เค่อฉิงจมอยู่ใต้ผิวน้ำความเย็นแทรกซึมไปทุกอณูของิั ใบหน้าของเธอหลับตามิยอมตื่นเธอคิดในใจว่าทำไมต้องมาจบชีวิตเช่นนี้ สิ่งที่อยากทำก็ยังไม่เคยแม้แต่จะได้ทำ “ทำไมกันนะ?”
.
.
.
"มีคนจมน้ำอยู่ตรงนั้นเ้าคะคุณตา"
ด้วยวัยเพียงสิบสี่ปีเด็กหญิงตัวน้อยกับชายชราที่กำลังหาของป่าในอยู่บนหุบเขาอันหนาวเย็นเสียงสายน้ำของลำธารดังเป็่ๆ เมื่อช่วยจากน้ำเสร็จชายชราและหลานจึงกลับกระท่อมทันที
ซิงอีจิ้มไปยังแก้มบางๆของเค่อฉิงนางอยากรู้อยากเห็นว่าสตรีตรงหน้าทำไมถึงได้รอดชีวิตจากอากาศหนาวเย็นเช่นนี้ ชายชรานำผ้าเช็ดตัวที่ต้มน้ำอุ่นมาประคบให้
ทั้งสองตาหลานต่างเป็คนที่ชอบช่วยเหลือผู้คน แต่ด้วยพิษาจึงมาหลบหลีกหนีไฟาอยู่ในป่าลึก
แคว้นหยางิพ่ายแพ้ในา ทำให้ชายชราและหลานสาวมิอาจจะกลับไปอยู่ข้างนอกได้ตามเดิม จึงได้เพียงอยู่ในป่าแห่งนี้ ก่อนทั้งสองจะไปพบสตรีลอยตามน้ำมาคราแรกที่เห็นชายชราคิดว่าเป็ศพลอยตามน้ำมาเสียอีก จนหลานสาวเรียกให้ไปช่วยจึงได้รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่ความหนาวอันเย็นะเืสตรีนางนี้รอดมาได้เช่นไรชายชราคิด
"ซิงอีเ้าเปลี่ยนเสื้อผ้าให้แม่นางแทนตาหน่อย" ชายชรายื่นเสื้อผ้าที่แห้งแล้วให้กับซิงอีน้อย
ก่อนที่จะก้าวออกจากระท่อมหลังเล็กนี้ไป ซิงอีน้อยมองตาใสด้วยความหน้ารักนางกำลังจะถอดอาภรณ์ที่เปียกชุ่มตรงหน้าแต่มิอาจรู้ว่ามันคืออาภรณ์แบบใดกัน
มือน้อยๆหยิบมีดจากด้านข้างลำตัวของนางค่อยๆจัดการชุดตรงหน้าผ่านไปไม่นาน ซิงอีน้อยนางก็เปลี่ยนอาภรณ์ให้สตรีตรงหน้าจนเสร็จ ด้วยความที่นางฉลาดมากกว่าเด็กทั่วไปจึงรู้ว่าสตรีตรงหน้ามีใบงดงามกว่าซิงอีน้อยอยู่มิน้อย
แต่ซิงอีน้อยมิได้สนใจอะไรมากนัก นางเปลี่ยนชุดเสร็จก็นำผ้าที่ชุบน้ำอุ่นวางไว้กลับที่เดิมก่อนจะเดินออกจากกระท่อมไป
ผ่านไปหลายวัน ไม่นานร่างที่นอนหมดสติก็ค่อยๆลืมตาตื่นทีละนิดความรู้สึกเ็ปไปทั่วร่างถาโถมเข้ามา เค่อฉิงนอนนิ่งแม้แต่จะขยับก็ยังทำไม่ได้
หลังจากผ่านไปสักพักความเ็ปจึงเริ่มทุเลาลง สายตามองสำรวจด้านในกระท่อม มันคือที่ไหนกันทำไมถึงมาอยู่ในที่แบบนี้ บนหน้าผากของเธอก็มีผ้าอุ่นค่อยให้ความร้อนอยู่เสมอ ข้างๆยังมีเตาผิงสร้างความอบอุ่น
"มันคือที่ไหนกัน"เค่อฉิงคิด
"ตื่นแล้วหรือเ้าคะ" ซิงอีน้อยเข้ามาในกระท่อมก็เจอสตรีที่นางช่วยไว้ลืมตาตื่นแล้ว มือเล็กหยิบผ้าที่ประคบไว้บนหน้าผากของสตรีตรงหน้าลงมาจุ่มไว้ในถังน้ำอุ่น
