ท้องฟ้าเหนือป่าสนเริ่มหม่นแสงลงอย่างเชื่องช้า เกล็ดหิมะแรกของปีโปรยลงมาั้แ่บ่าย ย้อมผืนดินและยอดไม้เขียวให้ขาวโพลน
ผืนป่าที่เงียบสงบ กลับเกิดเสียงแปลกปลอมดังขึ้นเป็ระยะ
ฟุ่บ! ฟุ่บ!..
ปุ! ปุ!.. ปุ!
เปลือกไม้แตกกระจายตามเสียงะุที่จากปืนเก็บเสียง โลหิตแดงสดอาบพื้นหิมะเป็ทางยาว
หนุ่มใหญ่วัยห้าสิบในชุดดำร่างกายเต็มไปด้วยาแ กำลังหนีสุดกำลังพลางหลบหลีกะุที่พุ่งมาจากด้านหลัง
กลุ่มคนชุดดำสี่คนอาวุธครบมือไล่ตามชายตรงหน้าอย่างไม่ลดละ
“นิค เห็นแก่สัมพันธ์เก่าของพวกเรา อย่าให้พวกข้าต้องลำบากอีกเลย ยังไงเ้าก็พาเพื่อนลงนรกไปด้วยเป็สิบแล้ว เ้าไม่เหงาแน่”
ชายหนวดเครารุงรังที่กำลังไล่ตาม ะโบอกคนข้างหน้าโดยไม่ลดฝีเท้าลงแม้แต่น้อย
“จอห์น งั้นเ้าก็ไปเป็เพื่อนข้าอีกคนแล้วกันตกลงไหม”
ฟุ่บ! ฟุ่บ!
ชายที่ชื่อนิโคลัสกล่าวพลางยิงสวนกลับไป
“อ๊าก!”
ชายที่วิ่งอยู่ข้าง ๆ จอห์น ร้องลั่นก่อนล้มหงายหลัง หลังศีรษะมีเืทะลักเป็ทาง
“เวรเอ้ย!”
จอห์นสบถออกมา ขณะที่รีบหยิบโทรศัพท์ดาวเทียมขึ้นมากดโทรออก
“เมจิกเชี่ยนกำลังมุ่งหน้าไปที่ผา เราเหลือสาม ส่งกำลังมาเพิ่มด่วน”
“จอห์น อย่าให้หลุดไปได้อีกนะ เราเสียมือดีไปหลายคนแล้ว เ้านายโกรธมาก”
“รู้แล้วโว้ย! แกก็รีบมาช่วยซักทีซิวะ!”
มีเสียงตะคอกกลับด้วยความเดือดดาล
จอห์นนึกย้อนกลับไปเมื่อเดือนก่อน ยามได้รับคำสั่ง ‘รวมพล’ จากบอสให้ออกตามล่า นิโคลัส โค้ดเนม ‘เมจิกเชี่ยน’ นักฆ่าอันดับสิบในองค์กร
แม้ตนเองจะเป็อันดับสามแต่หากต้องเผชิญหน้ากับ เมจิกเชี่ยน ตัวต่อตัว เขาก็ไม่มีความมั่นใจ
ไม่ใช่ว่าความสามารถด้านการต่อสู้ของนิโคลัสมีมากกว่าเขา แต่เพราะอาวุธและอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่เมจิกเชี่ยนประดิษฐ์ขึ้นเอง มีความรุนแรงและแปลกประหลาดยากจะคาดเดา
และความสูญเสียจากการตามล่ากว่าหนึ่งเดือน บ่งบอกได้เป็อย่างดี
ะุปืนลูกซองที่เม็ดโลหะภายในสามารถแตกตัวออกเป็สะเก็ดเล็ก ๆ ทันทีเมื่อกระทบถูกวัตถุ และแตกกระจายเป็วงกว้างขึ้น แม้ไม่ทำให้ถึงตาย แต่อาการาเ็จากยาพิษที่เคลือบอยู่ก็ลดทอนกำลังคนลงไปได้
