ในบริเวณท่าเรือคัสเซนการ์ดเหล่าเรือโดยสารจอดอยู่มากมาย มีเสียงดังโหวกเหวกของเหล่าลูกเรือที่กำลังขนลังไม้บรรจุสินค้าต่างๆเตรียมทยอยนำขึ้นบนท่าเรือแห่งนี้ถนนได้ถูกปูด้วยอิฐบล็อกสีเทาอย่างเป็ระเบียบ โดยข้างทางได้มีร้านค้าหาบเร่และแผงลอยอยู่มากมายและเมื่อเรือสำราญลำโตได้เข้ามาจอดเทียบท่าแห่งนี้ ก็มีชายหนุ่มสองคนได้เดินลงมาจากเรือสำราญลำนั้นโดยคนหนึ่งเป็ชาวเอลฟ์ผมสีบลอนด์ ั์ตาสีเขียวมรกต นามว่าลูคัส และชายอีกคนหนึ่งผมสีเทาั์ตาสีเทาเข้ม นามว่าไมอา และหากสังเกตุดีๆแล้ว จะเห็นเด็กหญิงชาวเอลฟ์ตัวเล็กผมทรงทวินเทลสีบลอนด์ ั์ตาสีฟ้าข้างและแดงข้างช่างดูแปลกประหลาดยิ่งนัก นามว่าเอมม่ากำลังเดินตามหลังพวกเขาทั้งคู่อยู่
“ถึงซะทีนะครับ”
ชายหนุ่มผมเทาพูดขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศที่เงียบงัน
“นั่นน่ะสิ แล้วเราจะไปไหนกันต่อดี?”
เสียงเล็กแหลมชวนแสบแก้วหูดังขึ้นมาจากทางด้านหลังของชายหนุ่มทั้งคู่
“ไปเตรียมเสบียงและโพชั่นกันก่อนดีไหม”
“ไม่รู้ว่าเมืองเอลฟ์ที่เราจะไปจะต้องเจอมอนส์เตอร์แบบไหนบ้าง”
ชายชาวเอลฟ์ผมสีบลอนด์พูดวางแผนการเดินทางในครั้งนี้ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะมุ่งตรงไปยังร้านค้าแผงลอยเล็กๆที่ตั้งอยู่ริมข้างทางและเมื่อเดินเข้าไปใกล้ก็พบกับหญิงสาวหน้าตาละอ่อนทรงผมยาวถักเปียสองข้างสีเขียว สวมใส่แว่นทรงกลมหนาเตอะบริเวณใบหูมีขนดกและตั้งชันขึ้นเหมือนดั่งหูของหมาจิ้งจอกตัวเธอนั้นได้สวมใส่ชุดกระโปรงที่ตัดเย็บจากผ้าลินินสีเขียวสดสลับกับสีฟ้าและมีผ้าคลุมไหล่ขนาดเล็กสีน้ำเงินเข้มที่ถูกถักทอจากขนสัตว์อันอ่อนนุ่ม โดยได้ห่อหุ้มบริเวณหัวไหล่ของเธออยู่และหากสังเกตดีๆบริเวณบั้นท้ายของเธอนั้นจะพบกับหางของหมาจิ้งจอกที่ดูแปลกประหลาดติดอยู่กับบริเวณบั้นท้ายของเธอ
“ยินดีต้อนรับค่ะ รับอะไรดีคะ?”
หญิงสาวผู้นั้นเอ่ยถามลูคัสด้วยรอยยิ้มอันอ่อนหวาน
“สวัสดีครับ เป็ผู้เล่นอาชีพนักปรุงยาสินะ?”
ลูคัสเอ่ยตอบรับและถามเธอต่ออย่างสงสัย
“ใช่ค่ะดิฉันเป็นักปรุงยาติดอันดับท็อปสิบของเซิรฟ์เวอร์ในตอนนี้”
“ยาทุกขวดที่ถูกดิฉันปรุงมีประสิทธิภาพสูงกว่าของผู้เล่นอาชีพนักปรุงยาทั่วไปอย่างแน่นอนค่ะ”
หญิงสาวผู้นั้นรีบพูดอวดอ้างสรรพคุณของสินค้าตนเองก่อนที่เธอจะยื่นขวดยาสีแดงสดราวกับเืให้แก่ลูคัส จนทำให้เห็นได้ว่ามือของเธอนั้นมิใช่มือของมนุษย์แต่เป็อุ้งเท้าอันกลมมนของสัตว์จำพวกหมาจิ้งจอกแทน
“ยาฟื้นฟูพลังชีวิตอย่างดีขวดละ 8 เหรียญเงินค่ะ”
“สนใจไหมคะ?”
ก่อนที่ลูคัสจะเอื้อมมือไปรับยาสีแดงสดนั้นเอมม่าก็พูดขัดขึ้นมาว่า
“พวกหนูเพิ่งเริ่มเล่นกัน เงินก็ยังไม่ค่อยมีเท่าไหร่นักช่วยลดเหลือขวดละ3 เหรียญเงินได้ไหมคะพี่สาว”
เมื่อเอมม่าได้ยินราคาของยาฟื้นฟูพลังชีวิตเธอจึงรีบต่อราคาในทันทีเพราะเธอรู้ว่าถึงแม้ว่ายานั้นจะถูกปรุงโดยผู้เล่นติดอันดับท็อปสิบของเซิรฟ์เวอร์ซึ่งทำให้มีประสิทธิภาพสูงกว่ายาที่ถูกปรุงโดยผู้เล่นนักปรุงยาทั่วไปก็ตามแต่ประสิทธิภาพของมันก็เพิ่มขึ้นแค่นิดหน่อยไม่ค่อยต่างกันมากนัก จึงไม่คุ้มค่าเป็อย่างมากหากจะต้องซื้อมันในราคาที่แพงหูฉี่และเมื่อเอมม่าต่อราคาเช่นนั้น หญิงสาวจึงได้ทำท่าลังเลก่อนจะเอ่ยว่า
“อืม...งั้นถ้าซื้อสองขวดขึ้นไปจะลดเหลือขวดละ 5เหรียญให้ก็ได้ค่ะ”
“ถ้างั้นไม่เอาอ่ะ”
เอมม่ารีบพูดปฎิเสธในทันทีและลากตัวชายหนุ่มทั้งคู่ออกมาจากร้านค้าแผงลอยนั้น
“ดะ-เดี๋ยวก่อนค่ะ ขวดละ 3 เหรียญก็ได้”
หญิงสาวรีบะโเรียกเอมม่าเพราะกลัวจะขายสินค้าไม่ออกเพราะ่ต้นเกมยาฟื้นฟูพลังชีวิตมักไม่ค่อยจำเป็เท่าไหร่นักและต้นทุนในการผลิตมันก็ไม่ถึง 1 เหรียญเงินเสียด้วยซ้ำ
“แต่มีเงื่อนไขนะคะพวกคุณต้องให้ดิฉันเข้าร่วมทีมด้วย”
“พอดีดิฉันไม่มีทักษะต่อสู้เลยทำให้เก็บประสบการณ์เองไม่ได้น่ะค่ะ”
หญิงสาวรีบยื่นข้อเสนอให้แก่พวกเขาทั้งสาม
“ยินดีเลยครับ ไปกันเยอะๆน่าจะสนุกดี”
ลูคัสพูดขึ้นพร้อมกับยิ้มตอบรับด้วยความยินดี
“ไม่ย่ะ ถ้าจะเข้าทีมเราต้องฟรีเท่านั้น!”
