วยความห่วงใยที่ไม่อยากให้เธอห่างกาย
“เอ่อ... ไม่เป็ไรค่ะคุณกร แพรเข้าไปคนเดียวดีกว่าค่ะ” ยังไงเธอก็ยังรู้สึกเกรงใจชายหนุ่มตรงหน้ามากกว่าพี่ชายของเพื่อนรักอยู่ดี
คำพูดของหญิงสาวทำให้คนเป็หมอยิ้มกว้างรู้สึกใจชื้นขึ้นมาทันทีที่รู้ว่าอย่างน้อยผู้ชายที่มากับเธอก็ไม่ใช่คนสำคัญ
“อย่างนั้นก็ได้ครับ ผมจะรออยู่ตรงนี้จนกว่าคุณแพรจะออกมา” แม้จะผิดหวังไปบ้าง แต่เขาก็เลือกที่จะไม่ขัดใจเธอ
“งั้น เชิญครับน้องแพร”
หมอวิทยาตัดบทชิงตัวหญิงสาวที่เขาหมายปองออกจากอ้อมแขนของชายหนุ่มอีกคนอย่างถือวิสาสะแล้วพาเธอเข้าไปในห้องเพื่อตรวจอาการาเ็ที่ดูเหมือนจะหนักหนาเอาการโดยปล่อยให้ชายหนุ่มที่มากับเธอนั่งหน้าบึ้งทำเสียงฮึดฮัดขัดใจอยู่หน้าห้อง
ทินกรนั่งรอเพียงครู่เมื่อคิดอะไรขึ้นได้จึงล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าหยิบโทรศัพท์เครื่องเล็กออกมาเพื่อโทรหาคนสำคัญที่จะเป็ผู้ให้ความยุติธรรมในเื่นี้ทันที
********************
“นั่งตรงนี้ก่อนครับน้องแพร พี่ขอดูแขนหน่อย”
คุณหมอใจดีบอกหญิงสาวเสียงนุ่มขณะพาเธอมานั่งบนเตียงคนไข้เพื่อตรวจดูอาการหมอวิทยาจับแขนข้างซ้ายของหญิงสาวที่บวมช้ำขึ้นมาสำรวจดู
“โอ๊ย! แพรเจ็บค่ะพี่วิท” หญิงสาวร้องครวญทันทีที่หมอหนุ่มจับแขนข้างที่เจ็บ
“พี่ว่า... เอกซเรย์ดูหน่อยดีกว่า... สงสัยกระดูกจะร้าว” พูดจบก็ประคองหญิงสาวให้ลุกขึ้นเพื่อไปยังห้องเอกซเรย์ที่อยู่ติดกันด้วยประตูทางลัดหลังห้องตรวจไม่นานก็พาหญิงสาวกลับมาเพื่อพิจารณาการรักษา
“น้องแพรมีกระดูกร้าวที่ข้อมือ และก็มีอาการอักเสบของเส้นเอ็นพี่จะเข้าเฝือกชนิดอ่อนให้นะครับ แล้วหลังจากนี้น้องแพรต้องระมัดระวังอย่าใช้งานแขนข้างที่เจ็บอยู่เป็อันขาด เพราะจะทำให้กระดูกที่ร้าวนั้นหักได้ง่าย”หมอหนุ่มบอกคนไข้ในดวงใจด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
“ค่ะ แพรจะระวัง”
“เขาเป็เ้านายน้องแพรเหรอครับ” หมอวิทยาชวนคนไข้แสนสวยของเขาพูดคุยเพื่อลดความกังวลและเขาเองก็อยากรู้ความใกล้ชิดของหญิงสาวที่เขาหมายปองกับชายหนุ่มที่พาเธอมาด้วย
“ไม่ใช่ค่ะ ตอนที่แพรได้รับาเ็ คุณกรเข้ามาพบพอดี” หญิงสาวก้มหน้าตอบเสียงเบา เพราะไม่อยากจะคิดถึงเหตุการณ์ที่ทำให้เธอต้องเจ็บตัวแบบนี้
