-ต้นกล้า ยอดที่ 7-
วันนี้ต้นกล้าถูกทิ้งให้อยู่บ้านกับใบช้าวสองคนเนื่องจากพันสรกับเพรีเข้าไปลงปาล์มในสวนั้แ่เช้า
การลงปาล์ม เป็การนำต้นปาล์มต้นเล็ก ๆลงหลุมแล้วฝัง บำรุงด้วยปุ๋ย แต่ต้องรอเวลาถึง 4ปีกว่าจะสามารถเก็บเกี่ยวผลผลิตได้ นี่ถือเป็ความรู้ใหม่ของต้นกล้าอีกเช่นกัน
แต่นั่นไม่ใช่ประเด็น ก่อนหน้านี้ต้นกล้าขอตามพ่อกับแม่เข้าไปในสวนด้วย เขาอยากเรียนรู้วิถีชีวิตชาวบ้านให้มากขึ้นถึงแม้จะไม่ชิน แต่ก็ต้องปรับตัวอยู่กับที่นี่อยู่ดี
“พี่เบื่อจังเลยข้าว” ต้นกล้าบ่นกับน้องชายอย่างหมดอาลัยตายอยากเวลาว่างแบบนี้เขาอยากจะจับโทรศัพท์ขึ้นมาเล่นโซเชียลอัพเดตชีวิตตัวเอง และคนอื่นแต่ครอบครัวในปัจจุบันของเขามีเพียงโทรศัพท์เครื่องเดียวไว้โทรเข้าโทรออก
ใบข้าวใช้นิ้วเล็กจิ้มแก้มป่องของพี่ชายเชิงหยอกล้อ แต่พอเห็นหน้าน้องแล้วกลับทำให้ต้นกล้านึกถึงสมัยที่ตัวเองยังเป็เด็ก ตอนนั้นเขาใช้ชีวิตอย่างสุขสบายมีของเล่นมากมาย มีแม่นมดูแล กลับกันเด็กตรงหน้าของเขาตอนนี้ของเล่นก็ไม่มีเลยแม้แต่ชิ้นเดียว แถมยังต้องนอนบนพื้นและที่นอนแข็ง ๆ
พอคิดอย่างนั้น ความเอ็นดูถูกเปลี่ยนเป็ความสงสารต้นกล้าลูบหัวน้องชายอย่างเบามือ เขาอยากให้เด็กคนนี้มีกิจกรรมอื่นทำบ้างนอกจากนอนและนั่งเป็แคร่ไปแต่ละวัน
“ไปเก็บหอย รอแม่ทำอาหารกินกัน”คนพี่ลุกขึ้น ใช้ผ้าขาวม้าของพ่อมัดน้องติดกับหลังตัวเอง เมื่อทดลองว่ามันแข็งแรงเขาก็แบกเ้าร่างน้อยเดินดุ่ม ๆ เข้าไปในห้วยหลังบ้าน
ที่ลำห้วยเล็ก ๆ มีน้ำใสไหลผ่านอย่างไม่ขาดสาย เขาเห็นกุ้ง หอย ปูปลาแหวกว่ายสลับไปมา แต่เป้าหมายของเขาคือหอยขมตัวสีดำที่ดูแล้วมีจำนวนไม่น้อยเลยถ้าเก็บได้หมดคงอิ่มไปอีกหลายมื้อ
“เกาะแน่น ๆ นะหนู” ต้นกล้าหย่อนเท้าลงไปในน้ำที่มีความสูงเกือบถึงเอวพอรู้ว่าไม่เห็นอันตรายเขาจึงลงไปทั้งตัว ใบข้าวที่โดนแบกอยู่ข้างหลังหัวเราะชอบใจใหญ่ แต่ทุกอย่างมันไม่ง่ายเหมือนที่คิดพอเดินไปตามลำห้วยเรื่อย ๆ ก็เริ่มเจอดินโคลน ต้นกล้ารีบปีนขึ้นบนพื้นดินกลัวจะโดนโคลนดูด
“ลงอีก ลงอีก” คนน้องร้องท้วงท่าทางใบข้าวดูสนุก และตื่นเต้นเป็อย่างมาก เสียงเล็กร้องเจื้อยแจ้วออกมาไม่หยุดถึงอยากตามใจน้อง แต่ต้นกล้าเลือกที่จะไม่เสี่ยงเขาวางตะกล้าใส่หอยลงริมน้ำก่อนจะทดสอบพร์ของตัวเอง
“น้อนหอยจ๋า เข้ามาในตะกร้าหน่อยนะฮะ” เสียงเล็กพูดพรางลุ้นไปด้วยไม่นานหอยขมที่จมอยู่น้ำก็พากันไต่ขึ้นมาจากน้ำเข้าไปในตะกร้าที่ต้นกล้าวางไว้จนเต็ม
ว้าว
ต้นกล้าตาลุกวาว แม้แต่หอยก็ยังฟังสิ่งที่เขาพูด
ใบข้าวก็ร้องดีใจเด็กน้อยยังไม่รู้ว่าสิ่งที่เกิดขึ้นเป็เื่มหัศจรรย์มากขนาดไหน
กลับมาที่บ้าน ต้นกล้านั่งล้างหอยจากน้ำในโอ่งข้างบ้านโดยมีใบข้าวยืนเกาะขาเขาให้กำลังใจอยู่ คนน้องยืนได้แล้วแต่ยังต้องมีที่ให้จับ
ได้มาหลายตัวเลยน่าจะกินได้ถึงพรุ่งนี้เช้า เอาไปแช่น้ำไว้ก่อนดีกว่า
โครม ! ปึก !
