บทที่ สี่
ลู่อิงิกลับเข้ามาทางหน้าต่างที่เปิดเอาไว้ในเวลาใกล้เช้าหลังจากที่ใช้พลังปราณเซียนแทบหมดเพื่อค้นหาเศษดาวที่อาจจะมีคนในเมืองเก็บมาได้
“อย่างน้อยก็ไม่เสียเปล่า” ตอนนี้กลับมาร่างคุณชายลู่อิงิเดินย่องไปที่เตียงหวังจะได้พักผ่อนสักสองชั่วยามก่อนที่จะออกไปตามล่าหาเศษดาวต่อเพราะได้เบาะแสมาบ้างแล้ว
“ิเกอ ท่านไปไหนหรือ”เด็กน้อยที่เหมือนได้ยินเสียงคนด้านข้างขยับก็สะลึมสะลือตื่น เงยหน้ามองคนที่พึ่งกลับเข้าห้องมาแล้วคิดว่าจะออกไป
“ไม่มีอะไรๆ นอนต่อเถอะ” นางรีบล้มตัวลงนอนแล้วมุดเข้าไปให้ผ้าห่มจะได้นอนหลับเสียที ลู่อิงิหัวถึงหมอนปุ๊บก็หลับปั๊บความรีบของเซียนน้อยทำให้ลืมปิดหน้าต่างจนลมเย็นๆ พัดเข้ามาในห้องส่วนเด็กหนุ่มที่ยังไม่หลับมองไปที่หน้าต่างบานกว้างนั้นแล้วมันก็ค่อยๆเลื่อนปิดเองจากนั้นเขาก็หันมากอดร่างบางของคนที่แต่งตัวเยี่ยงบุรุษและหลับไปอีกครั้ง
ลู่อิงิตื่นขึ้นมาอีกทีก็เข้า่สายของวันเสียแล้วนางจึงรีบสะบัดตัวลงจากเตียงแต่ทั้งห้องช่างเงียบเหลือเกิน เหมือนอะไรหายไป แต่ไม่นานก็มีเสียงเปิดประตูนางจึงนึกขึ้นได้ว่าเด็กน้อยนี่เองที่หายไป
“ิเกอตื่นพอดี ข้าพึ่งบอกเสี่ยวเอ้อร์ให้เตรียมอาหารให้ท่าน”
“เ้าทานเถอะ เดี๋ยวข้าต้องรีบไปทำธุระข้างนอก”ลู่อิงิเอ่ยไปก็จัดเครื่องแต่งกายไป เสี่ยวหรงที่เห็นก็เดินเข้ามาช่วยนางรวบผมที่ปล่อยตอนนอนให้กลับมาเข้าทรงดั่งเดิมพร้อมใส่ที่กวานผม
“เ้ารวบผมเก่งนัก” เด็กน้อยที่ได้รับคำชมก็ยิ้มไม่หุบเหมือนได้รางวัลใหญ่
“เพราะผมิเกอนุ่มสวยต่างหากขอรับ” เด็กนี่ประจบประแจงเก่งเหมือนกันนะคนแบบนี้เ้านายน่าจะรักมากกว่า หน้าตาก็ดีใครๆ เห็นก็เอ็นดูทำไมถึงโดนทารุณนักลู่อิงิสงสัย
“เด็กคนนี้ช่างปากหวานนัก” นางบีบแก้มนุ่มก่อนจะเอ่ยถามต่อ“ขาเ้าเป็อย่างไรบ้าง”
“ดีขึ้นมากขอรับ ยาของท่านหมอวิเศษนักเสี่ยวเอ้อร์ยังบอกข้าเลยว่าไม่น่าเดินได้คล่องขนาดนี้เพียงแค่คืนเดียว”
“งั้นหรือ วิเศษจริงๆ” นั้นเพราะพลังเซียนของข้าต่างหากยาหมอของโลกมนุษย์ทำไม่ได้ขนาดนี้หรอก
