ตอนที่ 2 ชีพจรของการตั้งครรภ์
เมื่อรู้สึกว่านิ้วมือของถังชิงหลวนกระตุกขึ้นเล็กน้อย กู้เซิงโหรวก็รีบถามทันที “อย่างไรกัน”
สีหน้าถังชิงหลวนเรียบนิ่งไม่แสดงอารมณ์ใดออกมาเพียงแค่ตอบเสียงเรียบ “คุณหนูเจ็ดโปรดอย่าเพิ่งร้อนใจ”
จริงอย่างที่นางกล่าว ถังชิงหลวนเพิ่งจะตรวจชีพจรได้ไม่เท่าไร กอปรกับสีหน้าท่าทางที่เก็บเอาไว้อย่างดี เพราะอย่างนั้นกู้เซิงโหรวจึงมองนางด้วยความสงสัยเพียงเล็กน้อย ก่อนจะปักใจเชื่อว่าไม่มีอะไรจึงนอนพิงลงไปบนหมอนใบใหญ่อีกครั้ง
ความจริงแค่ถังชิงหลวนตรวจชีพจรก็รู้คำตอบแล้ว เมื่อบวกกับอาการตื่นตัวระคนตื่นเต้นที่กู้เซิงโหรวแสดงออกมา นางก็พอจะตระหนักถึงปัญหา
นี่เป็ชีพจรของการตั้งครรภ์!
ถังชิงหลวนอยู่ในจวนนี้มานานจึงรู้ถึงเื่ราวของเหล่าหญิงสาวที่อยู่ในจวนแห่งนี้เป็อย่างดี คุณหนูเจ็ดกู้เซิงโหรวและนางอายุสิบห้าปีเท่ากันและได้กำหนดคู่หมายเอาไว้แล้ว ฝ่ายชายซึ่งเป็คู่หมายของคุณหนูเจ็ดคือคุณชายสามแห่งจวนฉู่กั๋วกง[1]เป็คุณชายบ้านใหญ่ และเป็ผู้มีฐานะเพียบพร้อมเท่าเทียมกับนางอย่างแท้จริง
คุณชายสามท่านนี้ชื่นชอบในวิทยายุทธ จึงได้เชิญอาจารย์ผู้มีวิชาด้านวิทยายุทธมาที่จวน ก่อนหน้านี้มี่หนึ่งที่ชังโจวได้จัดงานประลองการต่อสู้ครั้งใหญ่ขึ้นมา เพราะเป็การประลองที่จัดขึ้นโดยกรมทหารของราชสำนัก บรรดาคุณชายจากจวนต่างๆ ที่อยู่ในเมืองหลวงจึงต่างมาร่วมงานนี้กันอย่างคึกคัก คุณชายสามแห่งจวนฉู่กั๋วกงเองก็เช่นกัน
สาวๆ ในจวนเคยเอ่ยเื่นี้ขึ้นมาขณะพูดคุยกัน มิหนำซ้ำยังหยอกล้อกู้เซิงโหรวว่าจากนี้จะต้องแต่งกับ ‘นักรบ’ เป็แน่ กู้เซิงโหรวได้ยินเช่นนั้นก็ถึงกับทะเลาะกับญาติพี่น้องไปยกหนึ่ง ตอนนั้นถังชิงหลวนเองก็อยู่ในเหตุการณ์ด้วย
ดูจากเส้นชีพจรของกู้เซิงโหรวแล้วอายุครรภ์ของนางน่าจะประมาณห้าถึงหกสิบวันเห็นจะได้
ถังชิงหลวนตรวจอยู่อีกครู่หนึ่ง พอถอนมือกลับกู้เซิงโหรวก็ถามขึ้นทันที “เป็อย่างไร ร่างกายข้ามีปัญหาอะไรอย่างนั้นหรือ” ถึงแม้จะทำท่าว่าไม่ได้สนใจนักแต่ก็ดูออกว่าที่จริงแล้วนางแอบตื่นเต้นอยู่ลึกๆ
บางทีนางอาจจะรู้สึกสงสัยอยู่บ้างแต่คงยังไม่ปักใจเชื่อ เพราะอย่างนั้นถึงแม้จะตื่นเต้นแค่ไหนก็ไม่แสดงท่าทางลนลานออกมาให้เห็น
ถังชิงหลวนตอบกลับ “ในฤดูที่มีอากาศร้อนก็มักจะเป็เช่นนี้ มีอาการเบื่ออาหาร กระสับกระส่ายและคลื่นเหียน เป็อาการที่มักจะเกิดขึ้นได้บ่อยๆ นะเ้าคะ แต่คุณหนูไม่ต้องกังวล เพียงดื่มน้ำให้มาก ทำใจให้สงบเข้าไว้ หากอากาศข้างนอกร้อนเกินไปก็ให้เลี่ยงการออกไปเดิน รอตกเย็นให้อากาศเย็นลงแล้วค่อยออกไปเ้าค่ะ ทำได้แบบนี้อาการก็จะดีขึ้นเอง”
พอได้ยินนางพูดเช่นนี้ กู้เซิงโหรวก็มีทีท่าโล่งใจไม่น้อย ใบหน้าจึงเริ่มเผยรอยยิ้มออกมา “เช่นนั้นก็ดี...ที่แท้ก็เป็แบบนี้นี่เอง...หลายวันมานี้ก็ร้อนมากจริงๆ นั่นละ น่าหงุดหงิดชะมัด!”