เอมม่ารีบปฎิเสธอย่างทันควันทำเอาหูของหญิงสาวผู้นั้นพับตกลงมาเหมือนหมาที่กำลังหงอยอยู่ก็ไม่ปาน
“เจ้ อย่าใจดำนักเลยน่าไปกันเยอะๆสนุกจะตาย”
“ไม่ย่ะ เื่อะไรจะให้ไปดูดประสบการณ์ฟรีๆ แถมยังเอากำไรกับพวกเราอีก”
เอมม่ายืนกรานเสียงแข็งจนหญิงสาวนั้นเอ่ยขึ้น
“ก็ได้ค่ะดิฉันจะให้ฟรีๆแลกกับการพาดิฉันเก็บประสบการณ์ด้วยนะคะ”
“แต่จะดีหรอครับกว่าคุณจะผลิตยาฟื้นฟูพลังชีวิตได้มันต้องมีต้นทุนนะ”
ไมอาถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“ไม่เป็ไรค่ะอาชีพดิฉันมักจะหาทีมยากเพราะไม่ค่อยมีประโยชน์เท่าไหร่”
“แค่นี้ก็ถือว่าดีมากแล้วค่ะ”
หญิงสาวผู้นั้นตอบพร้อมกับทำสีหน้าเศร้าสร้อย
“งั้นเธอมาเข้าร่วมทีมพวกเราก็ได้เดี๋ยวพวกเราจะเป็ฝ่ายโจมตีมอนส์เตอร์เองเธอก็คอยสนับสนุนฉันกับลูคัสอยู่ด้านหลังก็แล้วกัน ส่วนเื่ยาพวกเราจะออกต้นทุนให้เอง”
“รับทราบค่ะ”
หญิงสาวผู้นั้นตอบรับเอมม่าพร้อมกับยิ้มให้ด้วยความดีใจ
“ว่าแต่คุณชื่ออะไรหรอครับ ผมชื่อลูคัสส่วนผู้ชายข้างๆชื่อไมอา แล้วก็เอลฟ์หญิงขี้วีนคนนี้ชื่อเอมม่า”
ลูคัสพูดแนะนำตัวให้กับสมาชิกทุกคนพร้อมกับแขวะเอมม่าไปในตัว
“ดิฉันชื่ออาเช่ค่ะ ยินดีที่รู้จักนะคะ”
หญิงสาวตอบรับพร้อมกับยิ้มให้อย่างอ่อนหวาน
“ตอนนี้โพชั่นเราก็มีแล้วเหลือแค่เสบียงอาหารสินะ”
เอมม่าพูดแทรกขึ้นเพื่อย้ำเตือนถึงการมาที่ตลาดประจำท่าเรือแห่งนี้
“ไม่ต้องห่วงค่ะ ดิฉันพอมีทักษะทำอาหารอยู่บ้างถ้าค่าความเหนื่อยล้าลดต่ำลงเดี๋ยวดิฉันเก็บพวกสมุนไพรข้างทางมาปรุงเป็อาหารให้เองค่ะ”
หญิงสาวพยายามทำตัวให้ดูมีประโยชน์ที่สุด
“ว้าว ทำอาหารเป็ด้วยหรอครับดูเหมือนจะมีประโยชน์กว่าใครบางคนนะครับเนี่ย”
ลูคัสพูดขึ้นพร้อมกับมองไปทางเอมม่า
“ปากดีนักนะแก ที่รอดจากไอ้มือปืนนั้นมาได้เป็เพราะฉันไม่ใช่หรอ!”
เอมม่ารีบพูดสวนทันควัน
“อย่าทะเลาะกันเลยครับผมว่าเรารีบออกจากเมืองนี้กันดีกว่าไม่รู้ว่าเรือรอบถัดไปที่กำลังจะมาเทียบท่าอาจมีมือปืนคนนั้นอยู่ด้วยก็ได้นะครับ”
ไมอาพูดแทรกขึ้นทำให้ทั้งสามต้องมีท่าทีเห็นด้วยเหลือแต่เพียงอาเช่ที่ทำท่างุนงงเื่ที่พวกเขาพูดกัน ก่อนที่ทั้งสี่จะออกจากท่าเรือคัสเซนการ์ดแห่งนี้และมุ่งหน้าไปยังป่าคานาเดียที่อยู่ทางทิศใต้ของท่าเรือคัสเซนการ์ด
---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
ภายในป่าดิบชื้นที่มีกลิ่นไอของดินที่อุ้มน้ำอยู่ลอยคละคลุ้งขึ้นมาเตะจมูกเสียงนกร้องขับขานดังก้องกังวานไปทั่วผืนป่า เหล่าต้นไม้และพงหญ้าอันรกชันได้ขึ้นเรียงรายกันอย่างสะเปะสะปะเถาวัลย์ห้อยระโยงระยางไปมาระหว่างต้นไม้ใหญ่ด้วยกันเอง และเมื่อมีลมกรรโชกพัดมาวูบหนึ่งก็บังเกิดแรงกระเพื่อมทำให้หยาดน้ำค้างที่เกาะอยู่ตามกิ่งก้านและใบของต้นไม้ใหญ่นั้นร่วงหล่นลงมาราวกับสายฝนห่าใหญ่ ด้านบริเวณพื้นดินก็มีสัตว์เลื้อยคลานจำพวกกิ้งก่ากิ้งกือ ไส้เดือน เลื้อยกันอยู่เป็จำนวนมาก
“ฉันไม่ชอบที่แบบนี้เลยมีแต่สัตว์น่าขยะแขยงทั้งนั้น”
เด็กสาวชาวเอลฟ์ผมทรงทวินเทลสีบลอนด์เอ่ยขึ้นพร้อมกับทำท่าทางขยะแขยง
“เอาน่าอีกเดี๋ยวเราก็ถึงเมืองเอลฟ์แล้วล่ะครับคุณเอมม่า”
ชายหนุ่มนักบวชผมทรงทูบล็อกสีเทาเอ่ยขึ้นพร้อมยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
“นั่นน่ะสิ บ่นมากไปก็ไม่ได้ช่วยให้ถึงไวหรอก”
ชายหนุ่มนักเวทย์ผมรองทรงสีน้ำตาลเข้มพูดเสริมขึ้นมา
“ถึงจะมีสัตว์น่าขยะแขยงอยู่เยอะแต่สมุนไพรมีราคาแถวนี้ก็มีเยอะเช่นกันนะคะ”
“ถ้าเอากลับไปขายคงได้หลายเหรียญเงินเลยทีเดียว”
หญิงสาวผมยาวถักเปียคู่สีเขียวสดใสดั่งผืนป่าเอ่ยขึ้นพร้อมกับเดินตามพวกเขาไปและเก็บสมุนไพรข้างทางไปพร้อมๆกัน
“แหม๋ ได้ทีรุมฉันกันใหญ่เลยนะ”
“หึ เอาเถอะ ฉันจะพยายามไม่บ่นมากก็แล้วกัน”
เด็กสาวชาวเอลฟ์พูดขึ้นมาพร้อมกับทำหน้ามุ่ยใส่พวกเขาทั้งสามคน
“คุณเอมม่าเวลางอนนี่ดูน่ารักจังเลยนะครับ”
หนุ่มนักบวชผมเทาพูดชมเอมม่าอย่างจริงใจทำเอาเธอถึงกลับหน้าแดงก่ำด้วยความเขินอายก่อนที่ลูคัสจะพูดขัดขึ้นมา
“นายน่าจะตาบอดแล้วล่ะไมอา”
“ถ้าเอาเจ้ไปเทียบกับโทรลโทรลยังดูน่ารักกว่ากันตั้งเยอะ”
“ปากดีนักนะตาลูคัส เดี๋ยวนอกเกมแกเจอฉันแน่!”
