เมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์

    เล่มที่3 ตอนที่ 80 : เอาไว้พูดกันในชาติหน้าก็แล้วกัน

            หยางเฉินเข้าใจเป็นอย่างดีว่ากัวซีเหิงนั้นไม่กล้าต่อกรกับเขาตรงๆ เลยจะพลักไสปัญหามาให้เขาโดยตรง

            "หึ!อย่ามาทำตัวเจ้าเล่ห์แถวนี้"หยางเฉินเหมือนไม่ได้ใส่ใจใดๆ เขายิ้มกล่าวว่า

            "เอาแบบนี้ถ้ามีปัญหาอะไรเกิดขึ้นก็แค่บอกชื่อผมไปผมอยู่ที่แผนกประชาสัมพันธ์ของบริษัทอวี้เหล่ย"

            "คุณหยางช่างเป็นคนใจถึงจริงๆ!"กัวซีเหิงหัวเราะออกมาเสียงดัง และสั่งให้ลูกน้องถอยกลับ "พวกเรากลับ!"

            "เดี๋ยว!ฉันยังพูดไม่จบ" หยางเฉินโบกมือ

            กัวซีเหิงได้ยินดังนั้นก็ชะงักเท้าลางสังหรณ์ของมันบอกว่าต้องเป็นเรื่องไม่ดีแน่ๆ

            "คุณหยางมีอะไรเหรอครับ"

            หยางเฉินหัวเราะ

            "หัวหน้ากัวสำหรับเรื่องที่ผมต้องแบกรับนั้น คุณไม่คิดจะให้ค่าตอบแทนหน่อยเหรอ...?"หยางเฉินกล่าวพลางลูบมือไปมา

            อย่างที่คิด!ปีศาจหน้าเลือด ! ปีศาจร้ายหิวเงิน!!!

            กัวซีเหิงด่าทอหยางเฉินในใจ แต่การแสดงออกของเขายังคงยิ้มแย้มสั่งลูกน้องให้เอาสมุดเช็คมาเขียนอะไรบางอย่างลงไปและยื่นส่งให้หยางเฉินอย่างนอบน้อม

            "คุณหยางครับโปรดรับสินน้ำใจเล็กน้อยนี่ไปด้วยครับ"

            เหล่าลูกน้องต่างมองหน้ากันอย่างไม่อยากจะเชื่อลูกพี่ของพวกมันเป็นไปได้ถึงขนาดนี้

            หยางเฉินพยักหน้าอย่างพึงพอใจกัวซีเหิงผู้นี้ใจกว้างไม่ใช่เล่น ให้เงินเขามาถึง 2หมื่นหยวน "เอาล่ะพวกนายกลับไปได้แล้ว"

            กัวซีเหิงไม่รอช้าร่ำไรถ้าขืนอยู่ต่อมีหวังอาจโดนปอกลอกจนหมดตัวเขาจึงรีบสั่งลูกน้องให้ออกไปจากที่นี่โดยไว เมื่อพวกอันธพาลไปกันหมดแล้วหยางเฉินก็หันกลับมาพูดกับเฉินป๋อที่ยังคงนิ่งค้างด้วยความตกตะลึงว่า

            "นายมีเรื่องที่อยากอธิบายหรือเปล่า?"

            เฉินป๋อกลืนน้ำลายดังอึกกล่าวว่า "ขอบคุณครับ...ขอบคุณคุณหยางเฉินมากจริงๆ..."

            "แค่นี้เองเหรอ?"หยางเฉินยิ้มแต่ในใจไม่ได้ยิ้มด้วย

            เฉินป๋อกำคอเสื้อแน่นใบหน้าซีดเปลี่ยนเป็นสีแดงก่ำ และยังคงปิดปากนิ่งเงียบต่อไป

            หยางเฉินไม่อยากบังคับเฉินป๋อเขาเดินไปในร้านก๋วยเตี๋ยวหยิบเบียร์มาสองสามขวดกล่าวกับเฝิงเปียวที่หลบอยู่ตรงมุมหนึ่งของร้าน

            "เถ้าแก่เฝิงผมขอเบียร์หน่อยนะ?"