เมื่อได้ยินน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปแบบนั้นของอีกฝ่าย ถังชิงหลวนจึงยิ้มและลุกขึ้นยืน “คุณหนูนอนพักก่อนเถิดเ้าค่ะ ข้าขอตัวไปหาฮูหยินผู้เฒ่าก่อน”
กู้เซิงโหรวพยักหน้าแล้วมองนางด้วยสายตาอ่อนโยนอย่างหาได้ยากยิ่ง “ได้ คุณหนูถังไปเถิด ชุ่ยเฟิน บอกให้ห้องครัวคั้นน้ำลูกสาลี่ให้นางด้วย”
ถังชิงหลวนกล่าวขอบคุณแล้วหิ้วกล่องยาออกไป นางเดินไปตามระเบียงทางเดินใต้ร่มหลังคาไปเรื่อยๆ จนมาถึงทางที่นำไปสู่อาณาเขตเรือนของฮูหยินผู้เฒ่าซึ่งถูกตกแต่งด้วยภาพวาดอันงามวิจิตร นางจึงหยุดนิ่งและเกิดความลังเลขึ้นมาชั่วขณะ
นี่ถือว่าเป็เื่ยากสำหรับนางจริงๆ
กับยุคสมัยในตอนนี้ หญิงสาวที่ยังมิได้สมรสแต่กลับตั้งครรภ์ขึ้นมาถือเป็เื่ร้ายแรงเกินรับได้ แม้ถังชิงหลวนจะไม่เคยพบเจอเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน แต่ถ้าให้คิดก็พอจะคาดการณ์ได้ว่าเป็เหตุการณ์ที่ร้ายแรงมาก!
อีกทั้งคนที่กำลังท้องก่อนแต่งอยู่ตอนนี้ยังเป็ถึงคุณหนูของตระกูลขุนนางผู้มีฐานะสูงส่ง ยิ่งไปกว่านั้นยังเป็คู่หมั้นของขุนนางเชื้อพระวงศ์อีกด้วย เื่นี้ถือว่าไม่ได้เดือดร้อนเฉพาะแค่คนสองคนแต่เดือดร้อนลุกลามไปถึงสองตระกูล หรืออาจถึงขั้นเดือดร้อนไปถึงตระกูลญาติสนิทมิตรสหายที่มีอยู่มากมายด้วย เกิดเื่แบบนี้ขึ้นมา ศักดิ์ศรีก็ถือเป็อีกเื่ที่ต้องเป็ห่วง ถ้าชื่อเสียงของเหล่าหญิงสาวที่อยู่ในตระกูลนี้ถูกทำให้เสื่อมเสียไปด้วยจะจัดการกันอย่างไร
ตอนนี้นางควรทำอย่างไรดี จะบอกเื่นี้กับฮูหยินใหญ่ดีหรือไม่ บอกก็ไม่ดี ไม่บอกก็ไม่ดี
ถ้าหากไม่บอกก็เท่ากับว่าตัวเองช่วยกู้เซิงโหรวปกปิดทางจวน ทว่าถึงแม้นางเลือกที่จะปิดบังไว้แต่ผ่านไปอีกไม่เท่าไรก็คงไม่มีทางปกปิดได้อีก เมื่อถึงตอนนั้นไม่ว่ากู้เซิงโหรวจะเป็อย่างไร ตัวนางเองทั้งที่ไม่ได้ทำอะไรผิดก็ไม่พ้นต้องถูกลากเข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยแน่ ไม่มีทางที่จะทำเป็ไม่รู้ไม่เห็นได้ หากปล่อยไว้อย่างนี้อีกไม่นานกู้เซิงโหรวคงปกปิดไว้ไม่ได้อีก และจะต้องเที่ยวป่าวร้องว่านางเคยตรวจชีพจรให้แล้ว ถึงตอนนั้นนางจะทำเป็ไม่รู้ไม่ชี้ได้อีกหรือ
