ย้อนเวลาพลิกฟ้าคว่ำดิน

    11 พิชิตคุณชายซ่งติง

     สาวงามนามฉินอี้เซียนย่อตัวคำนับเหล่าบัณฑิต พร้อมกวาดสายตาไปรอบ ๆ ก่อนจะหยุดอยู่ที่คุณชายซ่งและเสียมหลอหลง

                 “ อี้เซียนคำนับคุณชายซ่ง   ไม่ทราบว่าคุณชายท่านนี้......”             หนึ่งในสี่โฉมงามแห่งหงส์ดรุณนามว่าฉินอี้เซียน ผู้มีความงามไม่เป็นรองใครในเมืองเทียนหยางแห่งนี้ เอ่ยทักทายซ่งติงและบัณฑิตหนุ่มที่นางไม่คุ้นหน้า              “ ข้าเสียมหลอหลง บัณฑิตไร้ชื่อแห่งเทียนหยาง ไม่ทราบแม่นางผู้เลอโฉมท่านนี้....”             “ อะไรกันคุณชายเสียมหลอ ท่านไปอยู่ที่ไหนมาถึงได้ไม่รู้จักแม่นางฉินอี้เซียน  หนึ่งในสี่สาวงามแห่งหงส์ดรุณ”               บัณฑิตหนุ่มผู้หนึ่งเป็นฝ่ายชิงตอบคำถามนี้แทน พร้อมทำสีหน้าประหลาดใจที่ชายหนุ่มผู้นี้ไม่รู้จักยอดหญิงงามแห่งยุค               เสียมหลอหลงหันมาสบตาแม่นางอี้เซียนที่กำลังมองมาที่เขาเช่นกัน  ทำให้ใจของเขาแทบหล่นลงตาตุ่ม เพราะว่าหญิงงามที่อยู่ตรงหน้านี้ถือว่าเป็นยอดหญิงงามโดยแท้ หากจะเรียกว่าเป็นหญิงงามล่มเมืองก็ไม่ถือว่าเกินเลยไปจริง ๆ    นับว่าเป็นสาวงามคนแรกที่เขาได้เจอนับตั้งแต่ย้อนเวลากลับมา  ส่วนเสี่ยวชิงหรือแม่นางหลิวยังไม่นับว่าเป็นสาวงามล่มเมือง หนึ่งนั้นเพราะนางเยาว์วัยและมีความน่ารักสดใสมากกว่า               “ อี้เซียน คำนับคุณชายเสียมหลอ  แซ่ของท่านช่างแปลกยิ่งนัก ข้าไม่เคยได้ยินที่ไหนมาก่อนเลย”                นางย่อตัวคำนับเสียมหลอหลง พร้อมเอ่ยถึงแซ่ของชายหนุ่มด้วยความประหลาดใจ รวมทั้งยังลอบสังเกตพิจารณาด้วยความพึงพอใจต่อชายหนุ่มรูปงามคนนี้                 “ แม่นางฉินมาได้จังหวะพอดี  ข้ากับคุณชายเสียมหลอกำลังแลกเปลี่ยนความรู้กันอยู่  ไม่ทราบว่าแม่นางฉินจะให้เกียรติช่วยเป็นผู้กำหนดกติกาและเป็นผู้ตัดสินชี้ขาดให้พวกเราได้ไหม?”                 ซ่งติงเอ่ยขอร้องนาง พร้อมจ้องมองนางตรง ๆ อย่างหลงใหล ทำเอาแม่นางอี้เซียนต้องทำเป็นเฉไฉ  ด้วยการหันไปเอ่ยถามอาหลงซึ่งดูสำรวมกว่าและไม่มีทีท่ากะลิ้มกะเหลี่ยเหมือนบัณฑิตคนอื่น ๆ                “ ไม่ทราบว่าคุณชายทั้งสองกำลังสนทนากันในเรื่องใด”                “ พวกข้าเพิ่งจะถามตอบคำถามกันไปเมื่อสักครู่ แต่ยังไม่รู้ผลแพ้ชนะ  จึงอยากให้แม่นางฉินช่วยกำหนดกติกาการแข่งขันให้เราทั้งสองได้ไหม ทุกอย่างล้วนให้นางเป็นผู้ชี้ขาด ท่านว่าดีมั้ยคุณชายเสียมหลอ?”                 