            "ได้เลยครับ!"เฝิงเปียวได้แต่สาปแช่งหยางเฉินอยู่ในใจสิ่งที่เขาเห็นตรงหน้ามีเพียงตัวซวย เพราะขนาดเขาตกต่ำถึงเพียงนี้ไอ้ตัวซวยนี่ก็ยังคงหาเรื่องมาให้ หากอันธพาลพวกนั้นเกิดฮึดสู้ขึ้นมาจริงๆร้านเล็กๆ ของเขาคงไม่แคล้วต้องพังราบเป็นหน้ากลอง

            หยางเฉินหันไปพูดกับเฉินป๋อต่อ"มากับผมสิ"

            ทั้งสองเดินเคียงกันไปตามทางริมฝั่งแม่น้ำที่เงียบสงบพร้อมสายลมเย็นพัดผ่านเบาๆ แต่กลับให้ความรู้สึกอึดอัดเล็กน้อย

            พวกเขาเดินลงไปตามทางลาดชันหยางเฉินหยุดนั่งลงบนพื้นหญ้าสีเขียวนุ่ม ในขณะที่เฉินป๋อมีอาการลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนตัดสินใจนั่งลงข้างๆ

            "ดื่มหน่อยไหม?"หยางเฉินหยิบขวดเบียร์แล้วเปิดฝาให้ ก่อนจะยื่นส่งให้เฉินป๋อ

            เฉินป๋อกลืนน้ำลายดังเอื๊อกพยักหน้าแล้วรับขวดเบียร์มายกดื่มไปอึกใหญ่ ก่อนสำลักออกมา น้ำตาไหลพรากแต่ยังคงไม่ยอมแพ้ รีบดื่มเบียร์ตามเข้าไปอีกหลายอึกทันที

            หยางเฉินหยิบขึ้นมาอีกขวดยกดื่มไปหลายอึกเช่นกัน

            เฉินป๋อนั้นคออ่อนยิ่งหลังจากดื่มไปอีกไม่เท่าไหร่ ใบหน้าก็เริ่มร้อน แล้วค่อยๆ เปลี่ยนเป็นแดงก่ำดวงตาเริ่มเหม่อลอยเล็กน้อย

            สายลมพัดเอื่อยๆช่วยทำให้จิตใจสงบลง เฉินป๋อดื่มจนพอใจ เขาวางขวดเบียร์เปล่าลงแล้วหันไปมองหยางเฉิน ใบหน้าขาวเนียนนั้นแสดงสีหน้าซับซ้อนออกมา

            "หยางเฉินคุณรังเกียจผมใช่ไหม?"เฉินป๋อถาม

            "ถ้าฉันรังเกียจนายแล้วฉันจะช่วยนายทำไม?"

            ริมฝีปากเฉินป๋อสั่นสะท้าน

            "ผมไม่ได้เป็นผู้ชายแบบนั้นผมไม่ได้ชอบผู้ชาย..."

            "ไม่ต้องกังวลนายก็รู้ว่าผมเพิ่งกลับมาจากต่างประเทศที่นั่นรักร่วมเพศไม่ได้เป็นเรื่องใหญ่อันใดเลยผมแค่อยากรู้ว่าเรื่องทั้งหมดมันเป็นมายังไง"หยางเฉินตอบ

            เฉินป๋อพยักหน้าสีหน้าเริ่มแสดงความเด็ดเดี่ยวออกมา เขาค่อยๆ อธิบายว่า "ในเมื่อคุณช่วยผมเอาไว้ดังนั้นผมจะบอกคุณทุกอย่าง..."

            "ตอนที่ผมยังเป็นเด็กครอบครัวของผมยากจนมากแต่ผมนั้นมักจะทำคะแนนในชั้นเรียนได้ดี ต่างกับร่างกายของผมที่แสนอ่อนแอและถึงแม้จะเป็นอย่างนั้นผมก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยปักกิ่งได้ผมมักถูกหัวเราะเยาะจากเพื่อนคนอื่นเสมอ เพราะหน้าตาที่เหมือนผู้หญิง ตอนผมอยู่ปี 3รุ่นพี่ชมรมบาสก็ชวนผมมาทานข้าวที่บ้านครอบครัวของเขานั้นร่ำรวยมาก และเมื่อผมไปรับประทานอาหารที่นั่นเขา...เขาก็วางยาผม...และบังคับขืนใจผม..."เมื่อพูดถึงจุดนี้ในดวงตาของเฉินป๋อก็ฉายแววของความเกลียดชังและไม่เต็มใจออกมา

