ตอนที่21เสียงปริศนา
ทุกคนต่างได้ยินแบบนั้นก็ตื่นเต้นอย่างสนใจเวลาเรียนกับอาจารย์เนวิลล์เป็ชั่วโมงเรียนที่ทุกคนชอบมาก ๆ ได้เล่นอะไรสนุก ๆในแบบที่ตอนแรกที่ทุกคนนั้นคิดว่ามันจะน่าเบื่อแต่การสอนของอาจารย์เนวิลล์จัดว่าสนุกกว่าวิชาไหนๆ เขาพยายามให้การเรียนมีอะไรแปลกใหม่ไม่ซับซ้อนเกินไปจนเด็ก ๆ ไม่จำเขากำลังจัดบางอย่างบนโต๊ะมีกระถางต้นไม้ และกระถางเล็ก ๆ วางอยู่ตรงกลางอบิเกลมองก็รู้สึกว่ามันเหมือนตึกและผู้คนพอเสร็จทุกอย่างอาจารย์ก็เตรียมตัวจะพูดขึ้น
“เอาล่ะมาเริ่มกันเลย”
ทุกคนต่างมองอย่างตั้งใจอบิเกลก็มองอย่างตั้งใจว่าวันนี้จะมีปริศนาอะไรมาให้ตอบกันหรือทายกัน
“มีชายหนุ่มคนหนึ่ง” เนวิลล์กล่าวพร้อมกับขยับไม้กายสิทธิ์ให้กระถางสีน้ำเงินอยู่ตรงกลาง“กำลังเดินอยู่ในหมู่บ้านหนึ่งแต่ดวงตาของเขาบริเวณตาขาวกลายเป็สีแดงอย่างระคายเคืองมาก ๆ จนเขาขยี้มันตลอดพวกเธอเดินผ่านไปเจอเขาทันที พวกเธอจะใช้สมุนไพรชนิดไหนในการรักษาเอ่ย~”
ทุกคนฟังปริศนาของอาจารย์ก็ได้แต่มองกันอย่างสงสัยว่าจะใช้สมุนไพรแบบไหนในการรักษาเกี่ยวกับดวงตากันเด็กบางคนที่ไม่รู้กำลังจะเปิดหนังสือดู แต่อาจารย์เนวิลล์ก็ห้ามเสียก่อน
“อ๊ะ ๆ อ๊า ไม่เปิดหนังสือนะเด็ก ๆ เรียนกับอาจารย์มาสองอาทิตย์แล้วนะ”
“โธ่...อาจารย์หนูยังจำไม่ได้”
“งั้นก็ตอบไม่ได้ ก็รอนะ”
“โธ่...”
เหล่าเด็กที่จะแอบอ่านสักหน่อยก็โดนห้ามกันอบิเกลได้แต่ยิ้มหัวเราะที่ทุกคนยังไม่มีคำตอบ แต่เธอมีตัวเลือกอยู่ในใจประมาณสามสี่ตัวแล้วระหว่างที่เธอยิ้มอย่างชอบใจนั้นสายตาของเธอก็หันไปมองอาจารย์เนวิลล์ที่เขากำลังมองเธอแล้วยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากของเขาเหมือนบอกเธอว่าช่วยเก็บเงียบเกี่ยวกับคำตอบนี้เพราะปกติอบิเกลเป็หนึ่งในคนที่มีความรู้เื่สมุนไพรอบิเกลเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ยกนิ้วชี้ขึ้นมาแตะริมฝีปากของเธอแล้วฉีกยิ้มจนเห็นฟังให้อีกฝ่ายอาจารย์เนวิลล์ก็ได้แต่ยิ้มชอบใจนั้นทำให้ลูกสาวที่กำลังครุ่นคิดคำตอบก็เห็นพ่อของเธอกับอบิเกลกำลังส่งซิกให้กันและกันจนเธอสงสัยแล้วหันไปถามอบิเกลทันที
“เดียวสิ!! สองคนนี้ส่งซิกอะไรกันนะ?”
“ไม่มีอะไรหรอก พ่อเธอแค่บอกให้ฉันห้ามตอบคำถามนะ”
“ทำไมล่ะ?”
“พ่อเธอคงอยากให้คนอื่นตอบนะ เพราะปกติฉันตอบอยู่คนเดียวนี่น่า~”
“เอ๋? เดี๋ยวนะ...อย่าบอกนะว่าอบิเกลได้คำตอบแล้ว?”
