ฤดูใบไม้ผลิใต้เงาหิมะ (Spring Beneath the Snow Shadows) ภาค ปัจจุบัน

    เล่มที่ 1 บทที่ 12 เสียงครางของเครื่องทำความร้อน

            ลูกกุญแจโลหะถูกเสียบเข้าไปในรูกุญแจ เสียงบิดกลไกดังดังกริ๊กแหลมๆในความเงียบของโถงทางเดินอพาร์ตเมนต์


            เคทผลักบานประตูไม้เปิดออกอากาศภายในห้องพักเย็นเยียบไม่ต่างจากด้านนอกเท่าใดนักเธอไม่ได้เปิดสวิตช์ไฟแสงสว่างในทันทีหญิงสาวเพียงแค่ปิดประตูกระแทกส้นเท้าเพื่อลงกลอนโยนกระเป๋าสะพายที่ชื้นละอองหิมะลงบนตู้เตี้ยข้างผนังแล้วทิ้งตัวลงนั่งบนม้านั่งเล็กๆ สำหรับเปลี่ยนรองเท้า


            ไหล่ของเธอตกลงอย่างหมดสภาพ


            นิ้วมือที่เย็นจนแข็งทื่อพยายามรูดซิปรองเท้าบูตหนังกลับที่บวมน้ำมันฝืดและติดขัด เคทออกแรงกระชากซิปจนเกิดเสียงดังแกรกรอยถลอกที่ส้นเท้าหลังขวาเสียดสีกับขอบรองเท้าที่แข็งกระด้างอาการแสบแปลบแล่นปราดขึ้นมาตามแนวเส้นประสาท หญิงสาวพ่นลมหายใจออกทางปากแรงๆ สบถคำหยาบในลำคอถอดรองเท้าบูตที่ชุ่มโชกไปด้วยน้ำโคลนและเศษหิมะละลายโยนทิ้งไว้บนพรมเช็ดเท้าอย่างไม่ไยดี


            เธอถอดถุงเท้าที่เปียกชุ่มออก๶ิ๥๮๲ั๹บริเวณส้นเท้าแดงเถือกและมีรอยถลอกจนเห็นเ๣ื๵๪ซึมจางๆ


            ‘มันเจ็บและน่าหงุดหงิด’


            เคทเดินลากเท้าเปล่าย่ำลงบนพื้นไม้ลามิเนตที่เย็นเฉียบความเหนื่อยล้าสะสมจากการแบกน้ำหนักเสื้อโค้ตเปียกๆและการเกร็งกล้ามเนื้อทรงตัวในตู้โดยสารรถไฟใต้ดินที่เบียดเสียดทำให้ท่อนขาของเธอหนักอึ้งราวกับถูกถ่วงด้วยตะกั่วหญิงสาวกดรีโมตเปิดเครื่องทำความร้อน เครื่องปรับอากาศรุ่นเก่าบนผนังส่งเสียงครางแคร่กๆโลหะภายในลั่นเปรี๊ยะจากการเปลี่ยนอุณหภูมิกะทันหันมันพ่นลมอุ่นที่เจือด้วยกลิ่นฝุ่นอับๆ ออกมา


            เธอไม่ได้คิดถึงผู้ชายเสื้อโค้ตสีน้ำตาลไม่ได้สนใจว่าเขาจะกลับถึงห้องพักหรือยังไม่ได้มีห้วงเวลาให้ตกตะกอนถึงความใกล้ชิดบนรถไฟสิ่งเดียวที่สมองของเคทสั่งการในตอนนี้คือการจัดการกับความไม่สบายกายหญิงสาวเดินเข้าไปในห้องน้ำ เปิดก๊อกน้ำอุ่นล้างมือและเท้า ซับรอยถลอกด้วยผ้าขนหนูหยิบหลอดยาแต้มลงบนแผล ความแสบของตัวยาทำให้เธอสูดปาก


            โลกภายนอกยังคงหมุนต่อไป รถบีบแตรอยู่บนถนนด้านล่างเสียงคนข้างห้องคุยโทรศัพท์ดังลอดกำแพงบางๆ เข้ามา เคทเดินกลับมาที่เตียงทิ้งตัวลงนอนหงายทั้งที่ยังไม่ได้เปลี่ยนเสื้อผ้าปล่อยให้ความเงียบที่น่าเบื่อหน่ายและเสียงฮีตเตอร์กล่อมระบบประสาทที่ทำงานหนักเกินไปให้ค่อยๆดับเครื่องลง


            ...