เมื่อได้ยินคำตอบจากปากหญิงสาว ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้นมาบ้างที่อย่างน้อยหญิงสาวในดวงใจของเขาก็ยังไม่ได้ให้ความสนิทสนมเป็พิเศษกับผู้ชายคนไหนเพราะไม่ว่าใครที่ได้อยู่ใกล้กับเธอจะต้องหลงรักทุกคน เขาเองก็เป็คนหนึ่งที่รักเธอและไม่แน่ว่าผู้ชายที่อยู่หน้าห้องก็คิดกับเธอเช่นเดียวกับเขานี่เขาจะมีศัตรูหัวใจแล้วหรือนี่ แค่คิดหมอหนุ่มก็รู้สึกท้อแท้หดหู่ใจขึ้นมา
“เสร็จแล้วครับ น้องแพรยังเจ็บตรงไหนอีกหรือเปล่า” หลังจากคุณหมอใส่เฝือกที่แขนให้หญิงสาวเป็ที่เรียบร้อยแล้วก็หันมาสำรวจร่างกายส่วนอื่นๆ ของเธอแต่ก็ต้องใเมื่อสังเกตเห็นรอยแดงเป็ปื้นคล้ายนิ้วมือบนใบหน้านวลของหญิงสาวที่เผลอเปิดผมขึ้นทัดหู
“เอ๊ะ!? นั่นแก้มไปโดนอะไรมาครับน้องแพร ขอพี่ดูหน่อย”มือหนาจับที่ใบหน้านวลอย่างแ่เบารอยแบบนี้จะเป็อื่นไปไม่ได้นอกจากรอยตบจากฝ่ามือแต่ใครกันที่ทำร้ายผู้หญิงในดวงใจของเขาจะว่าหญิงสาวเป็ฝ่ายไปหาเื่ใครก่อนคงไม่มีทาง
“อะ เอ่อ เอ่อ...” แพรวาอ้ำอึ้งเพราะไม่รู้จะอธิบายยังไงก็ในเมื่อเธอเองยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าผู้หญิงที่เข้ามาทำร้ายเธอนั้นเป็ใคร จู่ๆก็เข้ามากระชากเธอจนหงายหลังและยังตามมาตบหน้าเธอซ้ำอีก แต่ที่แน่ๆผู้หญิงคนนั้นจะต้องมีความสัมพันธ์กับเ้านายคนใหม่ของเธอแน่นอนแค่คิดก็ทำให้หัวใจดวงน้อยสั่นไหว รู้สึกเศร้าใจขึ้นมาเสียอย่างนั้น
“ไม่เป็ไรครับ ถ้าน้องแพรไม่สบายใจ ก็ยังไม่ต้องบอกพี่ก็ได้” ชายหนุ่มเห็นหญิงสาวตรงหน้ามีอาการอึกอัก จึงไม่อยากบังคับคิดว่าคงเป็เื่ส่วนตัวของเธอที่ไม่อยากเขารู้แต่แม่น้องสาวตัวแสบของเขาจะต้องรู้แน่ๆ
“ขอบคุณค่ะ” หญิงสาวก้มหน้าเสียงสั่นเครือเพราะพยายามสกัดกั้นความน้อยใจที่มันจุกแน่นขึ้นมาจนพูดอะไรไม่ออก
“ไปครับ เดี๋ยวพี่จะพาไปรับยา”
คนเป็หมอช่วยประคองหญิงสาวให้ลงจากเตียงคนไข้อย่างระมัดระวังเมื่อผลักประตูออกมาก็พบว่าชายหนุ่มคนเดิมยังนั่งรออยู่ด้วยความกังวลและเป็ห่วงหญิงสาวอย่างเห็นได้ชัด
“คุณแพรเป็ยังไงบ้างครับ” ชายหนุ่มผู้เฝ้ารอรีบเข้าไปถามด้วยความห่วงใย
“น้องแพรกระดูกที่ข้อมือร้าว คงต้องใส่เฝือกแบบนี้ประมาณ 6 สัปดาห์น่ะครับ”