คุณชายซ่งเป็นฝ่ายชิงตัดหน้าตอบอย่างเสียมารยาท ทั้ง ๆ ที่คนที่นางถามคือเสียมหลอหลง  แต่อาหลงก็หาได้ถือสา  จึงพยักหน้าตอบเป็นการยอมรับข้อเสนอ                 แม่นางฉินหันไปสบตากับซ่งติง ก่อนจะใช้เวลาครุ่นคิดสักครู่ จากนั้นจึงเสนอให้ทั้งคู่ประลองด้านบทกวี และอีกอย่างคือแข่งทักษะด้านภาษาต่างแดน  ซึ่งซ่งติงรีบเอ่ยตอบรับและชิงตัดบทว่าตกลงตามนี้โดยไม่ให้โอกาสอีกฝ่ายได้ปฏิเสธ ซึ่งทางด้านอาหลงก็ไม่ได้ว่าอะไร ได้แต่ยิ้ม ๆ และพยักหน้าเท่านั้น                   คุณชายซ่งใช้เวลาครุ่นคิดสักครู่จึงเอื้อนเอ่ยบทกวีขึ้นมา ท่ามกลางเหล่าบัณฑิตที่เอาใจช่วยลุ้นทั้งสองฝ่าย              “ ภูผากว้างใหญ่ สะท้อนเสียงวานร   วิหคฟ้อนเหนือสายธารเชี่ยว    สารทมาเยือนใบไม้ห่อเหี่ยว    ฉางเจียงเทียวน้ำโหมกระหน่ำ    เตร็ดเตร่แดนไกลช่างน่าเศร้า   โรครุมเร้าโถมมาคล้ายตอกย้ำ...”            ซ่งติงเอ่ยบทกวีด้วยอารมณ์อันสุนทรีพร้อมทั้งก้าวเท้าเดินไปรอบ       ๆ โถงอย่างช้า  ๆจากนั้นจึงเดินกลับมาหยุดตรงหน้าแม่นางฉิน ก่อนจะเอ่ยท่อนจบด้วยความภาคภูมิใจในความเก่งกาจของตน            “....ผมขาวโพลนท่วมหัวใจเพิ่งช้ำ    เลิกดื่มด่ำรสสุราก็สายแล้ว”           หลังจากกล่าวจบ คุณชายซ่งก็หันไปคารวะรอบ ๆ ท่ามกลางเสียงปรบมือของบรรดาลิ่วล้อของตน  รวมทั้งบัณฑิตคนอื่น ๆ ที่ชื่นชมในตัวเขา              “ เป็นอย่างไรบ้างแม่นางฉิน บทกวีของข้าพอใช้ได้หรือไม่?”            ซ่งติงเอ่ยถามแม่นางฉิน พร้อมคาดหวังว่าจะได้รับคำชมจากนาง ซึ่งแม่นางฉินได้แต่ยิ้มน้อย ๆ ก่อนจะพยักหน้า พร้อมเอ่ยชมว่าเป็นบทกวีที่ยอดเยี่ยมยิ่งนัก  สร้างความลิงโลดใจแก่ซ่งติงเป็นอันมากที่สาวงามที่ตนหมายปองชื่นชอบบทกวีที่ตนเอ่ยออกไป              “ ต่อไปขอเชิญคุณชายเสียมหลอเจ้าค่ะ”            แม่นางอี้เซียนเอ่ยปาก  ทางด้านเสียมหลอหลงทำท่าครุ่นคิดสักครู่ ก่อนจะหันไปสบตาสาวงามหนึ่งในสี่หงส์ดรุณจากนั้นจึงเอ่ยว่า              “ ข้าคงไม่อาจเป็นท่านตู้ฝู่ แห่งราชวงศ์ถังอย่างเช่นคุณชายซ่ง  ดังนั้นขอแม่นางฉินและท่านทั้งหลายอย่าได้หัวเราะเยาะกลอนธรรมดา ๆ บทนี้ของข้า”                อาหลงเอ่ยอารัมภบทออกตัว ซึ่งจริง ๆ เขาสามารถที่จะเอ่ยบทกวีที่อาจารย์สี่หลี่เปียวเคยสอนไว้เพื่อเอาชนะซ่งติงได้ไม่ยาก  แต่เขากลับเลือกที่จะนำข้อความที่มาจากเพลงที่เขาเคยแต่งให้กับภรรยาในโลกที่เขาจากมามาเอื้อนเอ่ยแทน                “ หายใจเข้ามันบอกว่ารัก   หายใจออกมันบอกว่าเจ้า....”                 