วืดดดด!
พลังจิตในมือของนาราค่อยๆ ก่อตัวเป็สายฟ้าอีกครั้ง
"อาคมสายฟ้า ลูกบอลสายฟ้าต่อเนื่อง"
ตู้ม ตู้ม ตู้ม!
นาราใช้สายฟ้าเข้าโจมตีไทก้าอย่างต่อเนื่องอีกครั้ง
ไทก้าใช้อาคมดินป้องกันเอาไว้ จากนั้นจึงใช้จังหวะที่สายฟ้าะเิกำแพงดินบังสายตาของนาราอยู่ร่ายอาคมทันที
"อาคมแห่งน้ำ กระบี่พิรุณ"
ชิ้ง!
กระบี่น้ำสิบเล่มปรากฏขึ้นในทันใดก่อนจะ พุ่งไปยังนารา
ฟุบ ฟุบ ฟุบ ชิ้ง!
"ธาตุน้ำ"
"นอกจากดินยังเป็น้ำด้วยเหรอ"
"ธาตุน้ำ เ้านี้ใช้ธาตุน้ำได้ด้วยงั้นเหรอ?"
รอบข้างต่างตกตะลึงกับไทก้าที่สามารถใช้ธาตุอื่นๆ ได้ด้วย
นาราเองก็ใไม่แพ้กันจึงรีบตั้งรับด้วยการใช้อาคมป้องกัน
เปี๊ยะๆ
กระบี่ทั้งสิบเล่มต่างพุ่งไปยังนารา ก่อนจะปักลงบนอาคมป้องกันที่สร้างจากสายฟ้า
ฉึก ฉึก!
และเมื่อกระบี่น้ำทั้งสิบเล่มปักลงบนอาคมบาเรียที่สร้างจากสายฟ้าก็เกิดกระแสสายฟ้าไหลไปมาจนะเิขึ้นทันที
บึ้ม!
นารารีบะโหลบไปด้านข้างเพื่อหนีแรงะเิ
ฟุบ!
ไทก้าใช้จังหวะนี้สร้างหอกพสุธาอยู่ก่อนแล้ว ก่อนจะจับด้ามหอกและใช้ท่วงท่าย่นระยะไปยังจุดที่นาราะโออกมา
ชิ้ง!
นารายืนนิ่งอยู่กับที่ในขณะที่หอกของไทก้าจี้มาที่ลำคอ ปลายเท้าอยู่ริมสนามประลองและมองไปยังไทก้าที่ตอนนี้สายตาดุดันเป็อย่างยิ่ง
ทั่วทั้งบริเวณต่างเงียบลงในทันใด
มีเพียงเสียงสะอื้นพร้อมทั้งน้ำตาที่ไหลออกมาเล็กน้อยจากนาราที่ยืนอยู่ ณ ริมสนามประลอง ชั่ววินาทีก่อนหน้านี้นางกลับคิดว่าโดนแทงไปแล้วจริงๆ
นี่เป็ความพ่ายแพ้ของนาง นางไม่สามารถทำอะไรไทก้าได้ และยังถูกไทก้าต้อนจนมุมในไม่กี่ท่วงท่าเท่านั้น ดูเหมือนว่าที่ไทก้ากล่าวมาก่อนหน้านี้จะเป็เื่จริง นางมักมองคนอื่นต่ำกว่านางเสมอ ทั้งนางยังมีคนที่ยิ่งใหญ่ในตระกูลคอยดูแลจนคนทั่วไปไม่กล้าที่จะมาตอแยนาง จนลืมไปว่าแท้จริงแล้วยังมีคนที่เก่งกว่านางอีกมากมาย
นางกล่าวออกมาด้วยเสียงสะอื้นเบาๆ
"ข้าขอโทษ ข้ายอม...."
"ข้ายอมแพ้"
แต่ก่อนที่เสียงของนาราจะกล่าวจบ ไทก้าก็พูดออกมาก่อนทันที
"....."
รอบข้างที่ยังอึ้งกันอยู่ก็ยิ่งใเข้าไปใหญ่
ไทก้าลดหอกลงพร้อมสลายอาคมไปจากมือ ก่อนจะหันหลังและกำลังจะเดินไป
"ทำไม...?"นารารีบกล่าวขึ้นด้วยความสงสัย เขาชนะแล้วเหตุใดถึงยอมแพ้กัน?