กับดักหรือกับะเิขนาดเล็กแบบพกพาที่สามารถติดตั้งได้ภายในเวลาไม่ถึงนาที ทำให้เสียคนไปหลายคน
นั่นเป็เพียงจุดเริ่มต้น ตอนที่บุกเข้าที่พักของเมจิกเชี่ยน
หลังจากนั้นกว่าที่องค์กรจะพบตัวนิโคลัสอีกครั้งก็ผ่านไปกว่าสองสัปดาห์ โดยการเจาะระบบกล้องวงจรปิดและติดตามร่องรอยเขาหลายประเทศ จนรู้ว่าหนีขึ้นเหนือข้ามหลายประเทศ
การเตรียมตัวครั้งใหม่ ระดมกำลังมือดีขององค์กรมากว่ายี่สิบคน น่าเสียดายที่ห้าอันดับแรก มีเพียงจอห์นคนเดียวที่ว่างอยู่
การตามล่า เมจิกเชี่ยน รอบที่สอง จึงได้เริ่มขึ้น
“พวกมันตามไม่เลิกจริง ๆ”
หนุ่มใหญ่ที่กำลังหลบหนีบ่นพลาง โยนกับดักขนาดเล็กไปด้านหลัง
กับดักทรงรีขนาดกำมือตกลงระหว่างต้นไม้สองต้น ขณะที่อยู่เหนือพื้นประมาณหนึ่งฟุต เกิดเสียง คลิ๊ก! ก่อนที่รอยแยกตรงกลางจะแตกออกและพุ่งไปปักที่เสาทั้งสองข้างโดยมีเอ็นใสขนาดเล็กขึงตึง
“ใครจะคิดว่าบอสจะกล้ารับคำสั่งฆ่า ลูกน้องตนเอง โยนให้ข้าเป็แพะรับบาป ทั้งที่ตัวเองเป็คนรับงานแล้วมอบภารกิจให้ลูกน้องไปฆ่าประธานาธิบดีโฉดเองแท้ ๆ”
งานชิ้นสุดท้ายจากบอส คือคำสั่งให้เจาะระบบเข้าไปล้วงข้อมูลและโยกย้ายเงินในบัญชีของเป้าหมาย ก่อนสังหารผู้นำเผด็จการคนนั้นเสีย…งานสำเร็จตามวัตถุประสงค์
แต่ผลลัพธ์ที่ได้ กลับเป็คำสั่งฆ่าจากองค์กรเดียวกัน
ตามประกาศ บอกว่าเมจิกเชี่ยนรับงานโดยไม่ผ่านองค์กรสร้างความเสียหายให้องค์กรอย่างใหญ่หลวง
การหลบหนีจึงเกิดขึ้นั้แ่นั้น แม้นิโคลัสจะปลอมตัวเพื่อหลบหนีมาได้ไกล แต่เพียงแค่สองสัปดาห์พวกนั้นตามทัน
บรึ้ม!
อ๊าก!
เสียงะเิดังขึ้นทางด้านหลัง
“เวรเอ๊ย!”
จอห์นสบถขึ้นอีกครั้ง เสียคนไปอีกคนแล้ว
“แยกกันไป ระวังอย่าวิ่งตามตรง ๆ”
คำสั่งส่งไปให้ลูกทีมคนเดียวที่เหลืออยู่
วี้ด...ฟุ่บ!
เสียงแหลมดังจากด้านหน้าแยกออกไปสองทาง จากนั้นเกิดเสียงแตกเบา ๆ พร้อมกับควันหนาทึบกระจายตัวอย่างรวดเร็ว
“รีบหลบอย่าพึ่งตาม ระวังยิงสวน”
จอห์นะโสั่ง ก่อนหลบหลังต้นไม้
วี้ด! บรึ้ม!
อ๊าก!
“อะไรอีกวะ!”
