ตอนที่ 18 พี่ชาย... 2
รถเก๋งสองคันค่อยๆลดความเร็วจนหยุดนิ่งอยู่ข้างทางห่างจากจุดเกิดอุบัติเหตุมาเล็กน้อยตามคำขอของน้ำฟ้าชายสี่คนลงจากรถคันหลังออกมายืนเรียงแถวหน้ากระดาน
น้ำฟ้าก้าวลงจากรถทันทีที่ประตูเปิดออกเขาเดินผ่านชายสี่คนเดินมาที่จุดเกิดเหตุยืนอยู่ตรงราวเหล็กที่ขาดออกจากกันมันเป็จุดเดียวกับที่รินอารียืนอยู่ก่อนหน้า
“พี่เนตรครับผมขอโทษผมไม่รู้ว่าเขาจะเป็น้องสาวของผู้ชายคนนั้น ทำไมครับพี่เนตรทำไมน้ำถึงนึกอะไรไม่ออกเลยสักอย่างเหมือนมันไม่ได้เกิดขึ้น เหมือนไม่มีความทรงจำอะไรเลยไม่มีแม้แต่ความคุ้นเคยสักนิด” น้ำฟ้านิ่งเงียบครู่หนึ่ง“หรือพี่อยากให้น้ำลืมทุกอย่างใช่ไหมครับพี่เนตรอยากให้น้ำลืมเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดใช่ไหมครับ”
น้ำฟ้ายืนอยู่ที่เดิมจนกระทั่งมีสายลมวูบหนึ่งพัดผ่านเข้ามาปะทะกับใบหน้า
“คงจะมีเพียงแค่สายลมนี่เท่านั้นใช่ไหมครับที่พอจะทำให้ผมรู้สึกคุ้นเคยบ้าง...ว่าแต่สายลมที่คุ้นเคยแบบนี้มันคืออะไรกันละครับหรือมันคือข้อความจากพี่ที่้าส่งถึงผมใช่ไหมครับ”
“กลับบ้านกันเถอะนะลูก”คุณธิติวัสส์จับไหล่ซ้ายของบุตรชาย “ลูกต้องเข้มแข็งนะ จะอ่อนแอไม่ได้เด็ดขาดพี่เนตรเขาคงไม่อยากเห็นน้องชายของตัวเองอ่อนแอแบบนี้เชื่อพ่อสิ”
“ครับพ่อ...แต่ผมจะทำมันได้หรือเปล่า น้ำจะทำได้หรือเปล่าครับพ่อ”
“...”คุณธิติวัสส์นิ่งเงียบเป็คุณธาวัลย์ที่เดินเข้าไปหาบุตรชายและพูด
“ได้สิ...เชื่อแม่สิลูกต้องทำได้”คุณธาวัลย์เข้ามากอดบุตรชาย...
เรือนแก้วของรินอารีที่ไร่ส้มธิตากร
รินอารีนั่งมองดูภาพถ่ายบนเตียงนอนที่คุ้นเคยของหล่อนมีคุณนันทิศกับคุณนวลหงส์นั่งอยู่ข้างๆ
“พี่วาคงจะเ็ปมากใช่ไหมคะ”รินอารีพูดปนสะอื้นขณะที่มองดูภาพถ่ายของรินวารี
“คนเราไม่ว่าใครที่ถูกคนรักหลอกลวงก็คงจะเสียใจทั้งนั้น”คุณนันทิศถอนหายใจพร้อมกับลูบศีรษะรินอารีอย่างทะนุถนอม
“ไม่เป็ไรนะริน”คุณนวลหงส์นั่งอยู่ข้าง ๆ ให้กำลังใจ
“ทำไมรินถึงทำอะไรไม่ได้เลยละคะทำไมรินถึงช่วยพี่วาไม่ได้เลยอย่างน้อยรินก็น่าจะปลอบใจให้พี่วารู้สึกดีขึ้นได้นี่คะ”
