ตอนที่ 140 สำนักโลหิตสมิง
"วิชาเจ้านี้ยังคงน่ารังเกียจไม่เปลี่ยน"
ชายถือสามง่าม ที่มองดูการต่อสู้ของสหายจนอดไม่ได้จะต้องเอ่ยขึ้นมา
"เจ้าว่าไงนะ"
"อยากจะกลายมาเป็นแบบนี้อีกคนไหมละ"
ชายถือไหที่ได้ยินสหายตนเองออกมาอย่างดูถูก สวนกลับทันที
แม้ว่าจะเป็นระหว่างต่อสู้กับยอดฝีมืออยู่แต่ชายถือไหก็ไม่ได้รู้สึกวิตกกังวลอะไร
เมื่อตนเองได้ทำการสร้างอดีตเจ้าสำนักพยัคฆ์ออกมาต่อสู้กับเจ้าสำนักพยัคฆ์โดยตนเองไม่ต้องมาบงการควบคุมแม้แต่น้อย
เปรี้ยง เคล้ง ตู้ม
การปะทะกันของดาบภูติ กับ ดาบยักษายังคงสูสีกัน โดยไม่มีใครยอมใครสักนิด จนไม่อาจโค่นกันได้ลงในเร็วๆนี้แน่
"พวกข้ามาช่วยแล้ว เจ้าสำนัก"
ตอนนี้เหล่าอาวุโสของสำนักพยัคฆ์ปรากฏตัวขึ้นมาเพื่อจะช่วยต่อสู้กับศัตรูที่บุกรุกเข้ามา
"จะให้ข้าช่วยไหม เจ้าน่ารังเกียจ"
ชายถือสามง่ามที่มองดูกลุ่มอาวุโสที่ปรากฏตัวขึ้นมาอย่างเฉยเมย
"ไม่จำเป็น"
"ดีซะอีก มาเพิ่มพลังให้ข้าคนนี้"
ชายถือไห ยิ้มอย่างชั่วร้ายเมื่อมองดูผู้มาใหม่ราวกับเหยื่ออันโอชะของตนเอง
"อย่าเข้ามา"
เจ้าสำนัก รีบตะโกนเตือนกลุ่มอาวุโสของสำนัก
"ช้าไปแล้ว"
ชายถือไหที่เห็นเจ้าสำนักพยัคฆ์รู้สึกตัวทัน แต่ก็ไม่ทันการเสียแล้วเมื่ออดีตเจ้าสำนักเตรียมตัวใช้วิชาบางอย่างออกมา
ฟุ่บ ฟุ่บ
ดาบจำนวนมากโผล่ออกมาจากใต้ดินทิ่มแทงใส่เหล่าอาวุโสสำนักพยัคฆ์อย่างโหดร้าย
"อ๊าก ฮึก โอ๊ย"
เสียงร้องระงมบาดเจ็บดังอย่างต่อเนื่อง
จากนั้นกลุ่มอาวุโสสำนักพยัคฆ์หลายสิบคนที่เข้ามาร่วมต่อสู้กับเจ้าสำนักด้วยล้มลงไปนอนกับพื้น
แต่ละคนล้วนมีดาบสั้นจนดูคล้ายกับมีดเล่มเล็กๆปักลงบนร่างกายตามตัวทุกคน
ดาบสั้น หรือ มีดสั้นจำนวนมากที่พุ่งออกมา ได้เล่นงานทำร้ายเหล่าอาวุโสสำนักพยัคฆ์โดยไม่อาจป้องกันหรือปัดป้องได้ทัน
แล้วดาบสั้น หรือ มีดสั้นที่ดูคล้ายดาบภูติล้วนมีอานุภาพที่น่ากลัว เมื่อสามารถทิ่มแทงลงไปบนร่างอาวุโสได้อย่างง่ายดายโดยที่ปราณบนร่างกลุ่มอาวุโสไม่สามารถช่วยป้องกันหรือลดความเสียหายลงไปได้เลย
"ปราณจิตขั้น 6 ศาสตราวุธจำแลง"
"สามารถใช้สุดยอดวิชาท่านพ่อออกมาได้ด้วย"
เจ้าสำนักที่รับมือกับการจู่โจมกะทันหันได้ทัน จึงรอดพ้นจากความเสียหายไปได้อย่างหวุดหวิด
ปราณจิตขั้น 6 คือ การสร้างศาสตราวุธที่เหมือนกับของตัวเองขึ้นมาโดยใช้ปราณจิตขั้น 5 ธาตุโลหะเข้าช่วยทำการกระจายปราณลงสู่พื้นดิน จัดการควบคุมแร่ธาตุโลหะใต้ดินให้เป็นศาสตราวุธที่มีรูปร่างใกล้เคียงกับศาสตราวุธของตนเป็นการแหกกฎธรรมชาติอย่างมาก
แต่การจะทำเช่นนี้ได้ต้องเชี่ยวชาญปราณจิตทั้งสองขั้นอย่างมากเพราะธาตุโลหะเป็นธาตุที่แตกต่างจากธาตุดินอย่างมาก
เมื่อธาตุดินมีอยู่ทุกที่บนโลกแต่แร่ธาตุโลหะล้วนหายากยิ่งกว่ามากนัก บางทีอาจอยู่ลึกลงไปใต้ดินหลายร้อยเมตรหรือบางทีอาจไม่มีเลยด้วยซ้ำ และบางครั้งยังต้องผ่านการหลอมจนได้โลหะที่แข็งแกร่งมาอีกด้วย
