Time and Space ห้วงความทรงจำรักในต่างโลก (Yaoi)

    เล่มที่ 2 ตอนที่ 49 เหตุการณ์อันตราย (1) หมวดที่ 2 ภารกิจทดสอบ : ราชวงศ์จิ้นเหนือ

            จากค่ายของฮ่องเต้ไปยังพระราชวังเฉิงเต๋อในอาณาเขตเมืองเร่อเหอหากเป็นขบวนทหารในสมัยก่อนจะใช้เวลาเดินทางอย่างน้อยห้าวัน หากขี่ม้าเร็วและวิ่งไม่หยุดตลอดทางสองวันหนึ่งคืนก็สามารถไปถึงได้ ทว่าสถานะของฮ่องเต้ หวงไท่ซุน (*พระราชนัดดา) และองค์ชายนั้นล้ำค่ามาก พวกเขาจึงไม่สามารถเร่งเดินทางโดยไม่หยุดพักตลอดทั้งคืนเป็นระยะทางร้อยกว่าลี้ได้ ดังนั้นพวกเขาจึงจำเป็นต้องตั้งค่ายกลางป่าเพื่อค้างแรมตอนกลางคืน

            ในเวลานี้ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ทุกคนต่างเคร่งเครียดอย่างหนัก พวกเขาเป็นคนที่มีจิตใจงดงามอย่างไรก็ตาม คงไม่กล้าคิดแบบคนไร้เดียงสาว่า ศัตรูคงมีเพียงวิธีการที่หยาบคาย เช่นส่งฝูงสัตว์ป่าเข้ามาทำร้ายเท่านั้น ดังนั้นจึงจำเป็นต้องมีแผนสำรองเพื่อตั้งรับภัยที่กำลังจะมาถึงพวกเขาได้คิดวางแผนมากมายนับไม่ถ้วน และพยายามเตือนอิงกั๋วกงให้ระมัดระวัง

            ความจริงแล้วไม่ต้องพูดอะไรมาก อิงกั๋วกงผู้คร่ำหวอดในการศึก ทั้งยังผ่านสมรภูมิมามากมายย่อมระแวดระวังตัวมาก สิ่งที่เขาต้องการปกป้องคือปัจจุบันและอนาคตของประเทศนี้แผ่นดินนี้ และผู้คนนับพันล้าน เขาแบกรับทุกอย่างไว้บนบ่าจึงรู้สึกกดดันอย่างมากเขาระมัดระวังและเข้มงวดมากขึ้น ไม่กล้าประมาทแม้แต่น้อย

            แม้จะยืนยันหลังเกิดเรื่องว่าเป็นการเตรียมการที่มากเกินไป ทว่าเขาจะทำเช่นนั้นต่อไปขอเพียงฮ่องเต้และหวงไท่ซุน (*พระราชนัดดา) สามารถกลับถึงเมืองหลวงได้อย่างปลอดภัย แม้พวกเขาจะถูกเยาะเย้ยว่าขี้ขลาดเขาก็จะเต็มใจรับมันไว้

            ในเมื่อเป็นค่ายพักแรม ครึ่งหนึ่งของทหารนับหมื่นที่คอยคุ้มกันบริเวณใกล้เคียงในตอนกลางวันจึงกลับมาคุ้มกันกระโจมของฮ่องเต้ส่วนกองทัพอีกครึ่งหนึ่งพบร่องรอยของโจรม้าที่ดุร้ายและได้รับคำสั่งให้ออกไปกำจัดพวกเขา ทว่าพวกเขาอยู่ข้างนอกยังกลับมาไม่ได้

            ค่ายห้าหมื่นคนมีขนาดใหญ่มาก มีกระโจมและธงมากมายเพื่อคุ้มกันความปลอดภัยของฮ่องเต้และหวงไท่ซุนผู้บัญชาการองครักษ์ยังใช้กลยุทธ์หลอกล่อให้ฮ่องเต้และหวงไท่ซุนอาศัยอยู่ในกระโจมอื่น

