“นี่เ้าแน่ใจเช่นนั้นหรือว่าจ่ายเงินค่าผ้าไหมให้กับทุกร้านแล้ว”เขาถามนางด้วยความแปลกใจ
นางยิ้มให้กับท่าทางที่ดูประหลาดใจของเขาก่อนจะหลุดขำออกมาเบาๆ
“นี่ท่านพี่ไม่เชื่อข้าเช่นนั้นหรือ ข้าจ่ายค่าผ้าไหมให้กับทุกร้านแล้วจริงๆ”
“แล้วเหตุใดเงินในถุงจึงได้พร่องไปเพียงเล็กน้อยปกติแม้ผ้าเหล่านี้จะไม่ได้ราคาแพงเท่าผ้าไหมคัดพิเศษแต่จำนวนผ้าที่เ้าได้มาก็ไม่น่าจะน้อยกว่าเงินในถุงนี้เป็แน่”
“หากท่านพี่ไม่เชื่อก็ลองไปถามร้านขายผ้าดูสิเ้าค่ะ”
คหบดีเหวินที่ไม่อยากจะเชื่อว่านางสามารถซื้อผ้าไหมผืนงามจำนวนมากมายมาได้ในราคาเพียงน้อยนิดเขาจึงสุ่มสอบถามกับร้านขายผ้าที่กำลังวางขายอยู่ ซึ่งทุกร้านก็ตอบเป็เสียงเดียวกันว่าเหวินฮูหยินได้ซื้อผ้าและจ่ายเงินให้กับทางร้าครบถ้วนแล้วจริง เขาเดินมาหานางด้วยใบหน้าที่ดูประหลาดใจ
“เ้าทำได้เช่นไรที่สามารถซื้อผ้าเหล่านี้มาในราคาที่แสนถูก”
“หากรู้จักเจรจาต่อรองเข้าใจต้นทุนที่แท้จริงเราก็ไม่จำเป็ต้องซื้อของในราคาแพงแต่ก็ไม่ได้เอารัดเอาเปรียบพ่อค้าแม่ค้า เพราะจากที่ข้าดูผ้าไหมพวกนี้แม้จะเป็ผ้าไหมธรรมดาที่ไม่ใช่ผ้าไหมคัดพิเศษแต่ก็งดงามและคงทนไม่ใช่น้อย หากถามถึงต้นทุนของผ้าเหล่านี้ก็จะอยู่ที่ผืนละ 10 ตำลึง (40บาท)****เงินสมัยก่อน**** แต่ข้าซื้อพวกเขาในราคา 2 ชั่ง (160บาท)ซึ่งก็ถือว่าเป็ราคาที่ไม่สูงและไม่ต่ำเกินไปซึ่งเหล่าพ่อค้าแม่ค้าต่างก็รับได้ และยินยอมที่จะขายให้ข้า”
คหบดีเหวินพอใจกับแิของนาง
“แล้วท่านพี่รู้หรือไม่ว่าผ้าไหมเหล่านี้หากนำไปวางขายที่เมืองฮุ่ยหยางจะสามารถขายได้ผืนละ 6 ชั่ง(480บาท)เชียวนะเ้าคะแม้จะขายถูกกว่าร้านอื่นๆที่ขายในราคาต่ำสุด 8 ชั่ง( 640บาท) แต่ก็นับว่ายังได้กำไลงามไม่ใช่น้อย”
เขายิ้มให้กับนางก่อนจะเอาแขนเสื้อมาซับเหงื่อบนใบหน้าเล็กๆของนางอย่างนุ่มนวล
“ข้าไม่คิดเลยว่าเ้าจะมีหัวเื่การค้าขาย นับั้แ่เ้าแต่งเข้ามาในตระกูลเหวินข้าก็ไม่ยักเห็นเ้าจะสนใจเื่พวกนี้ ข้านึกว่าเ้าไม่ชอบเื่การค้าขายซะอีกแต่พอได้มาเห็นเ้าในวันนี้ทำให้ข้ารู้สึกประหลาดใจเป็อย่างมาก”
นางเผยยิ้มกว้างออกมาในทันที
“ใครว่าข้าไม่ชอบกันล่ะ ข้าชอบการค้าขายเป็ที่สุดและต่อไปข้าก็จะช่วยงานกิจการของตระกูลท่านพี่ด้วย”
เขาพยักหน้าให้กับนางราวกับเชื่อมั่นในสิ่งที่นางพูด
“ขอบใจเ้ามากเฟิงเหอ เอาล่ะในเมื่อเราได้ผ้าไหมมาครบแล้วถ้าเช่นนั้นเราเดินทางกลับเมืองฮุ่ยหยางกันเถอะ หากรีบเดินทางตอนนี้คงจะถึงก่อนมืดค่ำ”
นางพยักหน้าให้กับเขาก่อนจะเดินตามเขาไปที่ท่าเรือโดยมีคนรับใช้4-5คนที่คอยช่วยยกผ้าไหมติดตามพวกเขาไป
ครั้นเมื่อทั้งสองขึ้นมาบนเรือคหบดีเหวินก็ดูแลนางไม่ห่างเพราะกลัวนางจะเมาเรือเสีย
“หากเ้าไม่สบายหรือรู้สึกมวนท้องคลื่นไส้ก็ให้กินลูกบ๊วยเค็มนี่เข้าใจหรือไม่”เขาพูดขึ้นด้วยความเป็ห่วงพร้อมกับยื่นถุงผ้าที่มีลูกบ๊วยเค็มให้กับนาง
นางรับถุงบ๊วยเค็มมาจากเขาก่อนจะยิ้มให้
“ขอบคุณเ้าค่ะท่านพี่ที่เป็ห่วงข้า”
มือใหญ่จับที่ใบหน้าของนางอย่างแ่เบา
“หากไม่ให้ข้าเป็ห่วงเ้าแล้วจะให้ข้าเป็ห่วงใครที่ไหนเล่าในเมื่อฮูหยินที่ข้ารักมีเพียงเ้าผู้เดียว”
ใบหน้าเล็กๆแดงระเรื่อด้วยความเขิลอาย
“เกิดเป็คนสวยนี่มันดีอย่างนี้สินะ ได้สามีทั้งหล่อทั้งรวยแถมยังคลั่งรักขนาดนี้ แม่อยากจะวี๊ดให้ดังๆ”เหวินเฟิงเหอพูดขึ้นเบาๆในใจก่อนจะยิ้มออกมาอย่างมีความสุข