อดีตเจ้าสำนัดงกพยัคฆ์ที่มีปราณราชันจึงสามารถใช้ปราณจิตขั้น 6ออกมาได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ จนทำให้ศาสตราวุธที่โผล่ออกมาจากใต้ดินทะลวงปราณเหล่าอาวุโสสำนักพยัคฆ์ลงได้
"นั่นมัน อดีตเจ้าสำนัก"
อาวุโสบางคนเริ่มสังเกตุเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยในอดีตขึ้นมาได้บ้างแล้ว
"ได้ไงกัน ท่านน่าจะตายไปแล้ว"
อาวุโสทุกคนต่างรับรู้การเสียชีวิตของอดีตเจ้าสำนักได้ดีแต่ไม่นึกว่าจะได้มาพบเจอคนตายในที่นี้อีกครั้ง
"นั่นมัน คือ วิชาของเจ้าชั่วร้ายนั้น"
เจ้าสำนักพยัคฆ์ เตือนสติทุกคนขึ้นมา
จากนั้นอาวุโสที่มีชีวิตในช่วงอดีตเจ้าสำนักพยัคฆ์ยังคงอยู่ต่างตกตะลึงขึ้นมา พร้อมจ้องมองไปทิศทางที่เจ้าสำนักพยัคฆ์ชี้
"อย่าบอกนะว่าคือ ซือฟาง"
อาวุโสบางคนเอ่ยนามออกมาเองโดยไม่รู้ตัว
"สำนักโลหิตสมิง น่าจะถูกล้างบางไปจนหมดแล้วไม่ใช่รึ"อาวุโสบางคนที่จดจำซือฟางได้ จึงนึกถึงชื่อสำนักที่อีกฝ่ายเคยอยู่ขึ้นมาได้
สำนักโลหิตสมิงที่มีวิชาชั่วร้ายเกี่ยวกับเลือดมากมาย จนโดนมองว่าเป็นวิชาอธรรมหรือวิชานอกรีต ทำให้สำนักโลหิตสมิงที่มีวิชาพวกนี้เป็นสำนักนอกรีตไปด้วย
จากนั้นทุกคนต่างลงความเห็นเป็นเสียงเดียวกันว่าสำนักโลหิตสมิง ต้องถูกกำจัดออกไปจากทวีปนี้ขึ้นมา
"สำนักโลหิตสมิง ไม่มีวันตาย"
ซือฟาง เอ่ยออกมาเรียบง่ายแต่แฝงไว้ด้วยน้ำเสียงเคียดแค้น
"สำนักโลหิตสมิง ต้องถูกกำจัดลงตรงนี้"
เจ้าสำนักพยัคฆ์ที่ไม่ต้องการจัดการอีกฝ่ายให้สิ้นซากในคราวนี้ เตรียมทุ่มพลังทั้งหมดปราบปรามศัตรูเบื้องหน้าทันที
"ผู้อาวุโสทุกท่าน ช่วยส่งพลังมาให้ข้าด้วย"
เจ้าสำนักพยัคฆ์ส่งกระแสจิตบอกแก่เหล่าอาวุโสของสำนักอย่างลับๆ
"เจ้าสำนัก รึว่าท่านจะใช้วิชานั้น"
อาวุโสที่ได้ยินกระแสจิตจากเจ้าสำนักให้ส่งลมปราณมาที่ตัวเองจึงเข้าใจขึ้นมาได้ทันทีว่าอีกฝ่ายต้องการทำอะไรกันแน่
"เจ้าสำนักพยัคฆ์เอ่ย จงตายด้วยน้ำมืออดีตเจ้าสำนักเสียเถอะ"
ซือฟาง ที่คิดว่าหากอีกฝ่ายตายด้วยน้ำมือผู้เป็นบิดาตัวเองคงพึงพอใจแน่
"เจ้าตะหากที่ต้องตาย"
เจ้าสำนักพยัคฆ์ สวนกลับขึ้นมาจากนั้นเตรียมตั้งท่าบางอย่างออกมา
ฟ้าว
จู่ๆดาบยักษาของเจ้าสำนักเกิดขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ยืดยาวออกมาอย่างต่อเนื่องจนดูเหมือนว่าดาบยักษาต้องการจะผ่าโลกนี้ให้เป็นสองเสี่ยง
"อะไรกัน"
ซือฟาง ไม่คาดคิดว่าอีกฝ่ายจะมีไม้ตายลับนี้เก็บเอาไว้ด้วย
"มันไปเอาพลังขนาดนั้นมาจากไหนกัน"
ซือฟาง มองดูดาบยักษาที่ยืดยาวออกมาสูงขึ้นไปหลายร้อยเมตรจนดูเหมือนว่าจะทะลุไปถึงสวรรค์เลย
"เพราะเจ้าพวกนั้นนี้เอง"
ซือฟาง สังเกตุเห็นเหล่าอาวุโสสำนักพยัคฆ์ที่ล้มลงไปแล้วได้แอบทำการส่งพลังปราณออกไปให้แก่เจ้าสำนักพยัคฆ์อย่างลับๆ
แม้จะเป็นการแอบส่งปราณให้แก่เจ้าสำนักอย่างลับๆแบบเบาบางก็ไม่อาจรอดพ้นสายตาของซือฟางพ้น
ทำให้อดีตเจ้าสำนักที่ถูกสร้างด้วยวิชานอกรีตของซือฟางใช้วิชาสุดยอดอีกครั้งเพื่อจัดการเหล่าอาวุโสสำนักพยัคฆ์ให้หายไปจากโลกนี้ทันที