เอมม่าพูดแทรกขึ้นอย่างไม่สบอารมณ์
“ชู่ว ช่วยเงียบกันหน่อยค่ะ”
อาเช่พูดแทรกขึ้นมาอย่างกระทันหันในขณะที่หูของเธอที่มีรูปทรงเหมือนหมาจิ้งจอกนั้นเริ่มกระดิกไปมาหันซ้ายหันขวาอย่างรวดเร็ว
“มีอะไรหรอครับคุณอาเช่”
ลูคัสถามขึ้นด้วยความสงสัย
“ฉันได้ยินเสียงฝีเท้ากำลังเดินมาทางนี้น่ะค่ะไม่มั่นใจว่านั้นเป็เสียงของผู้เล่นหรือมอนส์เตอร์”
เมื่ออาเช่ตอบ ทำเอาลูคัสเริ่มเตรียมพร้อมตั้งท่าต่อสู้จากเ้าของเสียงฝีเท้าดังกล่าว
“เผ่ามนุษย์สัตว์อย่างเธอก็มีข้อดีเหมือนกันแหะ”
เอมม่าพูดเอ่ยชมอาเช่ ทำให้อาเช่ต้องรีบพูดถ่อมตน
“ไม่ขนาดนั้นหรอกค่ะ”
“เสียงฝีเท้าน่าจะอยู่ห่างเราประมาณ 1-2กิโลเมตร”
“เราควรไปทางเดิม หรือเลี่ยงไปทางอื่นดีคะ?”
อาเช่บอกรายละเอียดเพิ่มเติมก่อนจะเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“เลี่ยงไปทางอื่นดีกว่านะ เราไม่รู้ว่าเ้าของเสียงฝีเท้าคือมอนส์เตอร์หรือผู้เล่น”
“ถ้าเป็มอนส์เตอร์อาจจะเจอพวกตัวเก่งๆจนเราแพ้ก็ได้”
“แต่ถ้าเป็ผู้เล่นก็ไม่มั่นใจว่าฝ่ายนั้นจะเป็มิตรกับเราไหม”
“และถ้าโชคร้ายสุดๆอาจจะเป็ไอ้มือปืนคนนั้นที่กำลังตามล่าเราอยู่ก็ได้”
ลูคัสพูดถึงความน่าจะเป็ไปได้ในแต่ละทาง ทำให้ทั้งทีมเกิดความวิตกกังวลและเห็นด้วยกับการเลี่ยงไปทางอื่นมากกว่าจะเข้าปะทะตรงๆกับเ้าของเสียงฝีเท้านั้นและเมื่อทั้งสี่เห็นดังนั้นจึงได้เดินอ้อมไปอีกทางหนึ่ง ซึ่งเป็ป่าที่รกทึบมากกว่าเดิมและเต็มไปด้วยเหล่างูพิษและสัตว์ร้าย แต่พวกมันก็ไม่คณามือพวกเขาเลยเมื่อทั้งสี่เดินตรงต่อไปเรื่อยๆก็เห็นควันจากการก่อกองไฟพวยพุ่งขึ้นมาทางด้านหน้าลูคัสจึงอาสาที่จะไปสำรวจและบอกให้พวกเขาทั้งสามรออยู่หลังพุ่มไม้ เมื่อลูคัสได้เดินออกไปสำรวจก็พบกับหมู่บ้านขนาดเล็กที่มีบ้านอยู่7-8 หลัง และเมื่อมองเข้าไปเหล่าประชากรในหมู่บ้านนั้นหาใช่มนุษย์ไม่แต่พวกเขากลับเป็ก็อบลินหลากหลายสายพันธุ์รวมตัวกันอยู่ในอาณาเขตนั้นไม่ว่าจะเป็ก็อบลินแม่ลูกอ่อน ก็อบลินเด็ก ก็อบลินพ่อมด ก็อบลินนักธนูก็อบลินนักรบ ก็อบลินนักฆ่า และเมื่อลูคัสเห็นดังนั้นจึงรีบกลับไปบอกกับพวกเขาทั้งสาม
“เจอหมู่บ้านก็อบลินน่ะ บุกเข้าไปโจมตีกันดีไหมเผื่อจะมีไอเทมดีๆให้เก็บ”
ลูคัสเอ่ยถามความคิดเห็นของสมาชิกในทีม
“มันจะไม่อันตรายหรอคะพวกนั้นมีจำนวนมากแถมดิฉันกับคุณไมอาก็มีแต่ทักษะสำหรับสนับสนุนเท่านั้น”
อาเช่พูดขึ้นด้วยความกังวล
“แต่ถ้าเราไม่ฝ่าหมู่บ้านนี้ไป ก็ต้องกลับไปเส้นทางเดิมที่มีความเสี่ยงจะเจอกับเ้าของเสียงฝีเท้านั่นนะ”
เอมม่าพูดแทรกขึ้น
“นั่นน่ะสิครับ อีกอย่างก็อบลินพวกนี้ก็ดูไม่ค่อยเก่งมากคงไม่เป็ไรหรอกที่จะบุกโจมตี”
ไมอาพูดเสริมความคิดเห็นของเอมม่า ก่อนที่ทั้งสี่จะเริ่มมุ่งหน้าตรงเข้าไปยังใจกลางหมู่บ้านทำให้เหล่าก็อบลินนั้นใและพุ่งเข้าโจมตีพวกเขาทั้งสี่
“จัดการมือธนูกับพ่อมดก่อนนะเจ้ เดี๋ยวผมจะคอยล่อมันให้”
“ได้ แกช่วยล่อมันด้วย ฉันจะแอบบุกเข้าไป”
“Fade”
เมื่อเอมม่าใช้งานทักษะดังกล่าว ร่างกายของเธอก็ค่อยๆพลันจางหายไปจากบริเวณนั้นทำให้เหล่าก็อบลินต่างหยุดชะงักด้วยความใก่อนที่พวกมันจะชักดาบขึ้นมาและพุ่งเข้าใส่อาเช่แทน
“Energy Coat”
ไมอารีบบริกรรมคาถาใส่อาเช่ ทำให้เกิดคลื่นประจุพลังงานจำนวนมากค่อยๆก่อตัวขึ้นบริเวณอาเช่ก่อนที่มันจะเปลี่ยนแปลงรูปร่างและเข้าห่อหุ้มตัวเธอส่งผลให้ประจุพลังงานที่รวมตัวกันนั้นได้ดูดซับแรงกระแทกจากดาบของก็อบลิน จนมันไม่อาจทำอะไรอาเช่ได้แม้แต่รอยขีดข่วนและในระหว่างนั้นเองลูคัสได้ถือโอกาสบริกรรมคาถาหน่วงเวทย์เอาไว้ และเมื่อการบริกรรมเสร็จสิ้นเขาก็พุ่งตัวเข้าไปประจันหน้าก็อบลินตัวที่กำลังจะโจมตีอาเช่อยู่
