“รายงานจากผู้สื่อข่าวภาคสนามครับ เมื่อเร็วๆ นี้ในเมืองหลินอันมีสัตว์อสูรประสบความสำเร็จในการทะลวงเข้าสู่ระดับาาอสูรทำให้ความแข็งแกร่งเพิ่มพูนขึ้นมหาศาลซึ่งอาจส่งผลกระทบและสร้างความเสียหายต่อระบบป้องกันเมืองหลินอันได้”
“นอกจากนี้ขอแจ้งเตือนไปยังผู้ปลุกพลังทุกท่านในเมืองหลินอันที่จะออกไปล่าสัตว์อสูรเนื่องจากสัตว์อสูรระดับาาอสูรนั้นมีความสามารถในการจำแลงกายเป็มนุษย์ได้แล้วโปรดระมัดระวังคนแปลกหน้ายามออกไปล่าในเขตทุ่งร้าง...”
เสียงจากโทรทัศน์ทำเอาไป๋ฉางเซิงที่กำลังเพลิดเพลินกับการกลืนเนื้อกุ้งถึงกับชะงักงันเขาค่อยๆ หันมองจอโทรทัศน์เพื่อให้แน่ใจว่าหูไม่ได้ฝาดไป
ระดับาาอสูร...จำแลงกายได้งั้นเหรอ?
ไป๋ฉางเซิงไม่รู้จะสรรหาคำไหนมาบรรยายความรู้สึกในตอนนี้ได้เลย
ขณะที่เจียงจืออวี๋ซึ่งจ้องมองโทรทัศน์อยู่เช่นกันก็เริ่มพึมพำกับตัวเองเบาๆ
“ตามเกณฑ์การแบ่งระดับของสัตว์อสูรเริ่มั้แ่สัตว์อสูรไร้ระดับไปจนถึงเทพอสูร ทั้งหมดแบ่งเป็เก้าระดับ”
“ไร้ระดับ ทหารอสูรระดับหนึ่ง(ต้น) ถึง สาม(สูง) แม่ทัพอสูร จ้าวอสูร าาอสูร จักรพรรดิอสูรและเทพอสูร”
“ซึ่งจะเทียบเท่ากับลำดับของผู้ฝึกยุทธ์ ั้แ่ผู้ฝึกยุทธ์ฝึกหัด ผู้ฝึกยุทธ์ระดับหนึ่ง(ต้น) ถึง สาม(สูง) แม่ทัพยุทธ์ โหวแห่งยุทธ์ ราชันยุทธ์ จักรพรรดิยุทธ์และสุดท้ายคือจักรพรรดิ”
“การจะทะลวงขึ้นเป็าาอสูรได้เ้าเดรัจฉานนั่นคงมีค่าพลังเืเกินล้านไปแล้วแน่ๆ!”
ไป๋ฉางเซิงจดจำคำพูดของเจียงจืออวี๋ไว้ทุกรายละเอียดพลางชำเลืองมองค่าพลังเื 0.21 ของตัวเองแล้วก็ได้แต่เงียบงัน
ด้วยความเร็วในการเพิ่มพลังเืตอนนี้ต่อให้มีระบบเสริมพลังแล้ว วันหนึ่งเขาก็เพิ่มได้แค่ราวๆ0.3 แต้ม แต่การจะจำแลงกายได้ต้องใช้พลังเืถึงหนึ่งล้านแต้ม!
ถ้ากินแบบไม่ขาดตกบกพร่องเลยครบหนึ่งร้อยวันพลังเืเพิ่งจะเพิ่มมาแค่ 30 แต้ม...หากจะให้ถึงหนึ่งล้าน เขาไม่ต้องรอไปเป็หมื่นปีเลยเรอะ?
แต่ยังดีที่การมีระบบหนุนหลังทำให้ระยะเวลาหมื่นปีนั้นดูไม่สิ้นหวังจนเกินไป
อีกทั้งเมื่อค่าพลังเืของเขาเพิ่มขึ้นขนาดตัวก็จะใหญ่ตามไปด้วยปริมาณพลังเืที่เขาสามารถกลืนกินและดูดซับได้ในแต่ละวันก็จะเพิ่มขึ้นตามเป็เงาตามตัว
พอคิดได้แบบนี้พลังเืหนึ่งล้านแต้มก็ดูเหมือนจะไม่ใช่สิ่งที่ไกลเกินเอื้อมขนาดนั้น
“ตั้งเป้าหมายเล็กๆ ให้ตัวเองก่อนแล้วกัน... กลืนกินจนเป็าาอสูรให้ได้!”
