“กลิ่นนี้.. มันคือกลิ่นอะไรกัน?”
“ทำไมข้าถึงรู้สึกคุ้นเคยอย่างประหลาดนักนะ” เด็กหนุ่มผมสีดำขลับเอ่ยด้วยความสงสัยท่ามกลางแสงไฟที่สาดส่องลุกโชนอยู่บริเวณเบื้องหน้า ทั้งเขม่าควันที่กำลังจับตัวหนาลอยสูงขึ้นไปพร้อมกับกลิ่นบางอย่างที่สร้างความรู้สึกประหลาดลอยเข้ามาแตะจมูก “แสงไฟนี้.. ช่างเป็แสงไฟที่งามนัก”
เหตุการณ์ตระการตาที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าเด็กหนุ่มวัยเพียง 12 ปีในตอนนี้ เป็สิ่งแรกที่เด็กหนุ่มได้พบจากการย่างเท้าออกนอกเขตบ้านที่ตนอยู่อาศัยมาตลอดีชีวิตเป็ครั้งแรก ทำให้เด็กหนุ่มเลือกที่จะยืนมองพินิจพิจารณาภาพเบื้องหน้าด้วยความตั้งใจ ก่อนจะใเพราะเสียงบางอย่าง
‘เ้าชอบสิ่งที่เ้าเห็นในยามนี้เช่นนั้นรึ’ เสียงทุ้มลึกเอ่ยถามดังก้องในหัวของเด็กหนุ่ม
“นั่น ใครกัน!” เสียงของเด็กน้อยะโถามด้วยความตื่นตระหนก พร้อมกับพยายามหันหน้ามองหาต้นตอของเสียงดังกล่าว
“อย่าได้เสียเวลากับการมองหาข้าเลย ตัวข้านั้นยังไร้ซึ่งร่างกายในยามนี้” เสียงดังกล่าวเอ่ย พร้อมกับถามอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่จริงจังกว่าเดิม “ข้าถามว่า เ้ากำลังรู้สึกดีกับภาพที่เกิดขึ้นเบื้องหน้าเ้าในยามนี้ ใช่หรือไม่?”
เด็กหนุ่มฟังคำถามด้วยความตื่นตระหนกก่อนจะรวบรวมสติพร้อมเงยหน้ามองไปยังเบื้องหน้าอีกครา แล้วก็ครุ่นคิด
‘สิ่งที่เกิดขึ้นข้างหน้าเรานี่งั้นหรอ?’
ภาพเหตุการณ์เบื้องหน้าที่วุ่นวายอลหม่าน ผู้คนทั้งหญิงชายต่างวิ่งล้มลุกคลุกคลานเร่งรีบอย่างแปลกประหลาด ไฟที่กำลังลุกไหม้โหมกระหน่ำอย่างบ้าคลั่งไล่คลุมบ้านเรือนหลังแล้วหลังเล่า ส่องสว่างวาดส่องเข้าปะทะนัยด์ตาเด็กหนุ่ม รวมไปถึง.. ภาพที่คล้ายกับคนแต่มีไฟลุกท่วมทั้งตัวทำให้สมองของเด็กหนุ่มประมวลตอบทันที “ข้า.. คิดว่าข้าชอบมัน”
“หึ แล้วเ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งที่เ้ากำลังได้กลิ่นอยู่นั้นคือสิ่งใด?” เ้าของเสียงยังคงถามต่อ
“กลิ่น.. กลิ่นนี่มันคล้ายกับเวลาที่ข้าหกล้ม แล้วเกิดเป็ของเหลวที่ไหลออกมาจากาแ.. กลิ่นคล้ายว่ามันจะเป็เื ใช่หรือไม่?” กลิ่นที่เป็เอกลักษณ์อย่างยิ่งแตะเข้าจมูกชายหนุ่ม แม้ว่าจะผสมไปด้วยกลิ่นเขม่าควันที่ลอยปะปนมา แต่กลิ่นดังกล่าวกลับเด่นชัดอย่างยิ่ง เพียงแต่กลิ่นดังกล่าว ณ ตอนนี้กลับให้ความรู้สึกดีอย่างน่าประหลาด