“ก็ใช่ล่ะนะ~”
“บอกหน่อยสิ”
“ไม่ เธอต้องศึกษาด้วยตัวเอง”
“โธ่ อบิเกลอ่ะ!!” ลูน่าขยับมือไปมาอย่างไม่ยอม
ระหว่างที่ทั้งสองคนคุยกันนั้นมีเด็กชายคนหนึ่งยกมือขึ้นจนทุกคนต่างพากันมองอบิเกลหันไปมองเด็กชายคนนั้นที่มีผมสีบลอนด์ ดวงตาสีฟ้าเหมือนเ้าชายตามหนังสือนิทานของเด็กเด็กชายคนนั้นอยู่บ้านเรเวนคลอเขายกมือเพื่อที่จะตอบคำถามอาจารย์เนวิลล์เห็นก็ยกยิ้มขึ้น
“เชิญคุณแจ็กสัน”
“ใช้ดวงตากบดองได้ไหมครับ? มันมีฤทธิ์รักษาได้นะครับ”
“ดวงตากบดองเนี่ยนะ?” นักเรียนหญิงคนหนึ่งพูดพร้อมกับทำหน้าขยะแขยงออกมา
“น่าเกลียดอ่ะ...”
“กบก็น่าเกลียดล่ะ...ใช้ดวงตากบรักษาตาคนได้ด้วยเหรอ?”
พวกนักเรียนซุบซิบกันด้วยความไม่ชอบอาจารย์เนวิลล์ได้ยินก็เข้าใจดีสำหรับตอนนี้เด็กหลายคนอาจจะไม่ชอบมันแต่ในเวลาคับขันจริง ๆ ทุกคนจะต้องหาอะไรอย่างดวงตากบมารักษาคนแน่ ๆอาจารย์เนวิลล์ตบมือสองสามครั้งให้ทุกคนเงียบ
“ได้ แจ็กสัน มันเป็วัตถุดิบการทำยาเช่นกัน สามารถไปผสมส่วนผสมอื่นทำเป็ยาลดระคายเคืองได้ เก่งมาก แจ็กสัน ทุกคนตบมือให้แจ็กสันหน่อย”
อาจารย์เนวิลล์ตบมือทุกคนต่างพาตบมือให้แก่อีกฝ่ายพวกเพื่อน ๆ บ้านเรเวนคลอต่างชมอีกฝ่ายที่ตอบได้ ก่อนที่อาจารย์จะหันมามองทุกคน
"เอาล่ะ ใครจะตอบต่อ ยังมีอีกหลายอย่างที่สามารถใช้ได้นะ"
อาจารย์เนวิลล์มองทุกคนที่ยังครุ่นคิดก่อนที่สายตาของเขาจะหันไปมองลูกสาวที่กำลังคิดอยู่ทำให้เขาสงสัยว่าลูกสาวนั้นกำลังคิดอะไรอยู่ทางด้านลูน่านั้นเธออยู่กับพ่อตลอดมากกว่าพี่ชาย เธอเลยเรียนรู้จากพ่อมาเยอะแต่ตอนนี้เธอดันมีคำตอบที่มันไม่ได้เกี่ยวกับสมุนไพรเลย นั้นทำให้เธอกลัวหน่อย ๆว่าถ้าตอบไปพ่อจะผิดหวังในตัวเธอไหม อบิเกลที่มองรอบ ๆสายตาของเธอเห็นอาจารย์กำลังมองมาทางพวกเธอนั้นทำให้เธอหันไปมองข้าง ๆก็รู้ว่าทิศของสายตาคือลูกสาวอย่างลูน่า อบิเกลก็เอ่ยถามอีกฝ่ายดู
“ได้คำตอบยังนะ?”
“อ๊ะ...ได้แล้วนะ...”
“ได้แล้ว? แล้วทำไมไม่ตอบออกไปนะ”
“ฉัน....ฉันกลัวว่าจะตอบผิดอ่ะ...กลัวพ่อจะ...ผิดหวังนะสิ...”
อบิเกลฟังคำพูดอีกฝ่ายก็ได้แต่ส่ายหน้าเบา ๆแต่เธอเข้าใจเด็กแบบอีกฝ่ายครั้งแรกเป็อะไรที่น่ากลัวผิดแล้วมันจะจำไปตลอดจนไม่กล้าทำอะไรแบบนี้อีก อบิเกลยกมือแตะไหล่อีกฝ่ายเบา ๆแล้วตบสองสามครั้ง
“ลองตอบดู ลูน่า การตอบคำถามไม่มีถูกหรือผิดเสมอไปขอแค่เรามั่นใจในตัวเองแล้วตอบมันออกไป”
“แล้วถ้าผิดล่ะ...”