            "ไม่เพียงแค่พบว่าเขาชอบผู้ชายแต่เขายังบังคับผมไม่ให้บอกใคร และผมก็ไม่กล้าไปแจ้งตำรวจเพราะผมมาเมืองนี้เพียงคนเดียว เลยยังไม่รู้จักใครที่พอจะช่วยเหลือได้หลังจากวันนั้นพวกเขาก็กระทำกับผมอยู่บ่อยครั้งมากยิ่งขึ้น...แต่เขาก็ให้เงินผมบางส่วนทำให้ผมพอจะใช้ชีวิตที่นั่นได้อย่างไม่ขัดสนนัก บางครั้งผมยังส่งเงินบางส่วนให้กับครอบครัวเช่นกันในช่วงเวลานั้นผมคิดว่ามันไม่ผิดอะไร ผมได้เงินมหาศาลและมันเป็นผลดีกับครอบครัวอีกด้วย"

            "...แต่หลังจากนั้นรุ่นพี่คนนั้นก็เรียกชายอื่นมาร่วมแจมด้วยผมค้นพบว่ามันถึงกับมีเป็นองค์กร อีกทั้งคนเหล่านั้นก็รวยมาก ผมไม่สามารถต่อต้านพวกเขาได้เลยนี่คือเหตุผลว่าทำไมหลังจากที่ผมเรียนจบผมจึงไม่เคยเปิดเผยเรื่องนี้กับใครๆเพราะผมกลัวคนอื่นจะรังเกียจ..."

            หยางเฉินถอนหายใจอย่างไม่มีที่สิ้นสุดเขาไม่คิดว่าเฉินป๋อจะพบประสบการณ์อันเลวร้ายขนาดนี้มาก่อนมันไม่ใช่เพียงขายร่างกาย แต่แม้กระทั่งขายศักดิ์ศรีของความเป็นคนไปด้วย

            เฉินป๋อยังคงพูดต่อ

            "หลังจากผมเรียนจบหลายบริษัท ต่างอยากได้ผมไปทำงาน แต่ผมก็ตัดสินใจมายังเมืองจงไห่แห่งนี้เพื่อจะได้หลุดพ้นจากเมืองหลวงที่ทรมานนั่นโชคดีที่ผมได้เข้ามาทำงานที่บริษัทอวี้เหล่ย จนถึงตอนนี้ยังไม่มีใครจากที่นั่นมาหาผม...แต่... แต่สุดท้ายก็เกิดเรื่องขึ้นและผมจำเป็นที่จะต้องหาเงินเป็นจำนวนมาก..."

            "เกิดอะไรขึ้น?"หยางเฉินเอ่ยถาม

            "เมื่อก่อนพ่อของผมทำงานหนักมากจนพวกเราพบว่าเขาเป็นโรคไตวาย และจำเป็นต้องผ่าตัดเปลี่ยนไตใหม่ถึงแม้เราจะมีเงินเก็บอยู่บ้าง แต่มันยังคงไม่เพียงพอสำหรับการรักษา..."

            "ดังนั้นนายเลยหางานทำเพิ่ม?"หยางเฉินครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วถามว่า

            "หลายวันที่ผ่านมาเหมือนเห็นนายอยู่ที่บาร์สวรรค์รำไร?"

            "นั่นเป็นเหตุที่นายนอนไม่พอใช่ไหม"หยางเฉินเข้าใจอย่างถ่องแท้แล้ว

            "บาร์สวรรค์รำไร...คุณ... คุณเห็นผมที่นั่นด้วยงั้นหรือ..."

            เฉินป๋อหยุดคิดสักครู่เพื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น ก่อนเล่าให้หยางเฉินฟังต่อไปว่า "มีลูกค้าชายจำนวนมากที่ชอบผู้ชายด้วยกันบางครั้งผมยังได้ทิปจำนวนมาก ถึงแม้มันจะลำบาก แต่ผมก็ได้ช่วยเหลือครอบครัวอีกอย่างผมก็เคยมีประสบการณ์พวกนั้นมาแล้ว อย่างน้อยผมก็สามารถหาเงินมารักษาพ่อของผมได้"