“Fire Ball”
เมื่อลูคัสร่ายคาถาเหล่าลูกไฟจำนวนมากก็ปรากฎรอบๆตัวเขาก่อนที่มันจะพุ่งเข้าใส่ก็อบลินตรงหน้าและเผามันจนไหม้เกรียมเป็ผุยผง และก็อบลินนักฆ่าก็ไม่รอช้าอาศัยจังหวะที่ลูคัสเผลอลอบเข้าไปแทงลูคัสจากทางด้านหลังแต่ทว่าลูคัสได้รู้ทันและหลบการโจมตีครั้งนั้นได้อย่างหวุดหวิด
“Lightning Bolt”
ลูคัสรีบบริกรรมคาถาสวนกลับก็อบลินนักฆ่า ก่อให้เกิดเมฆดำทะมึนขนาดเล็กเหนือหัวก็อบลินตนนั้นและมีสายฟ้าฟาดผ่าลงมาที่ร่างกายของมันทำให้มันเกิดอาการช็อตกระตุกอยู่ครู่หนึ่งก่อนที่จะล้มลงและจางหายไปแต่ยังไม่ทันที่ลูคัสจะสังเกตุก็มีสายฟ้าพุ่งตรงมาจากไม้เท้าของก็อบลินพ่อมดช็อตตัวลูคัสและชิ่งต่อไปยังอาเช่กับไมอาทำให้พวกเขาทั้งสามล้มลงและเกิดอาการชาไปทั่วร่างกาย
“Cure”
ไมอารีบบริกรรมคาถาแก้สถานะผิดปกติในทันที แต่ทว่าก็อบลินนักบวชอีกตนก็ได้บริกรรมคาถาคำสาปใส่ไมอาเช่นเดียวกัน
“Magic Seal”
เมื่อก็อบลินนักบวชบริกรรมคาถาผนึกการใช้เวทย์มนต์ใส่ไมอาก็ทำให้การบริกรรมคาถารักษาสถานะผิดปกติของไมอาล้มเหลวไป
“Throwing Potion : Remove Debuff Potion ”
เมื่ออาเช่เห็นสถานการณ์คับขันจึงหยิบขวดยาสีเขียวอ่อนที่มีฟองปุดๆอยู่ในนั้นเต็มไปหมดขว้างไปยังพวกเขาทั้งสองและเมื่อขวดยาได้กระทบกับร่างกายของพวกเขามันก็แตกออกและน้ำยาในนั้นก็หกกระจายเลอะเทอะเปรอะเปื้อนเต็มร่างกายของพวกเขาทั้งสองก่อนที่มันจะเริ่มซึมเข้าไปในิัและจางหายไปในที่สุด
“หายชาแล้ว ขอบคุณมากนะอาเช่”
ลูคัสพูดขอบคุณอาเช่ และในขณะเดียวกันก็อบลินพ่อมดอีกหกตัวก็เตรียมบริกรรมคาถาต่างๆโดยมีเป้าหมายเป็พวกเขาก่อนที่พวกมันจะบริกรรมคาถาเสร็จสิ้นก็มีขวานด้ามั์เหวี่ยงใส่พวกมันทั้งหกพร้อมๆกันทำให้พวกมันถูกซัดกระเด็นไปคนละทิศคนละทางก่อนที่มันค่อยๆล้มลงและจางหายไป เหลือทิ้งไว้แต่ม้วนคัมภีร์เวทย์มนต์
“แค่ก็อบลินไม่กี่ตัวยังหืดขึ้นคอขนาดนี้”
“อ่อนจังเลยนะตาลูคัส”
เอมม่าหัวเราะเยาะลูคัส ทำเขาหัวเสียขึ้นมาในทันทีและในขณะที่ทั้งสองกำลังพูดคุยกันอยู่นั่นเอง พื้นดินก็เริ่มสั่นะเืขึ้นทำให้พวกเขาแทบจะทรงตัวไม่อยู่เลยทีเดียวและทันใดนั้นก็ได้มีก็อบลินร่างั์ถือโล่เหล็กขนาดใหญ่ที่มือซ้ายส่วนมือขวาถือกระบองเหล็กที่มีหนามแหลมคม ลำตัวของมันสวมใส่ชุดเกราะเหล็กหนาเช่นเดียวกับอัศวินผู้องอาจและส่วนของหัวไหล่ของมันนั้นมีอานนั่งอยู่ ซึ่งบนอานก็ได้มีก็อบลินร่างเล็กสวมผ้าคลุมสุดหรูหราประดับประดาด้วยเพชรพลอยจำนวนมากส่วนหัวของมันมีมงกุฎทองคำเปล่งประกายระยิบระยับ มือซ้ายของมันถือลูกแก้วเวทย์มนต์สีฟ้าครามส่วนมือขวาถือคทาขนาดเล็กที่ทำขึ้นจากทองคำและทับทิมสีแดงชาด เมื่อก็อบลินตัวเล็กนั้นได้ชี้คทาไปทางเอมม่าก็อบลินตัวใหญ่ั์นั้นก็เริ่มเคลื่อนไหวและคว้ากระบองพุ่งเข้าทุบใส่เอมม่าในทันทีเมื่อเอมม่าเห็นเช่นนั้นจึงะโหลบด้วยความว่องไวและหันกลับไปมองจุดที่ก็อบลินั์นั้นโจมตีซึ่งได้ปรากฎให้เห็นถึงรอยทุบลึกลงไปในชั้นดินขนาดใหญ่
“Holy Blessing”
เมื่อผลจากการผนึกเวทย์มนต์ของนักบวชก็อบลินได้คลายลงแล้วไมอาจึงไม่รอช้ารีบบริกรรมคาถาสนับสนุนเอมม่า ลูคัส และอาเช่ ก่อนที่พวกเขาจะได้รับาเ็จากการโจมตีของก็อบลินั์ไปมากกว่านี้เมื่อไมอาบริกรรมคาถาเสร็จสิ้น ก็เกิดแสงสว่างวูบวาบเป็ประกายขึ้นรอบๆตัวของพวกเขาทั้งสามก่อนที่มันจะดับมอดลง และร่างกายของพวกเขาทั้งสามก็แข็งแกร่งขึ้นอย่างผิดปกติ