“ก็แค่ผิด พ่อเธอคงไม่ผิดหวังอะไรเล็กน้อยแบบนี้แน่ ๆ”
“งั้นเหรอ...อืม...” ลูน่าก้มหน้าเล็กน้อยก่อนที่เธอจะยกมือขึ้นช้า ๆ
เนวิลล์เห็นลูกสาวยกมือขึ้นเขาก็ยิ้มอย่างชอบใจ “ตอบมาได้เลยลูน่า”
“ค่ะ...เอ่อ...หนูจะใช้เปลือกไข่อ็อกไบต์ในการรักษาค่ะ”
ลูน่าตอบคำถามนั้นออกไป ทุกคนในที่นั้นต่างเงียบกริบไปอบิเกลที่อยู่ข้าง ๆ ก็ได้แต่ยิ้ม ๆ ถึงคำตอบนั้นจะถูกก็ตามที แต่มันไม่ใช่สมุนไพรเธอหันไปมองอาจารย์เนวิลล์ว่าจะรับมือยังไงกับสถานการณ์ที่ลูกสาวเขาตอบแบบนี้แต่ก็มีเสียงหนึ่งดังมาจากบ้านกริฟฟินดอร์แล้วเสียงนั้นเป็เสียงของอีฟที่รังแกลูน่าครั้งก่อน
“ยัยนั้นบ้าป่ะ...อาจารย์บอกให้เลือกสมุนไพร แต่ยัยนั้นเลือกตอบอย่างอื่นเนี่ยนะ?”
“ฉันเป็พ่อนางคงจะอับอายน่าดู”
“จริงด้วย ฮ่า ฮ่า ฮ่า”
อบิเกลได้ยินคำพูดดูถูกและเยาะเย้ยของพวกกริฟฟินดอร์นั้นยิ่งทำให้เธอต้องพูดบางอย่างออกมา
“ที่ลูน่าตอบมันก็ใช้ได้เหมือนกันนั้นล่ะยังดีกว่าพวกมีแต่ปากรังแกลูน่าแล้วยังยืนหน้าปากมากไปวัน ๆ หรอกนะ!!”
“ว่าไงนะ เมอร์รัล!!”
“อบิเกล!! อย่าทะเลาะกับพวกนั้นเพราะฉันเลยนะ!!” ลูน่าหันไปห้ามอบิเกลทันที
“ไม่ให้อบิเกลจัดการ ให้ฉันจัดการก็ได้นะ” สกอร์เปียสเสนอตัวจะช่วยทันที
“นายเป็ผู้ชายห้ามยุ่ง!!” อบิเกลหันไปสกอร์เปียสที่อยากช่วย
สกอร์เปียสได้ยินแบบนั้นก็แอ๊บทำมือยกไว้ข้างแก้มแล้วยกนิ้วนางขึ้นเล็กน้อยก่อนจะแอ๊บเสียงพูดหน่อยๆ “เขาก็ผู้หญิงได้นะ~ ให้เขาไปตบกับพวกนางก็ได้นะ~”
พวกอบิเกลเห็นท่าทางของสกอร์เปียสถึงกับหลุดขำออกมาทันทีเด็กชายที่นิ่งเงียบ ๆ อย่างสกอร์เปียสนั้นมาเล็กมุกแอ๊บสาวให้พวกเธอดูทำเอาทั้งหกคนถึงกับขำออกมา อาจารย์เนวิลล์ที่อยู่ตรงนั้นก็แอบขำหน่อย ๆก่อนจะพูดขึ้น
“เอาล่ะ ๆ พอดีกว่านะ อืม...เปลือกไข่อ็อกไบต์งั้นเหรอ? ก็น่าสนใจนะ เป็อีกตัวเลือกที่น่าสนใจเมื่อเราไม่มีสมุนไพรติดตัวใช่ไหม?ลูน่า”
ลูน่าได้ยินเสียงพ่อพูดแบบนั้นเธอก็เงยหน้าขึ้นมาดวงตาเริ่มจะร้อนผ่าวแต่ก็อดกลั้นไว้ “อ๊ะ...ค่ะ...มันสามารถสกัดเป็ส่วนผสมได้จะมีฤทธิ์เย็นและช่วยลดอาการระคายเคืองและตาแดงได้ดีมากค่ะ”
“เห็นไหม~ เด็ก ๆบางอย่างเราไม่ต้องตอบตรงประเด็นก็ได้ เราสามารถนอกกรอบได้เสมอ เก่งมาก ลูน่า” อาจารย์เนวิลล์กล่าวแล้วตบมือให้
ทุกคนเห็นแบบนั้นก็ตบมือให้ลูน่าที่เห็นทุกคนตบมือให้ก็ยิ้มออกมาอย่างดีใจเธอหันไปหาพ่อที่ชมเธอ เขาก็ยกนิ้วให้อย่างบอกว่าเธอเก่งมาอบิเกลมองลูน่าที่ร่าเริงขึ้น เธอมีพ่อคอยซัพพอร์ตแบบนี้ก็สบายใจขึ้นเยอะถ้าเมื่อกี้พ่อเธอตอบอะไรที่ทำร้ายจิตใจลูกสาวละก็เธอคงเล่นงานพ่ออีกฝ่ายแน่ ๆแต่ก็แอบอิจฉาที่อีกฝ่ายมีพ่อที่น่ารักแบบนี้ทำให้คิดเลยว่าพ่อที่เธอไม่เคยรู้จักจะมีนิสัยคล้าย ๆ แบบนี้ไหม
‘แอ็บบี้...’
