คู่หูทวินเทลกับการผจญภัยสุดป่วนโลก
บทที่ 3 คู่หูทวินเทลกับสถานที่ลับ?
“อุ๊ยเจ็บๆ ที่นี้คือ!?”
อลิซที่รู้สึกตัวได้ลุกขึ้นนั่งลูบหัวที่ปวดแล้วสำรวจตัวเอง ตัวเธอเปียกโชกมีเศษปูนติดบนหัวและตามตัว พอมองที่พื้นปรากฎว่าเธอนั่งอยู่บนแอ่งน้ำเล็กๆ พอออกจากแอ่งก็พยายามบิดเสื้อผ้าให้แห้งและบัดเศษปูที่ติดตามตัว
อลิซเริ่มสำรวจรอบๆตัว ด้านหลังตนเป็หินถล่มปิดทางไว้พอมองไปข้างหน้าเป็ทางเดินยาวดูเก่าซีดๆ กำแพงสีน้ำตาลอ่อนตัดสีน้ำตาลเข้ม เลข 4 สีแดงอยู่บนกำแพงบอกถึงจุดที่เธออยู่ แสงหลอดไฟเก่าที่ติดๆดับๆไปมาไปมาเสียจนเธอรู้สึกรำคาญห้อยต่องแตงไปมา
อลิซงงมากว่ามาอยู่ที่นี้ได้ไงจึงทบทวนความคิดอย่างใจเย็น
(อือ…จำได้ว่าพวกเรามาที่โรงพยาบาลร้างมี ฉัน เมเปิ้ล ฟาร์ม และ ลีรวมกันก็ 4 คน มาหาแฟ้มลับที่เจอในเน็ต และก็เจอมันจริงๆสะด้วย โดยบังเอิญก็เถอะ ต้องขอบคุณความซุ่มซ่ามของเมเปิ้ลละนะ แล้วไงต่อ อืม…อ่อ! ระหว่างกำลังกลับรู้สึกว่าอยู่ดีๆพื้นมันก็สั่นแรงจนร้าว ฉันที่รู้สึกตัวรีบผลักลีไปให้พ้น ส่วนฟาร์มรู้สึกเมเปิ้ลจะดันไปได้ทันเหมือนกันจากนั้นเราทั้งคู่….)
“เมเปิ้ลละ? เมปิ้ล เธออยู่ไหน เมเปิ้ล!”
อลิซนึกได้รีบกวาดสายตาตามหาทันที
(พวกเราตกมาด้วยกันน่าจะอยู่ไม่ไกล ต้องอยูแถวนี้แน่!)
เธอมองหารอบๆอย่างร้อนใจ จนเห็นสิ่งเหมือนซากกำแพงแตกกระจายเป็เศษเล็กเศษน้อยเป็กองอยู่ ดูแล้วไม่เข้ากับสถานแห่งนี้เลย
“หรือว่าจะอยู่ในนั้น เมเปิ้ล!”
อลิซสรุปในทันทีก่อนรีบตรงไปซากนั้นได้แต่หวังเมเปิ้ลจะไม่เป็อะไรถ้าในซากนั้นจริงๆ
อลิซรู้สึกถึงเมเปิ้ลได้ว่าอยู่ใต้ซากนั้นแน่นอนเธอมั่นใจ
ตัวเธอนั้นมีความสามารถพิเศษบางอย่างเธอยังไม่เข้าใจ เหมือนเธอจะสามารถรับรู้ถึงความรู้คิดหรือความรู้สึกของผู้คนที่อยู่รอบข้างได้ง่ายและรับรู้สิ่งที่เป็อันตรายต่างๆได้ไวเหมือนที่เธอรู้ว่าพื้นจะถล่ม
“เมเปิ้ล เธออยู่ในนั้นใช้ไหม เมเปิ้ล!”