“นั่นมันตัวอะไรกันเนี่ย ไม่เห็นมีใครบอกเลยว่าจะมีบอสเกิดขึ้นถ้าเข้าโจมตีหมู่บ้านนี้”
ลูคัสพูดด้วยน้ำเสียงลนลาน
“ลูคัสล่อมันนะ ฉันจะหาจังหวะโจมตีจุดอ่อนของมันเอง”
“ส่วนไมอากับอาเช่คอยสนับสนุนพวกเราทั้งสองด้วย”
เอมม่ารีบสั่งการก่อนที่เธอจะเริ่มใช้ทักษะและทำให้ร่างกายของเธอค่อยๆจางหายไปในทันที
“Throwing Potion : Weaken Potion”
เมื่อเอมม่าสั่งการ อาเช่ไม่รอช้ารีบหยิบขวดยาสีเหลืองอ่อนปาไปยังก็อบลินร่างั์นั้นเมื่อมันตกกระทบก็แตกออกและน้ำยาในขวดนั้นก็อาบไปทั่วร่างของก็อบลิน ส่งกลิ่นเหม็นแอมโมเนียคละคลุ้งไปทั่วบริเวณและเมื่อมันซึมเข้าไปในร่างกายแล้ว ร่างกายของก็อบลินั์ก็ดูเหมือนจะอ่อนล้าลง พละกำลังและความเร็วของมันตกลงอย่างเห็นได้ชัด
“Fire Ball”
ลูคัสเห็นโอกาสจึงรีบบริกรรมคาถาก่อให้เกิดลูกไฟขนาดเท่าลูกบอลรอบๆตัวเขาสามลูกก่อนที่มันจะพุ่งตรงเข้าใส่ก็อบลินร่างั์นั้นและเมื่อมันพุ่งเข้าใส่แล้วแทนที่จะเผาไหม้ร่างกายก็อบลินนั้น แต่กลับกลายเป็เกิดะเิขึ้นอย่างรุนแรงเนื่องจากยาขวดสีเหลืองของอาเช่ที่เพิ่งปาไปใส่ตัวก็อบลินนั้นเป็สารที่ไวต่อไฟเป็อย่างมากทำให้ร่างกายของมันเกิดะเิและมีประกายไฟลุกไหม้เผาผลาญอยู่ตลอดเวลา
“Rain Cloud”
ก็อบลินร่างเล็กที่นั่งอยู่บนอานบนตัวก็อบลินร่างั์รีบยืนขึ้นพร้อมกับควงคทาหมุนไปมาและบริกรรมคาถาเรียกเมฆฝนขนาดใหญ่ ทำให้อากาศบริเวณรอบๆค่อยๆครึ้มขึ้น หมู่เมฆสีดำทะมึนจากทุกทั่วสารทิศลอยมารวมตัวกันอยู่ในบริเวณหมู่บ้านก่อนที่จะเกิดฝนตกลงมาห่าใหญ่และดับไฟจากเวทย์มนต์ของลูคัสพร้อมชะล้างสารพิษจากขวดยาสีเหลืองของอาเช่ออกไปจนหมดสิ้น
“Ice Breaker”
ก่อนที่าาก็อบลินนั้นจะเริ่มร่ายคาถาบทต่อไปก็พลันปรากฏร่างของเอมม่าขึ้นที่ด้านหลังของมัน เธอคว้าขวานด้ามโตที่มีประจุไอเย็นอยู่รอบๆด้ามขวานนั้นฟาดลงไปบนพื้นดินที่ว่างเปล่า และเมื่อมันกระแทกกับพื้นดินแล้วไอเย็นก็แผ่ซ่านไปทั่วบริเวณและเกิดคมหอกที่ถูกทำขึ้นมาจากน้ำแข็งพุ่งขึ้นมาจากบริเวณที่เธอฟาดลงไปอย่างนับไม่ถ้วนต่อเนื่องเป็แนวยาวตรงไปถึงก็อบลินั์ตัวนั้นและเมื่อมันไปถึงก็อบลินั์ตัวนั้นคมหอกน้ำแข็งก็ทิ่มแทงไปยังขาของพวกมันและแผลที่เกิดจากคมหอกนั้นก็เริ่มแข็งตัวละค่อยๆลามไปทั่วตัวของมันเพียงแค่ไม่กี่สิบวินาทีร่างกายของก็อบลินอัศวินตัวนั้นก็ถูกแช่แข็งไปทั้งตัวเหลือทิ้งไว้แต่เพียงาาก็อบลินที่สละอานบนตัวก็อบลินอัศวินนั้นก่อนที่น้ำแข็งจะลามมาถึงมันเมื่อมันะโลงมาบนพื้นมันรีบบริกรรมคาถาจู่โจมเอมม่าในทันที
“Prison Water”
เมื่อการบริกรรมคาถาเสร็จสิ้นจู่ๆน้ำบาดาลใต้ดินก็พวยพุ่งขึ้นมาห่อหุ้มร่างกายของเอมม่าทำให้เธอตกอยู่ในก้อนน้ำขนาดั์และค่อยๆขาดอากาศหายใจเนื่องจากการจมน้ำครั้งนั้นลูคัสเห็นดังนั้นจึงรีบบริกรรมคาถาเรียกลูกไฟไปยังเอมม่าเพื่อหวังจะทลายคุกน้ำแห่งนั้นแต่ไฟของลูคัสก็ไม่อาจทำอะไรคุกน้ำได้เลยแม้แต่รอยขีดข่วน
“Heal”
“Heal”
“Heal”
ไมอารีบบริกรรมคาถารักษาเอมม่าจากระยะไกลซ้ำไปซ้ำมาเพื่อหวังจะฟื้นฟูพลังชีวิตของเอมม่าที่ค่อยๆลดลงอย่างต่อเนื่องจากการจมน้ำ จนพลังเวทย์ของไมอาค่อยๆหมดลง
“Throwing Potion : Freezing Potion”
อาเช่ไม่รอช้ารีบหยิบขวดน้ำยาสีน้ำเงินเข้มที่มีไอเย็นแผ่ซ่านออกมาปาไปยังคุกน้ำที่ขังเอมม่าอยู่ ทำให้คุกน้ำที่ห่อหุ้มร่างกายเอมม่าค่อยๆแข็งตัวขึ้นและแช่แข็งเธอก่อนที่เอมม่าจะทลายมันออกเป็เสี่ยงๆจากด้านในนั้น ทำให้เอมม่าหลุดรอดจากพันธนาการของคุกน้ำได้สำเร็จ
“Magic Booster”