“โอ้ย”
จังหวะที่ต้นกล้ากำลังจะลุกมีแรงกระชากจากด้านหลังดึงให้ร่างเล็กเซล้มจนตัวกระแทกกับโอ่งัใบข้าวซึ่งไร้ที่เกาะก็เซล้มลงไปเช่นกัน
คนพี่รีบตั้งสติยันตัวเองขึ้นแล้ววิ่งพยุงน้องเืสีแดงสดไหลจากเข่าเล็กเป็ทาง
“พ่อมึงอยู่ไหน” เสียงชายปริศนา
เด็กทั้งสองหันไปมองเ้าของเสียงเข้มน่ากลัวก่อนที่ต้นกล้าจะรีบยกน้องขึ้นอุ้มเพราะรู้สึกไม่ปลอดภัยคนตรงหน้าเขาคือผู้ชายผิวเข้ม หนวดเครารุงรังดูไม่เป็มิตร
“ทำไมหรอฮะ”
“กูมาเก็บดอกไปตามพ่อมึงมา”
“ถ้าหมายถึงเงิน พวกหนูไม่มีหรอกฮะ”
พอผู้ชายคนนั้นได้ยินคำตอบของต้นกล้าก็ทำหน้าไม่พอใจร่างสูงเข้าไปบีบแขนต้นกล้าด้วยความแรงจนใบข้าวเกือบหลุดออกจากมือ
“อย่าจำ อย่าทำปี๋หนู” เด็กน้อยร้องงอแงส่งเสียงห้ามมือเล็กพยายามตีมือชายคนนั้นเพื่อให้ปล่อยพี่ชายตัวเอง ต้นกล้ารีบสะบัดแขนออกเพราะกลัวใบข้าวจะโดนลูกหลงไปด้วย
“เท่าไหร่ฮะ ต้องเสียดอกเท่าไหร่”
“500”
“พรุ่งนี้หนูจะให้ 600 บาทเลยฮะขอผัดไปอีกวันหนึ่งได้มั้ยฮะ”
สำหรับต้นกล้าในชาติก่อน 500 บาทก็แค่เศษเงินแต่สำหรับชาตินี้นั้นมันคือเงินจำนวนมหาศาล คงไม่มีทางหามาใช้ได้ในภายในวันนี้แน่ๆ การเจรจาต่อรองเพื่อผัดผ่อนคงเป็วิธีที่ดีที่สุด
ขอให้การต่อรองมันใช้ได้ผล
คนทรงโจรทำหน้าคิดก่อนจะพูดตกลงเขาคงนึกไม่ถึงว่าเด็ก 5 ขวบจะมีทักษะในการเจรจาเกินอายุ
ก่อนจะยอมกลับ ชายคนนั้นคว้าถุงหอยที่กองอยู่บนพื้นไปไว้ในมือ “อันนี้ถือว่าเป็ของขัดดอก”เขาว่าแล้วเดินออกไปโดยไม่สนใจคำทักท้วงของใบข้าวเลย
“ของ ของปี๋ ของแม่”
“ไม่เป็ไร พี่ไปเก็บมาใหม่ได้ ไม่ต้องร้องนะ”ต้นกล้าปลอบน้องทั้งที่ตัวเองก็น้ำตาซึม ไม่ใช่เพราะเสียดายหอยแต่เพราะความเจ็บที่เข่ามันเริ่มทำงานแล้ว
ร่างของเด็กนี่บอบบางจริง ๆ
“เยือด เยือดปี๋กล้าเยือดไหย”
“พี่เห็นแล้วแต่พี่ไม่เจ็บเลย”
ต้นกล้ารีบอุ้มใบข้าวไปวางไว้บนแคร่ตรวจตามร่างกายน้องว่ามีแผลตรงไหนหรือเปล่า เมื่อเห็นว่าน้องปลอดภัยเขาถึงจัดการล้างแผลที่เข่าตัวเองด้วยน้ำเปล่าแล้วใช้ผ้าขาวม้าผืนเดิมพันแผลไว้เพื่อลดความรู้สึกเจ็บโชคดีที่แผลไม่ได้ลึกมาก
ตลอดทั้งวันต้นกล้าคิดถึงเงินจำนวน600 บาทที่ต้องหาให้ได้ภายในวันพรุ่งนี้ เพราะชาติก่อนเขาคือลูกของผู้ทรงอิทธิพลทำให้เขารู้ดีว่าการทวงหนี้มันน่ากลัวขนาดไหน ถ้าไม่มีเงินพ่อแม่ของเขาในปัจจุบันต้องเดือดร้อนแน่
แล้วฉันจะไปหาเงินจากไหนได้ละเนี่ย