เสียงแ่เบาของผู้ชายดังขึ้นเหมือนกระซิบจากข้างหูอบิเกลหันขวับไปมองข้างหลังว่าใครเรียกเธอจากข้างหลังแต่ข้างหลังมีเพียงกระถางต้นไม้เท่านั้นนั้นทำให้อบิเกลงุนงงว่าเ้าของเสียงที่เอ่ยเรียกเธอนั้นคือใครแต่เสียงนั้นมันคล้าย ๆ อาสก็อต แต่ทุ่มกว่าอบิเกลขมวดคิ้วอย่างสงสัยหลังจากคืนแรกที่เธอฝันถึงเสียงของผู้หญิงที่ไม่รู้จักแล้วตอนนั้นก็จำไม่ได้ แต่พอนึกมันก็จำได้แต่ก็ลืมไปตลอดนั้นทำให้เธอสงสัยว่าตัวเองมีความผิดปกติหรือเปล่าระหว่างที่เธอกำลังครุ่นคิดอยู่นั้นสกอร์เปียสก็หันมามองอบิเกลกำลังเหม่อมองข้างหลังอยู่เขาสงสัยว่าข้างหลังมีอะไรนอกจากกระถางต้นไม้
“มองอะไรเหรอ?”
“เปล่า...แค่รู้สึก...เหมือนมีคนเรียก...”
“หือ? ใครจะเรียกเธอจากตรงนี้...ข้างนอกเหรอ? แต่กระจกปิดอยู่นะ...”
“ไม่รู้สิ...ฉันอาจจะหูแว่วไป...” อบิเกลหันกลับมาสนใจข้างหน้าต่อ
“งั้นเหรอ?”
สกอร์เปียสยังคงมองอีกฝ่ายที่ยังมีสีหน้าสงสัยว่าข้างหลังนั้นมีใครแอบซ่อนไหมแต่เรือนกระจกมันขุ่นมองเห็นสิ่งที่ผ่านไปหรือหลบได้จึงไม่น่าจะมีคนซ่อนได้แน่ ๆอบิเกลจ้องมองอยู่สักพักก่อนจะหันกลับมาฟังอาจารย์สอนต่อแต่ในความคิดของเธอก็สงสัยอยู่ว่าเสียงของใครที่เรียกเธอแล้วเสียงนั้นชวนให้คิดถึง แต่เธอจำไม่ได้ว่าเสียงนั้นคือเสียงของใครส่ายหน้าตัวเองเบา ๆ เธอหยุดคิดถึงสิ่งที่เอ่ยเรียกเธอแต่ก็ยังสงสัยว่าเสียงนั้นเป็เสียงใคร
แสงแดดกำลังอ่อนลงตกมายามตามช่องว่างคล้ายหน้าต่างตามปราสาทกลางวันทุกคนต่างพาไปทานอาหารและเตรียมตัวพักผ่อน่เวลาอันสั้นอบิเกลปลีกตัวออกมาจากวงอาหารหลังทานเสร็จ ขาที่กำลังก้าวไปตามทางกำลังตรงดิ่งไปยังสถานที่ตั้งเป้าไว้จนกระทั่งเดินมาถึงเสาหินทั้งสามเสาที่ตั้งตระหง่านอบิเกลจ้องมองเสาก่อนจะหันไปมองกระท่อมที่อยู่ตรงหน้าเธอยิ้มอย่างชอบใจก่อนจะเดินไปข้างหน้าอย่างมุ่งมั่นแต่แล้วก็มีเสียงเหมือนอะไรเตะหินอบิเกลหันไปมองข้างหลังที่ไร้วี่แววผู้คนเธอหยีตามองก่อนจะเตรียมทำท่ากำลังวิ่งลงข้างล่างก่อนที่จะใช้ไม้กวาดลอยตัวไปอีกทางเงาปริศนาที่แอบตามอบิเกลมาก็โผล่หน้าออกมาจากที่ซ่อน แต่ก็ไม่เห็นอีกฝ่ายก่อนที่อบิเกลนั้นจะมายืนอยู่ข้างหลังพร้อมกับเอ่ยพูดออกมา
“นายแอบตามฉันเหรอ? สกอร์เปียส!?”
