เช้าวันถัดมา หลังจากกินข้าวเช้าเสร็จ กุ้ยเหมยก็เคลื่อนขบวนสามีกับลูกสาวมายังบ้านหลังใหม่ เพราะทั้งสองคนไม่ยอมขอตามมาด้วย มารดาของจ้าวหนานกงจะมาแล้ว นางจึงอยากเอาข้าวของบางอย่างที่ดูไม่แตกต่างมากเอาออกมาจากช่องว่าง เพราะว่านี่เป็ความลับของนาง นางไม่อยากให้คนอื่นรู้
กุ้ยเหมยทำความสะอาดเช็ด กวาด ถูใหม่อีกครั้ง ถึงแม้ว่าท่านลุงหม่าจะให้คนงานช่วยทำความสะอาดก่อนส่งงานแล้ว แต่ก็ยังไม่เรียบร้อยสักเท่าไหร่ในสายตาของกุ้ยเหมย จึงได้ทำการเช็ค ล้างทั้งหมด เพราะในบ้านมีทั้งคนป่วยแล้วก็เด็กเล็ก ๆ
"เสร็จแล้ว แม่เสร็จแล้ว"
"หลันเอ๋อร์ลูก~ นี่มาช่วยหรือมาป่วนฮ่ะ เรานี่น๊า... เอาผ้านี่ไปเช็ดช่วยท่านพ่อดีกว่า ตรงนี้เปียกหมดแล้ว เดี๋ยวเสื้อผ้าจะเลอะหมด"
กุ้ยเหมยหันมาตามเสียงเรียกก็เห็นตัวยุ่งคว่ำถังน้ำถูพื้น แล้วเอาผ้าผืนน้อยที่นางให้ก่อนหน้านี้ เพราะนางงอแงอยากจะได้บ้าง มานั่งยอง ๆ ถูลงไปบนพื้นที่เปียกชุ่ม ด้วยท่าทางตลกที่สุด ทั้งกลัวเลอะแต่ก็อยากจะทำด้วย
ั้แ่ถูกดูแลจากกุ้ยเหมย หลินหลันก็ชอบที่ตัวเองตัวหอม นางไม่ชอบที่ตัวไม่หอม เพราะฉะนั้นเวลาเล่น นางจึงเลือกที่จะเล่นบนเบาะในคอกกั้น และเล่นของเล่นกับบิดาบนเตียงมากกว่า แต่ตอนนี้มีม้าโยก สไลเดอร์ตัวเล็ก ตอนนี้คนในบ้านก็สบายขึ้น เพราะนางไม่วิ่งซนไปมา ตื่นแต่เช้ามาเล่นสิ่งนี้ทันที
เด็กน้อยวิ่งตุ๊บตั๊บมาเอาผ้าแห้งสะอาด จากมารดา แล้วก็วิ่งไปหาบิดาที่กำลังเช็ดโต๊ะกินข้าวอยู่ ตามคำสั่งของภรรยา ที่ให้เขาออกกำลังโดยการวางมือทั้งสองข้างผสานกัน แล้วเช็ดถูบนโต๊ะอาหารหมุนวนไปเรื่อย ๆ เพื่อเพิ่มกำลังแขน และข้อมือ
หลินหลันยืนเขย่งเท้าสุดตัว พยายามยืดตัวเต็มที่เพื่อจะเช็ดบนโต๊ะ กลับทำได้เพียงแค่เช็ดขอบโต๊ะเท่านั้น จ้าวหนานกงมองบุตรสาวอย่างเอ็นดูที่ทำท่าจริงจังเหมือนกับว่าตัวเองกำลังทำงานจริงๆ แล้วก็หันไปมองภรรยา ที่เหนื่อยล้าจนเหงื่อซึมออกมาให้เห็น ตามแผ่นหลัง และตามกรอบหน้า ไหลออกมาเป็น้ำเลยทีเดียว
"เหมยเอ๋อร์..."