            เดิมทีที่นี่จัดไว้สำหรับเป็นที่พำนักของท่านอ๋อง ทว่าในเวลานี้กลับจัดสถานที่ให้ฮ่องเต้หวงไท่ซุน และองค์ชายประทับ อ๋องคนอื่นก็ไม่มีข้อโต้แย้ง พวกเขาพาลูกหลานของตนไปอาศัยอยู่ในกระโจมที่เดิมทีจัดไว้ให้องค์ชายและขุนนางคนสำคัญขอเพียงพวกเขาปลอดภัย จะค้างคืนแบบนี้ก็ไม่เป็นอันใด

            ในบรรดาสำนักองครักษ์ระดับสูงยี่สิบหกหน่วย ฮ่องเต้ทรงไว้วางพระทัยองครักษ์เสื้อแพรมากที่สุดทั้งยังเป็นกลุ่มที่มีประสิทธิภาพในการต่อสู้มากที่สุด ส่วนหน่วยอื่นๆ เช่นองครักษ์จินอู๋ องครักษ์ธงรบ องครักษ์ประจำจวน องครักษ์ม้าบิน องครักษ์พยัคฆ์เหินองครักษ์อวี่หลิน องครักษ์ม้าศึก ฯลฯ มีลูกหลานของตระกูลสูงศักดิ์มากมายเข้ามาประจำหน้าที่รวมถึงลูกหลานของขุนนาง เพราะบิดามารดาของพวกเขาต่อสู้สร้างความดีความชอบในศึกที่ชายแดนหลังจากสั่งสมผลงานแล้ว พวกเขาก็มีคุณสมบัติที่จะกลับมาเลี้ยงดูลูกหลานของพวกเขาในเมืองหลวงจากนั้นพวกเขาก็ได้รับการเลื่อนตำแหน่ง ในบรรดาคนเหล่านี้ มีทั้งคนเก่งและคนไม่ได้ความและมีทั้งสายลับที่ยังไม่ได้สะสาง

            เจ้าหน้าที่ในกลุ่มองครักษ์เสื้อแพรจะมีการตรวจสอบหลายครั้ง หากพบสิ่งที่น่าสงสัยก็จะกำจัดออกทันทียอมทำผิดพลาดดีกว่าปล่อยให้รอด

            ดังนั้นองครักษ์เสื้อแพรจึงมีศักยภาพและปลอดภัยกว่าองครักษ์อีกยี่สิบห้าหน่วยในคืนนี้องครักษ์เสื้อแพรเป็นผู้คุ้มกันศูนย์กลางของค่าย ฮ่องเต้จึงรู้สึกสบายพระทัยมากขึ้น

            รอบนอกของค่ายได้รับการคุ้มกันโดยทหารชั้นยอดจากค่ายทหารหลักทั้งสามในเมืองหลวงและมีองครักษ์อีกยี่สิบห้าหน่วยอยู่ตรงกลางแต่ละคนมีพื้นที่คุ้มกันและลาดตระเวนของตนเอง การจัดวางรูปแบบการคุ้มกันในลักษณะนี้ค่ายจะได้รับการป้องกันอย่างแน่นหนา

            เชื้อพระวงศ์ ตระกูลสูงศักดิ์ ขุนนางชั้นผู้ใหญ่ และผู้ติดตามที่ติดตามฮ่องเต้มาที่เมืองเร่อเหอต่างเหน็ดเหนื่อยกันมากหลังรับประทานอาหารเย็นแล้ว พวกเขาก็รีบพักผ่อน เมื่อกลับไปที่กระโจมก็นอนหลับสนิทพวกเขาถูกเลี้ยงดูมาอย่างดี ได้รับการเอาอกเอาใจมานานหลายปี ไม่เคยขี่ม้าทั้งวันเหมือนเช่นวันนี้เมื่อรู้ว่ามีสัตว์ป่าดุร้ายเกือบแสนตัวไล่โจมตีจากข้างหลัง พวกเขาทุกคนล้วนเป็นกังวลไม่มีผู้ใดบ่นว่าอยากพักผ่อน อยากกินอาหารร้อนระหว่างทาง พวกเขาต่างกัดฟันและอดทนทุกอย่าง