“แล้วิเกอจะไปไหนขอรับ พึ่ง่สายเองท่านจะไม่อยู่ทานข้าวเช้าสักหน่อยหรือ ข้าสั่งมาแต่อาหารน่าทานๆ ทั้งนั้นเลยนะ”เสียงเล็กเสียงน้อยพูดเจื้อยแจ้วน่าฟัง นางก็เริ่มคล้อยตามอย่างห้ามไม่อยู่ว่าไปไหนๆ ก็สายแล้ว อยู่ทานด้วยกันสักหน่อยก็ดี
หลังนางคล้อยตามคำพูดเสี่ยวหรงลู่อิงิก็อยู่ทานอาหารจนหมดถึงเตรียมตัวเดินทางออกจากโรงเตี๊ยมโดยมีเด็กชายเดินตามหลังมาด้วยไม่ยอมห่างทั้งที่บอกแล้วว่าจะไปทำธุระก็ไม่ยอมปล่อยนางไปพอทำท่าจะดุไม่ให้ไปจริงจังเด็กน้อยก็ทำตารื้นจะร้องไห้บอกว่าิเกอจะทิ้งเขาไปแน่ๆ ร้อนนางต้องมากอดปลอบจนสุดท้ายก็ต้องยอมให้ตามมาด้วย
“เราไปจวนของเขาทำไมขอรับ”เด็กน้อยที่นั่งซ้อนตัวอยู่หลังนางกอดเอวแน่นเอ่ยถามขณะที่นางเป็คนควบม้าไปที่จวนของเศรษฐีตระกูลเจียงของเมืองถงเซี่ย
“เ้าเห็นดาวตกหลายวันก่อนไหม”
“ดาวตกหรือ ข้าเหมือนได้ยินมานะขอรับ”
“เราจะไปขอเศษดาวตกจากพวกเขากัน” นางบอกเื่ที่พอจะบอกได้กับเด็กชายเพราะถึงอย่างไรพูดมากไปเขาก็อาจจะไม่เข้าใจ
“ิเกอตามหาเศษดาวนี่เองข้าได้ยินมาว่าเศษดาวจะนำโชคดีมาสู่ผู้เป็เ้าของ” โชคดีของผู้เก็บไปแต่โชคร้ายของนางนะสิไม่ว่าต้องมาคอยตามเก็บเสียเวลากินนอนสบายๆทั้งที่เจอั้แ่เมื่อคืนแล้วว่าอยู่ในจวนแท้ๆแต่พลังปราณนางเหลือน้อยเกินไปจะแอบเข้าไปเอามา จึงต้องกลับโรงเตี๊ยมไปฟื้นฟูพลังและที่สำคัญที่นั่นมีอะไรบางอย่างคล้ายเกาะหุ้มกันอยู่อีกต่างหาก
มาถึงหน้าจวนแล้วนางเก็บซ่อนพลังปราณทั้งหมดเพื่อจะเข้าไปในฐานะมนุษย์ธรรมดาเกาะที่หุ้มอยู่จึงไม่กันนางออก
“ข้ามาพบเ้าตระกูลเจียง” นางกล่าวกับผู้เฝ้าประตูหน้าทั้งสองก็มองประเมินนางกลับ ไม่รู้จักว่าคนผู้นี้เป็ใครถึงกล้าเดินดุ่มๆมาขอพบเ้าตระกูล เพราะสำหรับหัวเมืองถงเซี่ยตระกูลเจียงเป็เศรษฐีอันดับต้นไม่ใช่ว่าคิดจะมาเป็แขกก็จะรับง่ายๆ แต่คุณชายผู้นี้ก็แต่งกายดูดีคงเป็ลูกผู้ดีตระกูลหนึ่งและเด็กที่มาด้วยกันยิ่งดูงดงามถึงจะมีแผลที่เนื้อตัวมากไปหน่อยก็เถอะ
“คุณชายมาจากที่ใด มาด้วยเหตุใด เวลานี้เ้าตระกูลไม่พร้อมรับแขกบุตรสาวท่านอาการไม่ดี อาจจะไม่มีจิตใจต้อนรับคุณชาย”ถึงจะไม่อนุญาตแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่าผู้เฝ้าประตูก็ตอบอย่างนอบน้อมพอดู