"มีอะไรเ้าค่ะท่านพี่ หิวน้ำหรือเปล่าเ้าคะ ข้าลืมไปเลย เดี๋ยวข้าจะทำน้ำเย็นๆ มาให้ดื่ม อากาศวันนี้มันร้อนกว่าทุกวันเลยนะเ้าคะ"
กุ้ยเหมยเร่งมือเช็ดถูพื้นที่ลูกสาวตัวน้อยทำเลอะเอาไว้ สักพักก็ได้ยินเสียงเรียกจากจ้าวหนานกง จึงคิดว่าเขาน่าจะหิวน้ำ ซึ่งนางเองก็รู้สึกหิวน้ำเหมือนกัน นางติดนิสัยที่เวลาทำงาน อยากจะทำให้เสร็จเป็อย่างๆไป ไม่อย่างนั้น มันก็ไม่สามารถวางได้ วันนี้นางตั้งใจว่าจะทำความสะอาดบ้านให้เสร็จก่อนเที่ยง หากคนของโจวซิ่นเฉิงมาช่วย นางก็จะให้ช่วยย้ายของจากบ้านเก่า มาที่นี่ แล้วก็จัดของเข้าที่ก็เสร็จแล้ว ตอนเย็นก็สามารถย้ายเข้ามานอนที่นี่ได้เลย
"ไม่ใช่ มาตรงนี้ก่อน"
กุ้ยเหมยเดินมาใกล้เขาอย่างงงๆ พอนั่งลงบนเก้าอี้กินข้าว เขาก็จับมือของนาง พร้อมกับใช้ชายเสื้อของตัวเอง มาเช็คใบหน้าที่ชุ่มเหงื่อให้นางเบาๆ ถึงแม้ว่ามันจะทุลักทุเลไปบ้าง แต่นางก็ซาบซึ้งใจที่เขาเป็ห่วง จึงขยับตัวเข้าไปใกล้ๆ เพื่อให้เขาได้เช็ดหน้าให้นางถนัดขึ้น ดวงตาทั้งสองคนจ้องมองกัน ต่างคนก็อยู่ในภวังค์ของตัวเอง
"หลันจะเช็ดด้วย พ่อเช็ดหน่อย" เสียงเรียกของลูกสาว ทำให้บรรยากาศหวานชื่นเมื่อสักครู่ถูกปลุกขึ้นมา ทั้งสองคนรู้สึกตัวอีกทีก็เห็นใบหน้าเล็ก ๆ มุดเข้ามาหา ยื่นหน้ายื่นตาฉีกยิ้มตาหยีให้บิดาเช็ดหน้าให้ ทำเอาทั้งคู่หัวเราะออกมา จ้าวหนานกงก็เช็ดใบหน้าของลูกสาวอย่างที่นาง้า
ตอนนี้หลินหลันอยู่ใน่เลียนแบบพฤติกรรมของคนรอบข้าง หรือจะพูดให้ถูกก็คือนางกำลังเลียนแบบมารดา พอเห็นกุ้ยเหมยทำอะไร นางก็จะมาป้วนเปี้ยนขอทำด้วยเสมอ ซึ่งกุ้ยเหมยก็เข้าใจ เพราะว่าตอนเลี้ยงหลาน เ้าขาก็ชอบทำตามนางเช่นเดียวกัน
"สะอาดแล้ว เดี๋ยวแม่จะไปทำน้ำอร่อยมาให้นะ รอตรงนี้ก่อน หลันเอ๋อร์ช่วยแม่ดูแลท่านพ่ตรงนี้ก่อนนะ อย่าวิ่งไปไหนก่อนแม่จะกลับมารู้ไหม"
ใบหน้าเล็กๆ ขยับขึ้นลง ทำหน้าจริงจังหันไปกอดขาบิดาทันที ตามที่เคยทำเวลาที่มารดาสั่งให้นางดูแลท่านพ่อ
กุ้ยเหมยคั้นน้ำส้มใส่เหยือก บีบมะนาวใส่เกลือนิดหน่อย น้ำส้มคั้นก็รสชาติดีมาก สดชื่นขึ้นมาก นางเตรียมแก้วน้ำให้ลูกสาวและจ้าวหนานกง เสียดายที่เครื่องใช้ไฟฟ้าที่นางเอาใส่ไว้ในช่องว่างมากมาย ไม่สามารถใช้ได้กับที่นี่ หากรู้ว่านางต้องมาอยู่ในยุคที่ไม่มีไฟฟ้าใช้นางคงไม่เอามาให้เปลืองพื้นที่ช่องว่างแบบนี้หรอก แต่นางก็ไม่รู้จริงๆ นี่นา ใครจะคิดว่าเื่แบบนี้มันจะเกิดขึ้นมา หากไม่เจอกับตัวเอง นางคงไม่มีทางเชื่อแน่นอน