“อย่าน้อยใจไปเลยนะรินป้าลุงกับแม่ก็ไม่ต่างไปจากหนูหรอก เราทุกคนต่างก็เสียใจที่ช่วยอะไรตาวาไม่ได้”
“ทำไมพวกเขาถึงใจร้ายกับพี่วาอย่างนี้ละคะพี่วาไปทำอะไรให้พวกเขาไม่พอใจอย่างนั้นเหรอคะป้าลุง” รินอารีร้องไห้ฟูมฟาย
“คนบางจำพวกนะรินเขาทนเห็นคนอื่นได้ดีกว่าตัวเองไม่ได้หรอก”คุณนันทิศพูดด้วยน้ำเสียงของคนกำลังเคียดแค้น
“แค่นั้นเหรอคะแค่เห็นคนอื่นเขากำลังจะมีความสุขอย่างนั้นเหรอคะ แค่นั้นเองเหรอ” รินอารีพูดพร้อมกับยกแขนปาดน้ำตาที่พรั่งพรู“ทำไมพวกเขาต้องเอาความรู้สึกของคนอื่นมาล้อเล่นกันอย่างนี้ด้วยละคะ”
“...” คุณนวลหงส์นิ่งเงียบ
“แค่ตาวาป้าลุงคงไม่ติดใจอะไรมากหรอกนึกเสียว่าเป็กรรมเก่าแต่นี่ถึงคราวของรินพวกเขายังไม่ยอมเลิกราอีก ขนาดรู้ว่ารินหมั้นแล้วยังจะ... หึนี่คงอยากจะทำให้รินต้องเสื่อมเสียชื่อเสียงจนกลายเป็ที่รังเกียจละสิ” คุณนันทิศชักเสียงแข็ง
“...”
รินอารีนิ่งเงียบแต่ในความเงียบของหล่อนใบหน้าที่แฝงไปด้วยแววตาแห่งความเ็ปของน้ำฟ้าชัดเจนขึ้นมาแววตาคู่นั้นสื่อถึงความเ็ปมากกว่าจะเป็การแสร้งทำรินอารีรู้สึกสับสนที่่เวลาเพียงไม่นานหล่อนกับเขาถึงได้สนิทสนมและใกล้ชิดกันอย่างรวดเร็วพร้อมกับมีความรู้สึกดีๆ มากมายเกิดขึ้น ระหว่างหล่อนกับเขามันคืออะไรกันแน่หรือนี่อาจจะเป็สิ่งที่เขาเรียกกันว่าหลุมพรางหลอกล่อให้เหยื่อตายใจแต่พอรู้ตัวอีกทีก็สายเกินไป
...หลุมพราง...นี่คงเป็หลุมพรางที่พี่วาเคยหลวมตัวจนต้องเ็ป ถ้ามันเป็แบบนั้น “นายคิดจะทำลายฉันใช่ไหมน้ำฟ้า ฉันเกลียดนายฉันเกลียดพวกนายที่สุด” เมื่อคิดเช่นนั้นรินอารีกัดฟันแน่น
“นี่ถ้านาราภัทรรู้เข้าคงจะหมดความอดทนกับคนพวกนั้น” คุณนวลหงส์แทรกขึ้น “ริน”
“ค่ะ แม่”
“อย่าเอาเื่นี้ไปบอกพี่ภัทรเขานะลูกแม่กลัวว่าพี่เขาจะไปเอาเื่กับพวกไร่องุ่นพวกนั้น เราต่างคนต่างอยู่กันน่ะดีแล้วแม่ว่าพวกเขาคงรู้ตัวแล้วล่ะว่าแผนชั่ว ๆ ของพวกเขาใช้กับรินไม่ได้แล้วนี่ดีนะที่แม่กับป้าลุงของลูกรู้ก่อน”
“แม่คะรินขอโทษค่ะ”
“มันไม่ใช่ความผิดของลูกหรอกก็อย่างที่ป้าลุงเขาบอก เพราะลูกสูญเสียความทรงจำไปพวกเขาถึงได้เข้าถึงตัวลูกได้ถ้ารินจำได้แม่เชื่อว่ารินคงจะไม่ไปญาติดีกับพวกเขาหรอก”