“อ๊ากกกกก!!!” สกอร์เปียสกรีดร้องอย่างใสุดขีดก่อนจะหันไปมองอีกฝ่ายที่อยู่ข้างหลังเขาั้แ่ตอนไหนไม่รู้“นี่...มาตอนไหน...ฉันยังเห็นเธอ...เดินอยู่ตรงนั้นอยู่เลยนะ...”
สกอร์เปียสชี้ไปตรงทางเดินถ้าอีกฝ่ายเดินกลับมาเขาต้องได้ยินเสียงมั้งก่อนที่อบิเกลจะหยิบไม้กวาดของเธอขึ้นมา สกอร์เปียสเห็นก็ทำหน้าเซ็งเลย
“นี่เธอเล่นขี่ไม้กวาดเลยเหรอ?”
“ทำไงได้ ฉันสงสัยว่าใครตามมา ดีนะที่ฉันเห็นผมบลอนด์ไม่งั้นนะฉันชกนายไปแล้ว นึกว่าเป็เ้าบ้าวีสลีย์ตามมา”
“โธ่...”
อบิเกลเริ่มเดินลงไปตามบันไดที่ลงไปยังข้างล่างต่อ สกอร์เปียสเห็นแบบนั้นก็รีบตาม
“แล้วนี่เธอมาหาอาจารย์แฮกริดทำไม?”
“ไม่รู้สิ...คิดว่าอยากจะมาหาอาจารย์เพราะรู้สึกว่าอาจารย์เป็คนหนึ่งที่ทำให้ฉันสบายใจกว่าอาจารย์ประจำบ้านเราเสียอีก”
“จริง...ทำไมเราไม่อยู่บ้านกริฟฟินดอร์เนอะ~”
“อย่ายึดติดกับบ้านเลยสกอร์เปียสมันขึ้นกับตัวเราซะมากกว่าว่าเราจะเป็คนดำเนินชีวิตไปทางไหนกัน”
“จริง...ฉันอยากให้ชีวิตตัวเองไปทางที่ดีไม่เลวร้ายไม่เป็คนเลวเหมือนที่คนอื่นตราหน้าฉัน”
“ดี...ทำในสิ่งที่ตัวเองทำได้ก็พอ”
ทั้งสองคนเดินตามทางเรื่อย ๆก็เห็นชายร่างใหญ่กำลังเดินออกมาจากบ้านของตนเองพร้อมกับเท้าเอวด้วยสีหน้าอันสงสัยบางอย่างก่อนที่เขานั้นจะเอ่ยถามขึ้นมา
“เมื่อกี้เสียงใครโวยวายกัน?”
“เสียงสกอร์เปียสค่ะ อาจารย์แฮกริดเขาเกิดแต๋วแตกนะคะ”
“บ้า!! อาจารย์เมื่อกี้อบิเกลเกิดย่องมาข้างหลังผมถ้าเป็อาจารย์จะใไหมครับ?”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า ฮ่า” แฮกริดหัวเราะอย่างชอบใจก่อนจะมองเด็กน้อยทั้งสอง “แล้ววันนี้มีอะไรล่ะ? หรือว่าโดนใครแกล้งมาอีกล่ะ?”
“ปกตินี้ค่ะ แล้วนี่อาจารย์กำลังจะไปไหนเหรอคะ?”
“ไม่มีอะไรมาก แค่มาต้อนรับพวกเธอนี้ล่ะ เอาล่ะ เข้าข้างในกันฉันมีใบชาที่พึ่งทำเสร็จพอดี”
“ขอบคุณค่ะ~”
“ขอบคุณครับ”
ทั้งสองคนตามเข้าไปข้างในพร้อมกันอาจารย์แฮกริดกำลังวางถ้วยชาให้จนเกือบตกสกอร์เปียสก็ช่วยจัดให้เป็ระเบียบก่อนที่เขาจะเทชาลงถ้วยชาแต่ละคนอบิเกลเงยหน้ามองออกไปนอกหน้าต่างอย่างคนไร้ความคิดเมื่อเธอกำลังนึกถึงบางอย่างจนเหม่อลอย
“อบิเกล”
“ค่ะ...” อบิเกลได้ยินเสียงเรียกเธอก็หันไปมอง “วันนี้หนูเป็อะไรหรือเปล่า?”
