เช้าวันรุ่งขึ้น หลินเยว่ตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกกระปรี้กระเปร่ากว่าวันแรกที่มาถึงอย่างเห็นได้ชัด หลังจากที่ได้พักผ่อนอย่างเต็มที่และได้รับประทานอาหารจากมิติพกพา ร่างกายของเธอเริ่มคุ้นชินกับการเปลี่ยนแปลงบ้างแล้ว
เธอเดินไปที่หน้าต่าง บานประตูหน้าบ้านยังคงปิดสนิท ทอดสายตามองออกไปนอกบ้าน เธอเห็นชาวบ้านบางคนกำลังเดินผ่านไปมา พร้อมกับเสียงซุบซิบนินทาดังแว่วมาตามสายลมเหมือนเช่นเคย
"หวงเฟยเฟยยังไม่ออกมาจากบ้านเลยเหรอวันนี้?""ดีแล้วล่ะ ไม่อยากเห็นหน้าเลยจริงๆ"
หลินเยว่เพียงยิ้มเยาะในใจ เธอรู้ดีว่าสายตาและคำพูดเ่าั้มาจากความเกลียดชังที่หวงเฟยเฟยคนเก่าได้สร้างไว้ แต่เธอจะทำให้พวกเขาประหลาดใจ
"ถึงเวลาเริ่มต้นแผนการพลิกโฉมแล้ว" เธอกล่าวกับตัวเอง
แผนแรกของหลินเยว่คือการ ลดน้ำหนัก เธอเข้าใจดีว่ารูปร่างที่ใหญ่เทอะทะนี้เป็ต้นตอของการถูกดูถูกเหยียดหยามส่วนใหญ่ในหมู่บ้านนี้ และยังเป็อุปสรรคต่อการเคลื่อนไหวของเธออีกด้วย แม้เธอจะไม่ได้สนใจรูปลักษณ์ภายนอกมากนักในโลกเดิม แต่ในโลกนี้ รูปลักษณ์ภายนอกมีผลต่อการยอมรับของสังคมอย่างมาก
เธอหลับตาลงและเพ่งสมาธิไปยังมิติพกพา ภายในมิติมีตำราทางการแพทย์และโภชนาการมากมายจากโลกเดิม รวมถึงอุปกรณ์ออกกำลังกายบางชนิด และที่สำคัญคือ อาหารเสริม และ ยาบำรุง บางชนิดที่เธอเคยสะสมไว้เพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน
หลินเยว่เลือกตำราโภชนาการและคู่มือการออกกำลังกายเบื้องต้นที่เหมาะกับสภาพร่างกายที่อ่อนแอและน้ำหนักเกินออกมา เธอยังเรียกผลไม้แห้งและธัญพืชจากมิติพกพาออกมาจำนวนหนึ่ง เพื่อใช้เป็อาหารสำหรับ่เริ่มต้นของการลดน้ำหนัก
"เริ่มจากโภชนาการก่อนเลย" เธอตัดสินใจ
จากนั้น หลินเยว่ก็เริ่มจัดระเบียบและทำความสะอาดบ้านของหวงเฟยเฟย ภายในมิติพกพามีอุปกรณ์ทำความสะอาดที่ทันสมัยและน้ำยาฆ่าเชื้อ ซึ่งทำให้งานนี้ง่ายขึ้นมาก เธอใช้เวลาตลอดทั้งวันในการทำความสะอาดทุกซอกทุกมุมของบ้านที่เต็มไปด้วยฝุ่นและหยากไย่
เมื่อบ้านสะอาดสะอ้านและเป็ระเบียบเรียบร้อย บรรยากาศภายในบ้านก็เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ความสกปรกและกลิ่นอับชื้นหายไป แทนที่ด้วยความสดชื่นและโปร่งสบาย
ในยามเย็น หลินเยว่รู้สึกเหนื่อยล้าอย่างมากจากการทำความสะอาด แต่ก็รู้สึกพึงพอใจกับผลลัพธ์ที่ได้ เธอหยิบยาบำรุงร่างกายจากมิติพกพามากินเพื่อฟื้นฟูกำลัง