“ริน...”คุณนันทิศเรียกหลานสาวด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึม “เข้มแข็งไว้นะรินถ้าพวกเขารู้ว่ารินอ่อนแอพวกนั้นคงจะได้ใจและอีกอย่างพี่วาของรินจะเสียใจนะถ้ารู้ว่าน้องสาวที่เขารักมากกำลังจะถูกหลอกเหมือนตัวเอง”
“ค่ะ...รินต้องเข้มแข็ง” รินอารีพยายามบังคับน้ำเสียงให้แจ่มใสขึ้น
“อ้อแม่เกือบลืมบอกไป พรุ่งนี้พี่ภัทรเขาจะมาหานะ”
“ค่ะ”
“ป้าลุงว่านี่ก็ใกล้ค่ำแล้วเราขึ้นบ้านกันเถอะป่านนี้บุญเรือมกับนกแกคงเตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว”
“ป้าลุงคะแม่คะ คืนนี้รินขอนอนที่เรือนแก้วของรินได้ไหมคะ”
“...”คุณนวลหงส์ไม่พูดอะไรเพียงแต่หันไปทางพี่ชาย
“ได้สิเดี๋ยวป้าลุงจะให้บุญเรือมกับนกแกมาอยู่เป็เพื่อนนะ”
“ค่ะ”
หลังจากที่คุณนวลหงส์กับคุณนันทิศเดินออกจากเรือนแก้วไปที่บ้านเรือนไทยซึ่งมีเส้นทางสายเล็กๆ วางหินก้อนกลมทาสีขาว
รินอารีลุกจากเตียงนอนมานั่งที่โต๊ะอ่านหนังสือหล่อนสำรวจภายในเรือนแก้วของตนอย่างละเอียดเริ่มจากชั้นวางหนังสือขนาดใหญ่กลางห้องสองตัววางหนังสือที่สะสมไว้หลายเล่มแต่ละเล่มล้วนแล้วแต่เป็หนังสือที่หล่อนเคยอ่านมันจบหมดทุกเล่ม
“นี่ จะซื้อไปไว้ทำไมละครับอ่านหมดทุกเล่มแล้ว ต้องลำบากพี่นี่เห็นไหม”
“อย่าบ่นค่ะ นี่น้องสาวให้ถือให้แค่นี้ก็บ่น”
ภาพของรินวารีปรากฏขึ้นในความนึกคิดของรินอารีเมื่อมองเห็นหนังสือหลายเล่มบนชั้นวางและเมื่อรินอารีมองออกไปด้านนอกผนังกระจกบานใสก็เห็นเก้าอี้ไม้ขนาดยาวมีพนักพิงอยู่ที่ระเบียงมีเปลเก้าอี้ไม้ขนาดใกล้เคียงกันอยู่ข้าง ๆ ใต้ร่มกระดังงาที่เลื้อยเป็ร่มเงา
“เอาเก้าอี้ที่นอนได้ นั่งอ่านหนังสือได้ไว้ที่ระเบียงด้วยนะคะ” ยิ้ม “อ้อ แล้วเอาเปลเก้าอี้ที่เป็ไม้ด้วยแล้วก็เอาร่มไม้เย็น ๆ อยู่้าด้วยนะคะ”รินอารียืนยิ้มเอามือเท้าสะเอวชี้สั่งพี่ชายอยู่ตรงระเบียงที่เพิ่งสร้างเสร็จ
“นี่ ๆ ไม่เห็นมีในตอนที่เราออกแบบเลยนะริน” พี่ชายแย้งน้องสาว
“ก็แต่งเติมนิดหน่อยไงคะ อย่าบอกนะคะว่าทำไม่ได้เสียชื่อวิศวกรอย่างเ้าชายรินวารีหมด”
“สรุปแล้วที่สั่งเพิ่มเติมนี่ พี่ต้องออกไปหาซื้อมาให้ใช่ไหม”