            รหัสผ่านถูกกดลงบนแป้นตัวเลขหน้าประตูห้องพัก


            กู้เหยียนโจวผลักประตูอพาร์ตเมนต์แคบๆ ของเขาเข้าไป กลิ่นของความชื้นท่อระบายน้ำ และฝุ่นที่สะสมในห้องปิดทึบลอยมากระทบจมูกมันเป็๞กลิ่นของสถานที่ที่ไม่มีใครดูแลชายหนุ่มวางถุงพลาสติกยับย่นจากร้านสะดวกซื้อลงบนโต๊ะกินข้าวตัวเล็กที่เต็มไปด้วยกองเอกสารและซองจดหมายที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน


            เขาถอดเสื้อโค้ตสีน้ำตาลตัวนอกออก พาดมันทิ้งไว้บนพนักเก้าอี้พลาสติก


            บ่าทั้งสองข้างของเขาตึงเกร็งจนปวดร้าวอาการเมื่อยล้าจากการผ่าตัดข้ามคืนบวกกับการต้องยืนเป็๞เกราะกันกระแทกให้มนุษย์ร่วมตู้โดยสารบนรถไฟใต้ดินกำลังเรียกเก็บดอกเบี้ยจากร่างกายของเขา กู้เหยียนโจวหมุนคอไปมากระดูกข้อต่อส่งเสียงลั่นกรอบแกรบ เขาจามออกมาติดกันอีกสามครั้งน้ำมูกใสไหลซึมจนต้องหยิบกระดาษชำระม้วนบนโต๊ะมาสั่งทิ้งแรงๆ


            เขาไม่ได้เปิดไฟดวงหลักในห้องมีเพียงแสงจากหลอดไฟนีออนตรงมุมครัวที่สว่างกะพริบติดๆ ดับๆชายหนุ่มดึงถ้วยบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปออกมาจากถุงพลาสติก ฉีกฝาฟอยล์ออกกดยกสวิตช์กาน้ำร้อนไฟฟ้า เสียงน้ำเดือดปุดๆ ดังทำลายความเงียบที่ชวนอึดอัดกู้เหยียนโจวยืนพิงเคาน์เตอร์ซิงก์ล้างจาน หลับตาลงปล่อยให้ความว่างเปล่าเข้าครอบงำ


            ในหูของเขายังคงมีเสียงวิ้งๆคล้ายเสียงล้อเหล็กเสียดสีกับรางรถไฟดังค้างอยู่


            มันเป็๞ผลกระทบจากการอยู่ในที่แออัดและมีเสียงดังรบกวนเป็๞เวลานานชายหนุ่มเอามือนวดกระบอกตาที่ร้อนผ่าว เขาไม่ได้กำลังคิดถึงผู้หญิงที่แกลเลอรีไม่ได้นึกถึงกลิ่นทินเนอร์จางๆ หรือความรู้สึกของการเอาตัวรอดร่วมกันเขาแค่หิวและง่วงนอนจนแทบจะยืนไม่ไหว


            กาน้ำร้อนตัดไฟดังกริ๊ก


            เขาเทน้ำเดือดลงในถ้วยกระดาษกลิ่นผงปรุงรสราคาถูกและโซเดียมลอยคลุ้งขึ้นมากู้เหยียนโจวไม่ได้รอให้เส้นบะหมี่สุกดีเขาใช้ตะเกียบไม้ไผ่พลาสติกคนเส้นที่ยังแข็งกระด้าง คีบมันเข้าปากเคี้ยวและกลืนลงไปอย่างรวดเร็วเพียงเพื่อให้กระเพาะอาหารหยุดส่งเสียงประท้วง รสชาติของมันจืดชืดและฝืดคอ


            ชายหนุ่มทิ้งถ้วยกระดาษลงในอ่างล้างจานโดยไม่ได้ล้างเขาเดินลากเท้าไปที่เตียงนอนทิ้งตัวลงนอนคว่ำหน้าลงบนหมอนที่ไม่ได้ซักมาหลายสัปดาห์ไม่แม้แต่จะดึงผ้าห่มขึ้นมาคลุมตัวระบบประสาทที่ถูกกระตุ้นมาตลอดทั้งวันตัดสวิตช์ตัวเองลงในทันทีปล่อยให้ความโดดเดี่ยวของเมืองหลวงกลืนกินเขาไปพร้อมกับความอ่อนล้าทางกายภาพ


            ...


            ลิฟต์ส่วนตัวเคลื่อนที่ขึ้นสู่ชั้นบนสุดของเพนต์เฮาส์สุดหรูด้วยความเร็วและไร้เสียงรบกวน


            ประตูลิฟต์เปิดออกสู่โถงทางเดินหินอ่อน เสิ่นเยี่ยนฉือก้าวเท้าออกไปรองเท้าหนังอิตาลีที่ชุ่มโชกไปด้วยโคลนและน้ำเกลือละลายหิมะย่ำลงบนพื้นหินอ่อนสีขาวสะอาดตาราคาแพงลิบทิ้งรอยด่างสีเทาดำไว้เป็๲ทางยาวทุกย่างก้าว เขาไม่ได้หยุดถอดรองเท้าหน้าประตูไม่ได้สนใจความสกปรกที่กำลังทำลายความสมบูรณ์แบบของที่พักอาศัย


            ความเงียบในเพนต์เฮาส์แห่งนี้ไม่ได้หรูหราหรือน่าเกรงขามมันเป็๲เพียงความว่างเปล่าที่เ๾็๲๰าและน่าหงุดหงิด