ไทก้าหันกลับมาก่อนจะพูดขึ้นเบาๆ พอที่จะได้ยินเพียงนาราและบางคนที่อยู่ใกล้ๆ เท่านั้น
"ข้า้าเพียงคำขอโทษเท่านั้น ส่วนตำราเป็ของเ้า เอามันไปเถอะ"กล่าวจบไทก้าก็ส่งตำราไปยังด้านหน้าของนารา ช้าๆ ก็เดินลงจากลานประลองไป
"....."
นาราทรุดตัวลงนั่งช้าๆ
"คุณหนู" ผู้ติดตามของนารารีบวิ่งขึ้นมายังลานประลอง และพยุงนาราขึ้นมา
"ท่านไม่เป็อะไรนะ"
"ข้าไม่เป็ไร พวกเราไปเถอะ"นาราลุกขึ้นช้าๆ ก่อนจะหันไปมองไทก้าครู่หนึ่ง และลงจากลานประลองไปอีกทาง
ไกลออกไป
"โฮ่ๆ นับว่าน่าประหลาดใจจริงๆ ดูเหมือนว่าเ้าหนุ่มนี่จะทำให้หลานข้าโตขึ้นมาบ้างล่ะนะ อืม.." ฤาษีเตโชกล่าวขึ้นทั้งยังยิ้มเบาๆ
ก่อนหน้านี้ในจังหวะสุดท้ายฤาษีเตโชกำลังเตรียมที่จะเข้าไปหยุดไทก้าเอาไว้ แต่ก็สังเกตุเห็นว่าการโจมตีของไทก้านั้นไร้ซึ่งจิตสังหารใดๆ จึงได้รอดูอย่างเดียวเท่านั้น
ไทก้าเดินลงมาจากลานประลองและพบว่าอัลวายืนยิ้มให้อยู่ข้างปรมาจารย์แพทย์ทั้งยังยกนิ้วหัวแม่มือให้กับไทก้าเป็นัยๆ
ไทก้าเดินลงมาคำนับท่านปรมาจารย์ก่อนจะกล่าวว่า"ท่านปรมาจารย์ข้าแพ้แล้ว ตำราข้าได้มอบให้กับนางไปแล้วขอรับ"
"อืม..เช่นนั้นก็ดีแล้ว เ้าทำให้ข้าประหลาดใจไม่น้อย แต่ก็นับว่าเ้าเป็ลูกผู้ชายอย่างแท้จริง เอาล่ะหมดเื่แล้วข้าต้องไปทำงานของข้าต่อล่ะ"กล่าวจบปรมาจารย์แพทย์ก็ลุกขึ้น
"ขอบคุณขอรับท่านปรมาจารย์"ไทก้ากล่าวขึ้น
"อืม"ปรมาจารย์แพทย์พยักหน้ารับและยิ้มเบาๆ ก่อนจะเหาะลอยขึ้นไป
เมื่อทุกคนทำการคำนับปรมาจารย์แพทย์เสร็จก็พากันแยกย้ายไปคนละทิศละทาง
ข่าวการประลองของไทก้าและนาราต่างกระจายออกไปราวกับไฟลามทุ่ง มีทั้งที่เกิดขึ้นจริงและแต่งขึ้นมาด้วยต่างๆ นาๆ ทั้งยังมีคนที่อยากจะประลองกับไทก้าหลายคนอีกด้วย เพราะหากชนะไทก้าได้อาจจะได้ใกล้ชิดกับนาราก็เป็ได้
ไทก้าเดินออกมาจากฝูงชนพร้อมกับอัลวาอย่างรวดเร็วจนมาถึงที่ไม่มีผู้คนแห่งหนึ่ง
"ศิษย์พี่ท่านมาได้อย่างไร ไหนท่านบอกว่าจะไปฝึกวิชามิใช่หรือ"
"ข้าได้ยินข่าวเข้าและคิดว่าศิษย์ใหม่ของหอแพทย์ที่จะประลองอาจจะเป็เ้าจึงรีบมาดู เผื่อจะมีอะไรเกิดขึ้นกับเ้าหน่ะสิ"อัลวากล่าวตอบ
"อ้อ เป็เช่นนี้เอง"ไทก้ากล่าวขึ้นทั้งยังพยักหน้าเล็กน้อย
"ตอนแรก ข้าเองคิดว่า เ้าอาจจะแพ้ให้กับนาราด้วยซ้ำ ไม่น่าเชื่อว่า แม้เ้าจะโดนสายฟ้าโจมตีเข้าไปเต็มๆ ก็ยังไม่เป็อะไรเลย เ้าทำได้ยังไงกัน ทั้งยังจับมือนางที่เต็มไปด้วยสายฟ้าอีก "อัลวากล่าวด้วยความสงสัย เพราะปกติแม้ว่าผู้ใช้ธาตุดินจะต้านสายฟ้าได้แต่ก็ไม่น่าจะมีใครจับมือผู้ใช้ธาตุสายฟ้าได้โดยตรงมาก่อน