ชายหนุ่มกล่าวพร้อมกับเดินไปรอบ ๆ ก่อนจะมาหยุดตรงหน้าแม่นางฉิน  พร้อมกับสบตานางด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ลึกซึ้ง เสมือนนางคือคนรักของเขาในโลกที่เขาจากมา  ทำเอาสาวงามนางนี้เกิดอาการเขินอาย หน้าแดงจดใบหู ที่จู่ ๆ ชายหนุ่มตรงหน้าก็ทำกับราวกับว่านางคือคนรักของเขายังไงยังงั้น                  “ ....หายใจเข้าออก ก็มีเพียง รักเจ้า”                    อาหลงปิดท้ายกลอนอย่างหวานซึ้ง  แถมยังไม่ยอมละสายตาจากแม่นางฉิน ทำเอานางหัวใจเต้นแรง วางตัวไม่ถูกอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน  ทั้ง ๆ ที่ก่อนหน้านี้ ไม่ว่าจะเจอบุรุษรูปงามแค่ไหน นางก็ไม่เคยหวั่นไหวใจเลยสักครั้ง          “ คุณชาย บทกวีของท่านช่างสั้น และก็แปลกยิ่งนัก แต่ว่าข้ากลับรู้สึกว่าแค่คำไม่กี่คำเหล่านี้กลับทำให้ข้าเคลิบเคลิ้มจนใจแทบจะละลายเลยเจ้าค่ะ”           แม่นางเยี่ยนเอ๋อเป็นคนเอ่ยขึ้นมาเป็นคนแรก  ในขณะที่คนอื่น ๆ ก็รู้สึกว่าบทกวีนี้มันฟังดูแปลก ๆ ต่างจากบทกวีทั่วไป  แต่กลับให้ความรู้สึกที่ลึกซึ้งอย่างคาดไม่ถึง  จากนั้นเกือบทุกคนจึงปรบมือดังสนั่นพร้อมกล่าวชมว่ายอดเยี่ยม ๆ ทั่วทั้งโถง           “ บทกวีของข้าเป็นเช่นไรบ้าง ขอแม่นางฉินโปรดชี้แนะ”           อาหลงสบตานางอีกครั้งแบบไม่กระพริบตาเหมือนกำลังเล่นเกมจ้องตา  ทำเอานางเขินหนักจนต้องต้องแก้เก้อด้วยการหันไปกล่าวกับบัณฑิตคนอื่น ๆ แทน           “ บทกวีของคุณชายเสียมหลอนับว่าแปลกใหม่ แตกต่างจากบทกวีทั่ว ๆ ไปที่ข้าเคยได้ยิน  ถึงแม้เนื้อหาจะสั้นแต่ก็ให้ความหมายที่กระชับและลึกซึ้งกินใจ”              นางให้ความเห็นกับคนอื่น ๆ ก่อนจะหันมาสบตากับเจ้าของบทกวีอย่างอาย ๆ  ทำเอาคุณชายซ่งที่มองดูนางในดวงใจที่มีท่าทีที่หวั่นไหวต่อชายอื่นอย่างเดือดดาล ก่อนจะเข้ามาแทรกกลางคนทั้งคู่ในทันที           “ ตกลงแม่นางฉินตัดสินให้ผู้ใดเป็นผู้ชนะ”             ซ่งติงเอ่ยถามสาวงามอย่างไม่ค่อยพอใจที่เห็นนางรู้สึกดีกับคู่ประลองของตน  ซึ่งแม่นางฉินเองก็มีท่าทีที่ลำบากใจ  เพราะบทกวีของตู้ฝู่ที่ซ่งติงนำมาเอื้อนเอ่ยก็ถือว่ายอดเยี่ยมไร้ที่ติและเป็นที่รู้จักของทุกคน  ในขณะเดียวกันบทกวีที่สั้นกระชับ ลึกซึ้ง และกินใจของคุณชายเสียมหลอก็ทำเอาดวงใจน้อย ๆ ของนางแทบละลาย  ดังนั้นเพื่อเป็นการถนอมน้ำใจทั้งคู่  นางจึงตัดสินให้เสมอกัน   สร้างความไม่พอใจแก่ซ่งติงเป็นอันมาก เพราะเขาคิดว่าเขาสมควรเป็นผู้ชนะมากกว่า  แต่เมื่อรู้ว่ายังมีอีกหนึ่งการแข่งขันให้เขาได้โค่นล้มชายหนุ่มผู้เป็นศัตรูหัวใจ เขาจึงยอมสะกดอารมณ์เอาไว้            “ รอบต่อไปคือการแข่งขันทักษะด้านภาษาอิงหยี่(อังกฤษ)ซึ่งเป็นภาษาต่างแดนแถบโอวโจว(ยุโรป)   