ในที่สุดหลินเยี่ยนก็กลับมาถึงพรรคมารโลหิต การไปูเาเฮยเฟิงรอบนี้ กำไรมหาศาล ไม่เพียงทะลวงกลั่นลมปราณขั้นหก ยังได้อัคคีทิพย์ชนิดที่สี่ พลังรบพุ่งกระฉูด
“เช็คของที่ได้มาก่อน”
เขากางของที่ยึดมาจากสำนักชิงอวิ๋นทั้งหมดออกมา หินิญญาระดับต่ำห้าร้อยก้อน หินิญญาระดับกลางห้าสิบก้อน ยาลูกกลอนสามสิบกว่าขวด อาวุธวิเศษเจ็ดชิ้น คุณภาพคละกันั้แ่ระดับต่ำถึงกลาง คัมภีร์ยุทธ์สิบกว่าเล่ม ส่วนใหญ่เป็วิชาพื้นฐานของสำนักชิงอวิ๋น ยังมีวัตถุดิบและของมีค่าจิปาถะอีกนิดหน่อย
“หินิญญากับยาลูกกลอนพวกนี้ พอให้ข้าฝึกได้อีกนาน”
หลินเยี่ยนพอใจมาก แต่สิ่งที่เขาอยากทำที่สุดตอนนี้ คือการหลอมศาสตรา หลังกลืนอัคคีทิพย์สี่ชนิด พลังคุมไฟของเขาถึงจุดสูงสุดใหม่แล้ว เขาตอนนี้ มีปัญญาหลอมอาวุธระดับสูงได้สบาย เผลอ ๆ อาจลองหลอมของวิเศษระดับสมบัติได้ด้วยซ้ำ
“แปรสภาพกระบี่เพลิงชาดอีกรอบก่อน”
เขาหยิบกระบี่เพลิงชาดออกมา กระบี่เล่มนี้ถูกแปรสภาพเป็อาวุธระดับสูงแล้ว แต่พอฝีมือพัฒนา กระบี่เล่มนี้เริ่มตามไม่ทัน
“หากใช้อัคคีทิพย์สี่ชนิดปลุกเสกใหม่ แล้วใส่วัสดุที่ดีกว่านี้เข้าไป...”
หลินเยี่ยนหยิบวัสดุล้ำค่าออกจากถุงสมบัติ ทองคำเปลวเพลิงบริสุทธิ์... วัสดุชั้นยอดสำหรับหลอมอาวุธธาตุไฟ แก่นเหล็กนิลกาฬ... เพิ่มความทนทานให้อาวุธ ผลึกิญญา... เพิ่มจิติญญาให้อาวุธ และวัสดุเสริมอีกจำนวนหนึ่ง
“เริ่ม!”
หลินเยี่ยนกางค่ายกลเก็บเสียงในถ้ำพำนัก แล้วเริ่มหลอมศาสตรา เขาใช้ไฟทั้งสี่ละลายกระบี่เพลิงชาดก่อน แล้วใส่วัสดุใหม่เข้าไป ภายใต้ความร้อนของอัคคีทิพย์ทั้งสี่ วัสดุทุกอย่างละลายกลายเป็ของเหลวห้าสีระยิบระยับ
“ขจัดสิ่งเจือปน!”
หลินเยี่ยนคุมไฟอย่างละเอียด เผาสิ่งเจือปนในของเหลวทีละนิด ขั้นตอนนี้ต้องใช้ความอดทนสูงมาก ห้ามพลาดแม้แต่นิดเดียว สามชั่วยามผ่านไป สิ่งเจือปนหมดเกลี้ยง ต่อไปคือขึ้นรูป หลินเยี่ยนปั้นของเหลวเป็รูปกระบี่อีกครั้ง คราวนี้อ้างอิงแบบจากตำราโบราณ ให้ตัวกระบี่เพรียวลมยิ่งขึ้น คมกริบกว่าเดิม
ผ่านไปอีกสองชั่วยาม กระบี่เป็รูปเป็ร่าง
“ชุบแข็ง!”
เขาเอาน้ำยาชุบแข็งชั้นยอดที่ยึดมาจากสำนักชิงอวิ๋นออกมา จุ่มตัวกระบี่ลงไป
ซู่!
ไอน้ำสีขาวพวยพุ่ง ตัวกระบี่เย็นลงอย่างรวดเร็ว พอหยิบออกมา ตัวกระบี่เป็สีห้าสี แผ่ประกายระยิบระยับ
“จารึกอักขระ!”