            แม้แต่ฮ่องเต้ก็ไม่ได้รับการปฏิบัติเป็นกรณีพิเศษพวกเขาจึงไม่กล้าเรียกร้องใดๆการได้พักผ่อนและนอนหลับในช่วงเวลานี้ถือเป็นความสุขที่ยิ่งใหญ่ที่สุดหลังจากเหน็ดเหนื่อยมาทั้งวัน

            เดิมทีอิงกั๋วกงต้องการเฝ้าอยู่ข้างกระโจมฮ่องเต้ตลอดทั้งคืน ทว่าเขาอายุห้าสิบกว่าปีแล้วสุขภาพร่างกายไม่ค่อยแข็งแรงเหมือนตอนยังหนุ่มแน่น บุตรชายของเขากลัวว่าเขาจะล้มป่วยจึงขอให้เขาพักผ่อนอิงกั๋วกงมีบุตรชายสองคนซึ่งดำรงตำแหน่งผู้ว่าการและผู้บัญชาการหน่วยองครักษ์หลานชายที่โตแล้วอีกสามคน พวกเขาไม่ได้นำญาติสตรีมาด้วย และพวกเขาทั้งหมดก็อยู่ในกลุ่มของฮ่องเต้

            บุตรชายทั้งสองของเขายืนยันว่าจะผลัดกันเฝ้าฮ่องเต้ตลอดทั้งคืนเขาจึงรู้สึกโล่งใจและงีบหลับไปอย่างเหนื่อยล้าหลานทั้งสามของเขาผลัดกันคอยอยู่ข้างกาย เพราะกังวลว่าเขาจะล้มป่วย

            ภายในกระโจมอื่นยังมีขุนนางที่ภักดีเหมือนอิงกั๋วกง พวกเขาต่างกังวลและต้องการนอนดึกเพื่อคุ้มกันฮ่องเต้ในเวลากลางคืนทว่าถูกลูกๆ หลานๆ ของพวกเขาห้ามปราม ในที่สุดคนหนุ่มสาวที่อยู่ข้างกายขุนนางชั้นผู้ใหญ่ก็ร่วมแรงร่วมใจกันผลัดเปลี่ยนเฝ้ายามตอนกลางดึกส่วนขุนนางที่มีอายุต่างก็งีบหลับไปภายใต้การดูแลของบุตรหลาน

            หวงไท่ซุนหนานกงจี๋ (*อดีตคือซูอวี้จ้ง) เขานอนอยู่บนเตียงลืมตาในความมืด ฟังการเคลื่อนไหวด้านนอกหน้าต่างในขณะที่คิดถึงบิดาของเขาที่อยู่ไกลออกไป

            ซูตงเฉินนำกองทัพไปสกัดกั้นฝูงสัตว์ป่าดุร้าย จนถึงตอนนี้ยังไม่มีข่าวใดๆกลับมา ทำให้เขาเป็นกังวลมาก ทว่าเขาไม่กล้าแสดงออกต่อหน้าคนอื่น อันกั๋วกงพาบุตรชายของตน ซูซีเฉิน ซูเป่ยเฉิน และหลานชายคนโตของตน ซูอวี้เมิ่งร่วมขบวนมาด้วยทว่าเขาไม่สามารถแสดงความใกล้ชิดมากเกินไป นอกจากนั้น ทัศนคติของเขาที่มีต่ออันกั๋วกงก็ไม่ได้ดีไปกว่าอิงกั๋วกง

            เขาพยายามอดกลั้นจนยากจะอดกลั้นได้อีก ทว่าเขาต้องอดทน ทนไม่ได้ก็ต้องทน

            ก่อนที่จะเข้าวัง อันกั๋วกงกับซูตงเฉินเตือนสติเขาหลายครั้งว่าต้องใกล้ชิดฮ่องเต้ให้มากที่สุดกตัญญูต่อฮ่องเต้ให้มากที่สุด และต้องไม่แสดงความรักต่ออันกั๋วกง รวมถึงบุตรชายของเขาเกินกว่าขุนนางที่ภักดีเท่านั้นเพื่อผลประโยชน์ของเขาเอง และเพื่อประโยชน์ของจวนอันกั๋วกงอีกด้วย