“เปล่าค่ะ...แค่...หนูกำลังเหมือนเจออะไรที่แปลก ๆมา่นี้...แล้วมันยิ่งรุนแรง...”
“เจออะไรงั้นเหรอ?”
“เสียง...ใครสักคน...เรียกหนู...ทั้งตอนหลับ...แต่ตอนนี้...กำลังเรียนหนังสืออยู่...หนูไม่รู้ใครเรียก...แต่เสียงนั้น...มันคุ้นเคย...และรู้สึกโหยหา...”
อบิเกลอธิบายเธออยากนึกถึงเสียงนั้นอีกแต่มันก็หายไปเหลือแค่ว่าเคยมีคนเรียกชื่อ แต่น้ำเสียงนั้นกับจำไม่ได้เลย
“หนูป่วยเหรอ?”
“อืม...ไม่น่าหรอกนะ...หรือว่าเรียนเยอะเกินไปกับผสมกับโดนรังแกอยู่ฝ่ายเดียว...ทุกทีเธอจะออกไปทำภารกิจใช่ไหม?อาจารย์แนะนำทำอะไรที่เธอคุ้นเคยน่าจะดีกว่านะ อบิเกล”
“ทำสิ่งที่คุ้นเคย...”
“หมายถึงสิ่งที่หนูชอบนะ~”
อบิเกลได้ยินแบบนั้นดวงตาก็เบิกกว้างทันทีที่เธอนึกออกแล้วว่าจะทำอะไรก่อนจะลุกขึ้นก่อนจะเตรียมวิ่งเธอเดินไปหาอาจารย์แฮกริดแล้วหอมแก้มเขาเป็การขอบคุณก่อนจะวิ่งออกไป
“ขอบคุณสำหรับคำแนะนำค่ะ!!”
แฮกริดมองเด็กน้อยที่เข้ามาหอมแก้มเขาอย่างรวดเร็วก่อนจะออกไป“อืม...ไม่เป็ไร...”
“อบิเกล!! รอด้วย!!” สกอร์เปียสกินขนมสองสามชิ้นแล้วยกถ้วยชาดื่ม“ขอบคุณสำหรับขนมและชาครับ”
ทั้งสองวิ่งออกมาจากกระท่อมของอาจารย์แฮกริดประจวบเหมาะกับเจอกับพวกเอวากำลังจะไปเรียนวิชาต่อไปพอดีอบิเกลก็พาทุกคนไปยังห้องเรียน แต่เธอแอบแฝงบางอย่างที่อาจารย์แฮกริดสอนว่าให้เธอทำให้อะไรที่เธอชอบนั้นเลยทำให้เธอคิดถึงงานอดิเรกของเธอการวิจัยคาถาและการปรุงยานั้นเองสกอร์เปียสเห็นท่าทางอีกฝ่ายที่ดูต่างจากปกติเหมือนคนที่อยากจะระบายบางอย่างออกมาตลอดทำให้คิดเลยว่าหลังจากนี้เขาต้องระวังบางอย่างแล้ว
ชั่วโมงการเรียนวิชาคาถาเวทมนตร์เป็อะไรที่ทุกคนอยากเรียนรู้เพื่อเอามาใช้ในชีวิตประจำวันวันนี้อาจารย์ฟิลิอัสกำลังสอนนักเรียนเกี่ยวกับการคาถาเพิ่มน้ำหนักให้วัตถุหนักขึ้นทุกคนกำลังขยับไม้ตามคำพูดของอาจารย์ให้ร่ายคาถาตามทุกคนทำกันอย่างคล่องกันแล้วอาจารย์เลยให้ทุกคนลองฝึกกับหุ่นที่มีอาจารย์สะบัดไม้กายสิทธิ์ไม่กี่ครั้งห้องเรียนก็เปลี่ยนเป็ห้องปฏิบัติที่กว้างขึ้นและเหมาะแก่การเรียนภาคปฏิบัติทุกคนแบ่งกลุ่มกันไปลองเล่นกับหุ่น
“ใครเริ่มก่อนดี?”