หลินเยี่ยนเริ่มสลักอักขระลงบนกระบี่ คราวนี้ไม่แค่สลักอักขระพื้นฐานอย่าง “คมกริบ” “คงทน” แต่ยังใส่อักขระชั้นสูงอย่าง “เปลวเพลิง” “เจาะเกราะ” “ดูดิญญา” เข้าไปด้วย เต็มวันเต็มคืน การจารึกถึงเสร็จสิ้น สุดท้าย ปลุกเสก
หลินเยี่ยนหยดเืทำสัญญา ใช้พลังิญญาและอัคคีทิพย์ทั้งสี่หล่อเลี้ยงกระบี่
ตูม!
ตัวกระบี่ะเิแสงเจิดจ้า เปลวไฟสี่สีเต้นระริกบนกระบี่
“สำเร็จ!”
หลินเยี่ยนกำกระบี่ ััพลังน่ากลัวที่แฝงอยู่ กระบี่เล่มนี้ เลื่อนขั้นจากอาวุธระดับสูงเป็อาวุธวิเศษระดับสุดยอด อีกก้าวเดียวก็จะกลายเป็ของวิเศษระดับสมบัติ
“ต่อไป เรียกเ้าว่า ‘กระบี่เผา์’”
หลินเยี่ยนตั้งชื่อกระบี่ กระบี่เผา์ คู่กับ《เก้ากระบวนท่าเผา์》 เข้ากันเป็ปี่เป็ขลุ่ย เขากวัดแกว่งกระบี่เผา์ คมกระบี่กรีดอากาศ ทิ้งรอยไฟห้าสีเป็ทาง ฟันใส่ผนังอย่างลวก ๆ ผนังหินแข็ง ๆ ก็ขาดเหมือนเต้าหู้
“กระบี่ดี!”
หลินเยี่ยนพอใจมาก มีกระบี่เล่มนี้ พลังรบเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสามส่วน
“ต่อไป หลอมเกราะ”
มีอาวุธแล้ว เครื่องป้องกันก็ขาดไม่ได้ หลินเยี่ยนกะจะหลอมเกราะสักชุด เพิ่มพลังป้องกัน เขาเอาเหล็กนิลกาฬกับหนังสัตว์ิญญาออกมา เริ่มหลอม การหลอมเกราะซับซ้อนกว่ากระบี่ เพราะต้องได้ทั้งป้องกัน คล่องตัว และสวยงาม หลินเยี่ยนดูแบบจากคัมภีร์ ตัดสินใจหลอมเกราะแบบเบา
อีกสามวันสามคืนแห่งการตรากตรำ พอเกราะเสร็จ หลินเยี่ยนก็หมดแรงข้าวต้ม เป็เกราะสีดำสลับแดง คลุมหน้าอก หลัง แขน จุดตายต่าง ๆ แต่ไม่เกะกะการเคลื่อนไหว ผิวเกราะสลักลายไฟ แผ่แสงจาง ๆ
“เกราะัเพลิง”
หลินเยี่ยนตั้งชื่อเกราะ แล้วสวมใส่ เกราะเบามาก แทบไม่รู้สึกหนัก แต่พลังป้องกันสุดยอด ต้านการโจมตีเต็มแรงของผู้ฝึกตนระดับสร้างฐานได้
“ดีมาก ทีนี้รุกรับครบเครื่อง”
หลินเยี่ยนส่องกระจกทองแดงดู เกราะดำแดงคู่กับกระบี่เผา์ ดูองอาจน่าเกรงขาม รังสีอำมหิตพุ่งพล่าน
“ได้เวลาออกไปเดินเล่นแล้ว”
เขาผลักประตูถ้ำพำนัก เตรียมไปรับงานที่หอภารกิจของพรรคมารโลหิต แต่เพิ่งก้าวขาออกมา ก็เห็นาุโเสวี่ยอวิ๋นยืนอยู่หน้าประตู
“หลินเยี่ยน ท่านประมุขเรียกพบ”
“ท่านประมุข? เกิดอะไรขึ้นรึ”
“่ที่เ้าเก็บตัว ข้างนอกเกิดเื่เยอะแยะ สำนักชิงอวิ๋นรวมหัวกับอีกเจ็ดสำนัก ยื่นสาส์นรบต่อพรรคมารโลหิตของเรา าธรรมะและอธรรม กำลังจะปะทุแล้ว”