ลูคัสไม่รอช้ารีบบริกรรมคาถาเร่งพลังเวทย์ของตนจนถึงขีดสุดเพื่อหวังจะโจมตีปิดฉากาาก็อบลินในครั้งเดียว
“Lightning Bolt”
เมื่อลูคัสได้เร่งพลังเวทย์ของตนจนถึงขีดสุดแล้วก็จึงรีบบริกรรมคาถาต่อเนื่องก่อให้เกิดสายฟ้าฟาดอย่างรุนแรงมหาศาลฟาดผ่าลงมายังาาก็อบลิน
“Magic Reflection”
าาก็อบลินเห็นดังนั้นจึงยกคทาขึ้นมาเหนือหัวและบริกรรมคาถาอย่างรวดเร็ว ทำให้สายฟ้าที่พุ่งตรงมาผ่ายังตนถูกเบี่ยงทิศทางและสะท้อนกลับไปยังลูคัสส่งผลให้ร่างกายของลูคัสได้รับความเสียหายจากสายฟ้าที่ฟาดผ่าลงมานั้นอย่างเต็มๆจนเขาถึงกับสลบลงไปเอมม่าเห็นท่าจะไม่ดีจึงรีบพุ่งเข้าใส่าาก็อบลินก่อนที่มันจะเริ่มบริกรรมคาถาโจมตีอีกระลอกหนึ่งเธอคว้าขวานที่มีไอเย็นแผ่ซ่านไปรอบๆนั้นฟาดลงไปยังาาก็อบลิน แต่ทว่ามันก็หลบได้อย่างง่ายดายราวกับว่ามันรู้อยู่แล้วว่าเอมม่าจะโจมตีมาทางทิศไหน
“Double Attack”
เมื่อการฟาดขวานลงมาของเอมม่าพลาดเป้าหมายเธอจึงใช้ทักษะโจมตีระลอกสองอย่างฉับพลันส่งผลให้ด้ามขวานได้พลิกตัวและเบี่ยงทิศทางไปยังาาก็อบลินนั้นอีกครั้ง
“Blink”
เมื่อาาก็อบลินเห็นท่าจะไม่ดีจึงรีบเคลื่อนย้ายอย่างฉับพลันเพื่อหลบการโจมตีของเอมม่า
“Acid Bomb”
อาเช่ไม่รอช้ารีบคว้าขวดน้ำยาสีขาวใสบริสุทธิ์ที่ไร้ซึ่งกลิ่นใดๆขว้างไปยังาาก็อบลินและเมื่อมันตกกระทบกับพื้นที่บริเวณนั้น มันก็พลันะเิออกสร้างความเสียหายอย่างรุนแรง
“Magic Barrier”
แต่ทว่าาาก็อบลินได้รู้ทันจึงบริกรรมคาถาป้องกันไว้ก่อนทำให้แรงะเิส่งผลแค่เพียงสร้างลมกรรโชกและไอร้อนไปสู่าาก็อบลินได้เพียงเท่านั้น
“เป็แค่ก็อบลินแท้ๆจะโหดเกินไปแล้วนะ”
เอมม่าสบถอย่างหัวเสียก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าใส่ก็อบลินอีกระลอกแต่ครั้งนี้เธอไม่ได้หวังจะโจมตีก็อบลิน แต่เพียงจะฉกฉวยคทาของมันมาเพื่อหวังว่ามันจะบริกรรมคาถาไม่ได้อีกต่อไป
“Steal”
เมื่อเอมม่าเข้าใกล้าาก็อบลินสำเร็จ เธอก็สั่งใช้งานทักษะขโมยไอเทมในทันทีแต่ทว่าาาก็อบลินไหวตัวทันรีบเคลื่อนย้ายฉับพลันไปอยู่ด้านหลังเอมม่า
“Water Ball”
และมันได้บริกรรมคาถาเรียกลูกบอลน้ำขนาดใหญ่พุ่งเข้าใส่ที่กลางหลังเอมม่าอย่างจังทำให้ร่างกายอันบอบบางของเธอที่ลอยอยู่กลางอากาศกระแทกลงกับพื้นดินอย่างรุนแรงและทำให้เธอติดสถานะอัมพาตไม่อาจขยับเขยื้อนใดๆได้ เช่นเดียวกันกับที่ลูคัสติดสถานะหลับใหลอยู่ในขณะนี้
“ไมอา อาเช่ ช่วยรักษาสถานะผิดปกติของพวกเราที”
เอมม่าะโร้องเรียกเพื่อนๆในทีมอย่างสุดเสียง
“ไม่ไหวครับ พลังเวทย์ของผมหมดเกลี้ยงเลย”
“ยารักษาสถานะผิดปกติของฉันก็หมดเหมือนกันค่ะคุณเอมม่า”
ทั้งสองตอบกลับมาทำให้เอมม่าเริ่มหวาดวิตกกับสถานการณ์ตรงหน้าเพราะหากเธอโดนมอนส์เตอร์ฆ่าตาย ถึงแม้ว่าเธอจะสามารถกลับไปเกิดใหม่ที่เมืองได้ก็ตามแต่ทว่าไอเทมทั้งหมดของเธอก็จะตกหายไปจากการถูกสังหารในครั้งนี้ตามระบบของเกมด้วยเช่นกันและในทันใดนั้นาาก็อบลินก็เตรียมบริกรรมคาถาอีกระลอกหนึ่งเพื่อหวังโจมตีปิดฉากไมอาและอาเช่
“Dragon Water Strike”
เมื่อาาก็อบลินบริกรรมคาถาเสร็จสิ้นแล้ว เหล่ามวลน้ำทั้งหลายที่อยู่ในระแวกนั้นก็พลันมารวมตัวกันเป็รูปร่างประดุจัตามความเชื่อของชาวเอเชียและัตัวนั้นก็เตรียมที่จะพุ่งเข้าใส่ไมอาและอาเช่
“Wink”
เอมม่าเห็นท่าไม่ดีจึงใช้ทักษะที่เพิ่งได้รับมาจากการแจ้งปัญหาในครั้งนั้นเพื่อหวังจะทำให้าาก็อบลินติดสถานะลุ่มหลงในตัวเธอและไม่อาจจะโจมตีใส่เธอและพรรคพวกของเธอได้แต่ทว่าการกระทำนั้นกลับไร้ผล เนื่องจากทักษะยั่วยวนไม่อาจจะส่งผลกับมอนส์เตอร์ระดับบอสได้และัน้ำที่ถูกสร้างขึ้นมาก็ตั้งเป้าพุ่งโจมตีไมอาและอาเช่ในทันที
