"นี่ฉันเป็อะไร!!!!! เกิดอะไรขึ้น ทำไมเจ็บไปทั่งตัวแบบนี้ โอ้ย!!! ทำไมขยับตัวไม่ได้........
หลินเหมยซี นักศึกษาสาวคณะโบราณคดีมหาวิทยาลัยชั้นนำของประเทศ นางเป็ถึงทายาทนักธุรกิจ แต่นางกลับหลงใหลในเื่ของวัตถุโบราณ ของเก่าและวัฒนธรรมสมัยโบราณ แม้ว่าครอบครัวอยากให้หลินเหมยซีเรียนต่างประเทศด้านการบริหารธุรกิจเพื่อสืบทอดกิจการของครอบครัว แต่นางยืนกรานว่าไม่ชอบอยากทำตามความฝันของตัวเอง อีกทั้งยังมีพี่ใหญ่ที่คอยบริหารจัดการได้ดีกว่านางอยู่แล้วดูแลต่อไป จนครอบครัวใจอ่อนอมทำความ้าของลูกสาวสุดที่รัก
แต่แล้วเื่ไม่ขาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อ...... หลินเหมยซีได้ออกไปศึกษาค้นคว้านอกสถานที่ ที่ได้ค้นพบใหม่กับทางคณะและอาจารย์ นางตื่นเต้นทุกครั้งที่ได้ค้นพบสิ่งแปลกใหม่ด้านวัฒนธรรมของอดีต
"เหมยซี....เหมยซี..." หยางหยุนเพื่อนสนิทของเหมยซีเรียกนางให้ขึ้นบนรถบัสที่ได้จับจ้องไว้ให้นางแล้ว หลินเหมยซีหันไปตามเสียงเรียกและยิ้มโบกมือทักทายเหมือนเด็กน้อยที่ดีใจจะได้ออกไปเที่ยวนอกบ้าน
"ฉันมาแล้วหยางหยุน รอนานรึเปล่ากว่าจะออกจากบ้านได้ต้องให้สมาชิกทุกคนในบ้านเช็คของทุกชิ้นซะก่อนถึงยอมให้ออกมา" บทสนทนาระหว่างเพื่อนสนิทดำเนินต่อไปและทั้งสองเป็คนที่ชอบเม้าท์
"ไม่เป็ไรฉันรอได้ ขอแค่เธอมาได้ก็พอ" หยางหยุนกล่าวบอกเพื่อนสนิทที่เรียนด้วยกันมาั้แ่ปี 1 และไม่เคยแยกจากกัน ไปด้วยกันทุกโปรแกรมที่ทางคณะจัดหามาให้นักศึกษาได้ออกไปศึกษาค้นคว้าด้านวัฒนธรรมของประเทศ
เมื่อรถบัสได้มาถึงจุดหมายปลายทางนักศึกษาได้ทำการกางเต้นท์จับจองพื้นที่พักอาศัย เพราะต้องใช้เวลานานในการค้นพบและศึกษาวิจัย
"นักศึกษาทุกคนจับจองที่พักกางเต้นท์ให้เรียบร้อย เสร็จแล้วพวกเราจะแบ่งกลุ่มเพื่อนออกสำรวจหมู่บ้านกัน" เสียงอาจารย์ประจำภาควิชาเอ่ยขึ้นมาทำให้ทุกคนต้องเร่งมือ เพื่อทำเวลาและออกสำรวจพื้นที่
"เหมยซี พวกเราขออยู่กลุ่มด้วยได้ไหม" เพื่อนร่วมชั้นผู้ชายต่างพากันเสนอตัว เนื่องด้วยเหมยซีเป็ดาวคณะที่ทุกคนอยากพิชิตใจ "ฉันได้แบ่งกลุ่มกับหยางหยุนไว้แล้ว.....โทษทีนะ" หลินเหมยซีรีบพูดตัดบทเพราะนางไม่ได้สนใจเื่รักๆใคร่ๆ เหล่าเพื่อนผู้ชายได้ฟังก็คอตกแยกย้ายกันออกไป
"แหม่เพื่อนชั้นเรตติ้งดีไม่มีตก อย่างว่าคนสวยอะเนอะใครๆก็อยากอยู่ใกล้" เหมยซีตีที่แขนของหยางหยุนเบาเป็การหยอกล้อ
"หยุดล้อเลียนเพื่อนได้แล้ว ปะไปกันเถอะฉันตื่นเต้นอยากเห็นสถานที่แล้ว" เหมยซีลากแขนเพื่อนสนิทของนางไป
ระหว่างออกสำรวจพื้นที่ หลินเหมยซีได้หลุดออกจากลุ่มมุ่งหน้าไปในทิศทางนึง นางมีความรู้สึกเหมือนถูกมนต์สะกดและเสียงเรียกให้เดินไปที่ประตูไม้ที่มีลวดลายโบราณวิจิตงดงาม พลันมือเรียวงามค่อยๆพลักประตูปานนั้นออกไป เมื่อมือััประตู หลินเหมยซีมีความรู้สึกชาทั้งตัว พลันมีแสงสีขาวสะท้อนออกมาจนนางไม่สามารถลืมตาขึ้นมาได้ หลินเหมยซีล้มลงกับพื้นสติกำลังจะหลุดลอยออกไป หยางหยุนเห็นเพื่อนรักล้มลงไปได้ส่งเสียงกรี๊ดร้องขอความช่วยเหลือ
"เหมยซี....เหมยซี เธอเป็อะไร ช่วยด้วย!!! ใครก็ได้ช่วยทีมีคนเป็ลม" ก่อนที่สติของหลินเหมยซีจะดับลงเ้าตัวได้ยินเสียงเพื่อนสนิทกรี๊ดร้องขอความช่วยเหลือ หลังจากนั้นหลินเหมยซีก็ไม่ได้ยินเสียงอะไรอีกเลย