แต่ถ้าบอก เื่แบบนี้ก็อาจเป็ได้ทั้งเื่เล็กและเื่ใหญ่ ใครจะรู้ว่าคนของจวนโหวจะมีปฏิกิริยาตอบกลับอย่างไร ถ้าร้ายแรงหน่อย คิดว่าเป็เื่ใหญ่มาก พวกเขาจะต้องรักษาเกียรติศักดิ์ศรีของตน ย่อมไม่มีทางให้ใครรู้เื่นี้ได้เด็ดขาด...
ถังชิงหลวนไตร่ตรองอยู่ครู่หนึ่งแล้วลองชั่งน้ำหนักดู นางคิดว่าถึงอย่างไรก็คงต้องบอกเื่นี้ให้ฮูหยินใหญ่มารดาของกู้เซิงโหรวรับทราบ
ถึงอย่างไรบิดาของนางก็เป็ถึงหมอหลวง มิได้เป็คนไร้ชื่อไร้สกุล คิดดูแล้วฮูหยินใหญ่ก็คงไม่มีทางฆ่านางเพื่อปิดปากแน่ เพียงแต่เื่นี้จะต้องสร้างความยุ่งยากให้กับนางในอนาคต นี่เป็เื่จริงที่นางต้องคอยเตือนตัวเองไว้ ไม่แน่ว่าชื่อเสียงของนางอาจขึ้นอยู่กับเื่นี้ ถ้าหากเื่ของคุณหนูเจ็ดถูกเปิดเผยออกไปเมื่อใด ชื่อเสียงของนางก็จะได้รับความเสียหายไปด้วยใช่หรือไม่
หรือกระทั่งอาจเป็ไปได้ว่า ฮูหยินใหญ่อาจเอาเื่การได้รับผลประโยชน์บางอย่างของครอบครัวนางไปพัวพันกับเื่จวนของพวกตน แบบนี้แล้วถึงถังชิงหลวนจะทำเพื่อครอบครัวตนเอง แต่ก็ไม่มีทางที่จะเปิดเผยเื่นี้ออกไป
มีแต่ต้องทำแบบนี้ฮูหยินใหญ่ถึงจะวางใจได้
ถังชิงหลวนลองคาดการณ์ว่าฮูหยินใหญ่จะใช้วิธีไหนกับตนเพื่อปกปิดเื่นี้ คิดหาวิธีที่จะตั้งรับและตอบโต้กลับ แน่นอนว่านางจะไม่ยอมให้ฮูหยินใหญ่เล่นแง่ใส่! เป้าหมายของนางยังคงไม่เปลี่ยนแปลง นางยัง้าหาวิธีที่จะหลุดพ้นจากพันธนาการของจวนจงจิ้งโหวแห่งนี้ เพื่อจะได้ไปรักษาผู้คนอย่างอิสระเสียที
คิดพิจารณาอยู่ครู่หนึ่งนางก็เตรียมตัวที่จะไปบอกเื่นี้กับฮูหยินใหญ่ เื่นี้ไม่ว่าอย่างไรก็ควรลงมือทำทันทีดีกว่าปล่อยทิ้งไว้ ยิ่งไม่ต้องคิดเลยว่ากลับบ้านก่อนแล้วค่อยว่ากัน ทำแบบนั้นจะยิ่งเดือดร้อนบิดาตัวเองเสียเปล่าๆ
เมื่อคิดดีแล้วนางก็กลับมาหาฮูหยินผู้เฒ่าดังเดิม วันนี้บุตรชายคนโตของฮูหยินใหญ่ก็คงจะอยู่ที่นี่ด้วยเหมือนกัน
เพิ่งจะเดินมาถึงบริเวณด้านนอกของอาณาเขตเรือนฮูหยินผู้เฒ่า นางก็พบฮูหยินอายุราวสามสิบปีผู้หนึ่งกำลังนั่งอยู่บนเก้าอี้ริมระเบียงเบื้องหน้า มีสาวใช้อีกคนกำลังคุกเข่าอยู่ข้างๆ มือข้างหนึ่งของสาวใช้ถือถ้วยชาเอาไว้ ส่วนมืออีกข้างถือพัดขยับโบกเบาๆ ให้กับนายของตน
