หลังอาบเสร็จฉันก็ห่อตัวด้วยผ้าขนหนูก่อนจะแง้มประตู ออกไปส่องอีตาดยุก
“ ไม่อยู่แฮะ ”
สงสัยออกไปรอข้างนอก.. อย่างน้อยก็ยังสุภาพบุรุษล่ะนะ ฉันรีบดิ่งไปที่ตู้เสื้อผ้าดยุก ก่อนจะค้นๆ ลื้อๆหาเสื้อผ้าที่เหมาะกับขนาดตัวฉัน สุดท้ายก็ได้แค่เสื้อโคร่งๆ ที่ผ้าหนาพอที่จะปิดหน่มน๊มกับจิบิฉันได้เพราะที่นี่ไม่มีบราไงเล่าาา
ยังไงก็ดีกว่าแก้ผ้าแหละ
หลังจากจัดการตัวเองเสร็จ ฉันก็มานั่งอยู่บนโซฟาไม่นานก็มีเสียงเคาะประตู
ก็อกๆ
“...”
“ข้าเอง”
เสียงดยุก เขาค่อยๆ แง้มประตูเข้ามาพร้อมกับถาดอาหารในมือ สำหรับ 2 คน
นี่หายไปหาข้าวให้ฉันกินหรอ
“ข้าไม่รู้ว่าเ้าชอบอะไรน่ะ เลยเอาปลานึ่งมา”
“หน้าฉันจะเป็ปลานึ่งแล้วค่ะ”
“ถ้างั้นจะให้แม่บ้านเปลี่ยนให้นะ”
“เดี๋ยวค่ะ…”
“...”
“มื้อนี้ กินไปก่อนได้ค่ะ อุตส่าห์เอามาแล้ว..”
ดยุกยกถาดเข้ามามีปลานึ่งหอมๆ ตัวใหญ่ 1 จานและสเต็กเนื้อ 1 จาน
ดยุกยกถาดสเต็กไปก่อนจะหั่นเป็ชิ้นเล็กๆและตักแบ่งมาจานฉัน
“คุณกินแค่นั้นจะอิ่มหรอคะ”
“ไม่เป็ไร ข้ากินเมื่อไรก็ได้”
“อ่อ…ค่ะ ขอบคุณค่ะ”
เรากินอาหารด้วยกันมื้อนี้เป็มื้อแรก ถึงแม้บรรยากาศจะชวนอึดอัดยังไงชอบกล ตาดยุกกินเสร็จแล้วก็ลุกไปหยิบไวน์มานั่งดื่มต่อ
“จะไม่ชวนหน่อยหรอคะ”
“เป็แมวดื่มไม่ได้”
ดยุกกล่าว ก่อนจะยกไวน์กระดกอีกรอบ
หมั่นไส้มาก เหมือนเยาะเย้ยเลยนะ!!?
ฉันคว้าแก้วไวน์ในมือดยุกมาดื่มเขามีท่าทีใเล็กน้อย แต่ก็ไม่ได้ติอะไร และนั่งเท้าคางมองฉันอยู่เงียบๆ
“...แค่กๆๆ ขม”
“แน่ล่ะ ก็นี่มันไวน์ที่แรงที่สุดนิ”
“อร่อยตรงไหน ประโยชน์ก็ไม่มี”
“มีสิ มันทำให้ข้าลืม…บางเื่แล้วหลับลงได้น่ะ”
ดยุกพูดด้วยเสียงอ่อยๆและหลบตาฉันไปจ้องมองดวงจันทร์ ที่ส่องลอดลงมาทางหน้าต่างแทน
‘ตัวช่วย..ในการหลับ’ หรอ
อืม คงจริงสินะ ไม่ว่าจะโลกไหนก็้าที่พึ่งทางกาย ทางใจเหมือนกัน แปลว่าทุกวันนี้ ก็ยังคิดถึงดัชเชลอยู่ตลอดถึงแม้จะไม่แสดงอาการหรือพูดอะไรที่เกี่ยวกับดัชเชลออกมาเลย…เก็บไว้คนเดียวแบบนั้น จะเ็ปแค่ไหนกัน
ฉันกระดกไวน์ไป2 แก้ว ก็เริ่มมึนๆ ใบหน้าร้อนผ่าว และภาพที่เริ่มขยับได้เองนั้น เหมือนจะเป็ตัวบ่งบอกว่าฉันน่ะเมาแล้ว..