“ถูกต้องแล้ว นั่นคือกลิ่นเื” เสียงทุ้มเอ่ย เป็เวลาเดียวกับที่กลุ่มที่ลอยอยู่ในระยะสายตาของเด็กหนุ่มเริ่มบีบอัดกลายเป็ลูกศรคันธนูชี้ไปยังมุมหนึ่งของตัวหมู่บ้าน “ข้าคือเศษเสี้ยวของิญญาเ้าที่หลับไหลอยู่ตลอดเวลา และกลิ่นเืในหมู่บ้านนั่นเป็ตัวกระตุ้นให้ข้าฟื้นตื่น”
เสียงของวิญญานพูดพร้อมกับลูกศรที่ลอยขยับเข้าไปใกล้ตัวหมู่บ้านมากขึ้นราวกับเป็การเชื้อเชิญให้เด็กหนุ่มเดินตามสัญญานควันเข้าไปในหมู่บ้าน
แต่แล้วเด็กหนุ่มก็เดินตามลูกศรควันเข้าไปอย่างไม่รู้ตัวคล้ายราวกับว่าตนกำลังตกอยู่ภายใต้ภวังค์ และทันทีที่เด็กหนุ่มรู้สึกตัว ทัศนียภาพเบื้องหน้ากลับกลายเป็ผู้คนที่นอนเกลื่อนกลาดอยู่ทั่วอาณาบริเวณ และของเหลวข้นสีแดงที่อาบชโลมไปทั่วพื้นและขอบกำแพง
“เ้ามองเห็นผู้คนเ่าั้หรือไม่ เ้าคิดว่าพวกเขาเหล่านี้กำลังทุกข์ทรมานอยู่หรือเปล่า” เสียงของวิญญานกล่าวถาม พร้อมกับลูกศรควันที่กำลังหมุนกวาดชี้ไปรอบๆ เพื่อเป็จุดศูนย์กลางสายตาให้เด็กหนุ่มมองตาม
“ทุกข์ทรมาน ? ความทุกข์ทรมานคือสิ่งใดกัน ใช่มันไม่ดีหรืออย่างไร” เด็กน้อยถามกลับด้วยความใคร่รู้
“ในยามที่เ้าต้องหกล้มร้องไห้ ใช่ว่าเ้าคิดว่ามันเป็อย่างไร สำหรับเ้าแล้วมันคือความรู้สึกที่ดีหรือไม่ล่ะ?” เสียงดังกล่าวย้อนถามกลับ
“นั่นมัน... ย่อมต้องไม่ดี ไม่ดีเอามากๆ” เด็กหนุ่มตอบพร้อมกับคิดถึงภาพเวลาที่ตนเองต้องหกล้ม แล้วได้าแและความเ็ปจากการหกล้ม จึงพูดต่อไปว่า “ถ้าอย่างนั้น ความทุกข์ทรมานมันก็ไม่ดีน่ะสิ”
“มันก็ขึ้นอยู่กับมุมที่เ้ามอง” วิญญานตอบ
“แล้วเช่นนั้นข้าควรทำอย่างไรดี ข้าไม่อยากเห็นผู้คนเหล่านี้ต้องทุกข์ทรมาน” เด็กหนุ่มเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่สั่นเครือเล็กน้อย คล้ายราวกับว่าตนกำลังได้รับความเ็ปจากการทนทุกข์ทรมาน
“ข้าช่วยเ้าได้” เสียงทุ้มลึกตอบ และเอ่ยต่อไปว่า “แต่ข้าจะช่วยเ้าได้ เ้าก็ต้องช่วยข้าเช่นกัน”
“ข้าจะช่วย ข้าอยากช่วยท่าน ข้าอยากช่วยทุกคน! แต่ว่าข้าจะช่วยท่านได้อย่างไรล่ะ?” เด็กน้อยเอียงคอถามด้วยความสงสัย
ทันทีที่สิ้นเสียงตอบของเด็กหนุ่มก็มีเสียงแว่วคล้ายเสียงหัวเราะเบาๆ ขึ้นมาอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะมีเสียงที่ตอบกลับมาว่า
“เป็เื่ที่ง่ายมาก เ้าเพียงทำตามในสิ่งที่ข้าบอก และที่เหลือปล่อยให้ข้าเป็คนจัดการเอง”