“งั้นหรือ” ลู่อิงิคิดทบทวนเื่ที่พึ่งรู้มาว่าไปบุตรสาวอาการไม่ดีจะเกี่ยวกับเื่เศษดาวหรือไม่นะ เื่นี้อาจจะใช้เป็ข้ออ้างเข้าพบก็ได้“ข้ามาด้วยเื่คุณหนู จะมาช่วยดูอาการ”
ผู้เฝ้าหน้าประตูพลันหรี่ตามองดูไม่ค่อยเชื่อเท่าไรว่าคุณชายน้อยอย่างลู่อิงิจะช่วยอะไรได้ถึงจะร่ำรวยแต่ไม่ใช่ว่าจะใช้เงินซื้อความเจ็บป่วยได้เสียหน่อยแต่ถ้าเกิดช่วยได้จริงขึ้นมาพวกเขาก็ไม่อาจจะดูดายได้
“ได้ ข้าจะไปแจ้งให้ โปรดรอสักครู่” ชายผู้นั้นหายเข้าไปแจ้งเื่ด้านในส่วนนางกับเสี่ยวหรงก็ได้เข้ามานั่งรอที่โถงด้านนอกสุด สมแล้วที่เป็จวนเศรษฐีของเมืองขนาดโถงรับแขกที่ไม่ได้รับเชิญยังใหญ่โตขนาดนี้ ข้าวของเครื่องใช้ราคาแพงแค่โต๊ะตัวเดียวก็แสนวิจิตรมีเอกลักษณ์ ดูท่าเ้าบ้านผู้นี้จะเป็พวกชอบสะสมของ
“ิเกอจะมาหาเศษดาวทำไมถึงบอกว่าจะมาดูอาการคุณหนูล่ะขอรับ”เสี่ยวหรงขยับเข้ามานั่งใกล้นางเพื่อจะเอ่ยถามเสียงกระซิบให้ได้ยินกันสองคนถ้าข้ารับใช้คนอื่นได้ยินไปด้วยอาจจะไม่ดีที่รู้ว่านางโกหก ก็แล้วถ้านางบอกตรงๆว่ามาขอดาวตกนะ เ้าบ้านคงไม่มีทางต้อนรับแน่ๆถึงจะเป็เทพเป็เซียนแต่ไม่ใช่ว่าพลิกแพลงไม่ได้อะไรที่ต้องโกหกก็เพราะมันจำเป็จริงๆ
“นั้นเพราะคุณหนูน้อยน่าจะ้าความเหลือเราจะนิ่งนอนใจไม่ได้นะเสี่ยวหรง เศษดาวไว้เป็เื่รอง” นางเอ่ยตอบเด็กชาย ไม่ลืมที่จะพลิกแพลงเื่คำตอบนี้เช่นกันไม่อยากเป็คนหลอกลวงนะแต่นี้อาจจะเป็สิ่งที่หญิงสาวได้มาตอนเป็มนุษย์โลกสมัยใหม่ยุคปีสองพันก็ได้แค่พลิกแพลงเท่านั้นเอง
“ิเกอช่างเป็คนดีนัก” เด็กน้อยว่าแล้วก็กอดแขนนางแน่นจากที่ไม่คิดอะไรแต่พอถูกชมเข้าทำไมถึงรู้สึกละอายเล็กน้อยลู่อิงิจึงต้องลอบยิ้มขำนี่ตนเองกลายเป็วีรบุรุษของเด็กน้อยเสียแล้วเห็นทีต้องทำตัวดีๆ เป็แบบอย่างเสียบ้าง
ทั้งสองรออยู่ในห้องโถงพักใหญ่กว่าจะมีใครมาต้อนรับจริงๆ หลังจากที่มีเพียงกาน้ำชามาวางให้ดื่ม่ที่รอ