“อบิเกลเริ่มก่อนไหม?”
อบิเกลหันไปมองทุกคนทันที “พวกเธอเริ่มก่อนเลย”
“อ้าวเหรอ...”
พวกเอวาก็หันไปถามกันว่าใครจะเริ่มก่อนสกอร์เปียสหันจ้องมองเพื่อนสาวของเขาว่ากำลังจะทำอะไรเห็นอีกฝ่ายกำลังมองออกไปทางอื่นระหว่างนั้นทุกคนเริ่มฝึกในกลุ่มของตัวเอง อาจารย์ฟิลิอัสก็เริ่มเดินดู
“เก่งมาก ๆ ทุกคน” อาจารย์ฟิลิอัสกล่าว “ลองนึกถึงน้ำหนักที่ตัวเองอยากได้ทำไงก็ได้ให้หุ่นหยุดนิ่งจนขยับไม่ได้นะเด็กๆ”
“ครับ/ค่ะ!”
ระหว่างที่ทุกคนกำลังฝึกฝนกันอย่างสนุกอบิเกลมองรอบตัวของเธออย่างครุ่นคิดก่อนที่เธอหันไปทางหนึ่งแล้วยกยิ้มก่อนจะเดินออกจากเพื่อน ๆสกอร์เปียสที่กำลังจะต่อแถวฝึกกับสาว ๆ เขาก็เห็นว่าอบิเกลไปอีกทาง
“อบิเกล...” สกอร์เปียสเอ่ยเรียกชื่ออีกฝ่ายเบา ๆ
พวกเด็กสาวต่างหันมองอีกฝ่ายแล้วหันไปตามทางสายตาของอีกฝ่ายที่กำลังจ้องมองอบิเกลที่กำลังก้าวเดินไปข้างหน้า
“เธอจะไปไหนนะ?”
“ไปฝึกคนเดียวเหรอ?”
“ไม่น่านะ...เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่า?”
ทุกคนหยุดฝึกแล้วมองไปที่อบิเกลที่เดินไปที่อีกทางจนมาถึงหุ่นตัวหนึ่งที่ว่างอยู่เธอจ้องมองที่หุ่นก่อนจะยกไม้กายสิทธิ์ขึ้นตั้งท่าเตรียมตัวเธอหลับตาลงนึกถึงคาถาที่เธอตั้งใจจะใช้เธอนึกถึงหอกขนาดใหญ่โปร่งใสหลายสิบอันเตรียมตัวหันไปทางหุ่นฝึกดวงตาสีเขียวมรกตเปิดกว้างพร้อมกับแกว่งไม้กายสิทธิ์ตามจังหวะที่เธอคิด
“ฟรัคตัส แลนเซีย!!”
ทุกอย่างเงียบสงัดทำเอาอบิเกลจ้องมองอย่างเขิน ๆแต่ครั้งแรกเป็แบบนี้ทุกคนจนเธอนั้นแกว่งไม้ไปมาแก้เขินรู้สึกครั้งแรกยังไม่ได้เื่เท่าไหร่ต้องไปปรับปรุงกลไกของคาถาก่อน ระหว่างที่อบิเกลสนใจจดบันทึกอยู่นั้นสกอร์ก็สงสัยว่าเธอทำอะไรแต่สิ่งที่ทำไม่ใช่ร่ายคาถาเพิ่มน้ำหนักแน่ ๆก่อนที่เขาจะสังเกตเห็นบางอย่างเหนือหัวอีกฝ่ายเขาก็ตาลุกวาวทันใดก่อนจะรีบวิ่งตรงไปหาอีกฝ่าย
“อบิเกล!! ข้างบน!!”
คำเตือนของสกอร์เปียสทำให้ทุกคนต่างเงยหน้าขึ้นทุกสายตาหันไปเห็นหอกโปร่งใสอยู่เหนือหัวของอบิเกลปลายหอกมันคว่ำลงบนหัวของเธอ แต่มันเริ่มตกลงเมื่ออบิเกลเงยหน้าสกอร์เปียสวิ่งจนมาถึงตัวอีกฝ่ายแล้วดันอีกฝ่ายจนหลบการโจมตีของคาถา หอกโปร่งใสก็ตกลงมาอย่างรวดเร็ว ทุกคนต่างรีบหนีไปทางหนึ่งกันอย่างรวดเร็วอบิเกลเห็นแบบนั้นก็ไม่คิดว่าคาถาที่คิดนั้นจะพุ่งมาจากเหนือหัวซะงั้นแต่ความเร็วของการโจมตีทำให้เกิดปฏิกิริยาลูกโซ่เกิดเป็ประกายไฟเธอเห็นแบบนั้นก็ลุกขึ้นแล้วอุ้มสกอร์เปียสไว้ที่บ่าแล้วเข้ามายืนตรงหน้าทุกคนแล้วร่ายคาถากางบาเรียปกคลุมรอบข้างอย่างรวดเร็วประกายไฟแปลงเปลี่ยนเป็กลายเป็สิ่งที่อันตรายกว่านั้นอย่างรวดเร็ว
ตู้ม!!!!