เค่อฉิงที่ตอนนี้เธอไม่อาจจะขยับปากพูดหรือกล่าวอะไรออกมาได้ ได้แต่เพียงมองเด็กน้อยหน้าตาหน้ารักสวมเสื้อคลุมตัวหนาโดยมีชุดจีนย้อนยุคซ้อนทับกันหลายตัว
"ท่านต้องพักอีกสักหน่อยถึงจะขยับร่างกายได้ท่านตกน้ำที่หนาวเย็นมาจะฟื้นตัวช้าก็มิแปลก" ซิงอีน้อยกล่าวออกมาก่อนนางจะเดินออกนอกกระท่อมไป
นางตรงไปหาท่านตาที่กำลังตัดฟืนอยู่ ซิงอีนำผ้ากับถังน้ำอุ่นมาวางไว้ จึงบอกกับท่านตาของนางว่าสตรีที่ช่วยไว้ฟื้นแล้ว ปี๋จื่อบอกให้ซิงอีน้อยไปดูแลนางแทนก่อน ด้วยร่างกายที่แก่ชราไปตามกาลเวลา แต่ชายชรากลับยังแข็งแรงมากกว่าคนแก่ทั่วๆไป
ซิงอีน้อยที่เดินกลับเข้ามาในกระท่อม นางหยิบผ้ามาหนึ่งผืนจากในกระท่อมอีกอันมาห่มให้เค่อฉิง นางจ้องมองไม่วางตาใบ จนสตรีตรงหน้าหลับไปด้วยอาการาเ็ภายใน
.
.
.
ผ่านไปอีกวันเค่อฉิงก็ยังขยับตัวไม่ได้เธอยังคงได้แค่ลืมตาและกินอาหารที่เด็กน้อยนำมาป้อนให้เท่านั้น เค่อฉิงเริ่มทำใจแล้วว่าบางครั้งนี้ตัวเธออาจจะไม่ได้อยู่ในสถานที่ที่จากมา เพราะไม่ว่าจะสังเกตอย่างไรชุดที่เด็กน้อยใส่ตรงหน้ามันคือชุดยุคจีนสมัยก่อน
เข้าสู่วันที่เจ็ดเค่อฉิงเธอเริ่มลุกได้แล้วแต่มือยังขยับไปไหนไม่ได้อีกเช่นเคย เด็กน้อยตรงหน้าเธอก็มาป้อนข้าวต้มที่ทำมาจากเนื้อหมูป่าและธัญพืชให้เหมือนเช่นเคยถึงรสชาติจะจืดชืดแต่ก็ไม่ได้มีทางเลือกอะไรมากนัก
"ที่นี่..ที่ไหนเหรอ?"
เค่อฉิงลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะถามเด็กน้อยตรงหน้าออกไป ซิงอีน้อยนางเพียงบอกว่าเธออยู่ในป่าหลงซานแคว้นหยางิ มันเกินกว่าที่เธอคาดเอาไว้ เค่อฉิงสะดุ้งด้วยความใขึ้นมาทันทีไม่คิดเลยจะต้องมาติดอยู่ในยุคสมัยก่อนแบบนี้ ไม่ทันที่จะได้ถามอะไรเด็กน้อยตรงหน้าก็ให้เธอนอนพักผ่อน
ซิงอีน้อยนางเดินมาถามท่านตาของนางเื่สตรีในกระท่อม ว่าทำไมนางเหมือนกับองค์หญิงแห่งแคว้นหยางิ แต่เด็กน้อยกลับไม่ได้คำตอบจนนางแง่งอนท่านตากระทืบเท้าอย่างไม่พอใจเข้ากระท่อมไป
.
.
.
หนึ่งเดือนผ่านฤดูกาลที่หนาวเหน็บก็แปลเปลี่ยน เค่อฉิงนางหายเป็ปกติแล้วด้วยความไม่คุ้นเคยในสถานที่เธอเลยขออยู่อาศัยด้วยกับสองหลานตา
ซิงอีน้อยเป็เด็กที่ฉลาดเกินวัยนางสอนเธอเอาตัวรอดในป่าและท่านตาของนางที่แม้จะถามชื่อไปกี่ครั้งก็ได้แต่บ่ายเบี่ยง จึงเรียกว่าท่านตาตามซิงอีน้อยไป
ในยามเข้าป่าล่าสัตว์ท่านตาและซิงอีก็สอนเธอเอาชีวิตรอดและวางกับดักอีกทั้งยังสอนให้ทำการรักษาเบื้องต้นรวมถึงทักษะการยิงธนูและทักษะดาบของท่านตาของซิงอีที่เป็คนสอน เธอจึงขอบคุณด้วยการทำอาหารที่บนยุคของเธอให้ทั้งสองทาน
จบตอน..