“Full Counter”
เมื่อัน้ำพุ่งเข้าใกล้ไมอาและอาเช่จู่ๆก็พลันมีหญิงสาวผิวสีม่วงผมทรงพิกซี่ สีผมแดงเข้ม ั์ตาสีแดงเข้มรูปร่างทรวดทรงหุ่นดีระดับนางแบบ มีหน้าอกหน้าใจที่ใหญ่โตผิดปกติเธอสวมเสื้อเอวลอยสีดำที่มีรอยขาดวิ้น และกางเกงยีนส์ขาเดฟสีดำ พร้อมกับรองเท้าผ้าใบสีขาวสลับแดงด้านหลังของเธอมีปีกงอกขึ้นมาซึ่งมีลักษณะเหมือนดั่งปีกของซัคคิวบัส ส่วนหัวของเธอนั้นมีเขาสีขาวนวลสองข้างฟันของเธอเล็กแหลมราวกับฟันของปลาฉลาม บริเวณบั้นท้ายนั้นมีหางเล็กเรียวยาวไร้ซึ่งขนงอกออกมาตรงบริเวณบั้นท้ายของเธอส่วนปลายของหางนั้นมีลักษณะเหมือนลูกศรอันแหลมคม เธอได้พุ่งตัวลงมาจาก้าของท้องฟ้าในขณะที่ัน้ำกำลังพุ่งเข้าใส่ไมอาและอาเช่ เธอรีบะโเข้ามาขวางและตั้งท่าเตรียมโจมตีัน้ำนั้นเมื่อัน้ำพุ่งเข้าใส่ตัวเธอปรากฎว่าจู่ๆมันก็พลันเบี่ยงตัวหลบและพุ่งกลับไปยังาาก็อบลินทำให้าาก็อบลินถูกการโจมตีของตนเองจนกระเด็นไปกระแทกต้นไม้
“Dash”
หญิงสาวผิวสีม่วงไม่รอช้ารีบใช้ทักษะของตนทำให้ร่างกายของเธอพุ่งไปประชันอยู่ตรงหน้าาาก็อบลินด้วยความเร็วที่ไม่อาจมองเห็นด้วยตาเปล่าได้
“Spiral Kick”
เมื่อหญิงสาวผิวสีม่วงพุ่งไปประชันหน้าาาก็อบลินแล้วเธอก็หมุนตัวและเตะกลับหลังใส่าาก็อบลินอย่างรุนแรงจนมันกระเด็นไปอีกระลอกหนึ่งและเธอไม่รอช้าจึงรีบพุ่งไปซ้ำอีกทีและโจมตีอย่างต่อเนื่องจนมันต้องรีบร่ายคาถาเคลื่อนย้ายฉับพลันเพื่อหลบหนีจากการโจมตีของเธอ แต่เมื่อมันใช้คาถาเคลื่อนย้ายฉับพลันเสร็จสิ้นเธอก็พุ่งไปประชันหน้ามันในทันที ซึ่งการพุ่งเข้าใส่ของเธอนั้นมีความเร็วมากกว่าการเคลื่อนย้ายของคาถาเคลื่อนย้ายฉับพลันเสียอีก
“Chain Lightning”
ก็อบลินเห็นท่าจะไม่ดี จึงหันไปโจมตีพวกไมอาและอาเช่แทนเพื่อหวังจะให้หญิงสาวผมม่วงเข้าไปปกป้องพวกเขา และตัวมันจะได้หาจังหวะหนีไปได้เมื่อมันบริกรรมคาถาเสร็จสิ้น สายฟ้าก็พลันพุ่งออกจากคทามันไปยังไมอาและอาเช่ในทันที
“Golden Bell Wall”
หญิงสาวผมม่วงรู้ทันถึงการกระทำของาาก็อบลินเธอรีบใช้คาถาของตนเองเรียกระฆังขนาดใหญ่ั์ราวกับตึกเข้ามาครอบระหว่างตัวเธอและาาก็อบลินและสายฟ้าฟาดนั้นก็ชนเข้าใส่ระฆังที่เธอเรียกมา แต่ระฆังนั้นกลับไม่มีแม้กระทั่งรอยขีดข่วนใดๆเมื่อาาก็อบลินเห็นว่าตนไม่อาจจะหนีจากการต่อสู้แบบตัวต่อตัวกับหญิงสาวผิวม่วงนั้นได้เนื่องจากระฆังขนาดั์ที่เธอเรียกมาได้ครอบตัวเธอและาาก็อบลินอยู่ราวกับเป็สังเวียนให้ต่อสู้กันแบบตัวต่อตัวเลยทีเดียวและผ่านไปเพียงชั่วอึดใจ ระฆังขนาดั์ที่ถูกเรียกออกมาก็ค่อยๆจางหายไปพร้อมกับหญิงสาวผิวสีม่วงที่เดินออกมาโดยไร้รอยขีดข่วนจากการโจมตีใดๆทำให้พวกเขาทั้งสามจ้องมองไปยังร่างกายของาาก็อบลินที่ถูกเธอสังหารและกำลังจะค่อยๆจางหายไปเหลือทิ้งไว้แต่เพียงมงกุฎทองคำของมัน
“เธอเป็ใครกันแน่เนี่ย”
เอมม่าพูดขึ้นหลังจากที่ไมอาได้รักษาเธอและลูคัสเรียบร้อยแล้ว
“อะ-อบิเกล”
“มาได้ยังไงครับเนี่ย”
เมื่อไมอาเห็นหญิงสาวผู้นั้นค่อยๆเดินมาหาตนเขาจึงพูดด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก และมีเหงื่อท่วมตัวด้วยความตื่นกลัว
“คนรู้จักของนายหรอไมอา”
ลูคัสถามไมอาด้วยความสงสัย พร้อมสังเกตท่าทีแปลกๆของเขา
“ยินดีที่รู้จักนะคะ ฉันชื่ออาเช่ค่ะ”
อาเช่ยิ้มให้กับหญิงสาวผมม่วงและยื่นมือเข้าไปแสดงความรู้จักกับเธอแต่ทว่าเธอกับปัดมือของอาเช่ออก และหันไปพูดกับไมอา
“ไปไหนมา!”