ควันฝุ่นกระจายไปทั่วทั้งห้องนั้นพื้นที่ตอนแรกจะเป็แค่รอยดำตอนนี้กลายเป็พื้นที่กระจัดกระจายวงกว้างเพียงเล็กน้อย อบิเกลที่ยืนมองสถานการณ์ตรงหน้าที่สงบลงก่อนจะหันไปมองเหล่าเพื่อนและอาจารย์ที่หลบมุมห้องกันอาจารย์ฟิลิอัสมองมาทางอบิเกลด้วยสายตาตกตะลึงก่อนที่เขาจะตั้งสติได้ก่อนจะะโเสียงดังออกมา
“เมอร์รัลลลลลลลลลลล!!!”
“อืม...”
อบิเกลปิดหูทันใดเมื่ออาจารย์ฟิลิอัสะโเรียกชื่อเธอด้วยอารมณ์โกรธเสียงการะเิะเืไปทั้งปราสาทฮอกวอตส์จนเหล่าคณาจารย์แต่ละคนสงสัยว่าเกิดอะไรขึ้นแต่ก็ไม่พ้นเื่นี้ไปถึงหูของศาสตราจารย์ใหญ่แล้วเธอก็โดนเรียกเข้าห้องศาสตราจารย์ใหญ่ใบหน้าของอบิเกลเกิดรอยนิดหน่อยก่อนที่หลบการโจมตีครั้งแรก ศาสตราจารย์มักกอนนากัลมองเด็กน้อยตรงหน้าเธอฟังจากคำให้การของอาจารย์ฟิลิอัสว่าเด็กน้อยตรงหน้าเริ่มแยกตัวออกแล้วกำลังร่ายคาถาที่เขาไม่เคยได้ยินนั้นทำให้สงสัยว่าอีกฝ่ายกำลังทำอะไร ก่อนที่เธอจะเอ่ยถาม
“หนูรู้ใช่ไหมว่ามาที่นี่เพราะ...?”
“รู้ค่ะ...”
“อาจารย์ฟิลิอัสบอกว่าเธอกำลังร่ายคาถาที่ไม่ได้ยิน...ถ้าจากคำพูดของอาของเธอ...” มักกอนนากัลหยิบเอกสารตัวหนึ่งขึ้นมาก่อนจะเปิดอ่านเป็เนื้อหาที่สก็อตส่งมาให้เกี่ยวกับประวัติของอบิเกลทุกอย่าง “ว่าเธอชอบการวิจัยมากๆ เช่นปรุงยา และ คาถาและเป็สิ่งที่เธอถนัด แต่่นี้เธอกำลังวิจัยสร้างคาถาที่ไม่มีอยู่ั้แ่ต้น...”
“ค่ะ...”
“ฉันชอบเด็กใฝ่รู้นะ...แต่ถึงขั้นเกือบะเิชั้นเรียกอันนี้ก็...”
“ขอประทานโทษอย่างสูงค่ะ...ครั้งหน้าหนูจะไม่ทำอะไรที่เกิดปัญหาในห้องเรียนอีกค่ะ...” อบิเกลกล่าวขอโทษอย่างรู้สึกผิด
มักกอนนากัลมองเด็กน้อยก่อนจะถอนหายใจ “เฮ้อ...เื่นี้ฉันต้องแจ้งสก็อตกับสิ่งที่เธอทำ...”
“ค่ะ...”
“แล้วก็ฉันมีเื่จะเตือนเธอ”
“ค่ะ?”
“คุณวีสลีย์ออกจากห้องพยาบาลแล้ว...”
“ห๊า?”
ความกังวลของอบิเกลดังก้องขึ้นในใจถ้าฮิวโก้ออกมาจากห้องพยาบาลแล้ว เื่ที่เธอทำให้อีกฝ่ายาเ็อาจจะกำลังถูกส่งไปทางผู้ใหญ่ของฝั่งนั้นแล้วก็ได้
จบตอนที่ 21 โปรดติดตามตอนที่22 ต่อไป