"พรุ่งนี้ค่อยเริ่มออกกำลังกาย" เธอตัดสินใจ
หลายวันผ่านไป หลินเยว่ใช้ชีวิตอยู่ในบ้านอย่างเงียบๆ เธอดื่มกินอาหารที่ปรุงเองจากวัตถุดิบในมิติพกพา ซึ่งส่วนใหญ่เป็ผัก ผลไม้ และธัญพืช ควบคู่ไปกับการออกกำลังกายอย่างค่อยเป็ค่อยไป เริ่มจากการเดินช้าๆ ในสวนหลังบ้านที่ค่อนข้างลับตาคน ไปจนถึงการฝึกโยคะและการยืดเหยียดร่างกาย
ในตอนแรก ร่างกายที่ใหญ่เทอะทะทำให้การเคลื่อนไหวเป็ไปอย่างเชื่องช้าและยากลำบาก แต่ด้วยความมุ่งมั่นและวินัยของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ เธอค่อยๆ เพิ่มระดับความเข้มข้นของการออกกำลังกายขึ้นเรื่อยๆ
ทุกๆ วัน เธอจะใช้เวลา่หนึ่งในการสำรวจความทรงจำของหวงเฟยเฟยอย่างละเอียด เพื่อทำความเข้าใจโลกใบนี้ วัฒนธรรม ภาษา และธรรมเนียมปฏิบัติของยุคนี้ สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้หวงเฟยเฟยจะถูกรังเกียจ แต่เธอก็มีความรู้เื่การค้าและเงินๆ ทองๆ อยู่บ้าง ซึ่งจะเป็ประโยชน์ต่อหลินเยว่ในอนาคต
เวลาผ่านไปหนึ่งเดือน ชาวบ้านเริ่มสังเกตเห็นความผิดปกติ หวงเฟยเฟยไม่ได้ออกมาเดินเพ่นพ่านในหมู่บ้านเหมือนเคย และบ้านของเธอก็เงียบผิดปกติ
"สงสัยจะตายไปแล้วมั้ง""ดีเลย จะได้หมดเื่หมดราว"
เสียงซุบซิบนินทายังคงมีอยู่ แต่หลินเยว่ไม่สนใจ เธอรู้ดีว่าเธอไม่ได้หายไปไหน เพียงแต่เธอกำลังเปลี่ยนแปลงตัวเองอย่างเงียบๆ
ในเช้าวันหนึ่ง หลินเยว่ยืนอยู่หน้ากระจกทองเหลือง เธอถอดเสื้อผ้าออก เผยให้เห็นรูปร่างของเธอที่เปลี่ยนแปลงไปอย่างเห็นได้ชัด น้ำหนักที่เคยเกินร้อยกิโลกรัมลดลงไปอย่างน้อยสิบกิโลกรัมแล้ว! ร่างกายของเธอดูเพรียวขึ้นเล็กน้อย แม้จะยังคงมีน้ำมีนวล แต่ก็ไม่ดูอ้วนท้วนเหมือนเมื่อก่อน ผิวพรรณที่เคยคล้ำและหยาบกร้านก็ดูผ่องใสขึ้นจากการบำรุงด้วยอาหารที่ดีและยาบำรุงจากมิติพกพา ดวงตาที่เคยเล็กเรียวก็ดูโตขึ้นและเปล่งประกายคมชัดมากขึ้น
สิ่งที่ยังคงอยู่คือรอยแผลเป็จางๆ ที่มุมปากจากอุบัติเหตุของร่างเดิม แต่มันกลับไม่ได้ทำให้เธอดูน่าเกลียด กลับกันมันทำให้เธอดูมีเสน่ห์ลึกลับบางอย่าง
"อีกไม่นาน... อีกไม่นานทุกคนจะต้องประหลาดใจ" หลินเยว่ยิ้มให้กับเงาสะท้อนของตัวเอง รอยยิ้มนั้นไม่ได้มีเพียงความพึงพอใจ แต่ยังแฝงไว้ด้วยความมุ่งมั่นและความท้าทาย
เธอพร้อมแล้วที่จะก้าวออกจากบ้าน และเผชิญหน้ากับโลกภายนอกในร่างใหม่ที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นเรื่อยๆ