หลังจากแกล้งหลับจนได้ยินเสียงกรนน้อยๆ ลี่อิงคือชื่อของเ้าของร่างเดิม เธอจัดการจดจำและรีเซทหัวสมองเธอทันที ถือเสียว่าเธอเกิดใหม่และได้ชื่อใหม่คือหวัง ลี่อิงก็แล้วกัน
“เห้ออออเอาไว้พรุ่งนี้ข้าจะต้องเอาเ้าหนูน้อยนี่ขึ้นมานอนเตียงดีๆเสียแล้ว” เธอพูดพร้อมมองไปที่พ่อลูกที่นอนบนกองฟางบางๆมีผ้าปูทับอีกที ส่วนเธอมีฟูกนอนที่เก่ามากปูให้ซึ่งก็คงเป็การเรียกร้องจากร่างเดิมนั่นไง เท้าขาวซีดเดินสำรวจบ้านหลังเล็กที่มันเล็กจนเธอเดินไม่กี่ก้าวก็ดูครบหมด ในบ้านหลังนี้หลังคาก็ผุพัง ผนังก็เป็เพียงไม้เก่าๆแปะเอาไว้กันสายตาคนอื่นเพียงเท่านั้น ริมสุดของบ้านมีเตาโบราณที่มีเพียงหม้อ1ใบ ถ้วยอีก4ใบ เครื่องปรุงแทบจะไม่มีอะไรเลยด้วยซ้ำ แถมข้าวเหลือเพียงหยิบมือ
“นี่มันยากจนค้นแค้นอะไรขนาดนี่เนี่ย อนาคตลูกหลานลำบากแน่นอน” เธอนั้งลงพร้อมกับเพ่งมองไปที่ถังธัญพืช แต่จู่ๆในหัวเธอก็ฉายภาพงัวถุดิบหลากหลายวางเรียงกันคล้ายตลาดนัดใหญ่ๆในยุคเธอเสียอย่างนั้น
“นี่มัน!!” ให้พื้นที่ที่เธอเห็นมีผักผลไม้ และเนื้อสัตว์ วัตถุดิบในการทำอาหารที่มีจำนวนแปะไว้ตามแผงต่างๆชัดเจน ถัดไปอีกหน่อยก็มีเสื้อผ้า ผ้าห่ม และอุปกรณ์ดำรงชีพหลายอย่างจนเธอถึงกับห่อปาก ที่ท้องรู้สึกร้อนวูบจนเธอเอามือคลำ พบว่าเพียงเธอคลำก็เหมือนเธอได้ไปอยู่ตรงนั้น
“เจ๋งสุดๆไปเลย แบบนี้ค่อยสนุกหน่อยลี่อิง” เธอหยิบยาแก้ไข้และนำเปล่าออกมากินก่อนจะหยิบธัญพืขและข้างขาวออกมาอย่างละ1กำมือ ผักอีกอย่างละนิดละหน่อย เอาวางไว้บริเวณโอ่งน้ำและกำลังจะกลับเข้ามานอน
“เ้า ไปไหนมา” หวังเฟิงซี ได้ยินเสียงฝีเท้าจึงถามเธอเสียงเบาเพราะเกรงว่าลูกชายจะตื่น เธอจึงพยักหน้าให้เขาขยับมาใกล้ แม้จะไม่เต็มใจแต่เพราะกลัวนางแผงฤทธิ์เขาจึงยอมทำตาม หน้าตาและเสื้อผ้าที่มอมแมมของเธอและเขาทำหวังลี่อิงถอนหายใจอีกรอบ มือบางเอื้อมไปในซอกเล็กๆที่เย็บติดไว้บนหมอนก่อนจะเอามาให้เขาดู
”อะไร“ เขาถามด้วยสายตาไม่ไว้วางใจเมื่อเธอยื่นของที่อยู่ในมือมาไว้ตรงหน้า
”สินเดิมของข้า คนบ้านใหญ่ให้ข้ามาตอนแต่งงานกับเ้า ขายได้หรือไม่“ กำไรหยกและแหวนหยก ไหนจะปิ่นปักผมที่วางอยู่ข้างหมอนล้วนเป็ของที่ติดตัวเธอมาั้แ่แต่งงาน แต่ร่างเดิมไม่เคยเอามาขายจุนเจือครอบครัว เหตุเพราะเธอยังเชื่อมั่นว่าเธอคือลูกสาวของท่านแม่ทัพ แม้จะเป็เพียงลูกที่เกิดกับอนุต่ำต้อยก็ตาม นางถือยศถืออย่างเสียจนน่าหมันใส้
”เ้าบอกข้าว่าอย่างไรก็ไม่ขาย“ เฟิงซีเหมือนทวนความจำเธอมากกว่า
”ก็ข้าเปลี่ยนใจแล้วไง ข้าตกน้ำจนป่วยตาย คนในตระกูลไม่โผล่หัวมาสักคน เหตุใดข้าต้องเก็บของพวกนี้ไว้ด้วยเล่า ข้าขายเอาเงินมาดูแลครอบครัวเสียดีกว่า“ การกระทำที่เปลี่ยนไปของนางทำเขากังขาแต่เพราะความง่วงและอ่อนเพลียจนยอมสงบศึก
”ต้องเข้าไปที่หัวเมือง หากเ้าหายดีแล้ว ข้าจะพาไป วันนี้พักผ่อนเถอะเ้าพึงฟื้นจากความตาย ควรพักให้ลมปรานเ้าสมดุลเสียก่อน“ เป็อันว่าจบบทสนทนาทั้งคู่จึงล้มตัวลงนอนด้วยความง่วงหงุ่น