            "แล้วเรื่องในวันนี้ล่ะ?"หยางเฉินถาม

            เฉินป๋อกัดริมฝีปากพูดต่อด้วยความทุกข์ทรมาน

            "มันเป็นเรื่องที่วิปลาสเกินทนผมเคยเห็นลูกค้าคนหนึ่งเล่นกับผู้ชายคนอื่นๆ...จนถึงตาย ผมเห็นเข้าโดยบังเอิญ แล้วกลัวว่าสักวันหนึ่งจะถึงคราวของผมตั้งแต่นั้นมาผมก็หลีกเลี่ยงเขามาโดยตลอด แต่ในวันนี้เขากลับต้องการผมทั้งยังส่งคนพวกนั้นมาไล่จับผม ผมไม่อยากอยู่ที่นั่นอีกต่อไปแล้วพรุ่งนี้ผมจะลาออก"

            "นายรู้ชื่อเขาไหม?"เฉินหยางเข้าใจเรื่องราวคร่าวๆ แล้วเจ้าคนวิปลาสที่เฉินป๋อพูดถึงน่าจะมีรสนิยมรักร่วมเพศที่น่ากลัว

            เฉินป๋อส่ายหัว

            "ผมรู้แต่เขาแซ่โจวคนเขาเรียกกันว่า กงจื่อ นอกจากนี้แล้วผมก็ไม่รู้เรื่องอื่นอีกและผู้ชายคนที่ชื่อกัวยังเลียแข้งเลียขาเขาอีกด้วย"

            หยางเฉินเหมือนมีความคิดบางอย่างเขาพยักหน้ายิ้มออกมาเล็กน้อย ตบไหล่เฉินป๋อ

            "นายไม่ต้องเป็นกังวลเรื่องเงินรักษาพ่อของนายหรอกนายสามารถยืมผมได้ แล้วค่อยคืนให้ภายหลัง เงินนั้นหาเมื่อไหร่ก็ได้แต่ชีวิตคนมีเพียงชีวิตเดียว ถึงตายไปก็เรียกกลับมาไม่ได้หรอกนะ"

            "ขอบคุณครับ..."เฉินป๋อไม่อาจกลั้นน้ำตาเอาไว้ได้อีกเขาเช็ดน้ำตาพลางกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า

            "ผมรู้ว่าคุณเป็นคนดีแต่ผมไม่ต้องการเงินของคุณหรอกครับ ตอนนี้ผมกับน้องสาวก็เก็บเงินได้พอสมควรแล้วแล้วเราก็ยืมเงินญาติและเพื่อนๆ มาด้วย เหตุผลที่น้องสาวของผมมาที่นี่ก็เพื่อทำงานหาเงินเพื่อคืนเงินพวกเขานั่นแหละครับ"

            "น้องสาวของนายก็จะมาทำงานที่เมืองนี้นั้นเหรอเธอไม่ต้องเรียนหรือไง?"

            เดิมทีหยางเฉินคิดว่าน้องสาวของเขามาที่นี่เพื่อเยี่ยมเยียนเฉินป๋อเพียงอย่างเดียว

            เฉินป๋อส่ายหัวอย่างขมขื่น"น้องสาวของผมมีความรับผิดชอบอย่างมากเธอหยุดเรียนกลางคัน แต่ทางมหาวิทยาลัยก็ยังเก็บเกรดของเธอไว้และพร้อมให้เธอกลับไปเรียนได้ภายในสองปี"

            "ทุกคนในครอบครัวต่างต้องแบ่งเบาภาระซึ่งกันและกันนายไม่ยืมเงินผม ผมก็จะไม่บังคับนายแต่ถ้านายต้องการเมื่อไหร่ก็มาหาผมได้ทุกเมื่องานประชาสัมพันธ์มันว่างมากอยู่แล้วนายก็รู้"หยางเฉินขยิบตาให้

            เมื่อเห็นว่าหยางเฉินก็ไม่ได้ดูหมิ่นเหยียดหยามเขาเฉินป๋อก็ดีใจอย่างมาก พูดขึ้นอย่างเอียงอายว่า

            "ถ้าผมเป็นผู้หญิงผมจะแต่งงานกับคุณแน่ๆ คุณช่างเป็นยอดชายจริงๆ"

            เมื่อมองผู้ชายหน้าสวยอย่างเฉินป๋อหยางเฉินก็เริ่มหน้าแดงเป็นลูกตำลึงเสียแล้ว เขาสั่นศีรษะ รีบโบกมือปัดพร้อมกล่าวว่า

            "เรื่องนั้น...เอาไว้คุยกันในชาติหน้าก็แล้วกันนะ...ฮ่าๆๆ"

    คล้ายกับเรื่องเมื่อที่รักของผมเป็นซีอีโอเจ้าเสน่ห์ ที่คุณอ่าน