“เ้าค่ะ พี่ชาย”
“...” รินวารียิ้มพร้อมกับยกมือขึ้นเกาศีรษะ “เฮ้อ...ตายแน่เ้าวาเอ๊ยไม่น่าไปตกปากรับคำว่าเรียนจบแล้วจะสร้างเรือนกงเรือนแก้วให้เลยทั้งที่ตัวเองจบแท้ ๆ ต้องได้ของขวัญสิไม่ใช่ต้องให้ของขวัญคนอื่น”
“บ่นอีกแล้วนะคะ”
“นี่ถ้าเรือนแก้วหลังนี้เสร็จแล้ว รินต้องสัญญาด้วยนะว่าจะรักษามันเอาไว้ให้ดีอ้อและที่สำคัญต้องรีบเรียนให้จบแล้วกลับมาอยู่บ้านห้ามหนีไปอยู่กับแฟนหนุ่มที่เกาหลีเป็อันขาด”
“เ้าค่ะ พี่ชาย”
“อ้อ... แล้วที่สนามบินวันนั้น”ทำท่าเหล่มองน้องสาวแบบจับพิรุธ “พี่เห็นนะว่าจับมือกับผู้ชาย”พูดเสียงกึ่งกระซิบ
“พี่วา” รินอารีทำตาโตใส่พี่ชาย
“อะไรครับ” ทำหน้าตาเฉย “ป้าลุงครับ”รินวารีะโเสียงดัง
“พี่วา” รินอารีะโเข้าไปหยิกแขนพี่ชาย
“โอ๊ย...”
“เป็ไงละ”
“เล่นอะไรกันอีกสองคนนี้”คุณนันทิศยกแก้วน้ำส้มมาสามแก้ว
“ป้าลุงครับ หลานสาวของป้าลุงบอกว่าจะพาแฟนหนุ่มเกาหลีมาแนะนำให้รู้จัก”
“หือ... ว่าไงนะ”คุณนันทิศหันไปมองทางรินอารี
“บ้า พี่วาหน่ะมั่ว” ทำตาโตใส่พี่ชาย
“ต้องเรียนให้จบมาช่วยดูแลไร่ส้มก่อนแล้วค่อยคิดเื่แฟน”
“แล้วถ้าเรียนไม่จบแล้วอุ้มท้องกลับมาละครับ” พี่ชายพูดอมยิ้มให้รินอารี
“ก็ไม่ยาก” คุณนันทิศพูดยิ้ม ๆ “หลังจากคลอดแล้วก็เตรียมตัวสวมหมวกปีกกว้างๆ สวมเสื้อแขนยาว ถุงมือ รองเท้ายาง แล้วแบกเข่งใหญ่ ๆ เก็บส้มกับคนงานในไร่ส้มไง”
“ป้าลุง” รินอารีหัวเราะ
“ฮ่า ๆ ฮ่า” รินวารีหัวเราะเสียงดัง
“หยุดเลยนะเ้าพี่ชายบ้า ห้ามหัวเราะเลยนะ”
“เอาละ แกล้งกันอยู่ได้สองคนนี้ เอานี่น้ำส้มคนละแก้ว”
“ขอบคุณค่ะป้าลุงคนสวย”
“ไอ้ขี้อ้อน”
“พี่วา เดี๋ยวโดนหยิกอีกหรอก”
รินอารีพยายามนึกภาพต่างๆ ที่เกี่ยวกับพี่ชาย หล่อนเริ่มมีความทรงจำเกี่ยวกับพี่ชายมากขึ้นแต่เมื่อเริ่มจะอ่อนล้าก็หยุดคิดและหยิบอัลบั้มภาพถ่ายเปิดดูภาพของรินวารีอีกครั้ง
“รินคิดถึงพี่วานะคะรินมาอยู่ที่นี่แล้วมาอยู่ที่ไร่ของเรา มาอยู่ที่เรือนแก้วที่พี่วาสร้างให้แล้วนะ”รินอารีพยายามสกัดกั้นอารมณ์นิดหนึ่ง “รินโชคดีที่สุดในโลกเลยที่มีพี่ชายอย่างพี่วารักพี่ชายเสมอนะคะ”...