ผู้ล่าสับสนไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น
“ลูกพี่! ระวังโดรนติดตามความร้อน ข้าโดนสะเก็ดะเิไปต่อไม่ได้แล้ว”
“โว้ย! เวรนิค ของเล่นแกยังไม่หมดอีกหรือวะ!”
เขาะโไปเบื้องหน้า สายตาสอดสองไปทั่วระวังโดรนะเิขนาดเล็ก
“ถ้าข้าบอกว่าหมดแล้ว เ้ากล้าเข้ามาไหมล่ะ ฮ่าฮ่าฮ่า”
พั่บ! พั่บ! พั่บ!
เสียงเฮลิคอปเตอร์ดังเข้ามาใกล้ แล้วหยุดอยู่เหนือป่าบริเวณที่จอห์นอยู่ ไม่นานมีคนโรยตัวลงมากว่าสิบคน
นิโคลัสหนีั้แ่เริ่มได้ยินเสียงใบพัด ระหว่างทางเขาวางกับดักไว้เป็ระยะ ทั้งผิวดินและเหนือศีรษะ
เสียงะเิที่ด้านหลังดังขึ้นไม่ขาดสาย เสียงร้องและสาปแช่งดังต่อเนื่อง เสียงต่าง ๆ เริ่มห่างออกไป เพราะต้องระวังกับดักทำให้ติดตามได้ช้าลง
นิโคลัสเริ่มหมดแรง แต่ขายังคงวิ่งอย่างต่อเนื่องแม้ก้าวช้าลงอย่างเห็นได้ชัด
ต้นสนเริ่มบางตาลง แล้วเริ่มเป็ลานโล่งจนริมหน้าผา
คลื่นทะเลโหมกระหน่ำซัดซาดเข้าชายฝั่งใต้หน้าผา พัดร่างที่อ่อนแรงจนซวนเซ
กับดักทั้งหมดที่วางไว้ ถูกใช้ไปที่ชายป่าจนเกือบหมด ะุหมดั้แ่อยู่ในป่า
ก่อนทรุดตัวลงนั่ง แล้วลงมือครั้งสุดท้าย
ตอนนี้ไม่มีอาวุธเหลือแล้ว
“สุดท้ายแล้วซินะ”
เสียงพึมพำเบา ๆ ภาพอดีตเก่า ๆ เริ่มเข้ามาให้ห้วงความทรงจำ
หนุ่มน้อยนิโคลัสวัยสิบห้าปี ที่พ่อแม่เป็นักวิจัยทางพันธุกรรมชั้นนำและกำลังวิจัยเทคโนชีวภาพ ถูกเพื่อนสนิทที่ร่วมวิจัยด้วยกัน วางแผนฆาตกรรมโดยทำให้เหมือนการฆ่าชิงทรัพย์ เพื่อฮุบผลงานวิจัย
เด็กหนุ่มกำพร้าถูกเพื่อนสนิทของพ่อที่เป็อดีตสายลับรับไปอยู่ด้วย ก่อนเล่าเื้ัเหตุการณ์ฆาตรกรรม แต่ไม่มีหลักฐานสาวไปถึงตัวผู้บงการทำให้คดีจบลงแค่การฆ่าชิงทรัพย์
เพื่อนพ่อ เสนอทางเลือก ใช้ชีวิต หรือ ล้างแค้น
เด็กหนุ่มที่ความแค้นแน่นอก เลือกอย่างหลัง
ั้แ่นั้น ชายคนนั้นก็กลายมาเป็อาจารย์ รวมถึงเพื่อน ๆ ของอาจารย์อีกหลายคนในหลายสาขา
หกปี พวกเขาช่วยกันสร้างเด็กหนุ่มธรรมดา ให้กลายสุดยอดนักโจรกรรมข้อมูล, นักประดิษฐ์และนักฆ่า จนภายหลังได้รับสมญานาม เมจิกเชี่ยน
สิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรก ชายหนุ่มมอบให้กับการล้างแค้น
และั้แ่นั้นเส้นทาง เมจิกเชี่ยน จึงได้เริ่มขึ้น