“คือว่าฉัน…มีเื่จะเล่าให้คุณฟังค่ะ”
“อื้ม”
“ที่โลกนั้น ฉันมีคนรักอยู่ค่ะเรามีแพลนจะแต่งงานกันปีหน้า…”
“...”
“แต่น่าเสียดายนะคะ…ฉันน่ะ ฮึก..ต้องมาตายจากไปก่อน ทั้งครอบครัวฉัน คนรักของฉัน เพื่อน ฮึก..ฉันไม่มีโอกาสได้ล่ำลาใครสักคน แม้กระทั่งตอนนี้น่ะ.. ฮึก.. ศพฉัน พวกเขาเจอหรือยังก็ไม่รู้เลย”
“...”
“ฉันน่ะ …ฮือ… ทั้งเสียใจและเสียดาย มากๆ เลยค่ะ”
พอฉันได้เล่าออกไปน้ำตาก็ไหลไม่หยุด ชีวิตเดิมๆ ที่ฉันเกลียดมันนักหนานั้น จู่ๆ ก็เสียดายขึ้นมา ดยุกลุกแล้วมานั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้าฉันก่อนจะค่อยๆ ลูบหัวอย่างแ่เบา
“ข้าเข้าใจ ...ว่าการสูญเสียคนรักมันเป็ยังไงแต่ถึงอย่างนั้น คนที่มีชีวิตอยู่ก็ต้องดำเนินชีวิตต่อถึงแม้ความโหยหาจะทำร้ายเราแค่ไหน เราก็ต้องเข้มแข็งเพื่อคนข้างหลังเราเสมอ…”
“..ฮึก..ฮือออ~~”
ฉันอดกลั้นความรู้สึกเศร้าไม่ไหวน้ำตาไหลอย่างกับสายน้ำ เสียงสะอื้นของฉันดังก้องไปทั้งห้อง
ดยุกค่อยๆกุมมือฉัน ความอบอุ่นนั้นทำให้ฉันรู้สึกวางใจในตัวผู้ชายคนนี้ไม่รู้ว่าผ่านไปนานแค่ไหน คนตรงหน้าฉันก็ยังนั่งกุมมือฉันอยู่อย่างนั้นจนฉันเริ่มหยุดร้องไห้
ฉันค่อยๆเงยหน้ามองดยุก แววตาของเขาเศร้าและหม่นหมองอย่างบอกไม่ถูก ดวงตาแดงกล่ำที่มีน้ำตาคลออยู่บ่งบอกว่าเขาเองก็เ็ปมามาก
ไม่รู้เพราะฤทธิ์เมาหรืออะไรฉันค่อยๆ สวมกอดดยุก เรากอดปลอบกันอยู่เนิ่นนาน จนดยุกค่อยๆ คลายอ้อมกอดและเช็ดน้ำตาให้ฉัน
สองสายตาผสานกันเหมือนเข้าใจคนหัวอกเดียวกันดยุกเคลื่อนใบหน้าคมเข้าหาฉันช้าๆ และประกบฝีปากอุ่นนั้นลงบนปากฉัน
ไม่นานลิ้นนุ่มๆ ก็แทรกผ่านริมฝีปากบางเข้ามาก่อนจะคว้านดูดน้ำหวานในโพรงปากอย่างดูดดื่มกลิ่นและรสไวน์ในปากทั้งสองคละคลุ้งผสมผสานกัน ฉันกระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นดยุกอุ้มฉันไปที่เตียงทั้งๆ ที่เรายังจูบแลกลิ้นกันอยู่
เขาวางฉันลงอย่างแผ่นเบาก่อนจะลูบไล้เอวคอดโค้งของฉัน ดยุกถอนริมฝีปากออกอย่างช้าๆ จนฉันแทบจะขาดใจ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรทำให้ร่างกายฉันดันตอบสนองตามเขาไปซะหมดประหนึ่งกำลังโหยหาสิ่งนั้นอยู่ดยุกจ้องตาฉัน.. มองลึกลงไปจนฉันเขินอาย ก่อนจะก้มลงมากระซิบข้างหูทำเอาฉันขนลุกไปทั้งตัว
“ข้าขอ.. ได้ไหม”