“เ้าคือคนเดียวที่จะสามารถจะปลดปล่อยพวกเขาเ่าั้ให้หลุดพ้นจากความทุกข์ทรมานได้” วิญญานกล่าวต่อไปด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยพลังอำนาจเป็หนแรก พร้อมกับที่วิญญานดังกล่าวค่อย ๆ เกิดเป็ร่างเงาที่เผยขึ้นอย่างเลือนรางด้านหลังของเด็กหนุ่ม ร่างสีดำทะมึนเริ่มเผยอรอยยิ้มมุมปากที่ยากจะสังเกตขึ้น
‘เ้าจงเดินเข้าไปหาชายคนนั้น’ เสียงดังก้องขึ้นในหัวของเด็กน้อยอย่างเด่นชัด พร้อมกับปากของเด็กหนุ่มที่ขยับเอ่ยตามราวกับว่าตนนั้นกำลังตกอยู่ภายใต้ภวังค์ ราวกับว่าโดนควบคุมไปแล้วโดยสิ้นเชิง
‘ข้า..ต้องเดินไปหาชายคนนั้น’
เสียงจากโลกภายนอกถูกตัดขาดโดยทันที เหลือเพียงเสียงของหัวใจที่กำลังเต้นและเสียงที่ดังก้องอยู่ภายในหัวของเด็กหนุ่มเท่านั้น
‘จากนั้นจงยื่นมือของเ้าไปัักับเืของผู้คนที่ทุกข์ทรมานพร้อมกับคิดข้างในใจของเ้าว่าเืเ่าั้ไหลมาที่บนฝ่ามือเ้า แล้วให้คิดว่าเืเ่าั้เป็ดั่งน้ำมัน ยามเ้าดีดนิ้วจะเกิดประกายเพลิง ทำหน้าที่จุดให้เชื้อเพลิงเหล่านี้ลุกไหม้’
เด็กหนุ่มค่อย ๆ ปฏิบัติตามเสียงที่ดังขึ้นในหัวของตัวเองอย่างช้า ๆ ทุกขั้นตอนอย่างไม่มีขาดตกบกพร่อง มือเล็ก ๆ ของเด็กหนุ่มค่อย ๆ เอื้อมไปปาดคราบเืที่ติดอยู่บริเวณท้องของชายหนุ่มที่นอนร้องครวญครางอยู่บนพื้นขึ้นมา
“ท่านจะต้องไม่เป็อะไร” เด็กน้อยมองชายคนดังกล่าวก่อนจะเอ่ยอย่างแ่เบา พร้อมกับเอ่ยคำดังที่ดวงิญญาให้ตนกล่าวในขั้นตอนสุดท้าย “คำสาปเื..”
“ผลาญโลหิต!”
อ๊ากกกกกกกก กก ก ก ก
สิ้นเสียงของเด็กหนุ่มก็เกิดเป็เสียงร้องโหยหวนขึ้นแทนแทบจะทันที แต่ก็มิได้ทำให้ใครมีเวลามากพอจะใส่ใจกับสิ่งที่เด็กหนุ่มทำ ร่างกายของบุรุษที่นอนจมกองเืค่อย ๆ สั่นะเือย่างรุนแรงก่อนจะค่อย ๆ สงบลงพร้อมกับเสียงร้องที่เงียบลงไปในที่สุด
“ข้า.. ทำเขาทรมานหรอ ทำไมเขาจึงร้องเช่นนั้นเล่า?” เด็กน้อยยกมือที่เปื้อนเืของตัวเองขึ้นมอง ก่อนจะพูดถามต่อดวงวิญญานด้วยความไม่แน่ใจ
“ไม่เลย มันเป็แค่ความเ็ปครั้งสุดท้าย ก่อนเขาจะหายทรมานต่างหากล่ะ” ร่างวิญญานดังกล่าวที่เคยเลือนรางบัดนี้ค่อย ๆ ปรากฏร่างเด่นชัดขึ้นมาทีละน้อย “เอาล่ะ ทีนี้ยังมีผู้คนอีกมากที่ทนทุกข์ทรมาน แต่จะทันการณ์ได้อย่างไร หากเ้ายังคงต้องไล่ทำเช่นนี้ทีละคนๆ”