“อย่างน้อยชีวิตนี้ ข้าก็ไม่เคยสังหารคนดีเลย ถึงลงนรกก็ไม่น่าลึกมากใช่ไหม”
นิโคลัสหัวเราะเบา ๆ ให้ชีวิตที่เหลืออยู่น้อยนิด
แม้นิโคลัสจะเป็นักฆ่าที่มีชื่อเสียง แต่เลือกรับงานเฉพาะบุคคลที่มีประวัติไม่ดีเท่านั้น ไม่เคยรับสังหารคนทั่วไปแม้แต่ครั้งเดียว
และที่สามารถอยู่ในองค์กรได้โดยไม่มีใครบ่น เพราะทุกงานที่ได้รับมอบหมายเรียบร้อยเสมอ
นิโคลัสมองไปที่ชายป่า เริ่มมีนักฆ่าวิ่งออกมาแล้ว กับดักและกับะเิที่วางไว้เริ่มทำงานต่อเนื่องเป็ลูกโซ่
“รอดมาแค่สี่คนเท่านั้นเองเหรอ จอห์น เ้านี่ตายยากน่าดูเลยนะ!”
เขาะโไปทางคนที่กำลังวิ่งเข้ามา พลางชูมือขึ้นสูง แสดงท่าทางยอมแพ้
หากจับเป็ได้ พวกนี้อยากจับเป็ เพื่อไปทรมานแน่นอน
ในขณะที่นักฆ่ากำลังใกล้เข้ามาไม่ถึงสิบเมตร นิโคลัสะโเป็ครั้งสุดท้าย
“ฝากไปบอกบอสด้วย เจอกันในนรก!”
สิ้นเสียง พลันะโถอยหลังออกจากหน้าผา
จอห์นและพวกรีบวิ่งเข้ามาดู ร่างที่กำลังร่วงสู่ทะเลคลั่งเบื้องล่าง แต่ต้องตื่นตระหนกเมื่อเห็นมือที่ชูขึ้นกำลังกำสิ่งที่เหมือนสวิตซ์
“เวรเอ..”
บรึ้ม!
ไม่ทันที่จะกล่าวจบ ก็เกิดเสียงะเิดังสนั่น ร่างทั้งหมดกระจายไม่เหลือชิ้นดี
“เสียงสุดท้ายนี้ช่างไพเราะจริง ๆ”
เขาค่อย ๆ หลับตา ก่อนที่ร่างจะกระแทกผืนน้ำเบื้องล่าง ประกายแสงสีฟ้าเรืองรองปรากฏขึ้นที่ผิวน้ำ โอบล้อมร่างเอาไว้ไปพร้อมกับที่สติที่ดับลง
เมื่อนิโคลัสรู้สึกตัวอีกครั้ง ราวกับกำลังล่องลอยอยู่ในความว่างเปล่า
รอบตัวมีเพียงแสงสีฟ้าอ่อน ๆ ห่อหุ้มรอบร่างไว้ ราวกับกำลังอยู่ในฟองอากาศ เขาเพียงรู้สึกได้ถึงร่างของตัวเองแต่มองไม่เห็นมัน
"ฉันตายแล้วซินะ ตอนตายก็ไม่รู้สึกเ็ปอะไร"
นิโคลัสพึมพำกับตัวเอง ขณะสังเกตไปรอบ ๆ
ที่ห่างออกไป มีชายวัยกลางคนร่างใหญ่ สูงกว่า 3 เมตร มีคิ้วหนา ั์ตาคมกล้าดำขลับกับเส้นผมสีออบซีเดียน รังสีที่แผ่ออกมาแฝงไปด้วยอำนาจเฉียบขาดจนไม่อาจจ้องมองตรงๆ
ผิวสีแทนเข้ม ในชุดคลุมหรูหราสวยงาม ที่เปิดให้เห็น่แผ่นอกกว้างและหน้าท้องที่เต็มไปด้วยมัดกล้าม ตามร่างกายไม่มีเครื่องประดับใด ๆ มีเพียง แหวนที่สวมอยู่ที่นิ้วมือทั้งสองข้าง ราวสี่ห้าวง
‘ไม่รู้จะสวมแหวนอะไรเยอะขนาดนั้น’
เขาคิดอยู่ในใจ ก่อนเอ่ยถามขึ้น
"ท่านเป็ผู้นำทางิญญาผู้ตาย ใช่ไหมขอรับ?”