………
ไร้เสียงตอบกลับ อลิซเดินหารอบกองซากหินมาเมเปิ้ลแต่ก็ไร้วี่แวว ถึงจะไม่เห็นแต่เมเปิ้ลอยู่ใต้ซากไม่ผิดแน่เธอเชื่ออย่างงั้น
“ถ้าเมเปิ้ลอยู่ในนี้จริงน่าจะสลบอยู่ถึงไม่ตอบ…เอาไงดี ถ้าอยู่ใต้ซากนี้จริงก็ยังไงก็ต้องเอาหินพวกนี้ออกก่อน แต่ก็ต้องระวังด้วยซากหินพวกนี้ด้วยไม่งั้นอาจเป็อันตรายเมเปิ้ลได้”
อลิซทำท่าสูดลมหายใจเข้าออกก้อนใหญ่ที่หนึ่ง
“เอาละ!”
เมื่อติดสินใจได้อลิซจึงค่อยๆยกหินที่พอจะยกได้อย่างระวัง
จากที่เธอสำรวจซากหินแล้ว ถ้าเมเปิ้ลอยู่กลางกองนี้จริงหินที่อยู่รอบตัวเมเปิ้ลนี้ส่วนหนึ่งเป็เหมือนเสาค้ำไว้ไม่ให้หินก้อนใหญ่ข้างบนถล่มทับเมเปิ้ล เพราะงั้นเธอต้องตรวจดูให้แน่ใจและยกออกอย่างใจเย็นเบามือและระวังที่สุดไม่ให้ชนกับก้อนอื่นหรือหยิบผิดจนที่ค้ำถล่มลงมา
ถ้าพลาดแม้แต่นิดเดียวอาจเป็อันตรายถึงชีวิตเมเปิ้ลได้ อลิซค่อยๆทำอย่างช้าๆ ไปทีละก้อนทีละก้อน
หลังยกไปได้หลายก้อนก็พบเมเปิ้ลนอนสลบอยู่ข้างในตามที่เธอคาด ด้วยความเป็ห่วงอลิซรีบก้มหน้าไปหา ก็เห็นเมเปิ้ลกำลังหลับอยู่แถมดูถ้าจะหลับสบายด้วยใบหน้าที่ยิ้มอย่างมีความสุขนั้นบอกได้เป็อย่างดี
ทำเอาอลิซเคืองหน่อยๆ แต่ยิ้มดีใจที่ไม่เป็ไร
“นี้เมเปิ้ลได้ยินฉันไหม ตื่นสิเมเปิ้ล ตื่น!”
“อือ... ฮึม~ อลิซ?”
“เดียวนะ จะช่วยเดี๋ยวนี้แหละ”
เมเปิ้ลตื่นขึ้นอย่างงง ตอนนี้ตัวเมเปิ้ลอยู่ในช่องว่างระหว่างซากหินที่ค้ำรอบตัวเมเปิ้ลจากหินก้อนใหญ่ที่อยู่เหนือเธอ
“อลิซที่นี้ ที่ไหนแล้วไงฉันอยู่ในที่แคบละ?”
“เมเปิ้ลอย่างพึ่งขยับ! ฟังให้ดีน่ะ ตอนนี้เธอติดอยู่ใต้ซากหินอยู่ หินที่เห็นรอบๆตัวเธอนี้คอยค่ำเป็เสารับหินใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า”
เมเปิ้ลนอนฟังที่อลิซอธิบาย
“เพราะงั้น ถ้าไม่ระวังให้ดีทำให้หินเลื่อนหรือแตกอาจทำให้ทับตัวเธอได้เพราะงั้นอยู่…เดียวจะทำอะไรน่ะ!?”
ระหว่างอลิสกำลังอธิบาย อยู่ดีๆเมเปิ้ลเอามือไปแตะหินที่อยู่ตรงหน้าแล้วทำท่าเตรียมจะออกแรงเต็มที่
“ออ ก็แค่ดันหินนี้ออกไปเท่านั้นเองใช้มั้ย สบายๆ”
“จะบ้าเหรอ! หินนั้นหนักหลายกิโลน๊ะนั้น ขนาดจะยกต้องใช้ผู้ชายหลายคน ต่อให้เธอแข็งแรงแค่ไหนก็ไม่–”
“ย๊ากกกกก”
“ไม่ฟังกันเลย!”