ไป๋ฉางเซิงให้กำลังใจตัวเองในใจก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดการเนื้อกุ้งต่อไป
ส่วนเจียงจืออวี๋ยังคงมองโทรทัศน์ด้วยคิ้วที่ขมวดมุ่น
“ถ้าจำไม่ผิด การกลายพันธุ์รอบสองของโลกเริ่มต้นขึ้นใน่ที่ฉันอยู่ ม.6นี่แหละ”
“การกลายพันธุ์รอบแรกสร้างสัตว์อสูรขึ้นมา และให้กำเนิดผู้ฝึกยุทธ์ นักเวทและผู้ควบคุมสัตว์อสูร”
“แต่การกลายพันธุ์ครั้งที่สองนี้กลับส่งผลกระทบแค่กับพวกสัตว์อสูรเท่านั้นทำให้ความแข็งแกร่งของพวกมันพุ่งทะยานอย่างรวดเร็วจนในอีกสามสิบปีให้หลังถึงระดับมีตัวตนที่เหนือกว่าเทพอสูรปรากฏออกมา!”
“สมดุลระหว่างมนุษย์กับสัตว์อสูรถูกทำลายลงอีกครั้งเมืองมากมายเริ่มล่มสลาย...”
“เฮ้อ...”
“ยังดีที่ฉันได้เกิดใหม่กลับมา คราวนี้ฉันจะไม่มีวันเดินหลงทางอีก”
“ด้วยมุมมองและประสบการณ์การฝึกฝนจากชาติก่อนชาตินี้ฉันจะเติบโตได้เร็วกว่าเดิมแน่ไม่แน่ว่าอาจจะมีโอกาสได้ลองก้าวข้ามระดับจักรพรรดิดูสักครั้ง!”
ไป๋ฉางเซิงเหลือบมองเจียงจืออวี๋ที่กำลังฮึกเหิมเต็มที่ก่อนจะหรี่ตาลงเล็กน้อย
กะแล้วเชียวพวกคนเกิดใหม่นี่อีโก้สูงกันทุกคน คิดแต่จะเหนือฟ้าท้า์โดยหารู้ไม่ว่าขนาดเขามีระบบยังไม่กล้าฝันไปถึงระดับเทพอสูรหรือแม้กระทั้งระดับจักรพรรดิเลย
หัดทำตัวเป็ผู้ใหญ่ที่สุขุมรอบคอบแบบเขาไม่ได้หรือไงนะเริ่มจากตั้งเป้าหมายเล็กๆ อย่างการเป็าาอสูรอะไรพวกนี้ก่อนสิ
ไป๋ฉางเซิงไม่ได้คิดจะเตือนให้เจียงจืออวี๋หัดเดินทีละก้าวเพราะลำพังแค่จะอ้าปากพูดเขายังทำไม่ได้เลย
สิ่งที่เขาต้องทำในตอนนี้มีเพียงอย่างเดียวคือสนใจแค่เื่อาหารสามมื้อต่อวันและรีดประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหารออกมาให้ถึงขีดสุดในทุกวินาที
กินอิ่มก็นอนตื่นมาก็กินต่อ ในระหว่างนั้นเขายังได้พบกับพ่อแม่ของเจียงจืออวี๋ด้วย
ทั้งคู่เป็สามีภรรยาธรรมดาที่เริ่มมีร่องรอยความเหนื่อยล้าตามวัยทำงานในโรงงาน มีรายได้รวมกันประมาณหนึ่งหมื่นเหรียญ
เื่ที่เจียงจืออวี๋ตัดสินใจทำพันธสัญญาิญญากับงูเกล็ดขาวเองโดยพลการสองสามีภรรยาแค่ทอดถอนใจและไม่พูดอะไรมากไปกว่านั้นเพราะคิดว่าฐานะทางบ้านต่างหากที่เป็ตัวถ่วงเธอ
ส่วนเื่ที่เจียงจืออวี๋อยากจะละทิ้งวิถีผู้ควบคุมสัตว์อสูรไปฝึกวิถียุทธ์พลังเืแทนพวกเขาก็ไม่ได้คัดค้านอะไร
เงินเก็บก้อนหนึ่งหมื่นห้าพันเหรียญที่ถูกโอนให้เจียงจืออวี๋อย่างเงียบๆคือความพยายามอย่างถึงที่สุดเท่าที่พวกเขาจะทำให้ลูกสาวได้แล้ว
ไป๋ฉางเซิงเฝ้ามองทุกอย่างอยู่ตลอดก่อนจะมุ่งมั่นกับเป้าหมายการเป็าาอสูรต่อไป จนเวลาล่วงเลยไปครบสามวัน
ในตอนเที่ยงเจียงจืออวี๋ที่กลับมาจากโรงเรียนเทเนื้อกุ้งให้เขาตามปกติแต่ในขณะที่ไป๋ฉางเซิงกำลังงับคำที่สามเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ต่างไปจากเดิมก็ดังขึ้น
[ยินดีด้วย โฮสต์กลืนกินเนื้อกุ้งขาว ได้รับค่าพลังเื 0.01]
[ยินดีด้วย ค่าพลังเืของโฮสต์บรรลุ 1 แต้มครบเงื่อนไขการวิวัฒนาการครั้งแรก ้าเริ่มการวิวัฒนาการหรือไม่?]