“ข้าจะสอนเ้าถึงวิธีการช่วยผู้คนที่รวดเร็วกว่านี้ แต่เ้าต้องทิ้งความคิดไร้สาระในหัวออกไปซะ แล้วจงตั้งใจให้มากกว่านี้ หากเ้าเตรียมพร้อมตนเองได้แล้ว ก็จงคิดว่าหยาดเืทุกหยดที่เ้าเห็น กลิ่นเืทั้งหมดที่เ้าได้กลิ่น แท้จริงแล้วเป็เืที่อยู่ในมือเ้า ไม่ว่าจะเป็เืของผู้ใด หากแต่เ้าสามารถที่จะััและรับรู้ได้ เ้าจักควบคุมและคิดให้มันไปได้อย่างที่ใจเ้านึก” วิญญานเอ่ยออกมาพร้อมกับควันกลุ่มก้อนหนึ่งที่เปลี่ยนรูปไปเป็มือที่โบกสะบัดพัดพาเหล่าควันให้เปลี่ยนไปได้ตามใจดังใจนึก
“ทีนี้ เ้าจักควบหยาดหยดเืทั้งหมดที่เ้าััได้ลอยขึ้นบนอากาศก่อนจะทำการควบกลั่นจากหยดให้เป็สาย และนำเืทั้งหมดทุกสายมารวมเข้าเป็สายเดียวกันคล้ายกับธารน้ำใหญ่ จากนั้นทำการเปลี่ยนรูปสายธารเืให้วนเป็ทรงกลม และจินตนาการว่าเ้ากำลังบีบมันให้มันค่อยๆ สลายด้วยมือของเ้า”
เด็กน้อยเชื่อในคำที่วิญญานบอกอย่างถึงที่สุด ลงมือทำทุกอย่างตามขั้นตอนที่วิญญานบอกโดยปราศจากความสงสัยใดๆ และแล้วผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ
อั่ก !
เด็กน้อยได้ยินเสียงกระอักดังขึ้นคราหนึ่งก่อนจะพบว่าภาพเบื้องหน้าที่ปรากฏเชื่องช้าลงอย่างยิ่ง เขาค่อย ๆ เงยหน้ามองสิ่งที่เกิดขึ้นตรงหน้า และจำมันได้อย่างไม่มีวันลืม ภาพของผู้คนที่กำลังเคลื่อนไหวอย่างวุ่นวายค่อย ๆ ล้มลง ร่างกายของผู้คนที่กำลังวิ่งขวักไขว่คลานคว้าหาที่ยึดเพื่อจะลุกขึ้นกลับหยุดลงแน่นิ่งไม่ไหวติง และร่างที่เคยนั่งร้องโอดโอย บัดนี้กลับกลายเป็นอนหลับพับลงทั้งสิ้น ทุกสิ่งกลับสู่ความเงียบสงัดอีกครั้ง ไร้ซึ่งเสียงแว่วร้องระงมของผู้คนที่ทุกข์ทรมาน และปราศจากซึ่งความโกลาหลอีกต่อไป มีเพียงเสียงไฟที่ปะทุน้อย ๆ จากการแผดเผาของเนื้อไม้ และเสียงหายใจอย่างเชื่องช้าของเด็กหนุ่ม
“เ้าทำได้ดีกว่าที่ข้าคิดเสียอีก”
“ยินดีที่ได้รู้จัก หนุ่มน้อย ‘เรน’ นามของข้าคือ.. ‘แซน’ ผู้ที่จะมาดูแลเ้านับต่อแต่นี้ไป” บัดนี้เ้าของเสียงได้เผยร่างวิญญานตัวเองออกมาอย่างเต็มรูปแบบ ด้วยร่างกายที่มีขนาดเพียง 3 นิ้ว ปกคลุมด้วยผ้าผืนสีทมิฬมืดมิดลักษณะเช่นเดียวกับตุ๊กตาไล่ฝน แต่กลับมีเขาขนาดเล็ก ๆ งอกขึ้นมาบนหัวด้านซ้าย ได้เริ่มกำลังเอ่ยคำแนะนำตัวเองอย่างเป็ทางการ โดยร่างปราศจากใบหน้าเผยให้เห็น แต่หารู้ไม่ว่าบัดนี้ในใจของวิญญานกำลังยิ้มยินดีกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อครู่
'คำสาปสะบั้นชีพ ตัดวิญญาน'