กุ้ยเหมยประคองเหยือกน้ำส้มที่ใส่น้ำแข็งเย็นๆ แล้วรินให้ทั้งสองคน ที่ใช้แก้วกาแฟที่มีหูจับ จะได้ถือถนัดขึ้น ทั้งสองคนขอเติมเพิ่ม เพราะอากาศร้อน พอได้อะไรที่เย็นๆ หวานๆ มีเปรี้ยวบ้างนิดนึงแบบนี้ช่วยได้มากทีเดียว
"พี่ว่าตอนนี้ก็น่าจะอยู่ได้แล้วนะ เ้าพักบ้างเถอะ เหนื่อยมาั้แ่เช้าแล้ว"
กุ้ยเหมยยิ้มให้สามี นางเองก็คิดแบบนั้นเหมือนกัน ห้องนอนของเขากับนาง และห้องลูกสาวก็ไม่มีของอะไรมาก นางเอาที่นอนไปวางแต่ละห้อง ตอนที่ทำความสะอาดแล้ว เหลือแค่ซักผ้าปูที่นอนปลอกหมอนที่ให้ป้าหนิงเย็บให้ก่อนหน้านี้ก็เสร็จ เพราะของชิ้นใหญ่ถูกจัดวางตามความ้าของนางั้แ่เมื่อวานนี้แล้ว
"เดี๋ยวใส่ผ้าม่านเสร็จแล้ว ค่อยพักเ้าค่ะ อ๊ะ! นี่เวลาไหนแล้วนะ ข้าไปทำอาหารเที่ยงก่อนดีกว่า เดี๋ยวคุณชายซิ่นเฉิงก็คงจะมาถึง จะได้อาบน้ำแต่งตัวใหม่ด้วย ท่านพี่กับหลันเอ๋อร์ ก็ต้องอาบด้วยนะเ้าคะ มอมแมมกันทุกคนเลย"
"เ้าไปเถอะ ไม่ต้องห่วงทางนี้ ไม่ต้องทำเยอะมากนะ ให้เ้านั่นกินอะไรก็ได้ อย่าให้ตัวเองต้องเหนื่อย"
สายตาที่มองมาด้วยความเป็ห่วง ทำให้คนรับอย่างนางรู้สึกดี แทบจะหายเหนื่อยไปเลย ถึงแม้ว่าร่างกายของเขาจะไม่แข็งแรง แต่นางรู้ว่า เขาพยายามที่จะช่วย ไม่ให้นางต้องเหนื่อยเกินไป ตอนนี้พอมีรถเข็น นางก็ดีขึ้นมากไม่ต้องปวดหลังจากการที่ต้องใช้แรงในการยกร่างของเขา ไปอาบน้ำหรือไปไหนมาไหนแล้ว เพราะตอนนี้น้ำหนักของเขาเริ่มหนักขึ้นมากกว่าเดิม
เวลาอาบน้ำเขาก็ให้ความช่วยเหลือ นางเองก็เริ่มรู้สึกเขินขึ้นมาแล้ว เพราะสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไปของเขา ไม่ได้ดูผอมแห้งติดกระดูกเหมือนเดิม เนื้อตัวของจ้าวหนานกงเริ่มมีเนื้อมีหนังมากขึ้นจากการบำรุงสารพัดของนาง แขนขาที่เคยลีบก็เริ่มมีกล้ามเนื้อขึ้นจากการทำกายภาพ ถึงแม้ว่าจะยังอ่อนแรงอยู่บ้าง แต่เขาสามารถเข็นตัวเองได้ถึง 1 เค่อ ก็เป็สัญญาณที่ดีมากแล้ว
"เ้าค่ะ ฝากลูกด้วยนะเ้าคะ"
กุ้ยเหมยไปเอาเสื้อผ้าที่บ้านหลังเก่ามาก่อน เพราะหลังจากทำอาหารเสร็จ นางจะอาบน้ำให้จ้าวหนานกงและลูกสาวที่บ้านใหม่เลย แล้วก็เอาเครื่องครัวย้ายเข้ามาครัวใหม่ เพื่อไม่ให้เป็การเสียเวลา รถเข็นลูกสาวจึงถูกใช้ขนของก่อนจะให้นางได้ลองนั่ง มาจนเครื่องครัวของนางแทน