การแจ้งเตือนที่เปลี่ยนไปทำให้ไป๋ฉางเซิงใจสั่นเขาข่มความตื่นเต้นที่จะวิวัฒนาการทันทีไว้ แล้วก้มหน้ากินเนื้อกุ้งที่เหลือต่อ
ทว่าคราวนี้เขากลับไม่ได้รับค่าพลังเืเพิ่มขึ้นอีก
[อาหารชนิดนี้ไม่สามารถให้ค่าพลังเืได้อีกต่อไป]
ถึงขีดจำกัดแล้วงั้นเหรอ?
แม้จะพอเดาได้ว่าต้องมีวันนี้แต่พอมาถึงจริงๆ ไป๋ฉางเซิงก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเซ็งเล็กน้อย
แต่อย่างน้อยเนื้อกุ้งพวกนี้ก็ทำหน้าที่ของมันได้สมบูรณ์แบบแล้วนั่นคือการส่งเขาให้มาถึงระดับพลังเื 1 แต้มเต็ม
ในเมื่อเป็เช่นนี้ก็ไม่มีอะไรต้องลังเลอีก เขาตอบตกลงในใจเพื่อเริ่มการวิวัฒนาการทันที
[การวิวัฒนาการครั้งแรกเริ่มต้นขึ้น กระบวนการนี้จะใช้เวลาสี่ชั่วโมง]
สิ้นเสียงแจ้งเตือนไป๋ฉางเซิงก็รู้สึกมึนงง สติสัมปชัญญะเริ่มสั่นคลอน ยังไม่ทันได้ขยับตัวทำอะไรภาพเบื้องหน้าก็มืดสนิทลง แล้วเขาก็จมดิ่งสู่การหลับใหล
ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานแค่ไหนในความมืดนั้นเมื่อเขารู้สึกตัวอีกครั้งเขาก็ย้ายจากโต๊ะกาแฟในห้องนั่งเล่นมาอยู่บนเบาะรองในห้องนอนของเจียงจืออวี๋แล้วร่างกายอันเรียวยาวขดตัวอยู่บนนั้น
เขายกหัวงูขึ้นเล็กน้อยก็สามารถเห็นรูปลักษณ์ของตัวเองในตอนนี้ได้จากกระจกเงาบานใหญ่ในห้องนอน
เมื่อเทียบกับเมื่อสามวันก่อนตอนนี้ตัวเขาใหญ่ขึ้นหนึ่งรอบเต็มๆ แม้แต่ความยาวลำตัวยังเพิ่มขึ้นเป็30 เิเซึ่งแทบจะถึงขีดจำกัดการเติบโตตามเผ่าพันธุ์ของงูเกล็ดขาวแล้ว
ถึงจะยังดูเป็ขนาดจิ๋วอยู่ดีแต่มันก็นับเป็การเติบโตที่มีนัยสำคัญไม่ใช่หรือไง?
ถ้าการวิวัฒนาการแบบนี้เกิดขึ้นอีกสักสองสามครั้งเกรงว่าอีกไม่นานห้องนี้คงจะเล็กเกินไปสำหรับเขาเสียแล้ว
นอกจากนี้ไป๋ฉางเซิงยังััได้อย่างชัดเจนว่า หลังจากการวิวัฒนาการครั้งนี้ไม่ใช่แค่ร่างกายที่หนาขึ้นและยาวขึ้นเท่านั้นแต่ความอยากอาหารของเขาก็เพิ่มขึ้นมากด้วยเช่นกัน
[การวิวัฒนาการเสร็จสิ้น ใช้แต้มวิวัฒนาการ 0 แต้ม]
[ยินดีด้วย โฮสต์ผ่านการวิวัฒนาการครั้งแรกสำเร็จ]
[เงื่อนไขการวิวัฒนาการครั้งต่อไป: ค่าพลังเื 10 แต้มและแต้มวิวัฒนาการ 1 แต้ม]
หมายความว่าเงื่อนไขครั้งหน้าคือพลังเื10 แต้ม บวกกับแต้มวิวัฒนาการอีก 1 แต้มงั้นสิ?
ไป๋ฉางเซิงพึมพำในใจ
เนื้อกุ้งไม่สามารถให้พลังเืได้อีกแล้วเขาจำเป็ต้องหาอาหารชนิดอื่นส่วนแต้มวิวัฒนาการนั่นต้องได้มาจากการกลืนกินของล้ำค่าเท่านั้นแล้วเขาจะไปหาจากที่ไหนได้ล่ะ?
ระบบไม่ได้บอกไว้อย่างชัดเจนแต่ไม่ต้องเดาก็รู้ว่าถ้าอยากได้พลังเืเพิ่มเกรดของอาหารจะต้องสูงกว่ากุ้งขาวขึ้นไปอีกระดับ
พวกข้าวหรือแป้งตัดทิ้งไปได้เลยระดับที่สูงกว่านั้น... ทางที่ดีที่สุดคือเขาควรจะได้กินเนื้อสัตว์จริงๆ สักที
ปัญหาใหม่เริ่มก่อตัวขึ้นตรงหน้าไป๋ฉางเซิงอีกครั้งเขาจะสื่อสารกับเจียงจืออวี๋ยังไงดี ว่าเขาไม่อยากกินกุ้งแล้ว แต่อยากกินเนื้อ!