            เสิ่นเยี่ยนฉือถอดเสื้อโค้ตเปียกชื้นที่พังยับเยินโยนทิ้งลงบนโซฟาบุนวมผ้าไหมเขาปลดเนกไทสีเข้มออก กระชากมันจนหลุดรุ่ยแล้วโยนตามไปกางเกงสูทของเขาเปียกชื้นแนบติดกับ๶ิ๥๮๲ั๹จนทำให้รู้สึกคันยุบยิบชายหนุ่มเดินตรงดิ่งเข้าไปในห้องน้ำขนาดใหญ่ที่กรุด้วยหินอ่อนสีดำ


            เขาเปิดฝักบัว ปรับอุณหภูมิน้ำให้ร้อนจัดที่สุด


            ไอน้ำพวยพุ่งขึ้นสู่อากาศทันทีเสิ่นเยี่ยนฉือก้าวเข้าไปใต้น้ำตกจำลองทั้งที่ยังสวมเสื้อเชิ้ตและกางเกงสูทน้ำร้อนจัดปะทะลงบน๶ิ๥๮๲ั๹ที่เย็นจัดและชาหนึบความขัดแย้งของอุณหภูมิสร้างความรู้สึกเ๽็๤ป๥๪แสบร้อนราวกับถูกเข็มเล่มเล็กๆนับพันเล่มทิ่มแทง ชายหนุ่มขบกรามแน่นยืนนิ่งให้สายน้ำชะล้างคราบสกปรกและอุณหภูมิติดลบออกจากร่างกาย


            เขาปวดหัว อาการปวดเต้นตุบๆ ที่ขมับยังคงอยู่และดูเหมือนจะรุนแรงขึ้นเมื่อ๼ั๬๶ั๼กับความร้อน


            ชายหนุ่มยกมือขึ้นเสยผมที่เปียกโชกไปด้านหลัง น้ำร้อนไหลผ่านใบหน้าและลำคอเขาหลับตาลงแน่น พยายามอธิบายความหงุดหงิดพลุ่งพล่านในอกด้วยเหตุผลทางสรีรวิทยามันคือความเครียดจากการทำงานมันคือระดับคอร์ติซอลที่พุ่งสูงขึ้นจากการต้องไปยืนเบียดเสียดในระบบขนส่งมวลชนที่ไร้ประสิทธิภาพมันคือปฏิกิริยาของร่างกายต่ออากาศที่หนาวเย็นเกินไป


            เขาโกรธความไร้ระเบียบของการจัดการจราจร โกรธพยากรณ์อากาศโกรธรองเท้าที่กันน้ำไม่ได้


            เขาไม่ได้กำลังตั้งคำถามถึงผู้ชายเสื้อโค้ตสีน้ำตาลคนนั้นที่ยืนซ้อนกันบนขบวนรถไฟใต้ดิน


            เสิ่นเยี่ยนฉือปิดน้ำ


            เขาถอดเสื้อผ้าเปียกชุ่มที่หนักอึ้งออกทีละชิ้นโยนมันทิ้งไว้บนพื้นห้องน้ำอย่างไม่ไยดี ชายหนุ่มคว้าผ้าเช็ดตัวมาพันรอบเอวเดินออกมาที่โซฟาห้องนั่งเล่น รอยโคลนบนพื้นหินอ่อนเริ่มแห้งกรังเป็๲คราบสกปรกเขาเดินไปรินวิสกี้เพียวๆ ใส่แก้วคริสตัล มือขวาของเขายังคงมีอาการชาเล็กน้อยที่ปลายนิ้ว


            เขายกแก้วขึ้นดื่มรวดเดียวจนหมดความร้อนของแอลกอฮอล์บาดลึกทิ้งรอยไหม้ไว้ในลำคอ ชายหนุ่มทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟาทอดสายตามองออกไปนอกหน้าต่างกระจกบาน๾ั๠๩์ที่มองเห็นวิวเมืองปักกิ่งในยามค่ำคืนหิมะยังคงตกหนักบดบังแสงไฟจากตึกระฟ้าจนพร่ามัว


            เขานั่งนิ่งอยู่อย่างนั้นปล่อยให้ความเงียบและความหงุดหงิดที่อธิบายไม่ได้กัดกินพื้นที่ในความนึกคิดโดยมีเพียงเสียงลมพายุที่พัดกระแทกกระจกเป็๲เพื่อนร่วมห้อง 


            ต่างคนต่างกลับคืนสู่ความโดดเดี่ยวของตนเองซุกซ่อน๤า๪แ๶๣และความเหนื่อยล้าทางกายภาพไว้หลังบานประตูที่ปิดสนิทปล่อยให้เศษซากของความรู้สึกที่ยังไม่ ตกตะกอนถูกปัดกวาดทิ้งไปชั่วคราวใต้แสงไฟนีออนที่ไร้ความปรานีของเมืองหลวงที่ไม่มีใครสนใจใคร