พอมาถึงครัว นางก็เริ่มคิดว่าจะทำอะไรดี แต่เพราะไม่รู้ว่าคนที่มาจะมีกี่คน นางจึงตัดสินใจทำข้าวมันไก่ต้ม ไม่แน่ใจว่าคนในยุคนี้รู้จักกันหรือยัง ต้มไก่สักสองตัวก็น่าจะพอกระมัง หากเหลือก็แค่อุ่นเอาไว้กินตอนเย็น ปรุงเพิ่มเป็ต้มยำแกงไก่แทน
เมื่อได้ข้อสรุป กุ้ยเหมยก็เริ่มจุดไฟ วิธีการจุดไฟนางใช้ไฟแช็คที่พกมาสำหรับเดินป่า จึงทำให้ั้แ่มาที่นี่นางเลยไม่ลำบากในการจุดไฟ ใช้ถ่านที่ซื้อมาตอนเข้าเมือง ที่แค่นิดเดียวแต่ตอนนี้เพิ่มมากขึ้น จนไม่ต้องห่วงเลยว่าหน้าหนาวจะลำบาก
อันที่จริงั้แ่มาที่นี่ นอกจากต้องดูแลจ้าวหนานกง และลูกสาว นางก็สบายมากเลยด้วยซ้ำ ได้ใช้ชีวิตเรียบง่าย ไม่ต้องคิดหาวิธีอยู่รอด และค่าใช้จ่ายในแต่ละวันเหมือนเมื่อก่อน นับได้ว่าแค่อยู่เฉยไม่ต้องทำอะไร นางก็มีกินมีใช้ทั้งชีวิตแล้ว ถือว่าการมาที่นี่ได้พักผ่อนอย่างที่เคยคิดเอาไว้จริง ๆ
นางทำน้ำซุปก่อนอันดับแรก ตั้งหม้อต้มน้ำใส่ ขิงบุบ กระเทียมบุบ รากผักชีบุบและเกลือ พอน้ำเดือด ก็ใส่ไก่ลงไปลงไปต้มทั้งตัว เมื่อเดือดแล้วนางก็เขี่ยถ่านออก ให้เหลือเพียงไฟอ่อนๆ ต้มไปอีกประมาณ 2 เค่อ เตรียมน้ำแข็งใส่น้ำให้เย็นจัด เอาไก่ที่ต้มได้ที่แล้ว ใส่ลงไปเพื่อน็อคไก่ เมื่อไก่เย็นแล้วให้ นำมาวางไว้บนตะแกรง แล้วเอาไก่มาสับใส่จัดจานใบใหญ่สองจาน ตกแต่งเพิ่มเติมด้วยแตงกวา ผักชีโรย้า แล้วเก็บเอาไว้ในช่องว่างเพื่อเก็บอุณหภูมิจะได้คงสภาพเดิม
กุ้ยเหมยเอาข้าวหอมมะลิ มาทำเป็ข้าวมันไก่ ผสมกับข้าวขาวนิดหน่อย จะได้ไม่นิ่มเกินไป นำขิงแก่ปลอกเปลือกหั่นเป็แว่น กระเทียม รากผักชีทุบพอแตก มาเตรียมเอาไว้ แล้วเอาหนังไก่มาเจียว จนได้น้ำมัน ตั้งกระทะเอาไก่ที่เจียวเอาไว้ใส่เกลือเล็กน้อย แล้วผัดจนมีกลิ่นหอม แล้วเอาน้ำซุปที่ต้มไก่เมื่อสักครู่มาผัดกับข้าว แล้วเอาไปหุง โดยใส่น้ำซุปแทนน้ำเปล่า จะได้ข้าวมันที่หอมมันอร่อย
ระหว่างรอให้ข้าวสุก นางก็ลงมือทำน้ำจิ้ม นำเต้าเจี้ยว น้ำส้มสายชู น้ำมะนาว น้ำตาล ผสมเข้าด้วยกัน ชิมรสแล้วว่าใช้ได้แล้วก็ใส่ขิง กระเทียม พริกนิดหน่อย เพราะจ้าวหนานกงกินเผ็ดไม่ได้มาก ลงไปคลุกเคล้าให้เข้ากัน ตักใส่ถ้วยขนาดกลางแต่งหน้าด้วยผักชี แล้วก็จัดของในห้องครัวไปด้วยระหว่างที่รอให้ข้าวมันสุก
เมื่อเตรียมอาหารเสร็จแล้ว กุ้ยเหมยก็ออกมารับลูกสาวไปอาบน้ำ ป้อนข้าว หลินหลันพอกินอิ่ม นางเล่นต่อบล็อกที่นางสั่งทำได้ไม่นาน ตัวเองก็ไปอาบน้ำ เพราะเหนียวตัวมาก พอกลับเข้ามา จ้าวหนานกงก็ส่งสายตาให้นางหันไปมองลูกสาวยิ้มๆ หลินหลันตอนนี้ตาก็เริ่มลืมไม่ขึ้น นั่งตาปรือโอนเอนไปมา