"ฮ่าๆ เป็เทคนิคที่ข้าเพิ่งจะคิดได้ ในขณะที่เดินไปลานประลองหน่ะ จริงๆ แล้ว ข้าเพียงแค่สร้างฉนวนขึ้นมาก็เท่านั้นสายฟ้าเลยทำอะไรข้าไม่ได้"ไทก้ากล่าวออกมาทั้งยังหัวเราะเบาๆ
"ฉนวน? มันคืออะไรงั้นรึ? ข้าไม่เห็นจะเคยได้ยิน"อัลวายังคงสงสัย
ไทก้าเงียบอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะอธิบายให้อัลวาฟังเพราะคนที่นี่น่าจะไม่รู้จักสิ่งต่างๆ ที่ใช้ในโลกโน้น ไทก้าอธิบายว่า เขาได้ใช้ธาตุดินและอาคมบางอย่างสร้างฉนวนที่สามารถกันสายฟ้าได้ มาคุมร่างกายทั้งร่างเอาไว้ เพียงแต่ว่าหาก้าเคลื่อนไหวจะยากไปหน่อยซึ่งจะขยับง่ายเฉพาะร่างกายท่อนบนเท่านั้น นั่นจึงเป็เหตุผลที่ว่าทำไมไทก้าจึง ไม่ยอมขยับไปไหน
"ฮ่าๆ เ้านี่นะ ข้าก็นึกว่าเ้าจะยืนรับกระบวนท่าแบบเท่ห์ๆ ซะอีก ที่ไหนได้ ไปไหนไม่ได้นี่เอง ฮ่าๆ" อัลวายิ่งฟังก็ยิ่งรู้สึกขบขัน แต่จริงๆแล้วสิ่งที่ไทก้าคิดนั้นสำหรับอัลวามันช่างน่าประหลาดใจและเป็ประสบการณ์ใหม่ในการต่อสู้ของเขายิ่งนัก
"ว่าแต่เ้าทำให้หลานสาวท่านฤาษีเตโชพ่ายแพ้แบบนี้ เ้าไม่กลัวท่านฤาษีทำอะไรเ้างั้นหรือ?"อัลวากล่าวขึ้น
"หลานสาวท่านฤาษีเตโช นารานะหรือ?"
"ก็ใช่นะสิ นี่เ้าไม่รู้งั้นหรือ?"อัลวากล่าว
ไทก้าคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะพึมพำออกมา"มิน่าเล่าเหตุใดตอนข้าเจอหนแรกถึงได้รู้จักว่านาราเคยทดสอบอะไร ทั้งยังเรียกว่าหนูนาราอีกด้วย จะเป็ยังไงล่ะเนี่ย ยังดีนะที่ข้าไม่ได้ทำอะไรให้นางาเ็ คงไม่ซวยหรอกมั้ง" แต่ก่อนที่ไทก้าจะพึมพำเสร็จอัลวาก็สกิดไทก้าทั้งยังชี้ไปด้านข้างอีกด้วย
"งานมาแล้วล่ะไทก้า"อัลวากล่าวขึ้นเบาๆ
ไทก้าหันไปมองด้านข้างก่อนจะพบว่าเป็ฤาษีหนวดยาวกับผู้าุโท่านหนึ่งกำลังเดินเข้ามาหาตน เมื่อมองดูใกล้ๆ ก็เห็นเป็ผู้ดูแลหอตำราแทพย์นั่นเอง
"คำนับท่านฤาษี"อัลวากล่าวขึ้นพร้อมสกิดไปยังไทก้าเบาๆ
"ส สวัสดีขอรับท่านฤาษี"ไทก้าทำการคำนับทั้งยังกล่าวสวัสดีตะกุกตะกัก
"โฮ่ๆ ไม่ต้องมากพิธีหรอก ข้าแค่แวะมาทักทายพวกเ้าหน่ะ"ฤาษีเตโชกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงปกติ ที่แม้แต่ผู้าุโหอตำราแพทย์ยังประหลาดใจ นี่มันเกิดอะไรขึ้นกัน
"ไม่ได้พบกันนานนะครับท่านฤาษี"อัลวากล่าวขึ้นก่อน และดูเหมือนว่าอัลวาและท่านฤาษีจะรู้จักกัน