“ข้าเป็ผู้นำทางิญญาเ้า แต่ไม่ใช่ผู้นำทางิญญาคนตาย”
เสียงทุ้ม นุ่มลึก เข้าสู่โสต เป็เสียงที่เต็มไปด้วยพลังอำนาจที่ไม่ต้านทาน ราวกับว่ามันดังขึ้นจากรอบทิศทาง แล้วตรงเข้าสู่ิญญาของเขา
“หมายความว่าอย่างไร?”
“เ้าอยากมีโอกาสเริ่มต้นใหม่หรือไม่ โอกาสที่เ้าเสียไปในชีวิตนี้ ชีวิตที่อยู่ท่ามกลางผู้คน ไม่ต้องคอยหลบซ่อนและอยู่อย่างหวาดระแวง”
“ใครบ้างไม่อยากได้มีชีวิต แต่ข้าไม่เชื่อว่าโอกาสจะได้มาฟรี ๆ ใช่ไหม?”
เขาถามด้วยสีหน้าจริงจังขึ้น
“ถูกต้อง ข้าไม่ได้ข้ามมิติมาทำการกุศลช่วยคนฟรี ๆ แน่นอน เ้าต้องทำภารกิจให้ข้าเป็ข้อแลกเปลี่ยน”
“ทำไมต้องเป็ข้า มีคนมากมายฉลาดกว่าข้า หรือถ้าเื่การต่อสู้ นักฆ่าอันดับต้น ๆ ล้วนเก่งกว่าข้าทุกคน”
“เพราะเ้ามีพร้อมทุกด้าน ทั้งความฉลาดและประสบการณ์ต่อสู้ และที่สำคัญ เ้ากำลังจะตาย”
ชายร่างใหญ่ยิ้มมุมปากขณะกล่าว
“เงื่อนไขหลักในการพาตัวคนข้ามมิติไป คือต้องใกล้ตายใช่ไหม”
“หัวไวดีจริง ๆ”
ผู้นำทางยิ้มพอใจ
“ข้าต้องทำอะไรบ้าง?”