กุ้ยเหมยจึงได้ถือโอกาสเอาลูกสาวเอนตัวนอน
"ท่านพี่จะอาบน้ำหรือกินข้าวก่อนดีเ้าคะ"
"ไม่ถึงขนาดต้องอาบน้ำหรอก พี่ไม่มีเหงื่อ พี่ไม่ได้ลงแรงเหมือนกับเ้า ขอแค่ผ้าเช็ดเนื้อเช็ดตัวก็พอ"
กุ้ยเหมยไปเตรียมของแล้วก็กลับมาเช็ดตัวจ้าวหนานกง ถ้าไม่ได้อาบน้ำ ก็ทาโลชั่นแล้วกันจะได้ตัวหอมๆ นางจึงเอาโลชั่นทาผิวสำหรับเด็กออกมา กลิ่นหอมอ่อนๆมันทำให้รู้สึกสดชื่นดีเหมือนกันนะ ว่าไปแล้ว นางใช้ข้าวของสำหรับเด็กจนชินเพราะความงกของตัวเองแท้ๆเลย ซื้อให้หลานใช้ ตัวเองก็ใช้ด้วย จนกระทั่งหลานโตนางก็ยังใช้เหมือนเดิม
"สิ่งนี้คืออะไร หอมดี"
กลิ่นนี้เขาได้กลิ่นมาจากนาง พึ่งรู้ว่ามันมาจากขวดนี้
"อันนี้เรียกว่าโลชั่นบำรุงผิว ใช้ทาผิวหลังอาบน้ำ ข้ากับหลันเอ๋อร์ใช้ทุกวัน แต่กลัวท่านพี่ไม่ชอบก็เลยไม่ได้ทาให้ ท่านพี่ชอบไหมเ้าคะ"
"อืม พี่ชอบกลิ่นของเ้า"
คำพูดของเขาทำเอาคนที่กำลังทาโลชั่นถึงกับชะงัก เงยหน้าขึ้นมามองก็เห็นสายตาบอกความรู้สึก ก็รู้สึกอายที่ถูกผู้ชายจีบจึงทำตัวไม่ถูก แต่ก่อนไม่ใช่ไม่มีผู้ชายมาจีบ แต่นางไม่มีเวลาที่จะใส่ใจมัน นางต้องหาเงินจ่ายค่าเทอม จ่ายค่าเช่าบ้าน ในแต่ละเดือนมีค่าใช้จ่ายมากมายจนนางไม่มีใจคิดเื่อะไร พอหลานโตก็ต้องดูแลภัตตาคารที่ขยายไปเรื่อย ๆ ต้องดูแลลูกน้อง รู้ตัวอีกทีก็เลยวัยที่จะมีความรักแล้ว
พอมาถูกผู้ชายรุ่นหลานมาพูดแบบนี้นางก็ทำหน้าไม่ถูก อดที่จะเขินตัวเองไม่ได้ ถึงร่างกายนี้อายุ 18 ปี แต่ใครใช้ให้จิติญญาของนางข้างในเป็คนอายุ 43 เล่า จ้าวหนานกงเห็นภรรยาเขินอายก็หัวเราะในลำคอ นึกในใจว่า สงสัยเขาต้องเกี้ยวนางบ่อยๆ แล้ว นางจะได้ชิน
"ถ้าอย่างนั้น ข้าจะทาให้ทุกวันดีไหมเ้าคะ?"
"ดีมากเลย เราจะได้กลิ่นเดียวกันทั้งบ้านเลย ไปไหนเขาจะได้รู้ว่าเราคือครอบครัวเดียวกัน" จ้าวหนานกงพูดบอกนางด้วยน้ำเสียงจริงจัง พร้อมกับส่งสายตาหวานเยิ้มมาให้ เขาดูแปลกไปไม่เหมือนปกติเลย หรือเขาจะจีบนาง? อยากจะบอกว่าไม่ต้องจีบ ทำตัวธรรมดาเหมือนเดิมเลย มาแบบนี้นางไปไม่เป็
"ข้าไปเอาข้าวมาให้ท่านพี่ดีกว่าเ้าค่ะ รอสักครู่นะเ้าคะ"
ไม่ไหว.. นางสู้ไม่ไหวจริงๆ กุ้ยเหมยจึงขอหลบไปในครัวเพื่อเรียกสติก่อน จะได้มีแรง รับการรุกของจ้าวหนานกงที่่นี้เริ่มถี่ขึ้นเรื่อย ๆ โดยที่มีรอยยิ้มของจ้าวหนานกง ส่งยิ้มตามร่างภรรยาด้วยความเอ็นดู