"จริงของเ้า ธาตุน้ำแข็งของเ้าฝึกไปถึงไหนแล้วล่ะ"ฤาษีเตโชถามอัลวาขึ้น
"ตอนนี้พัฒนาขึ้นมาบ้างขอรับ แต่ยังไม่ดีเท่าที่ควรขอรับ"อัลวาตอบกลับด้วยท่าทางนอบน้อม
"อืม..ดีแล้วๆ โฮ่ๆ"กล่าวจบฤาษีก็หันไปทางไทก้าก่อนจะกล่าวขึ้น
"ข้าได้ยินมาว่าเ้าทดสอบได้อันดับหนึ่งในการเข้าเป็ศิษย์ชั้นกลางงั้นรึ โฮ่ๆ นับว่าฝีมือเ้าไม่เลวเลย"
"ขอบคุณขอรับท่านฤาษี"ไทก้าตอบด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
"ห๊ะ เ้าหนุ่มนี่คืออันดับหนึ่งในการทดสอบศิษย์ระดับกลาง?"ผู้าุโหอตำราอุทานขึ้นด้วยความใ ซึ่งเขาไม่รู้มาก่อนั้แ่ตอนที่เจอไทก้าตอนแรกจนถึงเมื่อกี้นี้
ฤาษีเตโชหันไปมองเพียงแวบเดียวเท่านั้นและไม่ได้กล่าวอะไร ทำให้ผู้าุโหอแพทย์ถึงกับเงียบขึ้นมา
จากนั้นท่านฤาษีจึงหันไปพูดกับไทก้าต่อ"ข้ามองดูอยุ่ไกลๆแล้ว และเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแล้วก็พอจะเดาได้ ข้าเลี้ยงดูหลานสาวมาแบบนี้ ทำให้นางเป็คนเอาแต่ใจั้แ่เด็กจนโต เื่ที่เ้าประลองกันข้าก็ไม่คิดที่จะก้าวก่ายหรอกนะ และคิดว่านางน่าจะเติบโตขึ้นมาบ้าง สำหรับตำราที่นาง้าเอาไปจากเ้าไปนั้นมันคือตำรารักษาจิตที่บอบช้ำจากการฝึกพลังใช่รึไม่"
"ขอรับ ท่านฤาษีรู้ได้อย่างไร"ไทก้าถามกลับด้วยความสงสัย
"นั่นเป็เพราะแม่ของนางเกิดาเ็จากการฝึกอาคมั้แ่เมื่อหลายปีก่อน และนางก็ยังคอยค้นหาวิธีที่จะรักษาแม่ของนางอยู่ตลอดมา จนกระทั่งเข้าเป็ศิษย์ของหอแพทย์เพื่อหาวิธีต่างๆ แต่เมื่อพบกับตำราเล่มนั้นนางจึงได้้ามันเป็อย่างมาก จึงต้องท้าประลองกับเ้า ข้าเพียงแค่ขอให้เ้าเข้าใจนางก็เท่านั้น"ฤาษีเตโชกล่าวกับไทก้าทั้งยังถอนหายใจเล็กน้อย
เมื่อเห็นท่าทางของท่านฤาษีเตโชแม้แต่ผู้าุโดูแลหอตำรายังเกิดความสงสัย เหตุใดท่านฤาษีที่เป็คนใจร้อนตลอดเวลา ถึงได้พูดคุยดีกับไทก้าเช่นนี้ แม้ว่าจะไม่เข้าใจเท่าใดนักแต่นับแต่นี้ต่อไปผู้ดูแลหอคงต้องหาทางทำความเข้าใจใหม่กับไทก้าซะแล้ว
"ข้าเข้าใจแล้วขอรับท่านฤาษี"ไทก้ากล่าวขึ้นพร้อมยังคำนับไปด้านหน้า
"อืม..แต่ว่าแม้ว่าข้าจะไม่ยุ่งในคราวนี้แต่หากข้าได้ยินว่าเ้ารังแกนางเมื่อใดข้าจะมาจัดการเ้าแน่นอน เพราะนางคือหลานรักของข้า"ฤาษีเตโชกล่าวขึ้นทั้งยังมองไปยังไทก้าพร้อมด้วยรอยยิ้ม
"ข้าทราบแล้วขอขับ"ไทก้ารีบตอบรับพร้อมกับยิ้มบางๆ ออกมา
"อืม...."
ฤาษีเตโชพยักหน้ารับเล็กน้อยก่อนจะเหาะลอยไปพร้อมกับผู้าุโหอตำราที่ยังงงกับสิ่งที่เกิดขึ้น