อลิซยังไม่ทันพูดจบ เมเปิ้ลไม่ฟังคำเตือนออกแรงดันหินอย่างเต็มที่
“โรรรรย้ากกกกก!!!”
ตูมมมมมมม
เสียงะเิดังขึ้นพร้อมฝุ่นฟุ้งกระจาย เสียงะเิที่ดังขึ้นทั้งที่ไม่ควรเกิด หัวใจของอลิซหล่นไปอยู่ตาตุ่ม แค่เธอนึกภาพว่าเมเปิ้ลเป็อะไรไปใจเธอทั้งร้อนรนและหวาดกลัว
“เมเปิ้ล! เป็ไรเปล่านี้ตอบหน่อยเมเปิ้ล!!”
แค่กๆ
เสียงไอดังขึ้นก่อนจะปรากฎเมเปิ้ลที่กำลังนั่งใอยู่กลางซากหินที่แตกกระจายรอบตัว
“เมเปิ้ล เธอไม่เป็ไรใช้ไหม!”
“อะ-อื้อ แค่ในิดหน่อยอยู่ดีๆมีเสียงดังเหมือนะเิขึ้นมา มีอะไรเกิดขึ้นหรือ?”
“เอ๊ะ อ้อ ไม่มีอะไรหรอก…”
อลิซตอบไปงั้นเมเปิ้ลก็ไม่ได้คิดอะไรแล้วปัดฝุ่นกับเศษที่ติดตามเสื้อผ้า อลิซมองเศษหินที่กระจายอยู่รอบเมเปิ้ลก็พอสรุปได้ทันทีเลยว่า เมเปิ้ละเิหินนั้น!
จะเรียกแบบนั้นก็ไม่ถูกแค่เมเปิ้ลใช้แรงดันหินออกแต่มันดันแตกะเิออก และเศษหินที่อยู่รอบๆอยู่เป็หลักฐานชั้นดี ตัวอลิซก็รู้ว่าเมเปิ้ลมีกำลังหรือแรงมากกว่าคนทั่วไป ถึงแม้หินมันจะร้าวอยู่ก็ตามแต่ว่า...
“อ้า—! ถูกแม่ว่าอีกแล้วแน่!”
อยู่ดีๆเมเปิ้ละโขึ้นทำหน้าเศร้าๆพร้อมกับถือกระโปรงขาดครึ่งมา
ตอนที่ออกมาจากซากหินคงเกี่ยวขาดพอดี โชคยังดีที่เธอใส่กางเกงซับในขาสั้นสีดำมาด้วย
อลิซตบไหลเมเปิ้ลแสดงความเสียใจด้วยเื่กระโปรง ก่อนจะที่ช้อนตาลงไปยังเรียวขาสวยกระชับได้รูปของสาวน้อยอย่างมีความสุขของเมเปิ้ลพรางยิ้มให้
“น่าอย่างน้อยๆก็ออกมาได้ แถมก็ได้เห็นของดี”
“ไม่ต้องเอาฉันไปเป็อาหารตาเลย ว่าแต่ไม่หนาวหรือไง?”
“อึม?จริงสิ เสื้อเปียกนี้น่าพูดถึงก็รู้สึกหนาวขึ้นมาทันที ฮัดชิ้ววว!”
ว่าแล้วอลิสกอดอกหนาวสั้นเพราะเสื้อที่ยังไม่แห้ง ทั้งคู่มองดูทางที่ถูกปิดตายหลังพวกเธอและข้างหน้าที่ตรงได้แต่หวังว่าจะเป็ทางออก
“ว่าแต่เราอยู่ที่ไหนละ”
“อยู่ที่ไหนอันนี้ก็ไม่รู้ แต่ที่แน่ๆคงไม่ใช้โรงพยาบาลร้าง เป็ไปได้ว่า……เราคงถูกลักพาตัวมา”
“ถูกลักพาตัวมา! …….หมายความว่ายังไง?”