            เขาเป็นคนฉลาดมาก ย่อมเข้าใจอยู่แล้ว หากเขาแสดงความรักต่อซูตงเฉินมากกว่าที่มีต่อฮ่องเต้ซูตงเฉินก็จะตาย อันกั๋วกงและหลานชายคนโตของเขาอาจไม่รอดด้วยคนทั้งสามเป็นญาติที่มีค่าที่สุดของเขา ไม่ว่าอย่างไรก็ไม่สามารถทำให้พวกเขาตกอยู่ในอันตรายเพียงเพราะตนเองได้

            เขาต้องแสดงความเป็นผู้ใหญ่ มีเหตุผล หนักแน่น ละเอียดรอบคอบซึ่งเป็นคุณสมบัติที่ฮ่องเต้พึงมี เขาจะปล่อยให้เสด็จปู่สงสัยในตัวเขาไม่ได้แม้แต่น้อยเขาต้องทำให้บรรดาขุนนางยอมรับในตัวเขา เขาจะต้องขึ้นสู่ตำแหน่งสูงสุดซึ่งเป็นความปรารถนาของเสด็จพ่อและเสด็จแม่ผู้ให้กำเนิดที่ล่วงลับไปแล้ว ทั้งยังเป็นความปรารถนาของพ่อบุญธรรมของเขาที่ทำงานหนักเพื่อเลี้ยงดูเขาและมีชีวิตอยู่เพื่อเขาเขาต้องทำให้ได้

            มีเพียงการนั่งในตำแหน่งนั้น เขาจึงจะสามารถปฏิบัติต่อพ่อบุญธรรมของเขาได้อย่างสบายใจและให้ท่านปู่ที่รักเขา และพี่ชายที่ปกป้องเขามาตั้งแต่เด็กมีชีวิตที่ดีขึ้นกว่าเดิม

            เมื่อหวนคิดถึงรายละเอียดเล็กๆ ขณะใกล้ชิดกับพ่อบุญธรรมของตนก่อนหน้านี้เขาก็แอบถอนหายใจ กระทั่งเวลาล่วงเลยไปจนถึงเที่ยงคืน ฟ้ามืดสนิท จึงพยายามข่มตาหลับ

            กลางดึก จู่ๆ ฝนก็ตกหนัก พร้อมกับลมฤดูใบไม้ร่วงที่หนาวเย็นซึ่งดับไฟและคบเพลิงทั้งหมดในค่ายอย่างรวดเร็ว เหลือเพียงตะเกียงไม่กี่ดวงผู้รับผิดชอบเฝ้ายามตอนกลางคืนคือ ฉางอวิ๋นต๋า ซิ่นกั๋วกงซื่อจื่อ หลังจากได้รับรายงานแล้ว เขาก็สั่งให้จุดโคมไฟม้าที่กันน้ำและกันลมรวมถึงโคมไฟเจ้าพายุทันที เพื่อทำให้ภายในค่ายมีแสงสว่าง ป้องกันคนลอบเข้ามา

            ฝนตกหนักอย่างต่อเนื่องตลอดทั้งคืน จนกระทั่งเช้าตรู่ก็ยังไม่หยุดสายฝนเทลงมา สาดกระเซ็นบนพื้นหญ้าและเส้นทาง ทำให้พื้นดินอ่อนนุ่มและเป็นโคลนพวกเขาทั้งหมดต่างขี่ม้าและไม่มีรถม้า ดังนั้นการเดินทางจึงไม่ได้รับผลกระทบมากนักทว่าลมและฝนทำให้ท้องฟ้ามืดครึ้ม จนวิสัยทัศน์การมองเห็นไม่ชัดและยากที่จะแยกแยะสถานการณ์ในระยะไกลหน่วยสอดแนมที่ถูกส่งออกไปจึงมีมากขึ้น