“คำนับคุณชาย ข้าน้อยกู่ตู้คังพ่อบ้านใหญ่ของจวนตระกูลเจียงขออภัยที่ให้รอนาน” ชายที่เข้ามากล่าวคำนับนาง เขาเป็ชายเลยวัยกลางคนแล้วรูปร่างสูงโปร่ง หน้าตาบอกว่าผ่านโลกมามากซึ่งถ้าว่าเป็พ่อบ้านใหญ่ก็สมเหตุผลแล้วด้วยทั้งอายุและท่าทาง เขาดูนอบน้อมกับ ผู้ต้องเคารพและดูมีอำนาจต่อผู้น้อย
“ไม่เป็ไร ข้าไม่ถือ” นางวาดมือโบกให้อย่างไม่คิดอะไรแต่ยังคงความเป็คุณชายสูงส่งเอาไว้มิเช่นนั้นพ่อบ้านผู้นี้อาจจะพูดจาลดเกียรติขืนนางทำตัวไม่สมฐานะ
“เห็นว่าท่านมาด้วยเื่คุณหนู ท่านทราบหรือว่าคุณหนูอาการเป็อย่างไร?”พ่อบ้านเลียบเคียงถามเพราะอาการคุณหนูไม่ใช่ว่าประกาศออกไปให้ชาวบ้านรับรู้ว่าเป็อย่างไรและจะทดสอบคุณชายผู้นี้ว่าจะใช่สิบแปดมงกุฎมาหลอกเงินหรือไม่
แต่ถ้าถามมาเช่นนี้นางจะกล่าวตรงๆว่าไม่รู้อาการก็คงไม่ได้ต้องคาดคะเนเองว่าอาการเป็อย่างไรแต่ถ้าให้เดานางคิดว่าต้องเกิด่เดียวกับที่มีเหตุการณ์ดาวตกแน่ๆที่สำคัญกว่านั้นคือที่นี่มีม่านกันพลังเซียนซึ่งไม่ใช่เื่ปกติเท่าไรนั่นต้องเกี่ยวข้องกันแน่
“อาการคุณหนูเกิดขึ้นหลังจากดาวตกใช่หรือไม่อาจจะเป็่ที่จวนได้เศษดาวตกเข้ามา”ลู่อิงิเดินไปก็พูดไปอย่างคล้ายผู้เป็นักปราชญ์ วางท่าเก่งจนตนเองก็ใดีสมัยก่อนดูซีรีส์มาเยอะ
“ท่านทราบได้อย่างไร..ว่า” สีหน้าพ่อบ้านบ่งชัดว่านางกล่าวถูกต้องเขาทั้งใและแสดงความนับถือขนาดนี้ดูท่าเซียนน้อยจะมาถูกทาง
“พาข้าไปพบคุณหนู”
“ข้าจะรีบไปแจ้งท่านเจียงหลุน คุณชายรอสักครู่”ชายสูงวัยคำนับแล้วรีบร้อนออกจากโถงใหญ่ไปจากนั้นถึงมีข้ารับใช้มาเชิญทั้งสองไปอีกห้อง การต้อนรับดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัดห้องงดงามขึ้นอีก หญิงรับใช้ก็มารินชาอุ่นให้ไม่ใช่นำมาวางให้อย่างคราวก่อนและไม่นานผู้ที่นาง้าพบก็ยอมมาปรากฏตัวในที่สุด
“ข้าเจียงหลุน”
“คำนับท่านเจียง” นางกุมมือยกขึ้นคำนับผู้สูงวัยกว่าตามมารยาทมากกว่าที่จะหมายถึงฐานะที่สูงกว่าก่อนที่จะแนะนำตัวและรวมไปถึงคนที่เกาะชายเสื้อข้างกาย “ข้าแซ่ลู่และนี่น้องชายข้า”