เมเปิ้ลเอียงคอไม่เข้าใจอลิสพูด
“ก็อย่างที่เห็นนั้นและ เราทั้งคู่ถูกพามาที่ไหนก็ไม่รู้ จากดูรอบแล้วก็ไม่น่าในโรงพยาบาลแน่นอน ดูกำแพงมันที่ดูเก่ากว่าโรงพยาบาลร้างที่เรามา”
อลิสหยิบเศษหินที่ทับเมเปิ้ลเมื่อกี่ขึ้นมาเปรียบเทียบกับกำแพงให้เห็นถึงความต่างให้เมเปิ้ลดู
“คิดว่าน่าจะโดนวาบมาที่นี้ ดูจากเศษกระโปรงที่ขาดติดอยู่ในซากหินนั้น”
ว่าเสร็จอลิซก็ชี้ปซากก้อนหินก้อนหนึ่งที่มีเศษกระโปรงติดอยู่ มันดูเหมือนหินกลืนเศษผ้าเข้าไปอย่างนั้น
วาบหรือการย้ายมวลสารจากจุดหนึ่งไปอีกจุดหนึ่ง เป็สิ่งที่เห็นได้ในหนังหรือการ์ตูนทั่วไปและทั้งสองพึ่งได้ััมันมา
“วาบเนี่ยนะ มันทำกันได้หรือ?”
“ได้สิ รู้สึกในแมกกาซีนวิทยมีเขียนทฤษฎี…อะไรพวกนี้อยู่ละมั้ง?”
อลิซเองก็ไม่มั่นใจเท่าไร เมเปิ้ลได้แต่ร้อง ‘อา’ อย่างเหนื่อยๆก่อนมองกลับ
“ไอเื่นั้นไว้ที่หลัง ตอนนี้ต้องคิดเื่ออกจากที่นี้ก่อน”
“นั้นสินะ”
ทั้งสองเริ่มเข้าเื่หลัก อลิสหยิบมือถือขึ้นมาดู
“อืมเปิดไม่ได้ สงสัยแบตหมดเมเปิ้ลของเธอละ”
“แปปนะ”
ว่าแล้วเมเปิ้ลก็หยิบมือถือขึ้นมาบ้าง
“ยังใช้ได้ แต่ไม่มีสัญญาณ”
“งั้นเหรอ พวกเราคงอยู่ใต้ดินหรือไม่ก็ที่ปลอดสัญญาณ แย่จัง”
อลิซทำหน้าเส็งๆ ส่วนเมเปิ้ลดูมือถือไปเรื่อย
“ว่าแต่ตอนนี้กี่โมง”
“14:30”
“14:30งั้นเหรอ? อือ….”
อลิซยกมือขึ้นแตะปลายคางพรางนึกคิด
“พวกเรามาถึงโรงบาลเที่ยงตรงเข้าไปหาแฟ้มจนถึงบ่ายครึ่งกว่าๆ แสดงว่าพวกเราหลับใบชั่งโมงหนึ่งได้”
“จริงสิ! ฟาร์มกับลีละ ทั้งคู่ไม่เป็ไรใช้ไหม”
“อันนี้ฉันก็ไม่รู้ อย่างน้อยก็ไม่ได้ตกหลุมเหมือนพวกเราน่าจะยังอยู่ที่โรงพยายาลคงปลอดภัยดี”
“งั้นหรือค่อยโล่งใจหน่อย”
เมเปิ้ลที่ได้ยินอย่างนั้นก็สบายใจ
“ฉันว่าบ่านี้ทั้งฟาร์มทั้งลีใกลัวพวกเราเป็อะไรตามหาแย่แล้ว คงต้องรีบหาทางบอกให้รู้ว่าพวกเราไม่เป็ไรจะได้ไม่ห่วง… ว่าแต่แฟ้มไปไหนละ!”