            หลังจากอิงกั๋วกงได้ยินบุตรชายพูดว่า เส้นทางค่อนข้างลำบากเพราะข้างนอกมีทั้งลมและฝนตกหนักจึงอดกังวลเล็กน้อยไม่ได้ “เส้นทางลำบากไม่ใช่ปัญหาใหญ่ ทว่าเราต้องข้ามแม่น้ำสายฟ้าเพื่อไปยังเมืองเฉิงเต๋อหากมีน้ำหลาก ทำให้สะพานพัง นั่นแหละคือปัญหาใหญ่”

            แม่น้ำสายนี้ ในอดีตเรียกว่าแม่น้ำหรูสุ่ย เป็นต้นกำเนิดของแม่น้ำหลวนในฤดูแล้งน้ำจะตื้นและไหลช้า คนและสัตว์สามารถสัญจรไปมาได้ ในฤดูน้ำหลากน้ำจะลึกและกระแสน้ำเชี่ยวกราก ดังนั้นจะต้องผ่านไปโดยการข้ามสะพานเท่านั้น ในอดีตบริเวณแม่น้ำมีสะพานไม้เพียงไม่กี่แห่งทั้งยังตั้งอยู่ห่างกัน บางครั้งอาจถูกน้ำพัดหายไปในฤดูร้อน ต่อมาฮ่องเต้ผู้ก่อตั้งราชวงศ์นี้ได้ตั้งคอกม้าขึ้นทางเหนือและเสด็จผ่านเส้นทางนี้ทุกปี พระองค์จึงส่งช่างฝีมือพิเศษมาสร้างสะพานหินรูปโค้งที่แข็งแรง

            ตามเหตุผลแล้ว ตอนนี้เป็นฤดูใบไม้ร่วง เป็นไปไม่ได้ที่จะเกิดน้ำท่วมใหญ่ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึงสะพานหินพังทลายแต่เพราะกลัวว่าศัตรูจะทำลายมันเสียก่อน อิงกั๋วกงจึงรีบส่งทหารหลายพันคนไปเฝ้าสะพานหินตั้งแต่เมื่อวานแล้วเพื่อป้องกันความผิดพลาด ทว่าวันนี้ฝนตกหนัก ทำให้เขามีลางสังหรณ์ไม่ดีและรู้สึกไม่สบายใจเล็กน้อย

            หลังจากอาบน้ำแต่งตัวและรับประทานอาหารเช้าเรียบร้อยแล้วทหารสอดแนมที่ฉางอวิ๋นต๋าส่งไปตามคำสั่งอิงกั๋วกงก็รีบเดินทางกลับมา เมื่อได้รับการยืนยันแล้วว่าแม่น้ำสายฟ้าได้พัดสะพานไม้และสะพานหินไปทั้งหมดหากใช้เส้นทางอ้อมไปหาสถานที่ที่มีสะพาน หรือรอให้น้ำลดลงและสร้างสะพานไม้ใหม่ชั่วคราวจะต้องใช้เวลาสองถึงสามวัน

            สถานที่ที่พวกเขาตั้งค่ายไม่ใช่สถานที่โล่งกว้าง แต่อยู่ในภูเขา ทั้งยังเป็นภูเขาที่ดูนุ่มนวล ระหว่างหุบเขาเป็นพื้นที่เปิดโล่งอย่างมากแทบเป็นไปไม่ได้ที่จะรวบรวมฝูงสัตว์ร้ายในสถานที่เช่นนี้ดังนั้นอิงกั๋วกงจึงไม่กังวลมากนัก อย่างไรก็ตาม เมื่อนึกถึงพวกโจรขี่ม้าเมื่อวานเขาก็ขมวดคิ้วเล็กน้อย