“ยินดีนักคุณชายลู่ พ่อบ้านกู่กล่าวว่าท่านช่วยบุตรสาวข้าได้”เ้าบ้านไม่อ้อมค้อมตรงเข้าเื่ทันที เพราะตนเองก็ร้อนใจเื่บุตรสาวมากจนกินไม่ได้นอนไม่หลับถ้ามีความหวังจะช่วยได้เขาก็พร้อมจะคว้าไว้แม้คนตรงหน้าดูอ่อนวัยเกินกว่าจะเป็หมอหรือแม้กระทั่งผู้มีวิชาอาคมสูงด้วยซ้ำ
“ข้าขอไปดูอาการคุณหนูน้อยได้หรือไม่”
“เช่นนั้นเชิญตามข้ามา” เจียงหลุนเดินนำลู่อิงิเข้าไปด้านในตัวบ้านที่เป็ส่วนมีไว้สำหรับพักผ่อนเรือนที่พักของบุตรสาวคนนี้ของเจียงหลุนนับได้ว่ายิ่งใหญ่นักเห็นทีคงเป็ลูกรักมากๆ ถึงจะเป็บุตรสาวก็ตามทีข้ารับใช้ก็ยืนการเต็มพื้นที่เพียงแค่ดูแลหญิงสาวเพียงคนเดียว นับผ่านๆขณะที่เดินเข้าไปที่ห้องนอนก็แปดคนอย่างต่ำ ไม่รู้คุณหนูน้อยจะเป็ใครกันแน่นะ
“นางหลับอยู่ ท่านไปดูก็ได้”เมื่อเ้าของสถานที่อนุญาตแล้วเซียนน้อยจึงเดินเข้าไปดูอาการของบุตรสาวเขาเช่นไรตอนนี้นางก็แต่งกายเป็ชายจะถูกเนื้อต้องตัวก็คงไม่ดีจึงทำได้แต่เมียงมองหญิงสาวที่น่าจะวัยสิบหกสิบเจ็ดปีขนาดหลับตาอยู่ก็รับรู้ได้เลยว่าไม่ใช่ธรรมดา ปากชมพูบางดูรับกับหน้ารูปไข่แก้มสองข้างขึ้นสีอ่อนๆ แต่ด้วยเหมือนที่อาการไม่สบายตัวขณะหลับจึงมีขมวดคิ้วถ้าไม่ฝันร้ายก็พิษไข้อย่างใดอย่างหนึ่ง
ลู่อิงิไม่ใช่หมอมองแค่นี้ดูไม่ออกว่าอาการร้ายแรงขนาดไหน แต่พอจะใช้พลังเซียนตรวจให้ก็ไม่ได้เพราะม่านพลังบางอย่างกักพลังไม่ให้ออกมา
“เป็อย่างไรบ้างคุณชาย ท่านช่วยได้หรือไม่”บิดาผู้ร้อนใจเอ่ยถามบุคคลที่เขาพามาดูอาการบุตรสาวแล้วก็นิ่งไปไม่ทำอะไรแค่มองอยู่เฉยๆเท่านั้น ลู่อิงิจึงหันหน้ากลับมาหาเ้าบ้านเจียงก่อนเริ่มพูด
“ข้าสอบถามท่านเจียง คุณหนูมีอาการก่อนหน้านี้เป็อย่างไรบ้างั้แ่ที่จวนท่านได้เศษดาวตกมา”ถ้าคาดว่าเกี่ยวกับดาวตกแล้วนางก็คิดว่าอาจจะไม่ใช่เื่ของการป่วยไข้น่าจะเป็เื่พลังบางอย่างมากกว่าที่คุณหนูไปรับมา
“ข้าไม่ได้บอกใครว่าจวนข้าได้เศษดาวมา ทำไมท่านถึงคิดเช่นนั้นแต่ว่าดาวตกเกี่ยวกับอาการบุตรสาวข้างั้นหรือ” เจียงหลุนทำหน้าวิตกที่เขาซื้อเศษดาวตกมาจากผู้เก็บได้นอกเมืองมาในราคาสูงลิบลิ่วเพราะคิดว่ามันจะนำโชคดีมาให้จวนแต่ถ้านี่เป็เหตุผลที่ทำให้บุตรสาวป่วยเขาจะแก้ไขอย่างไรนี่ไม่ได้นำโชคดีแล้วแต่นำโชคร้ายต่างหาก
