เมื่อแอนเก็บวัวธนู ในกระเป๋าเรียบร้อยแล้วพร้อมทั้งกวาดสายตาดูรอบด้านแล้วว่าปลอดภัยจากเสือลายพาดกลอนและพวกชายชุดดำเวทย์เลย จึงถามสิ่งที่ตัวเองสงสัยออกมา
“แอนเสกวัวธนูได้ด้วยเหรอแล้วเสือละเสืออีกตัวเป็ของใคร”เวทย์ถามออกมาปกติเขาเป็คนที่ค่อนข้างนิ่งไม่ค่อยตื่นเต้นกับอะไรง่าย ๆ แต่นี่มันเหนือจินตนาการมากถ้าม่ได้มาเห็นกับตาเวทย์ ไม่มีทางเชื่อโดยเด็ดขาด แอนได้แต่เกาหัวแล้วยิ้มเขินอออกมา
“เื่มันยาวเดี๋ยวค่อยเล่าให้ฟังเราเดินไปหาที่ปลอดภัยนั่งพักกันก่อนดีกว่าแอนหัวใจจะวาย” ว่าแล้วแอนก็เดินนำไปนั่งใต้ต้นไม้ใหญ่ ตรงหน้า เมื่อทั้งสี่คนเดินมาอีกหน่อยก็กับเจอขอนไม้ที่พอจะนั่งพักได้เวทย์จึงจัดการปัดเศษใบไม้ ให้กับคีรินได้นั่งพักช่อสิริอดที่จะแอบมองไม่ได้ผู้ชายคนนี้ หล่อเข้มหน้าตาดี ทรงคุณชายชัดเจน มากส่วนพี่เวทย์ก็เหมือนกับองครักษ์พิทักษ์คุณชาย แต่ก็ได้แค่คิดไม่กล้าถามออกไป
เมื่อทุกคนน่งพักกันจนหายเหนื่อยแอนก็เล่าเื่ราวที่เกิดขึ้นทั้งหมดให้เวทย์ฟังส่วนเวทย์เล่าว่าพวกเขาโดนคนร้ายชุดดำดักทำร้ายจึงหนีมาเจอกันส่วนเื่อื่นเวทย์ไม่ได้พูดถึง
นั่งสักพักเ้ากุมารร้อยส้มฉุนก็กลับมาหาช่อสิริทำเอาทั้งเวทย์และคีรินถึงกับผงะแต่พวกเขาก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาได้แต่มองดูร่างส้มฉุนที่ลอยเข้าไปหาช่อสิริร่างกุมารน้อยที่อวบอ้วนรีบบอกเล่าถึงเื่ที่ไปทำมาด้วยความภาคภูมิใจแต่ก็มีความพะวงเผยออกมาให้เห็น
“แม่จ๋าหนูล่อพวกมันออกไปอีกทางตอนนี้ทำให้พวกมันหลงป่าไปแล้วแต่หนูคิดว่าอีกสักพักมนต์ของหนูก็คงจะอ่อนลงและทำให้พวกมันตามมาเจอเราอีกนไม่นานพวกเรารีบออกไปจากที่ตรงนี้กันเถอะจ๊ะมีอีกที่ที่แม่ต้องไปกับหนูต้องไปช่วยคนอีกคนหนึ่งเขาคนนั้นเป็ผู้มีพระคุณกับเรา” ส้มฉุนบอก
“เอ่อจะดีเหรอส้มฉุน” ช่อสิริถามออกไปด้วยท่าทางที่หวั่นเกรง
“โยมให้ส้มฉุนพาไปเถิดเขาต้องอยู่ใกล้กันพลังถึงจะสงบและสมดุลเ้าส้มฉุนต้องพึ่งพลังของเขาเขาชื่อว่าพรานบุญมี ชาติก่อนเคยช่วยโยมไม่ให้ถูกจองจำจนตัวเขาเองถูกจองจำเสียเอง”คือเสียงเ้าอาวาสที่ส่งออกมาบอกแต่ก็ทำให้พวกเขาทั้งสี่คนได้ยินต่างหันหน้ามามองกัน
“แอนว่าไหนๆ ก็ไหน ๆ แล้วไปให้มันรู้ดำรู้แดงกันไปเลย”
“แต่ช่อกลัว เราเป็ผู้หญิงต้องเข้าไปในป่าลึกจะเอาตัวรอดยังไง”