เขาถามเงื่อนไขทันที
“มีสามข้อ หนึ่ง ฟื้นฟูตระกูลของข้า สอง ป้องกันไม่ให้ผนึกโบราณของตระกูลเกิดความเสียหาย และ สุดท้ายส่งเครื่องบรรณาการแก่บรรพบุรุษทุกปี”
ผู้นำทางกล่าวถึงภารกิจที่ต้องทำ
“มันหยาบไป ข้าขอรายละเอียดเพิ่มขึ้นได้ไหม ถ้าให้ข้าไปตัวเปล่าแล้วต้องทำเื่แบบนี้ ข้าจะทำได้อย่างไร ตอนนี้ข้าก็อายุห้าสิบแล้ว อีกไม่กี่ปีก็ลงโลงข้าจะเอาแรงที่ไหนไปทำกัน”
“ข้าขอสรุปสั้น ๆ นะ ข้าอยู่ที่นี่ได้ไม่นาน ข้อแรก ตอนนี้ตระกูลของข้ากำลังจะล่มสลายและตอนนี้เหลือทายาทอายุราวสิบเจ็ดปีเพียงคนเดียว เ้าต้องไปเป็เขาเพื่อสร้างตระกูลขึ้นมาใหม่”
ขณะกล่าวพลางสังเกตสีหน้าของนิโคลัส
“ข้อสอง ลึกลงไปใต้ดินของตระกูลข้า มีผนึกปีศาจที่ข้าสร้างเอาไว้ ก่อนข้าจะกลายเป็เทพ มีเพียงทายาทสายตรงของข้าเท่านั้นที่เข้าไปได้ และต้องนำแกนสัตว์อสูรระดับราชันย์อสูรไปเป็แหล่งพลังงานผนึกปีศาจ ในทุก ๆ ยี่สิบปี ครั้งล่าสุดที่ทายาทข้าลงไปคือเมื่อห้าปีที่แล้ว ดังนั้นเ้ามีเวลาอีกสิบห้าปีในการหาแกนราชันย์อสูร”
นิโคลัสยังไม่ถามอะไร เขาจึงกล่าวต่อ
“สุดท้ายคือเครื่องบรรณาการแก่บรรพบุรุษ ในทุกปีเ้าต้องถวายเครื่องบรรณาการแก่บรรพบุรุษ ก็คือ ข้าเอง อย่างน้อยต้องเป็อาวุธระดับทอง แต่ใน่แรกเ้าอายุยังน้อย ขอเพียงหาอาวุธระดับเงินให้ข้าทุกปีก็พอแล้ว จนกว่าเ้าจะเรียนจบ ทั้งหมดนี้เ้าคิดว่าอย่างไร?”
นิโคลัสคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วเอ่ยขึ้น
“ข้อหนึ่ง ข้าจะทำอะไรได้ ตระกูลท่านล่มสลายแสดงว่าทรัพย์สินน่าจะไม่เหลือ หรืออาจเหลือเพียงน้อยนิด แล้วข้าจะเอาอะไรไปเป็ต้นทุน”
เขาพูดพลางชูนิ้วขึ้นตามจำนวนข้อ
“ข้อสอง ความสามารถของข้าจะไปใช้กับโลกของท่านได้หรือไม่ ข้าก็ยังไม่รู้เลย หากไปถึงแล้วข้าทำอะไรไม่ได้เลยล่ะ และข้อสาม ถ้าหากข้าล้มเลิกกลางคัน หรือแม้แต่พยายามแล้วแต่ไม่สำเร็จทั้งสามข้อจะเกิดอะไรขึ้นกับข้า”
นิโคลัสมองไปที่ผู้นำทางอย่างแน่วแน่ ไม่มีความหวั่นเกรงใด ๆ
“สมกับเป็เ้าดี ก่อนที่ข้าจะเลือกเ้า ข้าไปตระเวนหาหลายมิติแล้ว แต่ผู้ที่ตรงตามเงื่อนไขส่วนใหญ่ มีความสามารถน้อยกว่าเ้า และข้าก็ไม่อาจฝืนกฎนำผู้ที่มีชีวิตไปได้ ดังนั้นเ้าจึงเป็ตัวเลือกที่ดีที่สุดที่ข้ามี”
เสียงที่เรียบเฉยแฝงความเย็นเช่นเดิม