อลิซพึ่งนึกได้ตอนนี้แฟ้มลับที่อุส่าหาไม่ได้อยู่ในมือเธอและหายไปไหนก็ไม่รู้
“อืมมม…อ่ะอยู่นั้นหรือเปล่า?”
ว่าแล้วเมเปิ้ลก็ชี้ไปที่แฟ้มลับที่อยู่บนพื้น เมื่อเจออลิซรีบเดินซอยเท้าไปหยิบขึ้นแล้วเปิดเช็คดูว่าอยู่ครบไหม
“ดูเหมือนจะอยู่ครบ งั้นพวกเราไปกันเถอะ”
“อืม ‘ได้เวลาออกผจญภัย’ สินะ”
“ถูกต้องแล้วค๊า~”
แม้จะอยู่ในสถานการณ์ประหลาดและน่ากลัวอย่างนี้ แทนที่ทั้งคู่จะหวาดกลัวกลับเลือกพยายามจะทำให้เป็เื่สนุกมากกว่า
ว่าแล้วทั้งคู่ยิ้มให้กันแล้วออกเดินทางกันอย่างสนุกสนาน
“ไม่เจออะไรเลยน้า~”
“นั้นสิน้า~”
ทั้งคู่เดินกันเรื่อยๆตามทางเดิน ตลอดทางก็เจอของเดิมๆ ทั้งกำแพงสีน้ำตาลซีดๆ ทั้งไฟที่เก่าติดๆดับๆ ไม่เจอทางอื้นหรือห้องอะไรเลย
“นี้ก็เดินมาได้สักพักแล้ว เดียวก็คงเจอทางออกหรืออะไรบ้างละ”
“ก็หวังว่าอย่างนั้น”
“ยังไงตอนนี้อดทน…เมเปิ้ล?”
อลิสใที่อยู่ดีๆเมเปิ้ลมาโอบกอดเธอจากด้านหลัง แก้มของทั้งสองัักันรู้สึกถึงไออุ่นได้ผ่านทางเสื้อผ้า
“ถ้านี้เป็การเซอร์วิส ถือว่าแจ้มใช้ย้อยนะเนี้ย”
“ค่าๆ เป็การเซอร์วิสค่า เป็ไงอุ่นขึ้นไหม”
“…อืม ขอบใจนะ”
อลิซเข้าใจเอามือขวาจับมือซ้ายที่กอดเธออยู่ เมเปิ้ลคงเห็นว่าเธอหนาวสั้นอยู่เพราะอากาศเย็น… ไม่สิเธอหนาวสั้นกลัวมากกว่า
ถึงจะพยายามทำให้เหมือนไม่อะไรเป็ผจญภัยหนึ่งก็ตาม แต่การที่อยู่ในสถานการณ์แบบนี้มันก็น่ากลัวอยู่ดี ทั้งถูกใครก็ไม่รู้วาบส่งมาที่ไหนก็ไม่รู้ มาทำไม เพราะอะไรนั้น มันน่ากลัว เหมือนกำลังวิ่งเต้นบนมือใครสักคน แม้แต่เื่ที่ แฟ้มลับนั้นอาจจะเป็แผนที่ให้ไปโรงพยาบาลด้วยก็ได้ ต้องไม่ใช้เื่ธรรมดาแน่ๆ พอคิดงั้นยิ่งกลัวขึ้นไปอีก
แต่พอได้รับความอุ่นจากเมเปิ้ลแล้วมันช่วยรักษาเยียวยาจิตใจเธอได้ดีจริงๆ
การที่ไม่อยู่คนเดียวในสถานการณ์อย่างนี้มันดีจริงๆ การที่มีคนที่เชื่อใจอยู่ข้างกาย
(ต่อให้อยู่ที่ไหนสถานการณ์เป็ยังไง ขอแค่ได้อยู่กับเมเปิ้ลสามารถฝ่าฝันไปได้) เธอมั่นใจ100%เต็ม
“พวกเราไปกันต่อเถอะ”
“อื้ม”
เมเปิ้ลตอบรับแล้วทั้งคู่ก็เดินทางต่อ
“ประตู?”