“ฉันตามหานายตั้งทั่ว ส่งข้อความไปเป็สิบๆก็ไม่ยอมตอบ”
หญิงสาวผิวสีม่วงะโดังลั่นใส่หน้าไมอาด้วยความโมโห
“ขะ-ขอโทษครับ พอดีมีเหตุการณ์ต่อสู้ติดต่อกันเลยไม่มีเวลาเช็คกล่องข้อความน่ะ”
ไมอาตอบด้วยน้ำเสียงเลิ่กลั่กและมีท่าทีที่ตื่นกลัว
“แล้วพวกนี้ใครกัน ทีมใหม่ของนายงั้นหรอ?”
“หึ กระจอกสิ้นดี”
หญิงสาวมองไปทางเอมม่า ลูคัส และอาเช่ ด้วยสายตาที่เหยียดหยาม
“อะไรกันหะ! ยังไม่ทันรู้จักกันก็ดันมาดูถูกกันซะแล้วยัยนี่”
เอมม่าสวนขึ้นด้วยความโมโห
“ทำไม หรือจะเอายัยเตี้ย”
“แค่ก็อบลินง่อยๆยังทำไรไม่ได้เลย คิดว่าจะสู้ฉันได้หรอ?”
หญิงสาวผิวม่วงพูดจาถากถางเอมม่า
“หน๋อย อีนังบ้า”
เอมม่ากำหมัดแน่นด้วยความโมโห ทำให้ลูคัสต้องวิ่งมาล็อกตัวเอมม่าไว้ก่อนที่เธอจะพุ่งเข้าใส่หญิงสาวผู้นั้น
“ต้องขอโทษแทนเพื่อนผมด้วยนะครับ คุณเอมม่า”
ไมอารีบขอโทษแทนหญิงสาวผิวม่วงผู้นั้นในทันทีเนื่องจากเขากลัวว่าทั้งคู่จะต่อสู้กัน และเอมม่าน่าจะเป็ฝ่ายพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
“นี่มันเบ๊ฉัน ต้องอยู่ทีมฉัน พวกแกไม่มีสิทธิ์”
หญิงสาวผมม่วงบอกกล่าวกับพวกเขาทั้งสามก่อนที่เธอจะกระชากคอเสื้อของไมอาและลากออกไปจากบริเวณนั้น สร้างความงุนงงให้แก่ทั้งสามคนเป็อย่างมาก
“คุณเอมม่า ช่วยผมด้วยยย”
ไมอาะโร้องอย่างสุดเสียง และส่งอีโมจิน้ำตาไหลพรากออกมาในขณะที่ตนกำลังโดนหญิงสาวผิวสีม่วงลากหายไปจนลับสายตา
“ยัยนั่นเพื่อนของไมอางั้นหรอเห็นแล้วหมั่นไส้ชะมัดเลย”
“น่าตบเนอะว่ามั้ย”
เอมม่าพูดขึ้นด้วยความโมโหที่ตนเองถูกแย่งไมอาไป
“ใจเย็นๆนะคะคุณเอมม่า ดูจากความแข็งแกร่งของเธอแล้วเราไม่ควรเป็ศัตรูกับเธอนะคะ”
อาเช่พูดขึ้นพร้อมกับมองเศษซากมงกุฎทองคำของาาก็อบลินที่ถูกหญิงสาวผิวสีม่วงสังหารอย่างง่ายดาย
“นั่นสิ อาเช่พูดถูก พี่ต้องใจเย็นๆก่อน เดี๋ยวค่อยหาโอกาสร่วมทีมกับไมอาทีหลังก็ได้”
“ครั้งนี้ปล่อยเขาไปกับเพื่อนเก่าเขาเถอะ”
ลูคัสพูดปลอบเอมม่า ที่กำลังโมโหอย่างสุดขีด
“เออๆ ฉันเข้าใจแล้ว แค่เสียดายเฉยๆน่ะ อุส่ามีนักบวชประจำทีมแล้วเชียวทีนี้จะหาใครมาสนับสนุนทีมได้ล่ะ”
เอมม่าถอนหายใจเฮือกใหญ่พร้อมกับทำสีหน้าเสียดายที่ไม่มีไมอาอยู่ในทีม
“ลืมดิฉันแล้วหรอคะ ดิฉันก็สนับสนุนทีมได้ดีเหมือนกันน้า~”
อาเช่รีบพูดอวดอ้างตนเองในขณะที่กำลังเดินเก็บไอเทมที่ได้จากเหล่าก็อบลินด้วยความร่าเริง
“มันไม่เหมือนกันนี่นา เธอสนับสนุนพวกเราโดยการปั่นป่วนศัตรูแต่ไมอาคือตัวรักษาประจำทีมเลยย่ะ!”
เอมม่าพูดแทรกขึ้น
“เอาๆน่าๆ ฉันก็มียารักษาเจ๋งๆเหมือนกันนะคะถึงแม้ว่าจะต้องใช้เวลาในการปรุงมันขึ้นมาสักหน่อยก็ตาม”
อาเช่พูดสวนพร้อมกับมองไอเทมต่างๆที่ได้มาและกำลังคำนวนรายได้จากการผจญภัยในครั้งนี้ด้วยแววตาที่ลุกวาว
“ตอนนี้คุณไมอาก็ไม่อยู่ด้วยแล้วของที่ได้เราควรหารสามหรือหารสี่ดีคะ”
อาเช่ถามเื่เงินขึ้นมาอย่างฉับพลันประหนึ่งเป็คนที่โลภมาก
“ควรเก็บไว้ให้ไมอานะอย่างน้อยเขาก็ร่วมสู้กับเรามาตั้งเยอะ”
ลูคัสตอบด้วยเหตุผล
“ใช่ๆ ฉันเห็นด้วย”
เอมม่าเสริมขึ้นทันที
“งั้นพวกเราเอาไอเทมทั้งหมดไปขายแล้วหารกันสี่คนนะคะแต่ต้องหลังจากหักต้นทุนของน้ำยาทั้งหมดที่ใช้ไปและค่าแรงในการปรุงยาของฉันนิดหน่อยด้วยนะคะ~”
อาเช่พูดอย่างร่าเริงพร้อมกับทำท่าทางคำนวณค่าแรงที่ควรจะได้ของตน
“หน้าเงินจริงๆเล้ยแม่คุณ”
เอมม่าสบถอย่างเหนื่อยใจพร้อมกับส่ายหัวในนิสัยของอาเช่ก่อนที่พวกเขาทั้งสามจะมุ่งหน้าต่อไปยังเมืองของเหล่าชาวเอลฟ์ นามว่า เมืองคานาเบล