ฮูหยินผู้นั้นสวมเสื้อผ้างดงามราคาแพง แต่ในตอนนี้กลับนั่งพิงเสาจนไร้ซึ่งภาพลักษณ์ที่ดูดี เห็นได้อย่างชัดเจนว่ากำลังไม่สบาย
แค่ดูถังชิงหลวนก็รู้แล้ว จึงรีบเดินเข้าไปถาม “ฮูหยินท่านนี้ กำลังรู้สึกไม่สบายใช่หรือไม่เ้าคะ”
ฮูหยินผู้นั้นค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมอง สาวใช้ซึ่งในตอนนี้กำลังไม่รู้ว่าจะไปพึ่งใครดี พอเห็นว่ามีคนเข้ามาถามก็รีบขอความช่วยเหลือทันที “คุณหนู ฮูหยินของพวกเรารู้สึกไม่สบายตัว รบกวนคุณหนู...รบกวนคุณหนูช่วยไปบอกใครสักคนให้ไปตามท่านหมอมาได้หรือไม่”
ที่จริงนางคงอยากจะพูดว่าให้ช่วยพูดกับสาวใช้ของถังชิงหลวนสินะ แต่เพราะเห็นว่าข้างกายนางไม่มีสาวใช้สักคนจึงกล่าวเช่นนี้
ถังชิงหลวนจึงพูดปลอบ “อย่ากังวลไปเลย ข้าเป็หมอ” พูดจบก็ไม่ได้สนใจสีหน้าตื่นใของสาวใช้นางนั้นอีก รีบทรุดตัวลงนั่งข้างฮูหยินท่านนั้นแล้วยื่นมือออกไปตรวจคลำชีพจร พร้อมสังเกตพิจารณาสีหน้าของนางอย่างละเอียด
ดวงตาของฮูหยินท่านนี้เริ่มที่จะเปิดไม่ขึ้นแล้ว ผิวบนใบหน้าก็เห่อแดง บนหน้าผากมีเหงื่อออกเล็กน้อย หายใจหอบถี่ ชีพจรก็เต้นเร็ว แถมยังยิ้มให้นางอย่างเกรงใจ แล้วค่อยๆ พูดออกมา “ก็แค่รู้สึกวิงเวียนเท่านั้นเอง”
ถังชิงหลวนตรวจดูอยู่ครู่หนึ่งก็ปล่อยมือออก ยกมือขึ้นไปปลดกระดุมคอเสื้อนางให้เปิดอ้าออก แล้วหันมาบอกให้สาวใช้พัดต่อไปเรื่อยๆ “ไม่ต้องกังวล ตอนนี้ท่านเป็ลมแดดเพียงเล็กน้อย พักสักหน่อยก็จะดีขึ้น” พูดจบก็หันไปมองหาคน
พอดีกับที่สาวใช้นางหนึ่งของจวนโหวเดินมาทางนี้ ถังชิงหลวนจึงเรียกนางไว้แล้วสั่ง “ช่วยไปเอาน้ำแข็งก้อนมาให้ข้าที”
สาวใช้ผู้นั้นมองนางด้วยสีหน้าประหลาดใจ แล้วหันไปมองฮูหยินผู้นั้น นางลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้ารับ
**ติดตามตอนต่อไปก่อนใครได้ที่ https://www.readawrite.com/a/8892e502b7dd0f501cb1819d83b32a83
[1] กง ในที่นี้หมายถึงยศของขุนนางในสมัยราชวงศ์ซังถึงราชวงศ์โจว เทียบกับยศของไทยคือเ้าพระยา