ลู่อิงิไม่กล่าวอะไรเพิ่มรอให้ชายสูงวัยได้คิดไตร่ตรองไปก่อน จนเขาคิดได้ค่อยเล่าออกมาเองเพราะอย่างไรอาการบุตรสาวก็รอไม่ได้นานหรอก เขาต้องยอมพูดเอง
“ก็ได้” ในที่สุดเศรษฐีแซ่เจียงก็ยอมรับ “ข้าได้เศษดาวมามีคนเก็บได้แล้วมาขายต่อให้ข้า เพราะเห็นว่าข้าชอบสะสมของเก่ามีค่าแต่มันเกี่ยวอะไรกับเถียนหนิวบุตรสาวข้าหลับไม่ตื่น”
ลู่อิงิที่ฟังอยู่ก็สะดุดกับชื่อ‘เถียนหนิว’ ก็นี่มันชื่อหนึ่งในผู้หญิงของสวีจ้าวหรงมิใช่หรือพระเอกของโลกที่นางกำลังอยู่ตอนนี้ งั้นแสดงว่าหญิงบนเตียงนี้ก็คือนางงั้นสิเซียนน้อยรีบหันไปมองนางอีกครั้ง มิน่าถึงได้งดงามปานนี้ความงามที่ใครเห็นก็ลุ่มหลง บิดาก็เชิดชูยิ่งกว่าบุตรชายเสียอีก
นอกจากที่เป็หญิงสาวในตำหนักในของพระเอกอีกสิ่งหนึ่งที่จะอยู่ที่นี่ก็คืออาวุธชิ้นนั้นอาวุธที่าามารตามหา ‘หลี่จื้อเจี้ยน’ เช่นนั้นนางก็รู้แล้วว่าอาการของคุณหนูเถียนหนิวคืออะไร
มุมปากของเซียนน้อยยกยิ้มขึ้นอย่างเหมือนแก้ไขปัญหายิ่งใหญ่ได้นี่มันเป็เพราะอ่านนิยายมาแท้ๆไม่งั้นต่อให้รักษาด้วยเซียนหมอจากสามโลกก็ไม่มีทางรักษาหายหรืออาจจะเกินจริงไปนิดเพราะทางที่พอจะรักษาหายก็มีอยู่หรอก แต่ถ้าตอนนี้เป็แค่บุตรสาวเศรษฐีของหัวเมืองแคว้นย่อมเป็ไปไม่ได้เลยก็นางโดนอาถรรพ์ของหลี่จื้อเจี้ยนเข้านะสิ
กระบี่ชิ้นนี้มันเป็อาวุธที่ไม่ว่าจะเป็เซียนมาร หรือแม้มนุษย์ผู้บำเพ็ญเพียรก็สามารถเป็เ้าของได้เพียงแค่ได้รับการยอมรับจากมันก็เท่านั้น ถึงจะเรียกว่ากระบี่แต่แท้จริงแล้วมันไม่มีรูปร่างชัดเจนจะกลายรูปตามการใช้งานของเ้าของ และที่ว่าก็มันยอมรับเท่านั้นถึงให้ใช้ได้แต่ถ้าไม่ยอมรับมันจะดูดพลังและปล่อยอาคมร้ายแรงให้บุคคลนั้นเมื่อหลับไปแล้วจะไม่ตื่นอีกปกติจะเป็เฉพาะผู้ฝึกยุทธ์ที่มีพลัง กับคนธรรมดาแตะต้องไปก็ไม่เกิดอะไรแต่คุณหนูเถียนหนิวคงไปทำอะไรบางอย่างให้พลังจากเศษแก้วผลึกไหลผ่านตัวแล้วไปจับหลี่จื้อเจี้ยนเข้าถึงได้โดนอาคมนี้
“งั้นข้าขอไปดูเศษดาวได้ไหม” ถึงจะรู้แล้วว่าเหตุผลคืออะไรแต่นางก็อยากไปดูให้แน่ใจว่าเสี้ยวผลึกยังอยู่ดี และที่สำคัญต้องหยุดการแผ่อำนาจของหลี่จื้อเจี้ยนก่อนด้วย