ซึ่งข้าจะเป็นคนถามคำถามคุณชายทั้งสองคนละสามคำถาม ถ้าผู้ใดตอบคำถามข้าถูกมากที่สุดผู้นั้นก็จะเป็นผู้ชนะการประลองในคืนนี้”              ฉินอี้เซียนบอกกติกาให้บัณฑิตทั้งสองรวมทั้งคนอื่น ๆ ได้ทราบ ซึ่งทางด้านซ่งติงดูมีความมั่นอกมั่นใจเต็มร้อยว่ารอบนี้ตนจะต้องเป็นผู้ชนะอย่างแน่นอน              “ เฮลโล่ ฮาว อาร์ ยู?”               ฉินอี้เซียนเอ่ยถามคำถามแรกต่อคุณชายซ่ง ซึ่งมีท่าทีผ่อนคลายและมั่นใจในตนเองอย่างเต็มเปี่ยม ก่อนที่เขาจะตอบคำถามนางอย่างเสียงดังฟังชัด               “ ไอ แอม ฟาย แท้ง คิ่ว”                “ แม่นางฉินกับคุณชายซ่งคุยภาษาอะไรกัน  ทำไมพวกเราถึงฟังไม่เข้าใจเลย”              บัณฑิตหนุ่มที่อยู่ด้านหน้าสุดเอ่ยออกมา ก่อนที่หลาย ๆ คนจะกล่าวเป็นเสียงเดียวกันว่า พวกตนก็ฟังไม่เข้าใจเช่นกัน  จากนั้นบัณฑิตอาวุโสผู้หนึ่งจึงเอ่ยปากปรามให้พวกเขาเบาเสียงและชมการประลองต่อ                 “ วอท อีส ยัวร์ เนม?”                 สาวงามเอ่ยถามคำถามต่อไปกับคุณชายซ่ง  ซึ่งเขาก็ตอบกลับมาอย่างสบาย ๆ เช่นเดิม                 “ มาย เนม อีส ซ่งติง”                จากนั้นแม่นางฉินจึงถามคำถามสุดท้ายต่อยอดบัณฑิตอันดับสาม                 “ ฮาว  โอลด์ อาร์ ยู?”                  “ ไอ แอม ทเว้นตี้ เยียร์ โอลด์”                  ซ่งติงตอบกลับอย่างรวดเร็วและคล่องแคล่วราวกับซ้อมมาเป็นร้อยรอบ      จากนั้นแม่นางฉินจึงประกาศว่าคุณชายซ่งตอบคำถามได้ถูกต้องทั้งสามข้อ  พร้อมทั้งอธิบายให้ทุกคนได้ทราบว่านางถามอะไรบ้างและคุณชายซ่งตอบว่าอะไร        “ อย่างนี้คุณชายเสียมหลอก็คงแย่แล้ว  น่าเสียดายมาก อุตส่าห์สู้มาจนถึงขั้นนี้แล้ว”       บัณฑิตผู้หนึ่งเอ่ยขึ้นอย่างเห็นใจบัณฑิตหนุ่มไร้อันดับที่จะต้องพ่ายแพ้ให้กับคุณชายซ่ง เจ้าของฉายาบัณฑิตอันดับสามแห่งเทียนหยางในที่สุด                                “ แวร์ อาร์ ยู ฟรอม?”             แม่นางฉินหันไปเอ่ยถามเสียมหลอหลงด้วยสีหน้าที่สับสนและรู้สึกเห็นใจอีกฝ่ายเพราะรู้ดีว่าชายหนุ่มคงไม่สามารถที่จะตอบคำถามเหล่านี้ได้อย่างแน่นอน            อาหลงนิ่งเงียบสักครู่ และทำสีหน้าเหมือนไม่เข้าใจคำถาม สร้างความพึงพอใจแก่ซ่งติงยิ่งนัก ในขณะที่ฉินอี้เซียนก็รู้สึกเสียดายที่ชายหนุ่มที่นางรู้สึกดีด้วยกำลังจะพ่ายแพ้ให้กับคุณชายซ่ง   ดังนั้นนางจึงตัดสินใจประกาศให้คุณชายซ่งเป็นผู้ชนะการประลองในวันนี้            “ เนื่องจากคุณชายเสียมหลอไม่สามารถตอบคำถามได้ ดังนั้นผู้ชนะในคืนนี้ก็คือ ....”            “ ไอ แอม ฟรอม เสียมหลอ ฮันนี่”            เสียมหลอหลงเอ่ยตอบแม่นางฉินก่อนที่นางจะประกาศจบ  สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนเป็นยิ่งนักที่คุณชายเสียมหลอก็สามารถพูดภาษาอิงหยี่ได้เช่นกัน           ยิ่งไปกว่านั้นแม่นางฉินยังสะดุดใจกับคำสุดท้ายที่เขาเอ่ยมา  เมื่อรู้ความหมายของคำว่าฮันนี่ที่แปลว่า ที่รัก แล้ว  นางยิ่งหน้าแดงและลอบมองหน้าชายหนุ่มผู้ที่ทำให้ใจของนางสั่นไหวเป็นระยะ           จริง ๆ แล้วทักษะด้านภาษาอิงหยี่(อังกฤษ)ของแม่นางฉินถือว่าอยู่ในขั้นต้น นางพอพูดทักทาย ถามตอบประโยคง่าย ๆ ได้ เพราะว่าแม่นางหลี่ซา อีกหนึ่งโฉมงามของหงส์ดรุณเป็นคนสอนให้นางเอง  ส่วนซ่งติงยังถือว่าอ่อนกว่าแม่นางฉิน เพราะตัวเขาเองก็หัดจากแม่นางฉินมาอีกทีตอนที่มาเที่ยวที่หอ        ทางด้านเสียมหลอหลงเล่า  ตอนที่อยู่ในโลกปัจจุบันที่เขาจากมา  เขาเรียนจบด้านการทูต อีกทั้งยังเคยเป็นติวเตอร์สอนภาษาอังกฤษ ดังนั้นภาษาอังกฤษจึงไม่ใช่ปัญหาสำหรับเขา  ดังจะเห็นจากที่เขาเป็นคนเดียวที่สื่อสารรู้เรื่องกับอาจารย์หญิงในหุบเขายอดเซียน           “ ฮาว โอลด์ อาร์ ยู?”           “ ไอ แอม ฟอร์ตี้ โอ้ ซอรี่  ไอ แอม ทเวนตี้ เยียร์ส โอลด์”           อาหลงเอ่ยตอบคำถามที่สองที่แม่นางฉินถามมา โดยเขายังสับสนนึกว่าตนเองอายุสี่สิบเหมือนตอนที่อยู่โลกปัจจุบันที่จากมา ก่อนจะนึกขึ้นได้จึงเปลี่ยนเป็นอายุของชายหนุ่มเจ้าของร่างตอนนี้แทน                “ วอท ดู ยู ดู?”                “ ไอ แอม อะ ดอคเทอร์ , ทีชเช่อร์  แอนด์ อินเว้นเทอร์”                   อาหลงเอ่ยตอบคำถามสุดท้าย  ท่ามกลางเสียงปรบมือโห่ร้องของเหล่าบัณฑิตที่แอบลุ้นเอาใจช่วยเขา  ในขณะที่ฉินอี้เซียนเองก็ทำหน้าประหลาดใจเมื่อรู้ว่าเขาเป็นทั้งหมอ อาจารย์ รวมทั้งนักประดิษฐ์                    “ อย่างนี้ก็ถือว่าเสมอกันอีกละสิ   น่าเสียดายจัง เลยไม่รู้ผลแพ้ชนะ”                     บัณฑิตหนุ่มในชุดสีขาวเอ่ยขึ้นมาด้วยความผิดหวัง   แต่ว่าจู่ ๆ เสียมหลอหลงก็เดินเข้าไปหาซ่งติงก่อนจะเอ่ยถามเป็นภาษาอิงหยี่                              “ ฮู อีส ยัวร์ เฟเวอริท เลดี้?”                      คุณชายซ่งทำหน้าบอกบุญไม่รับ เพราะเขาไม่เข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายถาม  ตัวเขาเองเตรียมมาแค่ประโยคเบื้องต้นแบบพื้น ๆ เท่านั้น  เมื่อเห็นซ่งติงเงียบไป   อาหลงจึงเดินเข้าไปหาฉินอี้เซียนก่อนจะกล่าวว่า                   “ มาย เฟเวอริท เลดี้ อีส ฉินอี้เซียน”