คนพี่คิดพรางป้อนนมให้คนน้องตอนนี้ใบข้าวเลิกร้องไห้และกำลังจะหลับกลางวัน พ่อกับแม่ก็น่าจะใกล้ออกมาจากสวนแล้วเหมือนกัน
ว่าแล้วคนตัวเล็กก็รีบวิ่งขึ้นไปบนบ้าน รื้อหากางเกงขายาวถึงเข่าก่อนจะใส่เพื่อปกปิดรอยแผลไว้อย่างน้อยก็ไม่อยากให้เพรีกับพันสรต้องกังวลเื่เขาเพิ่ม
พอเพรีกับพันสรกลับมาจากสวนต้นกล้าก็ทำเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เขาอยากลองแก้ปัญหาด้วยตัวเอง ลำพังทำงานพ่อกับแม่ก็แทบจะไม่มีเวลาหายใจแล้ว
แต่เด็กที่เริ่มพูดได้อย่างใบข้าวก็รีบฟ้องพ่อกับแม่ด้วยความเป็ห่วงพี่ชาย
“เยือด เยือด ปี๋กล้ามีเยือดจงขา จงขา”
สุดท้ายเพรีก็เห็นแผลที่เข่าต้นกล้า เป็รอยถลอกขีดยาวเห็นเป็เนื้อสีแดงมีเืซึมอยู่ถ้าไม่ได้ล้างแผลให้ดีอาจจะเป็เชื้อได้พันสรจึงอาสาจะพาต้นกล้าไปหาหมอที่สถานีอนามัยของหมู่บ้านไม่น่าจะเสียค่าใช้จ่ายมากนัก
“หนูไม่เป็ไรฮะ แค่หกล้มเอง”
“ไม่ได้จ่ะ ลูกต้องไปล้างแผล เดี๋ยวติดเชื้อ อาจจะต้องตัดขาเลยนะลูก”
“ใช่แล้ว รออยู่นี่นะ พ่อจะไปยืมรถลุงนูน”
ว่าแล้ว พันสรรีบวิ่งไปบ้านลุงนูนก่อนจะกลับมารับต้นกล้าไปสถานีอนามัยด้วยรถตอเตอร์ไซต์คันเก่าของลุงนูน
มาถึงสถานีอนามัยเป็ตึกสีขาวขนาดเล็กที่ดูแล้วเหมือนจะเป็บ้านเสียมากกว่า สิ่งเดียวที่ทำให้รู้ว่าเป็อนามัยก็คือป้ายไม้สีดำที่แขวนชื่อ‘สถานีอนามัยบ้านหนองปูไข่’ อยู่ด้านหน้า
ต้นกล้ารู้สึกไม่มั่นใจว่า เขาจะฝากชีวิตไว้กับสถานที่เก่า ๆแบบนี้ได้จริงหรือ ที่ผ่านมาเขาเคยเข้าใช้บริการเฉพาะโรงพยาบาลเอกชนหรูที่นอนฟักฟื้นแกล้ง ๆ คืนหนึ่งไม่ต่ำกว่าหมื่นบาท
แผลฉันจะติดเชื้อก็เพราะมาที่นี่ นี่แหละ!!
ต้นกล้าได้แต่คิดแล้วเดินต้อย ๆ ตามพ่อเข้าไปข้างในก่อนจะเจอพยาบาลนั่งอยู่หลังเคาน์เตอร์ แต่ด้วยความที่เป็อนามัยเล็ก ๆของหมู่บ้าน ทำให้ไม่ต้องรอ เพราะไม่มีคนไข้เหมือนโรงพยาบาลรัฐบาลในเมืองหลวง
“น้องต้นกล้าเข้าไปในห้องได้เลยจ่ะ” พยาบาลสาวผายมือไปห้องริมสุดเด็กน้อยเงยหน้าขึ้นสบตาพ่อก่อนจะเดินเข้าไปในห้องนั้นเพียงลำพัง
ภายในห้องมีโต๊ะไม้สีน้ำตาลกับเครื่องมือทางการแพทย์วางอยู่เป็ฉัน ๆ แต่สิ่งที่ไม่มีในห้องคือหมอ
แขนเล็กเท้าสะเอวหันซ้ายหันขวา
“หาพี่หมออยู่หรอครับ หนุ่มน้อย” เสียงทุ้มดังขึ้นจากหลังโต๊ะก่อนจะปรากฎเป็ชายหนุ่มหน้าตาดีลุกขึ้นยืนเต็มตัว “พอดีปากกามันหล่นหน่ะ” และเ้าของเสียงที่พูด ก็คือนักศึกษาแพทย์จบใหม่ที่อาสาเข้ามาทำงานที่สถานีอนามัยบ้านหนองปูไข่ได้ไม่กี่วัน
เอ๋ ผู้ชายคนนี้หน้าคุ้นจัง !!
***