            โจรม้าทางตอนเหนือนั้นมีความซับซ้อน มีทั้งพวกนักโทษที่ถูกเนรเทศพวกหลบหนีจากกองทัพ ผู้ลี้ภัยเนื่องจากการสู้รบของชนเผ่าคนเลี้ยงสัตว์ที่ประสบภัยธรรมชาติและภัยพิบัติที่มนุษย์สร้างขึ้นประชาชนทั่วไปที่ถูกกดขี่จากราชสำนัก คนที่สูญเสียครอบครัว นักล่าไม่ทราบที่มาผู้ร้ายโดยกำเนิด เด็กที่ถูกทอดทิ้งหรือถูกทำร้ายโดยกองกำลังต่างๆ เช่นตระกูลหรือองค์กร ฯลฯ ทั้งยังมีกลุ่มชนทุกชาติพันธุ์ ฮั่น มองโกเลีย หว่าล่าตาตาร์ เติร์ก หนี่เจิน โครยอ ชาวหลัวซา ทุกคนต่างสังหารคนได้โดยไม่กะพริบตา

            พวกเขามีทักษะการขี่ม้ายอดเยี่ยม สามารถพุ่งทะยานไปมาในทุ่งหญ้าได้ราวกับสายลมไปทางใต้เมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วง และไปทางเหนือเมื่อเข้าสู่ฤดูใบไม้ผลิอันอบอุ่นและดอกไม้ผลิบานปล้นทุกสิ่งที่เป็นประโยชน์สำหรับพวกเขา เช่น อาหาร อาวุธ ปศุสัตว์ เกลือ ชา ผ้าของใช้ประจำวัน หญิงชราและเด็กจะถูกปล่อยให้ตาย ส่วนคนหนุ่มสาวและวัยกลางคนจะถูกบังคับให้ขายตัวเป็นทาสให้กับชนเผ่าทางตอนเหนือและเมื่อพบว่ามีการต่อต้าน พวกเขาก็จะฆ่าทิ้ง

            พวกเขาแข็งแกร่ง มีอิทธิพลในแถบดินแดนทุ่งหญ้ายากที่ทหารจะหาที่ซ่อนของพวกเขา และเป็นไปไม่ได้ที่จะกวาดล้อมพวกเขาในเวลาปกติ

            โดยทั่วไปแล้ว โจรแต่ละคนมีอาณาเขตที่ค่อนข้างแน่นอน เว้นแต่ว่าพวกเขาตั้งใจจะแก้แค้นโจรม้าไม่กี่คนจะไปที่รังของกลุ่มโจรอีกพวกเพื่อฆ่าและปล้นเท่านั้น ทว่าตอนนี้มีกลุ่มโจรม้ามากกว่าสิบกลุ่มภายในบริเวณใกล้เคียง นับเป็นสถานการณ์ที่ผิดปกติอย่างมาก

            นอกจากกลุ่มโจรม้าที่ไล่ตามมาจากทุ่งหญ้าแล้วยังมีกลุ่มโจรที่ซุ่มอยู่ในบริเวณนี้ โดยปกติแล้วพวกเขาจะไม่กล้าเผชิญหน้ากับทหารแบบตัวต่อตัวตอนนี้มีการเปลี่ยนแปลงหลายอย่างที่ทำให้อิงกั๋วกง อันกั๋วกง และซิ่นกั๋วกงที่คร่ำหวอดในสนามรบมานานเกิดลางสังหรณ์เลวร้าย

            หลังจากหารือกันอยู่ครู่ใหญ่ พวกเขาก็เดินเข้าไปในกระโจมที่ฮ่องเต้ทรงประทับอยู่และรายงานสถานการณ์ปัจจุบันรวมถึงมาตรการรับมือที่เกี่ยวข้องให้พระองค์ฟังอย่างละเอียด

     

    คล้ายกับเรื่องTime and Space ห้วงความทรงจำรักในต่างโลก (Yaoi) ที่คุณอ่าน

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    นิยาย รัก
    399K 392
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    คู่มือเศรษฐีนีชาวนาฉบับสาวน้อยทะลุมิติ [วางจำหน่ายถึงวันที่ 31-10-2569]

    นิยาย รัก
    775K 1120
    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    บ้านสกุลหลินมีปฐมเทพหญิง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.21M 577
    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    พลิกชะตานางพญาเจ้าเสน่ห์ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    955K 747
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786