หลังจากพวกเธอเดินต่อได้สักพักเจอประตูเหล็กที่ขึ้นสนิมบางส่วนเปิดง้ามไว้ พวกเธอไม่รอช้ารีบเปิดเข้าไปดูทันที
“นี้มัน!”
พอเปิดเข้าทั้งคู่ก็ต้องใกับของที่อยู่ห้อง
ในนั้นเป็ห้องวิจัยขนาดเล็กสีขาวที่ถูกทิ้งไว้เมื่อนานมาแล้ว ภายในห้องมีอุปกรณ์วิทยาศาสตร์ที่เคยและไม่เคยเห็นรอบห้อง ตรงกลางห้องมีคอมพิวเตอร์ 4 เครื่องตั้งโต๊ะ
แม้ของในห้องจะเก่าดูไม่ได้ใช้งานมานานปีแล้วแต่ก็ดูไร้ฝุ่นจับถูกเก็บรักษาเป็อย่างดี
“ต่อจากแฟ้มลับก็เจอห้องวิจัยลับต่อเลยหรือนี้”
เมเปิ้ลพูดลอยๆขึ้นมา
“ยังไงก็เถอะ ตอนนี้ลองดูรอบๆหาพวกโทรศัพท์หรืออะไรติดต่อได้ก่อน”
“รับแช่บ!”
เมื่อตัดสินใจได้แล้วทั้งคู่ก็เดินหารอบห้อง อลิซเดินไปเช็คคอมพิวเตอร์เพื่อจะรู้ว่าอยู่ไหนหรือไม่ก็ติดต่อขอความช่วยเหลือได้
“ไม่ไหว คอมทุกเครื่องเสียหมดเลย”
พอลองเปิดทุกเครื่องก็ไม่ติดมันคงนานแล้วที่เปิดใช้ล้าสุด พองั้นเธอจึงเปลี่ยนไปสำรวจต่อแทน
เดินได้แปปหนึ่งก็เจอกระเป๋าสะพายไหล่สีน้ำตาลครีมอยู่ในลังกระดาษ พอหยิบขึ้นมาเช็คดูถึงจะดูเก่าไปบางแต่ตัวกระเป๋ายังดีใช้ได้อยู่เลยเอาแฟ้มที่ถือมาด้วยใส่กระเป๋าแล้วสะพายกระเป๋า
“เมเปิ้ลทางเธอเป็ไงบ้าง”
“ทางนี้ก็ไม่มีเหมือนกัน มีแต่อุปกรณ์อะไรก็ไม่รู้”
ส่วนเมเปิ้ลกำลังเดินดูแถวชั้นเก็บอุปกรณ์ต่างๆ เธอพยายามหาของที่คิดว่าพอสื่อสารติดต่อได้แต่ก็ไม่เจอเช่นกัน เธอเปิดตู้กระจก ลิ้นชัก และตู้เก็บอื่นต่อไปเรื่อยก็เจอแต่หลอดแก้วหรืออุปกรณ์วิจัยต่าง ไม่เจอของที่พวกเธอตามหา
พอเปิดได้สักพักเธอก็เปิดเจอเสื่อกาวที่ห่อด้วยถุงพลาสติก
“อลิซดูนี้สิ มีเสื่อกาวด้วย รับนะ”
อลิซรับถุงเสื่อกาวที่เมเปิ้ลโยนให้
ตัวเมปิ้ลเองก็หยิบมาแกะใส่เองดู พอใส่แล้วยิ้มหมุนตัวให้อลิซดูอย่างสนุกสนานพร้อมทำท่าเหมือนบอก ‘เป็ไงบ้าง เหมือนนักวิทยาศาสตร์มั้ย’ เธอทำท่าอย่างมั่นใจแต่สำหรับอลิซแล้วคิดว่าเหมือนเด็กๆที่เข้าห้องทดลองวิทยาในทัศนศึกษามากกว่าก็อดขำไม่ได้