“ส่วนเื่ต้นทุน แยกเป็สองเื่ เื่แรก ร่างกายของทายาทข้าเป็นักเวทที่ศักยภาพสูงมาก ขอเพียงเ้าเรียนเวทมนตร์จากอาจารย์ดี ๆ เ้าก็จะเป็จอมเวทได้ไม่ยาก
ข้อสอง ทุนทรัพย์ เื่นี้อาจลำบากนิดหน่อย แต่ตระกูลข้าได้เตรียมเงินทุนพอให้เ้าได้เข้าเรียนและฝึกฝนได้ แต่เ้าต้องพยายามหาเงินเพิ่มเองหาก้าใช้จ่ายอย่างสบาย และยังมีพอคนที่ภักดีต่อตระกูลอยู่บ้างที่จะคอยช่วยเหลือเ้า”
เขาสังเกตคิ้วที่ขมวดมากขึ้นทุกทีของหนุ่มใหญ่ตรงหน้า
“สุดท้าย หากเ้าไม่ทำตามสัญญาิญญา ิญญาของเ้าจะเ็ปทรมานเป็เวลานาน จนกว่าเ้าจะกลับมาทำตามสัญญา แต่ถ้าเ้าตั้งใจทำตามสัญญาจริงจังแล้วแต่ทำไม่สำเร็จ เ้าจะไม่ได้รับผลกระทบต่อสัญญาิญญาแต่อย่างใด สัญญาิญญาจะผูกติดกับิญญาเ้า แม้เ้าจะโกหกใคร ๆ ได้ แต่เ้าไม่มีทางโกหกิญญาตนเอง ดังนั้นข้าไม่กลัวเื่ที่เ้าจะผิดสัญญา”
นิโคลัสคิดตามที่ผู้นำทางกล่าว ก่อนถามขึ้น
“ถ้าข้าทำข้อสองไม่สำเร็จ ผนึกปีศาจ จะเกิดอะไรขึ้น?”
“จอมปีศาจจะฟื้นคืนชีพ โลกจะปั่นป่วน ปีศาจจะร่วมมือกับสัตว์อสูรรุกรานพื้นที่ของมนุษย์ วันโลกาวินาศจะอุบัติขึ้นอีกครั้ง”
เขาสังเกตความเปลี่ยนแปลงนิโคลัส พลางยกยิ้มขึ้นเล็กน้อย เมื่อเห็นประกายไฟแห่งการต่อสู้ลุกโชนในแววตา
“โลกของท่านมีทั้งสัตว์อสูรและปีศาจ รวมถึงนักเวท เช่นนั้นก็มี อัศวินและนักรบ ด้วยใช่ไหม?”
“ใช่”
“แต่ข้าไม่ค่อยชอบนักเวท ท่านก็รู้ว่าข้าเป็นักฆ่า อย่างน้อยร่างกายข้าก็ควรแข็งแรงบ้าง”
ยอดนักประดิษฐ์พยายามต่อรองเพิ่มเพื่อต้นทุนของตนเอง
“ตกลง ข้าจะมอบความสามารถร่างกายของสายเืข้าให้เ้าด้วย แต่คงไม่เทียบเท่าของข้าหรอกนะ เ้าสามารถฝึกฝนการเป็นักรบหรือนักล่าได้ แต่ไม่ใช่อัศวิน เพราะข้าเองก็ไม่ใช่อัศวิน”
เพิ่มอีกเล็กน้อยยังพอรับปากได้
“เอาหล่ะ ข้าตกลงรับปากท่าน ข้ายินดีทำสัญญา”
แม้ในใจยังเต็มไปด้วยคำถาม... แต่นี่คือโอกาสเดียวที่จะไม่จบชีวิตลงอย่างไร้ค่า
“ดี เ้าตัดสินใจตรงไปตรงมาดี เมื่อไหร่ที่เ้าทำสัญญาจบ ข้าจะให้สิ่งของอีกชิ้นกับเ้า แม้มันไม่ช่วยเสริมพลังต่อสู้ของเ้าโดยตรง แต่ถ้าเ้ารู้จักใช้ มันจะเป็ประโยชน์มาก”
เขายิ้มกว้างพึงพอใจเมื่อได้รับคำตอบโดยง่าย โดยไม่มีการต่อรองมากความ
ทันใดนั้น แสงสีฟ้าอ่อนก็สว่างจ้าขึ้น ก่อนที่นิโคลัสจะรู้สึกตัว ร่างก็ถูกดึงไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูง
ภาพและแสงหลากสีสันพุ่งผ่านไปรอบๆ ตัว ราวกับกำลังเคลื่อนที่ผ่านอุโมงค์มิติ