“ขอบคุณนะครับคุณหมอ งั้นต่อจากนี้เป็หน้าที่ของผมเองที่จะดูแลเธอเชิญคุณหมอไปทำหน้าที่ของคุณเถอะครับ เดี๋ยวคนไข้จะรอนาน”
แม้จะรู้ว่าเป็การเสียมารยาทแต่ทินกรก็เลือกที่จะทำเพื่อขับไล่ศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งให้พ้นทางรักของเขา
“เดี๋ยวน้องแพรไปรับยาตามนี้แล้วกลับได้เลยนะครับส่วนค่ารักษาพี่จัดการให้เรียบร้อยแล้ว”
หมอวิทยาเลือกที่จะไม่สนใจชายหนุ่มอีกคนแต่หันไปส่งเอกสารที่เขาจดชื่อตัวยาไว้ให้หญิงสาวพร้อมทั้งชี้แจงเื่ค่ารักษาพยาบาลเสร็จสรรพ
“ค่ารักษาพยาบาลผมคงไม่ต้องรบกวนคุณหมอหรอกนะครับ แค่นี้ผมจัดการเองได้”ทินกรบอกอีกฝ่ายด้วยน้ำเสียงที่ไม่สบอารมณ์นัก
“ไม่ได้เป็การรบกวนหรอกครับ... ผมเต็มใจและอีกอย่างสำหรับน้องแพรแล้วมันเป็หน้าที่ของผม” หมอหนุ่มตอบกลับอย่างผู้มีชัยเพราะอย่างน้อยหญิงสาวตรงหน้าก็ให้สิทธิ์ความเป็พี่ชายกับเขา
“เอ่อ... คุณกรคะ เรารีบไปกันดีกว่าค่ะ แพรต้องกลับไปทำงานต่อด้วย” คนป่วยรีบขัดขึ้นมาก่อน เมื่อเห็นว่าสองหนุ่มท่าทางจะไม่ยอมลงให้กันง่ายๆแน่
“ครับ ไปครับคุณแพร”
“ขอบคุณนะคะพี่วิท แพรต้องขอตัวก่อน”
“ครับ... แล้วอย่าลืมมาให้พี่ตรวจทุกๆ สัปดาห์นะครับแล้วก็อย่าใช้งานแขนข้างที่เจ็บด้วย เย็นนี้พี่จะให้ยัยมลไปเยี่ยม” หมอวิทยาบอกอีกครั้งด้วยความเป็ห่วง
“ค่ะ พี่วิท”
“ยังไงผมต้องขอบคุณนะครับคุณหมอ”
ทินกรยื่นมือออกไปัักับมือหมอหนุ่มที่เขาให้ฉายาว่าศัตรูหัวใจหมายเลขหนึ่งของเขา
“ครับยินดี มันเป็หน้าที่ของผมอยู่แล้วครับ”
คุณหมอตอบรับอย่างสุภาพ แล้วยืนมองสองหนุ่มสาวที่ประคับประคองกันไปจนลับตาแม้หญิงสาวที่แอบรักจะให้เขาเป็แค่พี่ชายที่แสนดีของเธอก็ตามอย่างน้อยขอแค่ได้อยู่ใกล้ชิด และทำให้เธอมีความสุขกับคนที่เธอรักเขาก็พอใจแล้วแพรวา สาวน้อยในดวงใจของพี่
.........................................
ขอบคุณที่ติดตามค่ะ
^_^
***นิยายมีทั้งหมด 28 ตอน***
สนใจนิยายเล่มนี้ในรูปแบบ E-Book สามารถดูเพิ่มเติมได้ที่
mebmarket ...และ... ookbee
หรือ้าลิ้งค์ซื้อ E-Book สามารถติดต่อผู้แต่งได้โดยตรงทาง
E-mail : oilza24@hotmail.com
ไลน์ : oilza_writer
(ในเว็บไม่สามารถวางลิ้งค์ได้ค่ะ)