“ใส่สิจะได้อุ่นๆ”
“อื้ม ขอบใจ”
เธอทำตามที่คู่หูบอก พอใส่แล้วก็รู้สึกอุ่นขึ้นจริงและเธอชอบด้วย ตัวเธอเองก็อยากลองใส่กาวสักครั้งเหมือนกัน
เมเปิ้ลเห็นอลิซกำลังสนุกดีกับตัวเองที่ใส่เสื่อกาวอยู่ก็นึกไอเดียขึ้นมาได้
“นี้พวกเรามาเซลฟี่หน่อยไหม ตอนออกไปจากที่นี้ได้จะได้มีหลักฐานไปเล่าให้สองคนนั้นฟังได้”
“ไม่ใช้เวลาทำงั้นนะ พวกเราตั้งรีบหาทางติดต่อหรือไม่ก็ออกจากที่นี้ให้ได้ก่อนเป็อย่างแรก”
“ทั้งที่ตัวเองสนุกสนานอย่างนั้นอะน๊า~”
เมเปิ้ลชี้นิ้วเป็วงกลมมาทางอลิซ พอเ้าตัวโดนว่างั้นก็หน้าแดงเล็กน้อยอายจนไม่อาจปฏิเสธได้
“แล้วตกลงจะถ่ายไหม ?”
“ถ่ายสิ!”
เมเปิ้ลหยิบมือถือขึ้นมาเตรียมถ่ายอลิซก็รีบเดินเข้าในภาพก่อนที่ทั้งคู่เซลฟี่ ทั้งคู่ยิ้มหวานทำท่าให้กล้องเสียงถ่ายภาพรั่วดัง แชะๆ พร้อมแสงแฟลช
พวกเธอถ่ายภาพตรงนู่นทีตรงนี้ไปทั่วห้องกันอย่างสะใจจนลืมเื่สำคัญไป
หลังถ่ายภาพจนพอใจก็มาดูภาพที่ถ่ายทั้งหลาย
“เป็ไงภาพสวยไหม”
“อือ ก็ได้อยู่แต่ขออีกสัก 2-3 รูป…”
“หยุดแปปนะ”
อลิซให้เมเปิ้ลหยุดเปลี่ยนภาพ แล้วชี้ไปตรงหนึ่งของภาพนั้น
“ข้างหลังนั้น ลองขยายภาพที่สิ”
“จัดให้”
เมเปิ้ลทำตามที่บอก พอกดซูมภาพเข้าไปของข้างหลังพวกเธอที่ยิ้มอยู่ มีจุดหนึ่งที่มีแสงสะท้อนแสงแฟลช
ด้วยความอยากรู้อยากเห็นอลิซรีบหาจุดที่สะท้องแสง ก็เจอมาจากด้านหลังชั้นวางของหนึ่ง อลิซไม่รอช้าพยายามลากชั้นวางออกมา
“เอาละ หึบบบบ!”
แม้เธอจะใส่แรงทั้งหมดก็ดูไม่มีท่าทีจะขยับแม้แต่น้อย มันหนักเกินไปสำหรับเธอจนได้แต่ยอมแพ้ไป
“แฮกๆ เมเปิ้ลฝากด้วย”
“รับแซ่บ เอาละน่ะ ฮึบ”
อลิสยกหน้าที่ให้เมเปิ้ลทำแทน พอเมเปิ้ลจะลากออกมาแต่กลายเป็ยกขึ้นออกมาแทนอย่างสบายๆ อลิซได้แต่ดูแล้วคิดในใจว่า ‘เธออ่อนแอไปหรือเมเปิ้ลแข็งแกร่งไปกันแน่?’