เจียงหลุนไม่มีอะไรจะเสียแล้วจึงตัดใจพาคุณชายลู่เข้าไปในห้องเก็บสมบัติของตนเองเมื่อลู่อิงิเข้ามาก็มองหาทั้งสองอย่างทันทีไม่ต้องรอให้เ้าบ้านเจียงต้องชี้บอกขณะที่เซียนน้อยมองเศษดาวก็แอบเปิดถุงหอมออกให้ชิ้นส่วนที่ใหญ่กว่าเปิดรับพลังจากเสี้ยวเล็กแทนที่จะถูกอาวุธอาถรรพ์ดูดเอาพลังไปใช้ม่านที่กั้นพลังเซียนจึงค่อยๆ หายไป และพลังเริ่มกลับมาจากนั้นถึงหันไปมองอาวุธที่ตอนนี้อยู่ในรูปของกริชสลักลวดลายคล้ายของโบราณชิ้นหนึ่ง
“กริชนี้มีอะไรหรือคุณชาย” เจียงหลุนถามอย่างสงสัยที่หลังจากมองเศษดาวอยู่พักหนึ่งก็หันมามองกริชที่อยู่ในห้องเก็บสมบัติเดียวกัน
“ไม่หรอก” ไม่ที่ไหนกันละ ไม่น้อยเลยมากกว่า ก็มันนี้เลยตัวการแต่จะให้ทำลายทิ้งหรือเอาไปไกลๆ ก็ไม่ได้ พระเอกต้องมาเก็บเอาไปสักวันระหว่างที่มารับไปก็เจอคุณหนูแสนสวย และนางก็จะตกหลุมรูปลักษณ์ของเขาทันทีได้ทั้งสาวได้ทั้งอาวุธ มีแต่ได้กับได้นะสวีจ้าวหรง
“แต่ตอนนี้ข้าพอรู้วิธีช่วยคุณหนูแล้ว แต่คงต้องใช้อะไรบางอย่างท่านคงต้องรอสักหน่อยตอนที่ข้าไปตามหาของสิ่งนั้น”
“เช่นนั้นต้องใช้อะไรหรือคุณชาย ให้ข้าหามาก็ได้ อาจจะได้เร็วกว่า”เจียงหลุนผู้ร้อนใจเสนอตัวช่วยอีกแรง
“เงินซื้อไม่ได้หรอก ท่านก็รอเถอะ” ยังไงที่ดาวตกนางก็เป็คนทำที่เถียนหนิวเป็เช่นนี้ก็เพราะความประมาทของตนเอง จะมาให้เมียพระเอกตายไม่ได้ยังไงนางต้องช่วยอยู่ดี “แต่อย่างไรข้าขอเศษดาวเป็การตอบแทนครั้งนี้ได้หรือไม่”
เจียงหลุนชะงักไปที่คุณชายเรียกร้องของที่เขาซื้อมาด้วยราคาหลายร้อยตำลึงทองแต่พอมาลองคิดดูชีวิตบุตรสาวเขาแลกเงินเท่านั้นแล้วเศษดาวที่ว่าก็ไม่ได้นำโชคดีสักนิดแถมมีแต่เื่ร้าย เขาจะเก็บไปทำไม!ยกให้คนอื่นไปเสียเถอะ
“ได้ ถ้าบุตรสาวข้ากลับเป็ปกติ เศษดาวนี้เป็ของท่าน”
เมื่อเขาตอบรับลู่อิงิก็ไม่รั้งรอออกไปตามหาของมาช่วยชีวิตหญิงสาวที่นอนหลับอยู่ทันทีด้านเด็กชายที่เงียบมาตลอดก็รีบเดินติดตามร่างบางของคุณชายไปแต่ก่อนนั้นก็ยังหันไปมองที่กริชสลักลายโบราณเล่มเดิมแล้วแย้มยิ้มออกมา